- หน้าแรก
- อยู่ดีๆ ผมก็ได้เป็นหัวหน้าเผ่ายุคบรรพกาลซะงั้น
- บทที่ 27 สงสัยว่าข้าจะทำอะไรพลาดสักอย่าง
บทที่ 27 สงสัยว่าข้าจะทำอะไรพลาดสักอย่าง
บทที่ 27 สงสัยว่าข้าจะทำอะไรพลาดสักอย่าง
ซูไป๋ต้องการพักผ่อนให้สบายหลังจากเดินอยู่บนภูเขาเป็นเวลานานกว่าสองชั่วโมง แถมเขายังหิวมากด้วย เมื่อเขายกชายเต็นท์กระโจมขึ้น ก็พบกับสภาพภายในที่ได้รับการตกแต่งใหม่ทั้งหมด โดยมีสิ่งของต่างๆ จัดวางอย่างเป็นระเบียบ
“นี่เราเข้าผิดเต็นท์รึเปล่าเนี่ย” ซูไป๋เริ่มไม่มั่นใจ
“ท่านชาแมน กะ-กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ” เสียงอันนุ่มนวลของอวี่อิงดังมาจากด้านหลังเขา
ซูไป๋วางชายเต็นท์ลงแล้วหันไปมอง เห็นสาวหูจิ้งจอกกำลังถือกองฟางอยู่ในมือ แก้มของเธอสกปรกกว่าตอนแรกที่เขาเห็นในตอนเช้าเสียอีก
*โครก คราก…* ขณะที่เขากำลังจะทักทายเธอ เสียงท้องของเขาก็ร้องดังขึ้นอีกครั้ง
“หา” อวี่อิงกะพริบดวงตาสีชมพูของเธอ จ้องมองไปที่ท้องของซูไป๋ด้วยความประหลาดใจ เธอรีบตอบอย่างไม่ค่อยสบายใจว่า “ข้าจะรีบไปเตรียมเนื้อแดดเดียวมาให้นะเจ้าคะ”
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวอาฮัวจะเอามาให้ทีหลัง” ซูไป๋รีบห้ามสาวหูจิ้งจอกที่กำลังจะหันหลังแล้ววิ่งออกไป เพื่อไม่ให้เธอต้องออกไปเสียเที่ยว
“งั้นข้าจะก่อไฟรอแทนนะเจ้าคะ” อวี่อิงกล่าวขณะถือฟางอยู่ในมือ
เธอขยับก้าวไปข้างหน้าแต่ก็ถอยกลับทันที ดวงตาสีชมพูของเธอจ้องมองไปที่ซูไป๋ด้วยความเขินอาย ไม่กล้าที่จะเข้าไปในเต็นท์กระโจมก่อนชาแมน
“เข้ามาได้ครับ” ซูไป๋พูดเบาๆ ขณะเดินนำเข้าไปในเต็นท์กระโจม
“เจ้าค่ะ” อวี่อิงขานรับทันที
หลังจากเข้าไปในเต็นท์กระโจมแล้ว ความคิดแรกของซูไป๋คือตอนนี้มันสะอาดมาก เขาพบว่าพื้นดินถูกวางคลุมด้วยหนังสัตว์ผืนใหม่ และหลุมไฟตรงกลางเต็นท์กระโจมก็ถูกขุดขยายใหญ่ขึ้นเป็นวงกลม
เขาถามด้วยความอยากรู้ว่า “คุณเป็นคนจัดการกับหนังสัตว์แล้วก็หลุมไฟเหรอครับ”
“หนังสัตว์ผืนใหม่ เป็นท่านลุงหม่ายหมางส่งมาเจ้าค่ะ” อวี่อิงตอบอย่างว่าง่าย ขณะที่มือยังถือกองฟางและยืนนิ่งอยู่ด้านข้าง “ส่วนหลุมไฟเป็นฝีมือของหม่ายเหมา ลูกชายท่านลุงหม่ายหมางเจ้าค่ะ”
“อ้อครับ” ซูไป๋เข้าใจแล้ว การที่หม่ายหมางส่งสิ่งเหล่านี้มาให้ ก็เพราะว่าซูไป๋ได้ช่วยชีวิตเขาไว้เมื่อเช้านี้
ภายในเต็นท์กระโจมไม่มีอะไรมากนัก สิ่งของหลักๆ ถูกเก็บไว้ในกล่อง มีถังไม้สำหรับใส่น้ำอยู่ถังหนึ่ง และหินขนาดเท่าตอไม้ใหญ่ ซึ่งมีหนังสัตว์ผืนใหม่คลุมทับเอาไว้ใช้แทนโต๊ะ
นอกจากสิ่งของเหล่านี้ ก็มีกองฟางอยู่สองกอง กองใหญ่หนึ่งกอง และกองเล็กอีกหนึ่งกอง เอาไว้ใช้แทนเตียงนอน
“หา แล้วทำไมถึงมีฟางเพิ่มมาอีกกองล่ะเนี่ย” ซูไป๋ถามด้วยความประหลาดใจ
“ไม่ได้หรือเจ้าคะ งั้นข้าจะรีบย้ายออกไปเดี๋ยวนี้เลย” เมื่ออวี่อิงได้ยินก็รีบพยายามขนกองฟางออกไป เข้าใจว่าชาแมนไม่พอใจที่มีกองฟางเพิ่มมาอีกกองภายในเต็นท์กระโจม
“เดี๋ยวครับ บอกผมก่อนว่ากองฟางที่เพิ่มมานี่มีไว้ทำไม” ซูไป๋ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“นะ นั่นที่นอนข้าเองเจ้าค่ะ” อวี่อิงก้มหน้าตอบอย่างเขินอาย
“หมายความว่าคุณจะมาพักอาศัยอยู่กับผมเหรอครับ” ซูไป๋ถาม ดวงตาสีดำของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“ท่านลุงหม่ายหมางบอกว่าสตรีรับใช้ชาแมน ต้องพร้อมดูแลท่านชาแมนตลอดเวลาเจ้าค่ะ” อวี่อิงตอบด้วยเสียงที่ทั้งเบาและนุ่มนวล
“หม่ายหมางนี่ช่าง… รู้ดีจริงๆ เลย…” ซูไป๋กรอกตามองบน เตียงได้ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว และคงไม่ดีแน่หากจะไล่สาวหูจิ้งจอกออกไป หากคนอื่นรู้เรื่องนี้เข้า อวี่อิงคงจะถูกคนอื่นๆ ในเผ่าเนรเทศและกล่าวโทษอย่างแน่นอน
เขาถอนหายใจเบาๆ แล้วถามอย่างอ่อนโยนว่า “แล้วตัวคุณล่ะครับ อยากอยู่ที่นี่ไหม”
“ข้า…” อวี่อิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีชมพูของเธอจ้องมองไปที่ใบหน้าของซูไป๋ ก่อนจะก้มลงอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
หลังจากผ่านไปสักครู่ เธอก็พูดเบาๆ ด้วยใบหน้าแดงก่ำว่า “ขะ-ข้าอยากอยู่เจ้าค่ะ”
“เข้าใจแล้วครับ งั้นคุณก็อยู่ที่นี่เถอะครับ” ซูไป๋พูดพลางยักไหล่
“ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อจะเป็นสตรีรับใช้ชาแมนที่ดีเจ้าค่ะ” อวี่อิงสัญญาพร้อมกับกระดิกหางจิ้งจอกของเธอ
“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” ซูไป๋กล่าวพร้อมรอยยิ้ม เขาเดินไปนั่งบนหนังสัตว์ที่ปูไว้ข้างโต๊ะหิน
เมื่อเห็นเช่นนี้ อวี่อิงก็รีบวางฟางลงบนเตียงของเธอเอง เธอวิ่งไปที่ถังไม้ หยิบถ้วยไม้ขึ้นมาตักน้ำ ก่อนจะนำไปวางไว้ตรงหน้าซูไป๋อย่างระมัดระวัง
“ท่านชาแมน ดื่มน้ำก่อนเถอะเจ้าค่ะ”
“…” ซูไป๋มองไปที่น้ำในถ้วย จิตใจของเขานึกถึงภาพของจระเข้เกราะศิลานอนกลิ้งตัวไปมาในทะเลสาบเล็กๆ ภายในป่า เขากำลังนึกอยู่ว่าน้ำถ้วยนี้ผ่านอะไรมาบ้าง [น้ำที่จระเข้ใช้อาบ…]
อวี่อิงกะพริบดวงตาสีชมพูของเธอ มองไปที่ชาแมนซึ่งกำลังเหม่อลอยพลางจ้องค้างอยู่ที่ถ้วยไม้ เข้าใจว่าเธอน่าจะทำอะไรบางอย่างผิดไป เธอถามอย่างตื่นกลัวว่า “ท่านชาแมน มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับน้ำหรือเจ้าคะ”
“ต้มน้ำก่อนเถอะ…” ซูไป๋ถอนหายใจก่อนจะออกคำสั่ง
เขานึกถึงบรรดาพยาธิที่เขาเคยเห็นในวิดีโอตอนที่ยังอยู่บนโลก แม้ว่าเขาจะกระหายน้ำมาก แต่เขาไม่อาจดื่มน้ำจากถ้วยนี้ได้ วิธีที่ง่ายที่สุดในการฆ่าพยาธิคือการต้มน้ำ เมื่อน้ำผ่านความร้อนที่อุณหภูมิเกิน 100 องศาเซลเซียส พยาธิที่เป็นอันตรายก็จะตายจนเกือบหมด
“อ้อ ข้าจะรีบต้มน้ำทันทีเลยเจ้าค่ะ” อวี่อิงรีบเก็บถ้วยกลับไป เธอยกหม้อหินไปตั้งที่กองไฟอย่างลำบาก และนั่งยองๆ ลงเพื่อจุดไฟ
“ดูเหมือนว่าเราจะต้องทำเครื่องกรองด้วย” ซูไป๋พึมพำกับตัวเองขณะนึกถึงสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายของสังคมยุคโบราณ เขารู้สึกว่าจำเป็นต้องพัฒนาวิธีการเอาตัวรอด เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยโดยไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากอาหารและน้ำเป็นพิษ
ตอนที่เขาอยู่ที่โลก เขาเคยเขียนนิยายเกี่ยวกับการเอาชีวิตรอดในป่า และได้ค้นคว้าเกี่ยวกับคำแนะนำการเอาชีวิตรอดกลางแจ้ง ในนั้นรวมถึงวิธีง่ายๆ ในการทำเครื่องกรองน้ำกลางแจ้งด้วย
[ก่อนอื่นเราต้องมีภาชนะ] ซูไป๋ลุกขึ้น หยิบแผ่นหนังสัตว์และถ่านมาชิ้นหนึ่ง เขาเริ่มวาดภาพบนโต๊ะหิน
“ท่านชาแมน ข้าเข้าไปได้ไหมเจ้าคะ” เสียงหยานฮัวดังมาจากนอกเต็นท์กระโจม
“เข้ามาได้ครับ” ซูไป๋ตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้น
หลังจากที่หยานฮัวเข้าไป เธอก็เห็นเด็กสาวหูจิ้งจอกกำลังนั่งยองๆ อยู่ข้างกองไฟ ดวงตาสีชมพูของเธอจ้องมองเธอด้วยความคาดหวัง สีหน้าเหมือนกับลูกแมวที่ถูกทิ้ง
หยานฮัวส่งเนื้อแดดเดียวให้ และถามด้วยเสียงที่เบาลงว่า “เซียวอวี่ เกิดอะไรขึ้นเหรอ”
“สะ สงสัยว่าข้าจะทำอะไรพลาดสักอย่าง” อวี่อิงรับเนื้อแดดเดียว พลางลอบมองซูไป๋ที่กำลังก้มหน้าวาดบางอย่างอยู่ และตอบกลับด้วยเสียงกระซิบว่า “ข้าทำอะไรผิดไปหรือเปล่า ก่อนหน้านี้ ตอนที่ข้าตักน้ำไปให้ท่านชาแมนดื่ม ท่านก็สั่งให้ข้าต้มมันก่อน”
เธอเพิ่งเคยทำหน้าที่สตรีรับใช้ชาแมนเป็นครั้งแรก จึงไม่แน่ใจว่าเผลอทำอะไรผิดไปหรือไม่ ความผิดปกติเพียงเล็กน้อยจากชาแมน ทำให้เธอรู้สึกราวกับว่าเธอทำบางอย่างผิดพลาดไป
“ต้มน้ำงั้นเหรอ” หยานฮัวเอียงศีรษะด้วยความสับสน [ทุกคนก็ดื่มน้ำจากภาชนะตรงๆ ไม่ใช่เหรอ เขาจะให้ต้มมันก่อนทำไมกัน]
เธอขมวดคิ้วและคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็นึกหาเหตุผลไม่ออก
“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวข้าจะถามท่านชาแมนให้นะ” หยานฮัวให้กำลังใจเธอ