- หน้าแรก
- อยู่ดีๆ ผมก็ได้เป็นหัวหน้าเผ่ายุคบรรพกาลซะงั้น
- บทที่ 29 พวกเขาไม่สำคัญเท่ากับท่านชาแมน
บทที่ 29 พวกเขาไม่สำคัญเท่ากับท่านชาแมน
บทที่ 29 พวกเขาไม่สำคัญเท่ากับท่านชาแมน
“ท่านชาแมน น้ำเดือดแล้วเจ้าค่ะ” อวี่อิงเทน้ำร้อนลงในถ้วย วางลงบนโต๊ะหิน หางจิ้งจอกของเธอส่ายดุ๊กดิ๊กไปมา จากนั้นเธอก็วิ่งกลับไปนั่งเฝ้าเนื้อที่กำลังย่างอยู่ตรงกองไฟ
*ฉ่า ฉ่า ฉ่า...* เนื้อแดดเดียวที่ถูกย่างบนถ่านส่งเสียงดังเย้ายวนใจ กลิ่นหอมของเนื้อลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ
*โครก คราก…* ขณะเดียวกัน ท้องของซูไป๋และอวี่อิงส่งเสียง 'ร้อง' แสดงความหิวโหยออกมา
“วันนี้คุณได้กินอะไรบ้างหรือยังครับ” ซูไป๋ถามพลางขมวดคิ้ว
“ยังเจ้าค่ะ…” อวี่อิงตอบเบาๆ ดวงตาสีชมพูของเธอจ้องมองไปที่เนื้อย่าง น้ำลายสอด้วยความหิวโหย จนเธอต้องแอบกลืนมันลงไป
“ทำไมถึงยังไม่กินล่ะครับ” ซูไป๋จี้ถามต่อ
“สะ… ส่วนแบ่งอาหารของข้าจากนี้ไป ท่านชาแมนจะต้องเป็นผู้มอบให้เจ้าค่ะ” อวี่อิงตอบอย่างระมัดระวัง หูจิ้งจอกของเธอหลุบลง หางจิ้งจอกของเธอหยุดขยับ
“ถ้าคุณหิว คุณก็ไปขอเนื้อมากินเองได้นี่ครับ” ซูไป๋พูดอย่างอ่อนโยน เขาเชื่อว่าเมื่อพิจารณาจากสถานะของชาแมนในเผ่า สตรีรับใช้ชาแมนของเขาย่อมสมควรที่จะขอส่วนแบ่งเนื้อมากินได้อย่างสบายๆ
“ไม่เจ้าค่ะ มันผิดกฎ ท่านชาแมนต้องเป็นผู้มอบให้เท่านั้น” อวี่อิงส่ายหัวอย่างดื้อรั้น เธอเชื่อมั่นว่าเธอสมควรกินเฉพาะอาหารที่ได้รับจากชาแมนเท่านั้น
“…” ซูไป๋รู้สึกซาบซึ้งใจเล็กน้อย แต่ยิ่งไปกว่านั้น เขาประหลาดใจในความดื้อรั้นของคนเผ่านี้ ทุกคนล้วนยึดมั่นกับความเชื่อของตนอย่างจริงจัง [คนดื้อรั้นคือคนไว้ใจได้ อยู่ใกล้ๆ แล้วทำให้เรารู้สึกสบายใจ]
“ในเมื่อคุณว่าอย่างนั้น เราก็มากินด้วยกันเถอะครับ” ซูไป๋ลุกขึ้นและเดินไปที่กองไฟ เขานั่งขัดสมาธิ หยิบไม้เสียบเนื้อที่เหลาเตรียมไว้ จิ้มที่เนื้อแดดเดียวชิ้นหนึ่ง ก่อนจะเริ่มย่าง
“หา” อวี่อิงตกตะลึง จากนั้นจึงพูดอย่างกังวลใจว่า “ท่านชาแมน ปล่อยให้ข้าเป็นคนย่างเนื้อเถอะ ท่านควรพักผ่อนก่อนนะเจ้าคะ”
“นี่คือวิธีการพักผ่อนของผมครับ” ซูไป๋ตอบพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
“แต่ข้าย่างเนื้อเตรียมไว้แล้ว” อวี่อิงชูเนื้อย่างในมือของเธอและโบกไปมา
เนื้อแดดเดียวขนาดเท่าฝ่ามือถูกย่างจนกลายเป็นสีน้ำตาล โดยไม่มีจุดดำแม้แต่จุดเดียว แสดงให้เห็นว่าเด็กสาวหูจิ้งจอกทำการพลิกเนื้ออย่างระมัดระวังมากแค่ไหน
“งั้นช่วยส่งมันมาให้ผมหน่อยครับ” ซูไป๋รับเนื้อย่างมาอย่างง่ายๆ เป่าให้เย็นลง ก่อนจะเริ่มกิน
หลังจากเคี้ยวไปสักพัก เขาก็พบว่าเนื้อค่อนข้างเหนียว แต่กลิ่นของมันหอมมาก ข้อเสียเพียงประการเดียวคือมันจืดเกินไป และยังมีกลิ่นสาบฉุนเล็กน้อย
“…” อวี่อิงประสานมือเข้าด้วยกันแน่น ดวงตาสีชมพูของเธอจ้องไปที่ใบหน้าของซูไป๋ มีแววตาแห่งความคาดหวังซ่อนอยู่ในดวงตาของเธอ
“อร่อยมากครับ” ซูไป๋กลืนเนื้อในปากลงคอและกล่าวชม “ผมคิดว่าคุณคือคนที่ย่างเนื้อเก่งที่สุดตั้งแต่ผมมาอยู่ที่นี่เลย”
เขาไม่ได้โกหก นับตั้งแต่มาถึงโลกนี้ สาวหูจิ้งจอกคือคนแรกที่ย่างเนื้อให้เขา
“ดีจังเลยเจ้าค่ะ” อวี่อิงยิ้มอย่างสดใส ผ่อนคลายความกังวลใจของเธอลงอย่างเต็มที่
เธอมีความสุขมาก การที่ชาแมนกล่าวชมเนื้อย่างของเธอนั้น น่ายินดียิ่งกว่าเวลาที่คนอื่นๆ ในเผ่ากล่าวชมเสียอีก
“คุณควรจะย่างให้ตัวเองกินด้วยนะครับ” ซูไป๋จ้องมองสาวหูจิ้งจอกที่กำลังตื่นเต้น
“ท่านชาแมนกินก่อนเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะคอยย่างให้” อวี่อิงเอาไม้เสียบเนื้อแดดเดียวอีกหนึ่งชิ้น ก่อนจะเริ่มย่างด้วยสีหน้าจริงจัง
อย่างไรก็ตาม จมูกที่ขยับฟุดฟิด และเสียงแอบกลืนน้ำลายของเธอเป็นครั้งคราว บ่งบอกได้ว่าเธอหิวมากแค่ไหนในตอนนี้
“งั้นแบ่งกันคนละครึ่งเถอะครับ” ซูไป๋ยื่นเนื้อย่างที่กินไปแล้วครึ่งชิ้นให้กับเธอ
“ให้ ให้ข้าหรือเจ้าคะ” อวี่อิงถามด้วยความตกตะลึง ไม่คิดว่าชาแมนจะทำเช่นนี้
“รีบกินเถอะครับ คุณต้องใช้พลังในการย่างเนื้อเพิ่ม” ซูไป๋ยัดเนื้อย่างใส่มือของสาวหูจิ้งจอก
“ข้ากินได้จริงๆ เหรอเจ้าคะ” อวี่อิงถามอีกครั้งด้วยเสียงที่แสนเบาของเธอ
เธอก้มมองเนื้อย่างในมือของเธอ ที่มีรอยฟันกัดอยู่อย่างชัดเจน ทว่า เธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจแต่อย่างใด เธอกลับรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก
“แน่นอนสิครับ กินได้เลย” ซูไป๋พยักหน้ายืนยัน
*อ้ามมม~~* อวี่อิงอ้าปากงับพร้อมกับทำเสียงที่แสนน่าเอ็นดู เธอเผยให้เห็นเขี้ยวเล็กๆ ในปาก ขณะยัดเนื้อย่างขนาดครึ่งฝ่ามือเข้าปากในคำเดียว แถมยังดึงไม้เสียบออกอย่างชำนิชำนาญ ก่อนจะออกแรงเคี้ยวอย่างเอาจริงเอาจัง
[พูดได้ไหมนะ ว่าสมกับเป็นสาวหูสัตว์] นี่คือความคิดที่แว่บเข้ามาในหัวของซูไป๋
เขานั่งมองแก้มที่ป่องออกมาของสาวหูจิ้งจอก เธอดูเหมือนกระรอกตัวน้อยที่มีอาหารเต็มปาก และกำลังพยายามออกแรงเคี้ยวอย่างหนัก
ทั้งสองย่างเนื้อกันอย่างเงียบๆ
“คงจะดีกว่านี้ถ้ามีเกลือสักหน่อย” ซูไป๋บ่นพึมพำขณะที่เขาพลิกเนื้อย่าง พลางนึกถึงเครื่องเทศต่างๆ บนโลก เพราะถึงยังไง ตอนนี้เขาก็กำลังกินเนื้อย่างที่แสนจืดชืด
หูจิ้งจอกของอวี่อิงขยับ ก่อนจะรีบพูดว่า "ท่านชาแมน ข้าจะไปเอาเกลือมาให้นะเจ้าคะ"
“ไม่ต้องครับ” ซูไป๋รีบคว้าตัวสาวหูจิ้งจอกเอาไว้ก่อนที่เธอจะวิ่งออกไป
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าควรทำตัวยังไง เขาจำเป็นต้องคาดการณ์ล่วงหน้าในการห้ามปรามผู้คนในเผ่า เนื่องจากทุกคนล้วนแล้วแต่คิดเร็วทำเร็ว
“อ้อ…” อวี่อิงนั่งกลับลงไปอย่างว่าง่าย ไม่ได้ถามว่าทำไมเขาถึงต้องการเกลือ แต่ห้ามไม่ให้เธอไปนำมันมา
“ในส่วนของเกลือ เราเก็บมันไว้ให้นักรบฝึกหัดดีกว่าครับ” ซูไป๋อธิบายอย่างอ่อนโยน
ในฐานะชาแมนของเผ่า ซึ่งเป็นผู้ปกครองสูงสุด เขาควรหักห้ามความตะกละของตัวเองเอาไว้บ้าง เกลือจำเป็นสำหรับนักรบฝึกหัดที่เป็นคนรุ่นใหม่มากกว่าเขา พวกเขาจำเป็นต้องสร้างความแข็งแกร่งและฟื้นฟูเกลือแร่ในร่างกาย
“พวกเขาไม่สำคัญเท่ากับท่านชาแมนหรอกเจ้าค่ะ” อวี่อิงกล่าวขณะที่เธอหันกลับไปย่างเนื้อต่อ
“ไม่ได้กินเกลือแค่มื้อเดียวไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวเราจะไปแลกเกลือเพิ่มจากเผ่ากวางลายจุดในอีกสองสามวันข้างหน้า” ซูไป๋กล่าวอย่างไม่คิดอะไร
“เราจะแลกเปลี่ยนเกลือมาได้เป็นจำนวนมากหรือเจ้าคะ” ดวงตาของอวี่อิงเป็นประกาย ก่อนจะหม่นลงอีกครั้ง
ในฐานะหลานสาวของชางซื่อ หัวหน้าทีมนักล่า เธอเคยได้ยินมาว่าสถานการณ์ของเผ่าไม่ค่อยจะดีนัก และพวกเขาไม่มีเนื้อเหลือพอที่จะนำไปแลกเกลือ
“ตราบใดที่ผมยังอยู่ที่นี่ ไม่ต้องห่วงครับ” ซูไป๋กัดเนื้อย่างเข้าปากคำหนึ่ง แล้วพูดต่อขณะที่มีอาหารเต็มปาก “เผ่าของเราจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนคุณไม่ต้องอดมื้อกินมื้ออีกต่อไป”
“…” มือเล็กๆ ของอวี่อิงสั่นเล็กน้อย ราวกับว่าซูไป๋ล่วงรู้ความลับของเธอ
“รีบกินเถอะครับ คุณต้องกินจนท้องอิ่ม ถึงจะมีแรงช่วยงานผม” ซูไป๋กล่าวอย่างอ่อนโยน
ดูวิธีการกินเนื้อของสาวหูจิ้งจอก ซึ่งสามารถกินเนื้อขนาดครึ่งฝ่ามือได้ในคำเดียว จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ตามปกติแล้วเธอจะเป็นคนกินจุ
อวี่อิงเม้มริมฝีปากและพูดตะกุกตะกัก “ถ้าอย่างนั้น ข้าจะกินอีกชิ้นหนึ่งเจ้าค่ะ”
“ผมจะให้เนื้อคุณอีกสามชิ้น และห้ามคุณปฏิเสธด้วย ไม่งั้น คืนนี้ผมจะไม่ให้คุณนอนที่นี่” ซูไป๋กล่าวเตือนอย่างขึงขัง เขารู้ดีว่าคนที่ชอบเอาใจใส่ผู้อื่น มักจะเข้มงวดกับตัวเองเกินไป
“ข้าจะไม่ปฏิเสธเจ้าค่ะ” อวี่อิงรีบตอบรับ ในแววตาสีชมพูของเธอ มีความรู้สึกซาบซึ้งใจแฝงอยู่ในนั้น