- หน้าแรก
- อยู่ดีๆ ผมก็ได้เป็นหัวหน้าเผ่ายุคบรรพกาลซะงั้น
- บทที่ 18 ไม่สามารถออกนอกอาณาเขตเผ่าได้
บทที่ 18 ไม่สามารถออกนอกอาณาเขตเผ่าได้
บทที่ 18 ไม่สามารถออกนอกอาณาเขตเผ่าได้
“ไม่เจ้าค่ะ ชาแมนไม่สามารถออกนอกอาณาเขตเผ่าได้” หยานฮัวกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง นี่คือเรื่องที่พ่อของเธอย้ำนักย้ำหนาก่อนจะออกไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามท่านชาแมนออกนอกอาณาเขตของเผ่าโดยเด็ดขาด
หัวหน้าเผ่าหยานเจียวตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ โดยไม่ได้คำนึงถึงสิ่งที่ชาแมนอาจต้องการ เพื่อการตามหาวัตถุดิบทำผ้าลินินโดยเร็วที่สุด เขาจึงพานักรบโทเท็มทุกคนออกไปด้วย
“ทำไมผมถึงไปไม่ได้ล่ะครับ” ซูไป๋ขมวดคิ้ว ในหัวของเขาเริ่มคาดเดาถึงเรื่องร้ายๆ ไปต่างๆ นานา [นี่เราโดนสั่งกักบริเวณงั้นเหรอ พวกนั้นกลัวเราจะหนีไปหรือยังไง]
“เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านชาแมนเองเจ้าค่ะ” เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่พอใจของซูไป๋ หยานฮัวจึงพยายามชี้แจงเพิ่มเติม “ท่านชาแมน ข้างนอกน่ะอันตรายมาก ท่านเป็นเสาหลักของเผ่ามังกรอัคคีของเรา ถ้าออกไปแล้วเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นจะทำยังไงเจ้าคะ”
“จะมีเรื่องร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นได้ล่ะ เธอก็อยู่กับผมด้วยไม่ใช่เหรอ” สีหน้าที่เคร่งเครียดของซูไป๋ค่อยผ่อนคลายลง [ตราบใดที่ไม่ใช่การกักบริเวณก็คงไม่เป็นไร]
“ท่านชาแมน ท่านเพิ่งจะกลายเป็นชาแมน และมีหลายเรื่องที่ท่านยังไม่รู้ มีนักรบโทเท็มพเนจรที่จ้องจะลักพาตัวชาแมนของเผ่าเล็กๆ เพื่อบีบบังคับให้ทำพิธีสืบทอดชาแมนให้กับคนของเผ่าตัวเอง” ดูเหมือนหยานฮัวจะนึกเรื่องบางอย่างออก และเล่าต่อน้ำเสียงที่แสดงถึงความเกลียดชัง “ในบรรดาบรรพบุรุษเผ่ามังกรอัคคีของเรา ก็เคยมีชาแมนคนหนึ่งถูกนักรบโทเท็มพเนจรลักพาตัวไป หลังจากนั้น บรรพบุรุษจึงตัดสินใจออกกฎว่าห้ามชาแมนออกนอกอาณาเขตเผ่าโดยเด็ดขาดเจ้าค่ะ”
“ที่แท้ก็เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น” ซูไป๋กล่าวด้วยความประหลาดใจ [ชาแมนถือเป็นตำแหน่งที่มีความเสี่ยงสูง ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีนักรบโทเท็มพเนจรจ้องจะลักพาตัวเราอยู่ด้วย]
พอเขาลองคิดตาม ก็เข้าใจถึงเหตุผลของกฎดังกล่าว [นักรบโทเท็มพเนจรย่อมเป็นพวกที่เผ่าของตัวเองล่มสลายไปแล้ว หรือพูดอีกอย่างก็คือสูญเสียชาแมนของเผ่าไป พวกเขาจึงต้องการตัวชาแมนอย่างเร่งด่วน จนเลือกที่จะลักพาตัวชาแมนของเผ่าอื่น เพื่อทำการสืบทอดชาแมน จะได้มั่นใจว่าเผ่าของตัวเองจะสามารถปลุกพลังนักรบโทเท็มคนใหม่ต่อไปได้อนาคต]
“ท่านชาแมน ข้างนอกมันอันตรายมาก ต้องอยู่ภายในอาณาเขตของเผ่า ท่านจึงจะปลอดภัยอย่างแท้จริงเจ้าค่ะ” หยานฮัวพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างตรงไปตรงมา
“เผ่าของเรามีนักรบโทเท็มทั้งหมดสิบเอ็ดคน แต่จะออกล่าเพียงครั้งละหกคนเท่านั้น นั่นก็เพราะนักรบโทเท็มที่เหลือ ต้องคอยทำหน้าที่อารักขาชาแมนใช่ไหมครับ” ซูไป๋ถามด้วยตาที่หรี่ลง
“เจ้าค่ะ” หยานฮัวตอบรับ
เพื่อโน้มน้าวซูไป๋ไม่ให้ออกนอกอาณาเขตเผ่า เธอจึงกล่าวต่อว่า “หัวหน้าเผ่าคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่า เหตุผลที่ท่านพ่อไม่ไปออกล่า ก็เพื่อคอยดูแลความปลอดภัยของชาแมนเจ้าค่ะ”
“แบบนั้นมันเป็นการสิ้นเปลืองกำลังคนโดยใช่เหตุ” ซูไป๋ตอบพร้อมส่ายหน้า หากเผ่ามีนักรบโทเท็มมากเกินไป จะเหลือบางส่วนไว้ดูแลความปลอดภัยก็คงไม่ใช่ปัญหา
แต่เผ่าของพวกเขามีนักรบโทเท็มอยู่แค่สิบเอ็ดคน ต้องเหลือไว้ถึงห้าคนเพื่ออารักขาชาแมน แถมหัวหน้าเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดก็ออกไปไหนไม่ได้
[ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมออกล่าเท่าไหร่ก็ไม่พอกิน]
ไม่ใช่ว่าซูไป๋ไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเอง เขาแค่พิจารณาถึงการใช้ประโยชน์จากกำลังคนของเผ่าอย่างคุ้มค่าที่สุด เพื่อให้เผ่าสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
“งั้นหน้าที่หลักของเผ่าก็คือการดูแลความปลอดภัยของผมสินะครับ” ซูไป๋สรุปด้วยตัวเอง [เรามีจำนวนประชากรน้อยเกินไป ไม่สิ ที่น้อยเกินไปคือนักรบโทเท็ม ปัญหาจำนวนประชากรกับนักรบโทเท็ม เป็นเรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในทันที ทรัพยากรเหล่านี้ไม่สามารถผลิตขึ้นได้ตามใจชอบ ทางเลือกของเรามีจำกัดเหลือเกิน]
ซูไป๋ตัดสินใจที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำก่อน หากมีแหล่งน้ำที่เข้าถึงได้ง่าย จะช่วยลดภาระของนักรบโทเท็ม ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาขนน้ำอีกต่อไป
เขาต้องพยายามเกลี้ยกล่อมหญิงสาวหัวรั้นตรงหน้า ให้พาเขาไปสำรวจทะเลสาบ เพราะถึงยังไง เขาก็ไม่รู้ทางไปที่นั่น
“ท่านชาแมน ท่านจะออกนอกอาณาเขตเผ่าไม่ได้เจ้าค่ะ” หยานฮัวกล่าวย้ำ เรื่องอื่นเธอสามารถยอมได้หมด แต่เรื่องใดก็ตามที่อาจเป็นการเสี่ยงต่อความปลอดภัยของชาแมน เธอไม่อาจยอมได้
“แต่ถ้าผมได้สำรวจทะเลสาบ บางทีผมอาจจะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำได้นะครับ ทุกคนอาจจะไม่ขาดแคลนน้ำอีกต่อไป” ซูไป๋กางมือออก
“ไม่ว่ายังไง ก็ไม่ได้เจ้าค่ะ” หยานฮัวกล่าวอย่างดื้อรั้น
“คุณไม่รู้สึกตัวเลยเหรอครับ ว่าตัวคุณเหม็นแค่ไหน” ซูไป๋พูดพร้อมกับทำจมูกย่น เขาถอยหลังไปอีกหนึ่งก้าว พร้อมกับยกมือขึ้นมาโบกไปมาตรงหน้าจมูกของเขา
“ตัวข้าไม่เหม็นสักหน่อย” หยานฮัวตะโกนด้วยความโมโห
“จริงเหรอครับ ลองตั้งใจดมดูก่อนสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่าตัวคุณเหม็นแค่ไหน” ซูไป๋ถอยห่างออกไปอีกก้าวหนึ่ง ทำหน้ารังเกียจเต็มที่
“ก็ได้ ข้าจะลองดมดู” หยานฮัวโกรธจนตัวสั่น เธอกัดฟัน ก้มหน้าลงไปจนคางชิดหน้าอก แล้วสูดดมด้วยจมูกที่เคยเชิดสูงด้วยความถือดีของเธอ กลิ่นเหม็นเปรี้ยวพุ่งเข้าจมูกของเธอ ทำให้เธอรู้สึกหายใจไม่ออกทันที
อวี่อิงเองก็ทำตามด้วยการยกแขนขึ้นข้างหนึ่งและหันไปใต้วงแขนของตัวเอง
“อี๋ เหม็น เหม็นจริงด้วย…” เธอพูดตะกุกตะกัก ขณะที่ใบหน้าซีดเผือด เธอรู้สึกพะอืดพะอมไปทั้งตัว
“…” หยานฮัวเองก็มีสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนัก ความคิดมากมายแว่บเข้ามาในหัวของเธอ [ข้าตัวเหม็นเหลือเกิน คนอื่นๆ ก็คิดว่าข้าตัวเหม็นเหมือนกันรึเปล่านะ ช่างน่าอายเสียเหลือเกิน]
จมูกของมนุษย์นั้นมีความสามารถด้านการปรับตัวที่ดีเยี่ยม หลังจากสูดดมกลิ่นตัวเองต่อเนื่องเป็นเวลานาน จมูกก็จะปรับตัวจนชินกับกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ในท้ายที่สุด บุคคลดังกล่าวก็จะไม่สามารถรับรู้ถึงกลิ่นเหม็นเปรี้ยวได้อีก
นี่คือสถานการณ์ปัจจุบันของหยานฮัวกับอวี่อิง ทั้งคู่ไม่ได้อาบน้ำมานานหลายวัน แต่กลับไม่รู้สึกว่าตัวเองมีกลิ่นเหม็น จนกระทั่งซูไป๋ทักขึ้น พวกเธอถึงเริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองมีกลิ่นเหม็น เหม็นจนทำให้พวกเธอรู้สึกคลื่นไส้พะอืดพะอมจากการดมกลิ่นตัวเอง
“เป็นยังไงบ้างครับ เหม็นไหม” ซูไป๋กอดอกพร้อมกับหยอกล้อ “แล้วรู้ไหมครับ ว่าคนอื่นๆ ก็ได้กลิ่นนี้โชยออกมาจากตัวคุณ”
“ข้า…” หยานฮัวจนปัญญาจะโต้แย้ง ความคิดที่ว่าทุกคนรอบตัวเธอ แอบนินทาลับหลังเรื่องที่เธอตัวเหม็น ทำให้เธอแทบเสียสติ
ซูไป๋ถามต่อว่า “ในเผ่าไม่มีนักรบโทเท็มเหลืออยู่แม้แต่คนเดียวเลยใช่ไหม ทุกคนออกไปพร้อมกับหัวหน้าเผ่าถูกไหมครับ”
“เจ้าค่ะ ทุกคนออกไปกันหมด” สีหน้าของหยานฮัวดูไม่เป็นค่อยจะเป็นธรรมชาติ เธอโทษความหุนหันพลันแล่นของพ่อเธอ เขาทำตัวไม่ได้เรื่อง ทิ้งภาระหน้าที่อันหนักอึ้งอย่างการปกป้องท่านชาแมนไว้ให้เธอทำตามลำพัง
ซูไป๋ฉีกยิ้มกว้าง เขาถามต่อว่า “งั้นถ้าในเผ่าไม่เหลือนักรบโทเท็มอยู่แม้แต่คนเดียว คุณจะปกป้องผมได้ยังไงครับ แบบนี้เราออกไปตามตัวหัวหน้าเผ่า ยังจะดูปลอดภัยกว่าเสียอีก”
“กะ ก็ได้เจ้าค่ะ” หยานฮัวก้มหน้ามองพื้นอย่างจนปัญญา เธอรู้สึกเห็นด้วยกับซูไป๋
“งั้นก็ไปกันเถอะ เราจะหาตัวหัวหน้าเผ่ากับคนอื่นๆ ให้เจอก่อน แล้วค่อยไปสำรวจทะเลสาบกัน” ซูไป๋มองว่าการมีนักรบโทเท็มอยู่ด้วย จะทำให้เขาอุ่นใจขึ้นได้มาก และยังมีงานหนักบางอย่างที่ต้องการกำลังคน
เพราะถึงยังไง เขาก็ยังไม่ได้เริ่มเรียนเคล็ดวิชาชาแมน อีกทั้งหยานฮัวก็ยังไม่ใช่นักรบโทเท็มด้วย หากเผชิญหน้ากับสัตว์ร้าย ทั้งเขาและหยานฮัวคงไม่มีทางรอดแน่ๆ
“อวี่อิง เจ้ารออยู่ที่นี่นะ ไปช่วยทำความสะอาดเต็นท์ท่านชาแมนก่อนก็ได้” ก่อนออกเดินทาง หยานฮัวหันไปพูดกับสาวหูจิ้งจอก
“ตกลง ระวังตัวด้วยนะ” อวี่อิงกล่าวเตือนอย่างอ่อนโยน