เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 หน้าตาผมดูเหมือนกำลังล้อเล่นอยู่ไหมล่ะครับ

บทที่ 13 หน้าตาผมดูเหมือนกำลังล้อเล่นอยู่ไหมล่ะครับ

บทที่ 13 หน้าตาผมดูเหมือนกำลังล้อเล่นอยู่ไหมล่ะครับ


“เราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันหนักแค่ไหนขอรับ เผ่ากวางลายจุดเป็นผู้กำหนดน้ำหนักของศิลา ถ้าเราไปถึงที่นั่นแล้วเปรียบเทียบดูก็คงจะรู้ได้เอง” หยานเจียวส่ายหัว

อันที่จริงแล้ว ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาไปทำการแลกเปลี่ยนกับเผ่ากวางลายจุด ตัวเขายังไม่ใช่ผู้นำทีม ดังนั้นเขาเองก็ไม่ทราบรายละเอียดของการแลกเปลี่ยนมากนัก

“แล้วขนาดของศิลาล่ะครับ อย่างน้อยคุณก็น่าจะรู้ว่าพวกมันใหญ่แค่ไหนใช่ไหม” ซูไป๋ยังคงจี้ถามต่อไป เขาต้องการทำความเข้าใจน้ำหนักที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน เพื่อคำนวณว่ามันคุ้มค่าที่จะทำการแลกเปลี่ยนหรือไม่ และจัดเตรียมสินค้าในปริมาณที่เหมาะสม

“ศิลาหนึ่งก้อนมีขนาดพอๆ กับลำตัวของชางซื่อขอรับ” หยานเจียวกวาดตามอง ก่อนจะชี้มือไปที่คอและท้องของชางซื่อ

“ถ้างั้น ศิลาหนึ่งก้อนก็น่าจะหนักประมาณ 100 กิโลกรัม” หลังจากคำนวณแล้ว ซูไป๋ก็ถามว่า “แล้วผ้าลินินหนึ่งม้วนยาวเท่าไหร่ครับ”

“ยาวสี่มัด กว้างหนึ่งมัดขอรับ” เมื่อเห็นว่าชาแมนสนใจเกี่ยวกับผ้าลินินอย่างมาก หยานเจียวจึงเริ่มอธิบายต่อโดยที่ซูไป๋ไม่จำเป็นต้องถาม “เผ่ากวางลายจุดใช้เชือกหญ้ามัดปมในการวัดความยาว หนึ่งปมจะยาวประมาณหนึ่งก้าวยาวขอรับ”

“งั้นก็ประมาณสี่ก้าวยาว เทียบเท่ากับความยาวประมาณ 2 เมตร และกว้าง 50 เซนติเมตร” ตอนนี้ซูไป๋เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว

เขาถึงกับตกตะลึง ผ้าลินินหนึ่งม้วนที่มีความยาวเพียง 2 เมตร สามารถแลกเปลี่ยนกับเนื้อแดดเดียวได้ถึง 300 กิโลกรัมเลยเหรอเนี่ย [นี่มันเยอะเกินไปรึเปล่านะ นี่สินะ ประสิทธิภาพในการทำกำไรของสินค้าผูกขาด…]

“ดูเหมือนว่าเราคงต้องแอบตักตวงผลกำไรอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่ตกเป็นเป้าสายตาของบรรดาเผ่าใหญ่” ซูไป๋พึมพำกับตัวเอง

เผ่ามังกรอัคคีนั้นยังอ่อนแอเกินไป พวกเขาจำเป็นต้องวางกลยุทธ์การเติบโตอย่างรอบคอบ อย่างน้อยที่สุด พวกเขาจะต้องพร้อมต่อกรกับบรรดาเผ่าใหญ่ ก่อนที่จะเปิดตัวสู่สายตาสาธารณชน

“ท่านชาแมน จากนี้เราควรทำอย่างไรต่อไปขอรับ” หยานเจียวถามคำถามนี้ซ้ำอีกครั้ง

นักรบโทเท็มไม่ควรที่จะอยู่เฉยๆ พวกเขากำลังรอคำแนะนำจากชาแมนว่าควรทำอย่างไรต่อไป จะให้พวกเขาออกล่า หรือรวบรวมวัตถุดิบเพื่อทำแผ่นกระดูกจารึกชาแมน

“เนื้อแดดเดียวที่เหลืออยู่ ถ้าแบ่งให้คนในเผ่ากินแบบพอประทังความหิว จะอยู่ได้อีกกี่วันครับ” ซูไป๋จ้องมองคนทั้งสองด้วยดวงตาสีดำสนิทของเขา

หยานเจียวรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยที่ถูกจ้อง ราวกับว่าเขากำลังถูกมองทะลุเข้ามาถึงในจิตใจ เขาก้มหน้าลงเพื่อคิดคำนวณอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะอ้าปากตอบ “ถ้ากินแค่กันตาย ทั้งเผ่าน่าจะอยู่รอดได้ประมาณสิบห้าวันขอรับ”

“สิบห้าวัน พอได้อยู่” ซูไป๋ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และแสดงสีหน้าเคร่งขรึม “ชางซื่อ หากเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น ให้พาทีมนักล่าออกไปล่าอีกครั้ง”

“ขอรับ” ชางซื่อรู้สึกโล่งใจที่ได้รับคำสั่ง

สีหน้าของหยานเจียวเปลี่ยนแปลงไป เขาถามอย่างเร่งร้อน “ท่านชาแมน ท่านมีแผนอะไรในใจอยู่หรือขอรับ”

“ผมรู้วิธีทอผ้าลินิน” ซูไป๋ตอบด้วยท่าทีสงบนิ่ง

“มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน” ดวงตาของหยานเจียวเบิกกว้าง ขณะที่เขาจ้องมองชาแมนหนุ่มอย่างไม่อยากจะเชื่อ พยายามสังเกตการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในสีหน้าของเขา

“วิธีการทอผ้าลินินหรือขอรับ” ชางซื่อรู้สึกตัวช้ากว่าเล็กน้อย ดวงตาสีม่วงของเขาเบิกกว้างช้าๆ ขณะที่เขาร้องออกมา “ท่านชาแมน ไม่ได้พูดล้อเล่นใช่ไหมขอรับ”

“หน้าตาผมดูเหมือนกำลังล้อเล่นอยู่ไหมล่ะครับ” ซูไป๋มองบนและพูดอย่างรำคาญใจว่า “ผมไม่ว่างพอที่จะมาเล่นตลกกับพวกคุณนะครับ”

เนื่องจากเขาเพิ่งเข้ามารับช่วงตำแหน่งชาแมน จึงมีสิ่งต่างๆ มากมายที่ต้องเร่งจัดการ โดยเฉพาะความไม่รู้และไม่เข้าใจอะไรเลยเกี่ยวกับเผ่า ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องชวนปวดหัว

“ท่านชาแมน ท่านรู้วิธีทอผ้าลินินจริงๆ หรือขอรับ” หยานเจียวขยับเข้าไปใกล้ ดวงตาสีแดงของเขาเบิกกว้าง เขาหายใจแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มือไม้ของเขาสั่นไปหมด

“ใช่แล้ว มันไม่ได้ยากขนาดนั้น” ซูไป๋พยักหน้า ทีแรก สินค้าพิเศษที่เขาตั้งใจจะผลิตนั้นไม่ใช่ผ้าลินิน ทว่า ใครบอกให้แพ็คเกจช่วยเหลือรายวัน สุ่ม ‘ตำราเทคนิคการทอผ้าลินิน’ ให้เขากันล่ะ เขาก็เลยจำเป็นต้องเปลี่ยนแผน

“ไม่ยากงั้นหรือขอรับ” ปากของหยานเจียวและชางซื่อกระตุกพร้อมกันเมื่อได้ยินคำนั้น พวกเขารู้สึกเหมือนเลือดจะพุ่งออกจากปาก

ชาแมนหนุ่มคนนี้ เห็นทุกอย่างเป็นเรื่องล้อเล่น แค่วันแรกที่ชาแมนชราจากไป พวกเขาก็รู้สึกคิดถึงแทบขาดใจ

ความคิดมากมายแล่นผ่านจิตใจของหยานเจียว จากนั้นเขาก็พูดอย่างตื่นเต้นว่า “เยี่ยม ตราบใดที่เรามีผ้าลินิน เราก็สามารถที่จะพัฒนาตัวเองจนยกระดับเป็นเผ่าขนาดใหญ่เหมือนเผ่าป่านขจีได้อย่างแน่นอน”

“เผ่าป่านขจี นั่นคือเผ่าที่ผลิตผ้าลินินเหรอครับ” ซูไป๋ถามด้วยความสงสัย

“อ้าว ท่านชาแมน ไม่รู้จักเผ่าป่านขจีงั้นหรือ แล้วท่านไปเรียนวิธีทอผ้าลินินมาจากไหนขอรับ” หยานเจียวกล่าวด้วยความประหลาดใจ

“ใครบอกคุณว่าวิธีทอผ้าลินินของผมมาจากเผ่าป่านขจีล่ะครับ” ซูไป๋รู้สึกว่าหัวหน้าเผ่าคนนี้ชอบทึกทักเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ตามใจตัวเอง

“หรือว่าท่านคิดค้นมันขึ้นมาเองงั้นหรือขอรับ ท่านชาแมน” ชางซื่อจ้องมองซูไป๋ราวกับว่าเขาเป็นผู้วิเศษ ดวงตาสีม่วงของเขาเป็นประกายเต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธา

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ” ซูไป๋พยักหน้าตอบโดยไม่เปลี่ยนแปลงสีหน้า

“เมื่อสี่วันก่อน ตอนที่ท่านเป็นลม ท่านชาแมน เป็นเพราะมีคนล่วงรู้ว่าท่านสามารถทอผ้าลินินได้ และพยายามจะสังหารท่านหรือเปล่าขอรับ” หยานเจียวเริ่มสร้างความเชื่อมโยงแปลกๆ ตามใจตัวเองอีกครั้ง และพูดขึ้นอย่างระแวงว่า “ท่านชาแมน ห้ามบอกใครเด็ดขาดเลยนะขอรับ ว่าท่านรู้วิธีทอผ้าลินิน”

“ผมรู้ครับ” หางตาของซูไป๋กระตุกเล็กน้อย [หัวหน้าเผ่าคนนี้ชำนาญเรื่องการคิดมากและเชื่อเป็นตุเป็นตะในความคิดไร้สาระของตัวเอง]

“ท่านชาแมน เราจะเริ่มทำผ้าลินินกันเลยไหมขอรับ” ชางซื่อกล่าวอย่างร้อนใจ

“ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้น” ซูไป๋กวาดตามองสำรวจภายในเต็นท์ ในนี้ไม่มีเก้าอี้แม้แต่ตัวเดียว ไม่มีแม้กระทั่งโต๊ะ

“ท่านชาแมน เหลือเวลาอีกเพียงแปดวัน ก่อนที่เผ่ากวางลายจุดจะเปิดตลาดนัดอีกครั้ง เราต้องใช้เวลาเดินทางสามวัน แปลว่าเราเหลือเวลาจริงๆ แค่ห้าวันเท่านั้นขอรับ” หยานเจียวไม่ใช่คนโง่ เขาเข้าใจได้ในทันที ว่าชาแมนกำลังวางแผนที่จะเอาผ้าลินินไปแลกกับเนื้อแดดเดียวและสิ่งของอื่นๆ

“ร้อนใจไปก็เท่านั้น เพราะเรายังไม่มีวัตถุดิบเลย” ซูไป๋กล่าวอย่างจนปัญญา แม้ว่าเขาจะวางแผนทุกอย่างไว้ในหัวเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่วัตถุดิบในการทำเส้นใยลินินถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

นี่คือเหตุผลที่เขาสั่งให้ชางซื่อออกล่าต่อไป หากพวกเขาไม่สามารถหาพืชที่ใช้ในการทำผ้าลินินได้ เขาก็จำเป็นต้องเตรียมแผนสำรองเอาไว้

บางทีอาจเพราะเขาเป็นนักเขียนนิยาย ซูไป๋จึงคุ้นเคยกับการวางแผนสิ่งต่างๆ ไว้ล่วงหน้า รวมถึงการคิดเผื่อสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมาย

“ไม่ว่าท่านต้องการวัตถุดิบแบบใด เราก็จะเร่งออกตามหามาให้จงได้ขอรับ” ชางซื่อตะโกนอย่างร้อนใจ

“ไม่เป็นไรครับ คุณพาทีมนักล่าออกไปหาอาหารดีแล้วครับ” ซูไป๋ตอบพร้อมส่ายหน้า

“แต่…” ชางซื่อยังไม่อาจตัดใจจากโอกาสที่จะได้เห็นการผลิตผ้าลินิน ผ้าลินินเป็นสิ่งที่ลี้ลับอย่างแท้จริงสำหรับเขา

“ชางซื่อ” หยานเจียวขัดจังหวะด้วยเสียงต่ำ “ที่เผ่าก็ยังเหลือข้าอยู่อีกคน”

เขายังไม่ลืมคำสั่งเสียของชาแมนคนเก่า ที่ว่าพวกเขาจะต้องให้ความเคารพชาแมนคนใหม่เหมือนกับที่เคยมอบให้กับชาแมนชรา ดังนั้น เขาจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของชาแมน

“ขออภัยขอรับ ข้าตื่นเต้นเกินไปหน่อย” ชางซื่อก้มหน้ามองพื้นด้วยความอับอาย

จบบทที่ บทที่ 13 หน้าตาผมดูเหมือนกำลังล้อเล่นอยู่ไหมล่ะครับ

คัดลอกลิงก์แล้ว