- หน้าแรก
- อยู่ดีๆ ผมก็ได้เป็นหัวหน้าเผ่ายุคบรรพกาลซะงั้น
- บทที่ 14 พืชที่ใช้ทำผ้าลินิน
บทที่ 14 พืชที่ใช้ทำผ้าลินิน
บทที่ 14 พืชที่ใช้ทำผ้าลินิน
“ชางซื่อ ในระหว่างที่ออกล่า คุณก็สามารถตามหาพืชที่ใช้ทำผ้าลินินไปด้วยได้ครับ” ซูไป๋กล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามกล่อมให้ใจเย็นลง
“แล้วพืชที่ว่านี้มันหน้าตาเป็นอย่างไรหรือขอรับ” ชางซื่อรีบถามต่อ
“ผมก็ไม่แน่ใจว่าแถวๆ นี้จะมีพืชที่ว่านั่นอยู่ไหมนะครับ” ซูไป๋ขมวดคิ้วขณะใช้ความคิดและอธิบายว่า “เดี๋ยวผมจะอธิบายคุณสมบัติของพืชที่ต้องการให้ฟัง แล้วพวกคุณเจอพืชอะไร ก็เก็บมาทดสอบคุณสมบัติดูครับ”
“บอกมาได้เลยขอรับ พวกเราจะจำให้ขึ้นใจ” ทั้งหยานเจียวและชางซื่อ ต่างตั้งใจฟังและพยายามที่จะจดจำอย่างเต็มที่
“ลำต้นของพืชที่ใช้ทำผ้าลินินจะไม่หนามาก ใหญ่ประมาณหัวแม่มือ และสามารถฉีกขาดออกเป็นริ้วคล้ายกับเส้นใยได้ง่าย ยิ่งเส้นเล็กยิ่งดีครับ” ซูไป๋บรรยายถึงคุณสมบัติของเส้นใยลินิน
เขาเกรงว่าพืชตระกูลดังกล่าวภายในโลกยุคบรรพกาลแห่งนี้ อาจมีหน้าตาไม่เหมือนกับบนโลกที่เขาคุ้นเคย เขาจึงไม่ได้บอกชื่อของพืชบนโลกอย่าง ‘ต้นป่าน’ กับทั้งคู่ เนื่องจากอาจทำให้ต้องเสียเวลาไปกับการค้นหามากเกินไป วิธีที่ดีกว่าคือการค้นหาแบบกว้างๆ โดยอธิบายคุณสมบัติของวัตถุดิบที่ต้องการแทน
“ลำต้นสามารถฉีกขาดออกเป็นริ้วคล้ายกับเส้นใยได้ง่ายงั้นหรือขอรับ” หยานเจียวและชางซื่อต่างขมวดคิ้วขณะครุ่นคิด
“เท่านี้แหละครับ ถ้าหาวัตถุดิบในการทำผ้าลินินเจอเมื่อไหร่ เราถึงจะเริ่มทำผ้าลินินได้ครับ” ซูไป๋กล่าวอย่างจนปัญญา แม้แต่ภรรยาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็ไม่อาจทำอาหารได้หากไม่มีข้าว
“ขอรับ” หยานเจียวและชางซื่อพากันหันหลังแล้ววิ่งออกจากเต็นท์อย่างรวดเร็ว
ผ้าลินินจะเป็นกุญแจสำคัญในการเติบโตของเผ่า ทั้งคู่จึงไม่อาจวางใจให้คนอื่นทำหน้าที่นี้แทนได้ พวกเขาจำเป็นต้องนำทีมออกไปตามหาด้วยตัวเอง
“พวกเขาช่างมุ่งมั่นจริงๆ” ซูไป๋หัวเราะขณะที่เขามองดูชายเต็นท์ที่ปลิวสะบัด เขาหันกลับมาสนใจด้านในเต็นท์อีกครั้ง
และเริ่มจัดระเบียบสิ่งต่างๆ ภายในเต็นท์ แยกเก็บสิ่งของที่ใช้ประโยชน์ได้ตามหมวดหมู่ เขาพบกล่องไม้จำนวนหนึ่ง ที่ทำมาจากไม้ธรรมดา
“พวกนี้คงจะเป็นของสะสมทั่วๆ ไปของท่านชาแมน” ซูไป๋เลือกเปิดกล่องใบหนึ่ง ภายในมีสิ่งของที่แปลกประหลาดอยู่มากมาย เช่น เศษหินที่สลักด้วยรูนชาแมนที่ไม่สมบูรณ์ ชิ้นส่วนกระดูกของสัตว์ร้ายที่ไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไร และแผ่นหนังสัตว์คุณภาพสูง
“หืม ในนี้มีอะไรอยู่นะ” ตรงมุมกล่องใบหนึ่ง เขาพบหลอดไม้วางอยู่ จึงหยิบมันออกมาด้วยความระมัดระวัง หลังจากดึงจุกไม้ออกแล้ว เขาก็พบว่ามีของเหลวสีดำอยู่ข้างใน
“นี่ใช่หมึกไหมนะ” ซูไป๋คาดเดาอย่างตื่นเต้น แต่เขาก็ไม่อาจมั่นใจได้ เพราะไม่มีใครที่จะช่วยตอบคำถามนั้นกับเขา
เขาเก็บหลอดไม้กลับเข้าที่ด้วยความรู้สึกจนปัญญา พลางถอนหายใจ “จริงๆ เลยนะ ท่านชาแมนไม่เหลือผู้ช่วยหรือคู่มืออะไรทิ้งไว้ให้เลย…”
ซูไป๋กวาดตามองรอบๆ เต็นท์ที่รกเลอะเทอะจากการรื้อข้าวของ และตัดสินใจว่าเขาคงต้องมีผู้ช่วยสักคน เขาควรปล่อยให้ผู้ช่วยเป็นคนจัดการเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน
เขาหยิบม้วนหนังสัตว์ขึ้นมา และพบถ่านไม้จำนวนหนึ่ง
จากนั้นจึงเดินออกไปนอกเต็นท์เพื่อตามหาใครบางคน
“มาได้จังหวะพอดีเลย” หลังจากออกจากเต็นท์ ซูไป๋ก็สังเกตเห็นสาวเขาวัวยืนหลบอยู่ตรงเงาของเต็นท์
แต่เดิมนั้น เขาไม่สามารถที่จะรู้ตัวล่วงหน้าได้ว่าหยานฮัวอยู่ตรงไหน หลังจากที่กลายเป็นชาแมนแล้ว เขาก็เริ่มที่จะสัมผัสได้คร่าวๆ เวลามีคนอยู่ใกล้ๆ
“…” หยานฮัวตกตะลึงไปชั่วขณะ เธอตั้งใจที่จะย่องเข้าใกล้เขาอย่างเงียบๆ แต่ซูไป๋กลับรู้ตัวเสียก่อน เธอจึงรู้สึกหมดสนุก
เธอเงยหน้าขึ้นมองชาแมนคนใหม่ เจ้าของผมสีดำ ดวงตาสีดำ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ทั้งคู่สบตากันโดยบังเอิญ และเธอรู้สึกราวกับว่าดวงตาสีแดงของเธอ ถูกดวงตาสีดำสนิทของเขาสะกดเอาไว้ จนจิตใจของเธอหลุดลอยออกจากตัวไปชั่วขณะ
“มัวเหม่อลอยอะไรอยู่เหรอครับ” ซูไป๋โบกมือไปมาตรงหน้าของเธอ
“…” หยานฮัวสะดุ้งก่อนจะตั้งสติได้ เธอรีบก้มหน้าลง ท่าทีอันแสนเย่อหยิ่งก่อนหน้านี้หายไปจนหมด
ตอนนี้เธอรู้สึกไม่เข้าใจตัวเองอย่างมาก เธอสัมผัสได้ว่าซูไป๋นั้น มีบรรยากาศรอบตัวที่คล้ายกับชาแมนชราอย่างมาก ทั้งลี้ลับและยากที่จะหยั่งถึง
“เธอไม่สบายหรือเปล่า” ซูไป๋จ้องมองท่าทีที่ดูผิดปกติของเธอด้วยความงุนงง เขาอดใจไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปใกล้ตัวเธอมากขึ้น และใช้มือแปะตรงหน้าผากของหยานฮัว
“…” หยานฮัวถึงกับทำอะไรไม่ถูก เมื่อสังเกตเห็นมือที่วางบนหน้าผากของเธอ ความเย็นที่ส่งผ่านออกมาจากฝ่ามือ ทำให้ใบหน้าของเธอแดงก่ำทันที
“ทะ-ท่าน ท่านจะทำอะไรน่ะเจ้าคะ” เธอรีบขยับตัวถอยหนี ทั้งประหม่า และพูดติดๆ ขัดๆ “ขะ ข้าไม่ยอมถวายตัวให้ท่านหรอกนะเจ้าคะ”
“หา” ซูไป๋ยกมือขึ้นและมองบน เขาถามอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “นี่เธอพูดเรื่องไร้สาระอะไรอยู่เนี่ย อีกอย่าง ผมไม่ชอบการบังคับใจใครนะครับ”
“ข้า…” เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยานฮัวก็ไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร เธอรู้สึกจนปัญญาและทำตัวไม่ถูก
“ช่างเถอะครับ ที่ผมตามหาตัวคุณ ก็เพราะมีเรื่องอยากจะปรึกษา” ซูไป๋ไม่ปล่อยให้เธอรู้สึกเขินค้างอยู่อย่างนั้น และช่วยเปลี่ยนเรื่องพูดให้เธอ
“เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ” หยานฮัวรีบตั้งสติและปลุกใจตัวเองอยู่ในหัว [เจ้าน่ะ คือว่าที่นักรบโทเท็มเชียวนะ จงแน่วแน่เข้าไว้]
“ตอนนี้มีคนเหลืออยู่ในเผ่ากี่คนครับ” ซูไป๋ถาม
“ไม่มากเท่าไหร่เจ้าค่ะ ท่านพ่อเพิ่งจะพาคนจำนวนมากออกไปในป่า ส่วนลุงชานซื่อก็นำทีมนักล่าออกไปหาอาหารเช่นกัน” หยานฮัวตอบพร้อมกับขมวดคิ้ว
“แล้วทำไมเธอไม่ไปกับเขาล่ะครับ” ซูไป๋ถามด้วยความสงสัย
“…” หยานฮัวเหลือบมองซูไป๋และตอบด้วยเสียงเล็กๆ ของเธอว่า “ท่านพ่อให้ข้าเฝ้าอยู่นอกเต็นท์ เพื่อให้ท่านชาแมนมีคนเอาไว้คอยรับใช้เจ้าค่ะ”
“อ้าว แล้วก่อนหน้านี้ ใครเป็นคนคอยรับใช้ท่านชาแมนคนก่อนเหรอครับ” ดวงตาของซูไป๋เป็นประกาย ถ้าเขาเจอตัวคนที่เคยรับใช้ชาแมนคนก่อน เขาก็จะมีผู้ช่วยที่เป็นงานอยู่แล้ว
“ตายไปแล้วเจ้าค่ะ โดนฆ่าในระหว่างที่พาท่านชาแมนหลบหนี ตอนที่สู้รบกับเผ่าอสรพิษดำ” แววตาสีแดงของหยานฮัวดูเศร้าหมองลง
“อ๋อ ครับ…” ซูไป๋ถอนหายใจ เผ่าอสรพิษดำเข่นฆ่าผู้คนที่เป็นเสาหลักของเผ่ามังกรอัคคีไปราวๆ เจ็ดหรือแปดในสิบของสมาชิกทั้งหมด [แค้นครั้งนี้คงต้องชำระคืนด้วยเลือดเท่านั้น]
“ท่านชาแมน มีอะไรจะสั่งข้าหรือไม่เจ้าคะ” หยานฮัวถาม
แม้ก่อนหน้านี้เธอจะยังเด็กเกินไป แต่เธอเองก็เคยอยากมีโอกาสได้รับใช้ชาแมนชราโดยตรงเช่นกัน ตอนนี้เธอก็ได้ทำหน้าที่ที่อยากทำมาตลอดแล้ว
“ผมอยากได้ผู้หญิงสักคนที่ฉลาดและขยันมาเป็นผู้ช่วยครับ” ซูไป๋ระบุความสามารถที่เขาต้องการจากผู้ช่วย
“ท่านชาแมนกำลังมองหาสตรีรับใช้ชาแมนงั้นหรือเจ้าคะ” จู่ๆ สีหน้าของหยานฮัวก็ดูผิดปกติ เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้พ่อของเธอเคยพยายามผลักดันให้เธอเป็นสตรีรับใช้ชาแมน
“สตรีรับใช้ชาแมนคืออะไรเหรอครับ” ซูไป๋เอียงคอถามอย่างไม่เข้าใจ
“คือผู้หญิงที่จะคอยดูแลความเรียบร้อยที่พักของชาแมน ถ่ายทอดคำสั่ง และทำหน้าที่อื่นๆ เจ้าค่ะ” แก้มของหยานฮัวกลายเป็นสีแดง
มีเรื่องหนึ่งที่เธอไม่ได้พูดออกไป คือถ้าหากชาแมนพึงพอใจในตัวสตรีรับใช้ชาแมน ก็อาจกลายเป็นคู่ครองของชาแมนได้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น สถานะของสตรีรับใช้ชาแมนภายในเผ่าก็ถือได้ว่าสูงส่งมาก นอกเหนือจากชาแมน หัวหน้าเผ่า และหัวหน้าทีมนักล่าแล้ว มีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ที่สถานะสูงกว่าสตรีรับใช้ชาแมน
“ที่แท้สตรีรับใช้ชาแมนก็เป็นแบบนี้นี่เอง” ซูไป๋เข้าใจและยืนยันความต้องการว่า “ถ้าอย่างนั้น ผมก็อยากให้สตรีรับใช้ชาแมนมาเป็นผู้ช่วยครับ” เธอพอจะรู้จักคนในเผ่าที่เหมาะกับหน้าที่นี้ไหมครับ”
“ขะ-ข้ารู้จักอยู่คนหนึ่งเจ้าค่ะ” หยานฮัวตอบอย่างตะกุกตะกัก