เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ผู้สมัครตำแหน่งสตรีรับใช้ชาแมน

บทที่ 15 ผู้สมัครตำแหน่งสตรีรับใช้ชาแมน

บทที่ 15 ผู้สมัครตำแหน่งสตรีรับใช้ชาแมน


[ข้าควรจะเสนอตัวเองเป็นสตรีรับใช้ชาแมนไหมนะ] คำพูดของพ่อเธอแว่วผ่านมาในหัวของหยานฮัว ทำให้เธอรู้สึกลังเล

แต่หากเธอไม่สามารถเป็นนักรบโทเท็มได้ เธอก็คงไม่อาจล้างแค้นให้กับซาหลาน เพื่อนรักของเธอได้ ในวันที่เธอตายไป ซาหลานคงจะหัวเราะเยาะเธออย่างแน่นอน

เพื่อนรักของเธอนามว่าซาหลานคนนี้ คือหญิงสาวที่แข็งแกร่งไม่แพ้เธอเลย ชื่อของเธอมาจากบลูเบอร์รี่ทราย ซึ่งเป็นผลไม้โปรดของเธอ

“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ หรือว่าคนๆ นั้นไม่ได้อยู่ในเผ่าเรา” ซูไป๋มองออกว่าหยานฮัวน่าจะมีความในใจบางอย่าง มิเช่นนั้น เธอคงไม่ดูลำบากใจขนาดนี้ เพราะสีหน้าของเธอมันบอกอย่างชัดเจน อยู่ๆ เธอก็ขมวดคิ้ว แล้วก็เบะปาก จากนั้นสักพักก็กัดฟัน

“ไม่เลยเจ้าค่ะ เธออยู่แถวนี้นี่แหละ แล้วก็เป็นเพื่อนสนิทของข้าเอง” ดวงตาสีแดงของหยานฮัวเป็นประกาย ก่อนที่เธอจะเลือกเสนอตัวเพื่อนสนิทอีกคนของเธอ

เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะต้องเป็นนักรบโทเท็มให้ได้ หากเธอเลือกเป็นสตรีรับใช้ชาแมน เธอก็จะไม่มีเวลาฝึกฝนร่างกาย และหากมีพลังชี่และพลังชีวิตไม่พอ ก็จะไม่สามารถปลุกพลังโทเท็มในตัวเธอได้

หากต้องการล้างแค้น หนทางเดียวของเธอคือการเป็นนักรบโทเท็ม เพื่อให้เธอแข็งแกร่งพอที่จะสังหารคนเผ่าอสรพิษดำได้

“เข้าใจแล้ว งั้นช่วยพาผมไปหาเธอคนนั้นทีครับ” ซูไป๋ไม่ได้สอบถามถึงเรื่องกังวลใจของหยานฮัว เพราะถึงยังไง สาวๆ ทุกคนย่อมมีเรื่องให้ต้องคิดมากอยู่เสมอ

“เดี๋ยวข้าไปตามตัวเธอมาดีกว่าเจ้าค่ะ” หยานฮัวรีบตอบ เธอจะปล่อยให้ชาแมนเป็นฝ่ายไปหาคนอื่นก่อนได้ยังไง ถ้าพ่อเธอได้ยินเรื่องนี้เขา มีหวังโดนบ่นหูชาอีกแน่ๆ

“ไม่เป็นไรครับ ผมจะใช้โอกาสนี้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ของเผ่าเพิ่มเติมด้วย” ซูไป๋กล่าวอย่างอ่อนโยน ในฐานะ 'หัวหน้าหมู่บ้าน' ที่เป็นผู้นำเผ่า เขาจำเป็นต้องเข้าใจสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนในเผ่า

“เจ้าค่ะ” หยานฮัวพยักหน้าอย่างจนปัญญา ก่อนจะเริ่มเดินนำเขาไป

ขณะนั้นในค่ายเงียบสงบมาก ไม่มีวี่แววของผู้คนเลย จนกระทั่งพวกเขาไปถึงบริเวณรอบนอกของเผ่า จึงได้เห็นกลุ่มเด็กๆ กำลังเล่นสนุกกันอยู่ หรือพูดอีกอย่างก็คือ กำลังเล่นมวยปล้ำกัน และกลิ้งคลุกฝุ่นกันเลอะเทอะ

“เด็กพวกนี้ใครเหรอครับ” ซูไป๋ถาม

“พวกเขาเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีใครดูแลพวกเขาเจ้าค่ะ” หยานฮัวกล่าวด้วยความรู้สึกที่เธอเองก็บอกไม่ถูก

โดยปกติแล้ว เธอจะไม่ค่อยชอบมาที่บริเวณนี้ การพบเห็นเด็กๆ พวกนี้ ทำให้เธอรู้สึกปวดใจทุกครั้ง แต่เธอก็ไร้ซึ่งอำนาจใดๆ ในการช่วยเหลือพวกเขา

“แล้วอาหารล่ะครับ พวกเขากินอะไร” ซูไป๋ขมวดคิ้ว

“ทางเผ่าจะแบ่งอาหารมาให้เจ้าค่ะ เด็กคนไหนมีพรสวรรค์ พออายุครบสิบสี่ปี นักรบโทเท็มจะสอนวิธีการฝึกฝนร่างกายให้กับพวกเขา และมอบเนื้อสัตว์ร้ายให้กิน เพื่อเพิ่มพลังชี่และพลังชีวิตให้เพียงพอสำหรับการปลุกพลังโทเท็มในตัว” หยานฮัวตอบด้วยเสียงที่เบาลง

“แล้วคนที่ไม่มีพรสวรรค์ล่ะครับ” สีหน้าของซูไป๋ดูดีขึ้นเล็กน้อย โชคดีที่เด็กกำพร้าพวกนี้ไม่ได้ถูกปล่อยทิ้งไว้ให้ดูแลตัวเอง

ในเมื่อเขาได้รับรู้ถึงเรื่องนี้แล้ว เขาก็เริ่มวางแผนที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับเด็กกำพร้าของเผ่า เพราะถึงยังไง เด็กๆ ทุกคนก็ถือเป็นอนาคตของเผ่า

“คนที่ไม่มีพรสวรรค์ก็จะต้องช่วยงานแทนเจ้าค่ะ พวกเขาจะรับหน้าที่ในการออกไปเก็บพืชผักผลไม้ สร้างเต็นท์ ขัดเครื่องมือหิน แปรรูปหนังสัตว์...” หยานฮัวร่ายยาวให้เขาฟังถึงหน้าที่ต่างๆ ภายในเผ่า

“เธอเองก็ต้องทำงานพวกนี้ด้วยใช่ไหมครับ” ซูไป๋ถามด้วยความสงสัย

“ข้าทำหน้าที่ขัดเครื่องมือหินเจ้าค่ะ ชุดหนังสัตว์ที่ข้าใส่อยู่ตอนนี้ ก็เป็นฝีมือข้าตัดเย็บด้วยตัวเอง” หยานฮัวตอบราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้กันอยู่แล้ว

เธอแอบคาดเดาเกี่ยวกับที่มาของซูไป๋ในใจ และเริ่มมั่นใจในความคิดก่อนหน้าของเธอมากขึ้น [ท่านชาแมนจะต้องมาจากเผ่าใหญ่แน่ๆ มิเช่นนั้น เรื่องพื้นฐานพวกนี้ เขาจะไม่รู้ได้ยังไงกัน]

“ทำไมถึงมองผมแบบนั้นล่ะครับ หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือเปล่า” ซูไป๋เอามือลูบหน้าของตัวเองด้วยความสงสัย

“เปล่าเจ้าค่ะ ไม่มีอะไร” เมื่อถูกจับได้ หยานฮัวจึงรีบเฉไฉด้วยการเบี่ยงประเด็น “ท่านชาแมน เราเดินกันต่อเถอะเจ้าค่ะ เพื่อนข้าอยู่ในเต็นท์หลังนั้น”

ทั้งสองมาถึงเต็นท์กระโจมความสูงห้าหรือหกเมตร ซึ่งเย็บขึ้นจากหนังสัตว์สีเทา ดำ และน้ำตาล ขึงด้วยเถาวัลย์

“อวี่…” หยานฮัวกำลังจะเรียกเพื่อนของเธอออกมา

“ยังไม่ต้องเรียกดีกว่าครับ” ซูไป๋รีบห้ามเอาไว้และถามว่า “เธออยู่คนเดียวข้างในหรือเปล่าครับ”

“ไม่เจ้าค่ะ เธออยู่กับคนอื่นๆ อีกหลายคน พวกเขาใช้เต็นท์นี้เป็นที่ทำงานด้วย” หยานฮัวอธิบายด้วยความงุนงง

“งั้นก็ดีแล้วครับ ผมขอสังเกตการทำงานของเพื่อนคุณก่อน เพื่อดูว่าเธอเหมาะจะเป็นสตรีรับใช้ชาแมนไหม” ซูไป๋บอกด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความกังวลใจ

หลังจากที่เธอถูกเลือกให้เป็นสตรีรับใช้ชาแมนของเขาแล้ว เธอจะได้ล่วงรู้ความลับต่างๆ มากมาย เช่น สิ่งของที่เขาได้รับจากแพ็คเกจช่วยเหลือรายวัน สำหรับเขา แม้แต่เรื่องที่ดูเหมือนจะไม่สำคัญ ก็จำเป็นต้องถูกเก็บไว้เป็นความลับ ดังนั้น เขาจึงต้องคัดเลือกผู้สมัครด้วยความระมัดระวัง

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” หยานฮัวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า

ซูไป๋ค่อยๆ ยกชายเต็นท์ขึ้นช้าๆ และแอบมองเข้าไปภายในเต็นท์ เขาพบว่ามีคนอยู่ข้างในทั้งหมดสามคน เด็กสาวคนหนึ่งกำลังเย็บหนังสัตว์ ในขณะที่ผู้หญิงสองคนวัยสามสิบกว่าๆ กำลังร้อยเชือกหญ้า

เขาจึงตั้งใจสังเกตเด็กสาวเป็นพิเศษ เด็กสาวคนนี้มีหูสีชมพูคู่หนึ่งอยู่บนศีรษะ ปลายหูสีขาว ดูคล้ายกับหูของสุนัขจิ้งจอก

ซูไป๋เข้าใจทันทีว่าเธอคือสาวหูจิ้งจอก

โดยธรรมชาติแล้ว เมื่อผู้หญิงหลายๆ คนมารวมตัวกัน ทันทีที่พวกเธอรู้สึกเบื่อ ก็จะเริ่มซุบซิบนินทากันเกี่ยวกับเรื่องทั่วๆ ไป

“อวี่อิง ทำไมเจ้าไม่ไปอาศัยอยู่กับหัวหน้าทีมชางซื่อล่ะ เจ้าจะมาทนเบียดเสียดอยู่กับพวกเราที่นี่ทำไม” หญิงสาวที่อายุมากกว่าพูดขึ้น

“ใช่ ท่านชาแมนคนใหม่ยังหนุ่มยังแน่น เจ้าเป็นถึงหลานสาวของหัวหน้าทีมนักล่า ข้ามั่นใจว่าเจ้าต้องมีโอกาสได้รับใช้ท่านชาแมนแน่ๆ” หญิงสาวอีกคนพูดแทรกเข้ามา

“ไม่เจ้าค่ะ ท่านป้ากำลังตั้งครรภ์อยู่ จะให้ข้ากลับไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง” เด็กสาวที่ชื่ออวี่อิงตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่มั่นใจ

“เจ้านี่ช่างโง่เง่านัก ท่านหัวหน้าทีมชางซื่อน่ะเป็นนักรบโทเท็ม ยังไงก็เลี้ยงดูเจ้าให้อิ่มท้องได้สบายๆ เจ้ากลับเลือกมาอดมื้อกินมื้ออยู่ที่นี่” หญิงสาวที่อายุมากกว่ากล่าวด้วยความหงุดหงิด

“จริง สามีข้าชิงจากไปเสียก่อน มิเช่นนั้น เขาก็คงได้เป็นนักรบโทเท็มเหมือนกัน พวกเราจะได้มีเนื้อกินจนอิ่มท้อง” ผู้หญิงอีกคนถอนหายใจ

จู่ๆ บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความเศร้าหมอง หญิงสาวทั้งสองคนตกอยู่ในห้วงอารมณ์หดหู่ของตัวเอง

“…” อวี่อิงขยับริมฝีปากที่แห้งผากของเธอ แต่ก็ไม่ได้ตอบโต้ใดๆ มือของเธอยังคงเย็บหนังสัตว์อย่างคล่องแคล่ว ร้อยเถาวัลย์ไขว้กันไปมา

เมื่อเริ่มเมื่อยมือ เธอก็จะหยุดพักและสะบัดข้อมือ ในขณะที่เธอตั้งใจจะยืดเอวและขยับตัวสักเล็กน้อย เธอก็หันมาพบกับดวงตาสีดำคู่หนึ่ง ที่ลอบมองผ่านช่องว่างของชายเต็นท์

“นะ นั่นใครน่ะ” อวี่อิงจ้องมองนิ่ง ดวงตาสีชมพูของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก

“อะไรหรือ” หญิงสาวอีกสองคนรีบหันมองตาม แต่เห็นเพียงชายเต็นท์ที่ปลิวค้างอยู่

“เมื่อสักครู่ มีคนแอบมองพวกเราเจ้าค่ะ” อวี่อิงกล่าวด้วยความตื่นตกใจ ในขณะที่ร่างกายสั่นเทา

“คงเป็นพวกเด็กซนมาแอบดูอวี่อิงกระมัง” หญิงสาวที่อายุมากกว่าหยอกล้อ

“จริง อวี่อิงน่ะช่างงดงาม แถมอายุสิบหกปีแล้ว ถึงวัยที่จะมีคู่ครองพอดี” หญิงสาวอีกคนกล่าวเสริม

“พะ พวกท่าน อย่าล้อข้าเล่นสิเจ้าคะ” อวี่อิงหน้าแดงทันที หูจิ้งจอกบนหัวของเธอหลุบลง ในขณะที่เธอกอดเข่าก้มหน้า ราวกับเป็นลูกบอล

“พูดเรื่องนี้ทีไร อวี่อิงก็มักจะเอาแต่เขินอาย ช่างน่ารักเสียจริง”

“ขี้อายเกินไปก็ใช่ว่าจะดีนะ”

“ว่าแต่จะมีชายหนุ่มสักคนไหมนะ ที่สามารถผ่านด่านหัวหน้าทีมชางซื่อได้”

“…”

จบบทที่ บทที่ 15 ผู้สมัครตำแหน่งสตรีรับใช้ชาแมน

คัดลอกลิงก์แล้ว