เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 เธอมีหางไหมนะ

บทที่ 26 เธอมีหางไหมนะ

บทที่ 26 เธอมีหางไหมนะ


“ท่านชาแมน แล้วเราจะต่อท่อนไม้กลวงเหล่านี้เข้าด้วยกันได้อย่างไรขอรับ” ต้ากวาถามด้วยความอยากรู้

หยานเจียวได้ยินจึงถามตามอย่างรวดเร็วว่า “จริงขอรับ เราไม่สามารถต่อปลายทั้งสองด้านโดยการวางเข้าด้วยกันได้ เพราะน้ำจะรั่วออกมา”

การต่อท่อนไม้กลวงเข้าด้วยกันให้ได้ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด มิเช่นนั้นแล้ว ทุกอย่างก็จะไม่มีความหมาย

“ท่านชาแมนย่อมต้องมีหนทางอย่างแน่นอน” เฮยหยากล่าวด้วยความคาดหวัง

“ไม่ยากเลยครับ เหลาปลายด้านหนึ่งของท่อนไม้กลวงให้โค้งนูน จากนั้นคว้านรูของท่อนไม้กลวงอีกอันหนึ่งให้กว้างขึ้น แค่นี้เราก็จะเชื่อมต่อมันเข้าด้วยกันแบบ ‘นูน-เว้า’ ได้แล้ว” ซูไป๋นั่งยองๆ หยิบกิ่งไม้ขึ้นมาแล้วเริ่มวาดแผนผังบนพื้น

เขาไม่รู้สึกกังวลเรื่องรายละเอียดมากนักในตอนนี้ เพราะยังไงก็ไม่มีทางทำให้น้ำไม่รั่วซึมออกมาเลยได้อยู่แล้ว ตราบใดที่น้ำส่วนใหญ่ไหลผ่านไปจนถึงอาณาเขตเผ่าได้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

“ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง” หยานเจียวพยักหน้าหลังทำความเข้าใจ

ต้ากวาจ้องมองแผนภาพบนพื้นแล้วพยักหน้าตาม “ช่างเรียบง่าย แบบนี้น่าจะใช้เวลาไม่นานขอรับ”

“ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านชาแมนต้องมีวิธี” เฮยหยายิ้มกว้างด้วยความชื่นชม

“เอาล่ะครับ รีบขุดบ่อน้ำให้เรียบร้อยกันดีกว่า” ซูไป๋กล่าว พวกเขาออกนอกอาณาเขตเผ่ามาสักพักใหญ่แล้ว หากยังไม่เร่งมือ อีกไม่นานก็จะมืด

“พวกเราจัดการเองขอรับ” หยานเจียวกล่าวอย่างกระตือรือร้น เขาอยากจะขนน้ำกลับไปที่เผ่าโดยเร็วที่สุด

“ให้ข้าทำเถอะ” ต้ากวาเรียกหญิงสาวเขาวัวที่กำลังจะเริ่มขุด แล้วกล่าวต่อว่า “ข้าน่าจะขุดได้เร็วกว่า เจ้าไปคอยปกป้องท่านชาแมนเถอะ”

หลุมนั้นไม่ใหญ่มากนัก จึงมีพื้นที่ไม่พอสำหรับสี่คน นอกจากนี้ ถ้าให้นักรบโทเท็มสามคนขุด ก็จะทำงานได้เร็วขึ้นอีกด้วย

“เจ้าค่ะ” หยานฮัวขานรับ ก่อนจะขยับหลบไปยืนข้างๆ ซูไป๋ พร้อมอมยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก

ซูไป๋มองดูทั้งสามคนขุดโคลนด้วยมือเปล่าและถอนหายใจ “พวกเขาทำงานอย่างกับเป็นรถขุดมนุษย์…”

แค่เห็นเขาก็รู้สึกปวดนิ้วแทนแล้ว มีเพียงนักรบโทเท็มเท่านั้นที่สามารถขุดโคลนด้วยมือเปล่าแบบนี้ได้ หากเขาลองทำตาม ทั้งโคลนและทรายคงจะทำให้นิ้วของเขาเป็นแผล

เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ และครึ่งชั่วโมงต่อมา บ่อน้ำก็เสร็จสมบูรณ์ มันกว้างสามเมตร ลึกกว่าสองเมตร และมีทรายอยู่ก้นบ่อ ขณะนี้มีน้ำไหลเข้ามาสูงราวๆ หนึ่งฟุตแล้ว

[อัตราที่น้ำไหลเข้ามาไม่ได้ช้าจนเกินไป เมื่อคำนวณเทียบระดับน้ำของทะเลสาบกับบ่อน้ำแห่งนี้ น้ำควรจะไหลเข้ามาจนเต็มสองเมตรได้อย่างไม่มีปัญหา] ซูไป๋คาดการณ์ในใจ

“ท่านชาแมน เราจะต่อท่อนไม้กลวงกันเลยไหมขอรับ” หยานเจียวถามอย่างใจร้อน

“ถ้าเราเริ่มต่อท่อนไม้กลวงตอนนี้ เราจะกลับถึงอาณาเขตเผ่าทันก่อนค่ำไหมครับ” ซูไป๋ถาม

“ลำพังแค่พวกเราสามคน น่าจะต่อได้เพียงระยะทางสั้นๆ ขอรับ” หยานเจียวขมวดคิ้ว เมื่อคิดว่าพวกเขาต้องทั้งตัดต้นไม้และทำ 'ข้อต่อ'

“แล้วถ้าเกณฑ์ทุกคนในเผ่ามาช่วยกันต่อท่อนไม้กลวงล่ะครับ ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ กว่าจะต่อไปจนถึงอาณาเขตเผ่า” ซูไป๋ถามอีกครั้ง

“แบบนั้นน่าจะเสร็จในวันเดียวขอรับ” หยานเจียวตอบหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“เข้าใจแล้วครับ งั้นหากิ่งไม้มาปิดบ่อน้ำเอาไว้ก่อน ไว้พรุ่งนี้เราค่อยต่อท่อนไม้กลวงกันครับ” ซูไป๋พูดขึ้นอย่างนุ่มนวล

“ท่านชาแมน ทำไมต้องรอพรุ่งนี้ด้วยล่ะขอรับ ฟ้ายังสว่างอยู่เลย เราเริ่มต่อบางส่วนตอนนี้เลยไม่ดีกว่าหรือขอรับ” หยานเจียวกล่าวอย่างร้อนใจ

“เราสามารถแบ่งหน้าที่กันทำงาน เพื่อให้มันเสร็จเร็วขึ้นได้ครับ เริ่มจากการช่วยกันตัดท่อนไม้กลวงแล้วขนกลับไปที่เผ่า ให้ทุกคนช่วยกันทำ ‘ข้อต่อเว้า-นูน’ ให้เสร็จคืนนี้ จากนั้นพรุ่งนี้เราค่อยขนท่อนไม้ที่พร้อมต่อกลับมาที่นี่ แบบนั้นน่าจะเร็วกว่าจริงไหมครับ” ซูไป๋อธิบาย

ถึงยังไงคนในเผ่าก็มีเวลาว่างตอนกลางคืนอยู่แล้ว แทนที่จะเข้านอนแต่หัวค่ำ ถ้าออกมาช่วยกันทำ ‘ข้อต่อเว้า-นูน’ ก็จะช่วยประหยัดเวลาไปได้มากมาย นอกจากนี้ บริเวณนี้ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากทะเลสาบก็ถือเป็นพื้นที่อันตราย การให้นักรบโทเท็มทำทุกอย่างตั้งแต่ตัดท่อนไม้กลวง ทำข้อต่อ แล้วยังต้องระวังอันตรายไปพร้อมๆ กัน ในหนึ่งวันคงจะต่อท่อนไม้กลวงได้เพียงแค่ไม่เท่าไหร่ ดีไม่ดีสามวันผ่านไป น้ำอาจจะยังไปไม่ถึงเผ่าเลยก็ได้

“แต่คนอื่นๆ ก็ยังต้องออกตามหาพืชที่ใช้ทำผ้าลินินด้วยนะขอรับ” หยานเจียวยังคงพะวงเรื่องผ้าลินิน ถ้าเขาต้องเลือกระหว่างผ้าลินินกับแหล่งน้ำ ยังไงผ้าลินินย่อมต้องมาก่อน

“ถึงยังไงเราก็ยังหาไม่เจอนี่ จริงไหมครับ พักไปก่อนสักวันก็คงไม่เป็นไร” ซูไป๋ส่ายหน้า

“ขอรับ” หยานเจียวตอบรับอย่างไม่เต็มใจ

“เส้นทางที่เราใช้ในการต่อท่อนไม้กลวงจากตรงนี้ไปจนถึงอาณาเขตเผ่า จะต้องเป็นทางลาดที่เอียงลงเท่านั้นนะครับ ถึงแม้จะต้องอ้อมก็ตาม” ซูไป๋ออกคำสั่งอย่างจริงจัง “โดยเฉพาะส่วนที่อยู่ใกล้กับบ่อน้ำ ห้ามมีไม้กลวงแม้แต่ท่อนเดียวที่อยู่สูงกว่าอันก่อนหน้า ไม่อย่างนั้น ‘แรงดันน้ำ’ จะไม่เพียงพอที่จะส่งน้ำไปจนถึงอาณาเขตเผ่าครับ”

“เข้าใจแล้วขอรับ” หยานเจียว เฮยหยา และต้ากวาตอบพร้อมกัน

ทุกคนช่วยกันขนกิ่งไม้มาคลุมบ่อน้ำไว้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้เฮยหยายังยกหินจำนวนมากมาวางทับไว้อีกชั้น

ซูไป๋ตรวจสอบความเรียบร้อย ก่อนจะพยักหน้า เมื่อไม่พบปัญหาใดๆ เขากล่าวต่อว่า “เอาล่ะครับ พาผมกลับไปที่เผ่าได้แล้ว”

“ขอรับ” หยานเจียวตอบรับในทันที

ทั้งห้าคนมุ่งหน้ากลับอาณาเขตเผ่าโดยใช้ทางเดียวกับขามา ตรงข้ามกับอารมณ์ที่ซับซ้อนขณะเดินทางมา ทุกคนมุ่งหน้ากลับเผ่าด้วยความสุขและความตื่นเต้น

พวกเขาใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะกลับถึงเผ่า เป็นเวลาเดียวกับที่ดวงอาทิตย์กำลังค่อยๆ ลาลับไปในทิศตะวันตก เหลืออีกเพียงสองหรือสามชั่วโมงก่อนที่ท้องฟ้าจะมืดลง

“ท่านชาแมน ข้าจะส่งคนออกไปตัดท่อนไม้กลวงนะขอรับ” หยานเจียวรายงาน จากนั้นก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในป่าพร้อมกับเฮยหยาและต้ากวา

สมาชิกในเผ่าส่วนใหญ่ ถูกสั่งให้ไปรวมตัวกันที่จุดหาของป่าซึ่งมีต้นกลวงขึ้น ทุกคนจะได้ช่วยกันตัดต้นไม้และขนกลับไปที่เผ่าก่อนฟ้ามืด

*โครกคราก…* จู่ๆ ท้องของซูไป๋ก็ร้องเสียงดัง

“ท่านชาแมน หิวแล้วหรือเจ้าคะ” หยานฮัวถามด้วยรอยยิ้ม

“ผมหิวหน่อยๆ แล้วครับ” ซูไป๋ตอบอย่างจนปัญญา จะไม่ให้หิวได้ยังไง ทั้งวันเขายังไม่ได้กินอะไรเลย

ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามารับตำแหน่งชาแมน เขาก็ทำงานโดยไม่ได้หยุดพัก ตอนเช้า เขาเข้าประชุมเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ของเผ่า แล้วก็ตามหาตัวผู้ช่วย พอเที่ยง เขาเดินทางไปตรวจสอบแหล่งน้ำ เขามัวแต่ยุ่งอยู่ทั้งวันโดยไม่ได้กินอะไรเลย

“ท่านชาแมน กลับไปที่เต็นท์ก่อนเถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะเอาเนื้อแดดเดียวไปให้” หยานฮัวพูดพลางวิ่งสะบัดก้นออกไปอย่างรวดเร็ว

[สุดท้ายก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเธอมีหางไหม…] ซูไป๋มองดูก้นของสาวเขาวัวที่ส่ายไปมาขณะวิ่ง และนึกสงสัยว่า [ถ้าเราถามออกไปตรงๆ จะโดนหาว่าเป็นคนโรคจิตไหมนะ]

เขาหันหลังเดินไปทางเต็นท์กระโจมหลัก ก่อนจะพึมพำกับตัวเองว่า “ไม่หรอกมั้ง ในสังคมยุคโบราณน่าจะยังไม่มีนิยามของคำว่า ‘โรคจิต’ ใช่ไหมนะ”

จบบทที่ บทที่ 26 เธอมีหางไหมนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว