- หน้าแรก
- อยู่ดีๆ ผมก็ได้เป็นหัวหน้าเผ่ายุคบรรพกาลซะงั้น
- บทที่ 11 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมคือชาแมน
บทที่ 11 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมคือชาแมน
บทที่ 11 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมคือชาแมน
ขณะนี้ซูไป๋อยู่ในสภาพโคม่า ไม่สามารถขยับตัวหรือพูดได้ และไม่สามารถรับรู้สิ่งใดๆ จากสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ อักขระชาแมนที่แสนลึกลับซับซ้อนจำนวนนับไม่ถ้วน ปรากฎขึ้นในหัวของเขา
เขากำลังพยายามอย่างสุดสามารถ ในการซึมซับอักขระชาแมนเหล่านั้น ทันทีที่เขาเข้าใจความหมายของอักขระตัวแรก ความเร็วในการเรียนรู้เกี่ยวกับอักขระตัวต่อไปก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากนั้นทุกอย่างก็เร็วขึ้นเรื่อยๆ ในท้ายที่สุด เขาสามารถเข้าใจความหมายของอักขระหนึ่งตัวได้ภายในเวลาเพียงแค่สามวินาที
หลังจากเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่ทราบ ซูไป๋ก็สามารถซึมซับอักขระชาแมนได้ครบทั้งหมด และเดินทางไปถึงพื้นที่ว่างเปล่าแห่งหนึ่ง เขารู้ได้ทันทีว่าที่นี่คือทะเลลมปราณ ภายในพื้นที่ว่างเปล่าแห่งนี้ กลับมีสิ่งหนึ่งอยู่ ซึ่งก็คือเปลวไฟสีแดงเพลิงที่ดูคุ้นตา ภายในนั้นมีสิ่งที่ดูเหมือนงู แต่ก็ไม่ใช่งู ดูเหมือนมังกร แต่ก็ไม่ใช่มังกร กำลังลอยอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง
“นี่สินะ ความลับของโทเท็ม” ตอนนี้ซูไป๋เข้าใจแล้ว ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่าทำไมชาแมนถึงสำคัญนัก
โทเท็มถือได้ว่าเป็นรูนชาแมนประเภทหนึ่ง ซึ่งวิวัฒนาการมาจากอักขระชาแมน และอักขระที่เขาได้รับสืบทอดมาก็ถือเป็นรากฐานของมัน ถ้าให้เปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์ มันก็เหมือนกับซอร์สโค้ด
มีเพียงผู้ที่ได้รับการสืบทอดมาเท่านั้น จึงจะเข้าใจความหมายของอักขระแต่ละตัว นี่จึงถือเป็นความลับสูงสุดที่ไม่ควรเปิดเผยให้ใครรู้
ซูไป๋ลืมตาขึ้นช้าๆ รู้สึกว่าโลกทั้งใบของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป อาการสายตาสั้นแต่เดิม ที่ทำให้เขามองไกลๆ ไม่ชัด กลับหายเป็นปลิดทิ้ง แถมตอนนี้เขายังสามารถมองเห็นได้แม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ บนวัตถุที่อยู่ไกลสุดสายตา
เขาต้องการรู้ว่าตัวของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง การสอบถามระบบจึงเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุด
[ระบบ เปิดหน้าต่างค่าพลัง]
|
[หน้าต่างค่าพลัง] ผู้ใช้: ซูไป๋ พลังกาย: 2.1 (คนธรรมดา 1) ความแข็งแกร่ง: 2.2 (คนธรรมดา 1) ความเร็ว: 2.1 (คนธรรมดา 1) พลังจิต: 12 (คนธรรมดา 1) พลังชาแมน: 12 (12/100) โทเท็ม: มังกรอัคคี อาชีพ: ชาแมนระดับต้น, นักเขียน สกิล: ฮีล (0/100) คำอธิบาย: ในที่สุดคุณก็หลุดพ้นจากสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงของคนธรรมดา และกลายเป็นชาแมนที่มีพลังพิเศษเหนือธรรมชาติ โปรดอย่าลืมเป้าหมายและคำสัญญาที่คุณให้ไว้ |
“เปลี่ยนไปเยอะเลยนะเนี่ย มิน่าล่ะถึงรู้สึกไม่เหมือนเดิม” ซูไป๋ตรวจสอบหน้าต่างค่าพลังด้วยพอใจ
พลังกาย ความแข็งแกร่ง และความเร็วของเขา เพิ่มขึ้นจากเดิมมากกว่าสองเท่า โดยเฉพาะพลังจิต ที่เพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า
[ระบบ พลังชาแมนมีส่วนเกี่ยวข้องกับพลังจิตไหม] ซูไป๋ถามคำถามในใจ
<ติ๊ง พลังชาแมน ได้มาจากการเปลี่ยนพลังจิตเป็นพลังชาแมน สกิลที่ผู้ใช้ได้รับจากแพ็คเกจระบบ ก็ต้องการพลังจิตในการใช้งานเช่นกัน> ระบบตอบในทันที
[ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง] ซูไป๋ทำความเข้าใจ เคล็ดวิชาชาแมนจะใช้พลังชาแมน ในขณะที่สกิลจะใช้พลังจิต
เขาหมดสติไปในคืนนั้น และขณะนี้ก็เป็นตอนเช้าของวันถัดมา ซึ่งก็แปลว่า เขาสามารถเช็คอินได้อีกครั้งแล้ว
[ระบบ เช็คอินและรับแพ็คเกจช่วยเหลือ] ซูไป๋ออกคำสั่งในใจ
<ติ๊ง เช็คอินสำเร็จ ได้รับแพ็กเกจช่วยเหลือรายวัน>
[เปิดเลย]
<ติ๊ง ขอแสดงความยินดี ผู้ใช้ได้รับระบบช่วยเหลือเกรดต่ำ: ตำราเทคนิคการทอผ้าลินิน>
“โอ้ว” ซูไป๋ลุกขึ้นนั่งในทันที และจ้องมองตำราปกสีน้ำเงินที่ปรากฎขึ้นในมือของเขาอย่างกะทันหัน บนหน้าปกมีอักขระจีนดั้งเดิมเขียนว่า ‘เทคนิคการทอผ้าลินิน’
เขาเปิดอ่านและพูดกับตัวเองว่า “ตำราเล่มนี้ ถึงจะดูโบราณ แต่กลับเขียนด้วยภาษาจีนตัวย่อที่ใช้ในยุคสมัยใหม่”
“ยังไงก็ตาม ตำราเล่มนี้ถือว่ามาได้ถูกจังหวะ ผู้คนในเผ่านี้จะได้มีเสื้อผ้าใส่กันเสียที” ขณะที่ซู่ไป๋พลิกดูตำรา เขาก็พบว่าเทคนิคที่อยู่ด้านใน ล้วนเป็นเทคนิคโบราณ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยสรุป มันคือแนวทางการทอผ้าลินินด้วยมือทั้งหมด
ภายในเผ่า มีสมาชิกเพียงไม่กี่คนที่มีชุดหนังสัตว์ไว้สวมใส่ แม้กระทั่งนักรบโทเท็ม ก็มีเพียงหนังสัตว์พันปิดช่วงล่างของร่างกายไว้ ส่วนพวกผู้หญิงก็ได้รับหนังสัตว์ผืนเล็กๆ เอาไว้ปิดช่วงบนของร่างกาย และต้องนำใบไม้แห้งมาร้อยเป็นกระโปรงเพื่อปิดบังช่วงล่างของร่างกาย ส่วนเด็กๆ ส่วนใหญ่จะไม่ใส่อะไรเลย
เฉพาะคนอย่างหยานฮัว ซึ่งเป็นว่าที่นักรบโทเท็ม ที่จะได้รับชุดหนังสัตว์แบบปกคลุมทั้งตัว แน่นอนว่า สถานะในเผ่าของหยานเจียวเองก็มีส่วนสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ซูไป๋รู้สึกว่าหนังสัตว์ส่วนใหญ่ของเผ่าน่าจะถูกนำมาใช้ทำเต็นท์ ส่งผลให้ผู้คนขาดแคลนชุดสวมใส่ เพราะสุดท้ายแล้ว การมีหลังคาคลุมหัวย่อมสำคัญกว่า
“ท่านผู้สืบทอด ท่านตื่นอยู่หรือไม่” จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากนอกเต็นท์
“ผมตื่นแล้วครับ” ซูไป๋รีบม้วนตำราแล้วยัดเข้ากระเป๋าของเขา
ชายเต็นท์ถูกยกเปิดขึ้น จากนั้นหยานเจียวกับชางซื่อก็เดินเข้ามา
“ท่านชาแมนเป็นยังไงบ้างครับ” ซูไป๋ถามอย่างร้อนใจ
หยานเจียวกัดริมฝีปากก่อนจะส่ายหน้า พลางกล่าวว่า “ท่านเหนื่อยมามากแล้ว บรรพบุรุษจึงมารับตัวไปพักผ่อน”
“…” ซูไป๋เปิดปาก แต่ก็พบว่าเขาพูดอะไรไม่ออก คงไม่มีคำพูดใดที่จะเพียงพอต่อบุญคุณอันใหญ่หลวงนี้
“ท่านผู้สืบทอด ขณะนี้ท่านคือชาแมน เผ่าต้องการคำชี้แนะจากท่าน” หยานเจียวกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“ผมเข้าใจแล้วครับ” ซูไป๋ตอบกลับอย่างหนักแน่น
“ท่านชาแมน ย้ายไปที่เต็นท์กระโจมหลักเถอะ พวกเราเก็บกวาดให้ท่านแล้ว” หยานเจียวกล่าว ก่อนจะขยับไปด้านข้าง
“ครับ” ซูไป๋ไม่ปฏิเสธ เผ่าต้องการให้ผู้นำประจำอยู่ในเต็นท์กระโจมหลัก เพื่อความอุ่นใจของผู้คน
เขาลุกขึ้นยืนและเดินออกจากเต็นท์ โดยมีหยานเจียวและชางซื่อเดินตามอยู่ด้านหลังทางซ้ายและขวา เพื่อแสดงถึงการสนับสนุน
เมื่อออกมานอกเต็นท์ มีสายตาของคนจำนวนมากจ้องมองมาที่ซูไป๋ จับจ้องทุกความเคลื่อนไหวของเขา ต้องรอจนเขาเข้าไปในเต็นท์กระโจมหลัก แรงกดดันเหล่านั้นถึงหายไป พอได้เห็นเขาเข้าไปประจำที่ ความกังวลใจของสมาชิกเผ่าหลายๆ คน จึงค่อยคลายลงได้
ภายในเต็นท์กระโจมหลัก ซูไป๋กวาดตามองไปรอบๆ สภาพภายในยังคงเหมือนกับครั้งก่อนที่เขาเคยเข้ามา มีเพียงกองฟางที่มุมห้องเท่านั้น ที่ถูกเปลี่ยนเป็นกองใหม่ รวมถึงเตียงนอนหนังสัตว์ผืนใหม่
“ท่านชาแมน พวกเราไม่กล้าเคลื่อนย้ายสิ่งของใดๆ ในนี้ ทุกอย่างล้วนให้ท่านเป็นผู้ตัดสินใจ” หยานเจียวกล่าวด้วยด้วยเสียงทุ้มลึก
“ไม่จำเป็นต้องทำอะไรหรอกครับ ในนี้มีสมบัติล้ำค่าอยู่หลายอย่าง ผมจะค่อยๆ จัดการกับพวกมันเอง” ซูไป๋ส่ายหัว เขาไม่ควรเร่งกำจัดข้าวของของชายชรา เพราะอาจทำให้ผู้คนขุ่นเคืองใจได้
“ท่านชาแมน จากนี้เราควรทำอย่างไรต่อไปขอรับ” หยานเจียวถาม ท่าทีของเขาไม่แข็งทื่ออีกต่อไปหลังจากได้ยินเช่นนั้น
“แล้วเรื่องพิธีศพของท่านชาแมนล่ะ” ซูไป๋ถามกลับ
“เราจัดการเผาตามความประสงค์ของท่านไปเรียบร้อยแล้วขอรับ” หยานเจียวหยิบวัตถุสีขาวขนาดเท่าหัวแม่มือออกมาจากอกของเขา และส่งให้พร้อมกับพูดว่า “นี่คือสิ่งเดียวที่เหลืออยู่หลังจากการเผาศพ”
“อัฐิธาตุงั้นเหรอ” ดวงตาของซูไป๋เบิกกว้าง เขายกมือขึ้นมารับอัฐิธาตุ และสัมผัสได้ถึงความอุ่นเล็กน้อยขณะถือมันอยู่ในมือ