- หน้าแรก
- อยู่ดีๆ ผมก็ได้เป็นหัวหน้าเผ่ายุคบรรพกาลซะงั้น
- บทที่ 10 มรดกชาแมน – ตอนที่ 2
บทที่ 10 มรดกชาแมน – ตอนที่ 2
บทที่ 10 มรดกชาแมน – ตอนที่ 2
เวลาผ่านเลยไป บทสนทนายังคงดำเนินไป หนึ่งผู้เรียน หนึ่งผู้สอน หนึ่งคนถาม หนึ่งคนตอบ รู้ตัวอีกที พระอาทิตย์ก็ตกดินอีกครั้งเสียแล้ว
ภายในเต็นท์กระโจมขนาดใหญ่ มีกองไฟเล็กๆ ถูกก่อขึ้นเพื่อให้แสงสว่างที่จำเป็นต่อการมองเห็น
*แค่ก แค่ก แค่ก…*
ชาแมนไออย่างรุนแรงจนต้องเอามือปิดปากไว้ เมื่อเขาลดมือลงหลังจากไอจนหมดแรง ก็พบว่ามีเลือดติดอยู่บนฝ่ามือ
“ท่านชาแมน พักผ่อนก่อนเถอะครับ” ซูไป๋พยายามเกลี้ยกล่อม
ตลอดทั้งวันนี้ เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของการเป็นชาแมน และความรู้พื้นฐานอื่นๆ อีกมากมาย เขาแนะนำให้ชาแมนหยุดพักผ่อนไปแล้วเจ็ดหรือแปดครั้ง แต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้งไป
“เอาล่ะ ข้าสอนทุกเรื่องที่จำเป็นต้องสอนไปจนหมดแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว” ชาแมนส่ายหัวขณะเช็ดเลือดบนฝ่ามือกับชุดหนังสัตว์ที่เขาสวมอยู่อย่างไม่ใส่ใจ
เขาเงยหน้าขึ้นและตะโกนไปที่ด้านนอกเต็นท์ “หยานเจียว เจ้าเตรียมงานพิธีสืบทอดเสร็จเรียบร้อยหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วขอรับ” หยานเจียวตอบ
“ถ้างั้นก็เริ่มพิธีสืบทอดชาแมนได้” ชาแมนประกาศอย่างเร่งร้อน ด้วยเกรงว่าเขาอาจทนต่อไปอีกไม่ไหว หากยังไม่เริ่มในตอนนี้
“ขอรับ” หยานเจียวตอบรับด้วยความเคารพ
ชายเต็นท์กระโจมถูกยกเปิดขึ้น หยานเจียวและชางซื่อเดินเข้ามา โค้งคำนับให้กับชาแมน จากนั้นแต่ละคนก็ช่วยกันพยุงแขนข้างหนึ่งของชาแมนไว้ขณะเดินออกจากเต็นท์
ซูไป๋ลุกขึ้นและเดินตามออกไป พร้อมกับลูบต้นขาของเขา การนั่งนานเกินไปทำให้ขาของเขาเป็นเหน็บชา
เมื่อออกจากเต็นท์ เขาพบว่าภายในเผ่ามีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น แต่เดิมนั้น จะมีเต็นท์กระโจมขนาดเล็กจำนวนหนึ่งอยู่ด้านหน้าเต็นท์กระโจมหลังใหญ่ แต่ตอนนี้เต็นท์เหล่านั้นถูกรื้อออกไปหมดแล้ว พวกเขาช่วยกันเตรียมพื้นที่โล่งๆ ขนาดหลายตารางเมตร ตรงจุดศูนย์กลางของพื้นที่ดังกล่าว มีแท่นพิธีทำจากไม้กว้างหกเมตร สูงกว่าหนึ่งเมตรตั้งอยู่
มีชายฉกรรจ์สิบคนยืนล้อมรอบแท่นดังกล่าวไว้ พวกเขาคือนักรบโทเท็ม สมาชิกทีมนักล่า แต่ละคนล้วนแต่งกายอย่างน่าเกรงขาม บางคนสวมกระโหลกสัตว์ร้ายขนาดยักษ์ไว้บนหัว บางคนก็นำขนนกหลากสีปักบนผมของตัวเอง อีกคนก็สวมสร้อยคอที่ทำจากเขี้ยวสัตว์ร้าย...
บรรดาสมาชิกเผ่า ทั้งผู้อาวุโส เด็กๆ และผู้หญิง จับกลุ่มกันยืนห่างออกไป ทุกคนต่างจ้องมองไปที่ชาแมนผู้แก่ชราด้วยสายตาที่แสดงความกังวลใจ บางส่วนถึงกับเริ่มร้องไห้ออกมา
ชาแมนได้รับการประคองขึ้นไปยืนตัวสั่นอยู่บนแท่นพิธี เขากวักมือเรียกซูไป๋ที่อยู่ด้านล่าง
“รีบขึ้นมาเถอะ”
หยานฮัวที่ปรากฎตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เตือนเขาด้วยเสียงสั่นๆ ว่า “อย่าให้ท่านชาแมนต้องรอนานเกินไป ท่านเหนื่อยล้ามากแล้ว”
“อืม…” ซูไป๋รีบปีนขึ้นไปยืนตรงหน้าชาแมนบนแท่นพิธี
“เด็กเอ๋ย จงนั่งลง”
“ทุกคน ข้าพบชาแมนคนใหม่ประจำเผ่ามังกรอัคคีแล้ว” ชาแมนยกมือขึ้นอย่างอ่อนแรง ก่อนจะหันไปพูดคุยกับผู้คนที่อยู่ด้านล่าง ในขณะนั้น น้ำเสียงที่แก่ชราของเขา ดังกังวานด้วยพลังเฮือกสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ในตัวเขา “นี่ก็ผ่านมาถึงหกสิบสามปีแล้ว ข้าเหนื่อยเหลือเกิน ถึงเวลาปล่อยให้เป็นหน้าที่ของชาแมนคนใหม่เป็นผู้นำทางทุกคนแทน”
“…” ซูไป๋เม้มปากของเขาด้วยความเข้าใจถึงเจตนาดีของชาแมน การทำเช่นนี้ จะช่วยปูทางให้กับเขา เปิดโอกาสให้ผู้คนในเผ่ายอมรับเขาซึ่งเป็นคนนอกเผ่า
*แค่ก แค่ก…* ชาแมนไออีกครั้ง เขาไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้ก้มลงหอบหายใจอย่างหนักได้ เขารีบโบกมือห้ามไม่ให้ผู้คนด้านล่างวิ่งขึ้นมาบนแท่นพิธี
หลังจากใช้แขนเสื้อที่ทำจากหนังสัตว์เช็ดเลือดที่มุมปาก เขาก็ประกาศด้วยเสียงที่แหบพร่าว่า “เริ่มพิธีสืบทอดชาแมนได้”
“ขอรับ” เหล่านักรบโทเท็ม เงยหน้าขึ้นพร้อมกับคำรามออกมาด้วยความเศร้าโศก
“ขอรับ” ผู้คนในเผ่าต่างตอบรับท่ามกลางความเสียใจ
“ฮ่า” นักรบโทเท็มตะโกนขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน สัญลักษณ์โทเท็มปรากฎขึ้นบนตัวของพวกเขาทุกคน ลวดลายสีแดงเรืองแสง ปกคลุมทั่วทั้งหน้าอก ท้อง และแผ่นหลัง
“เด็กเอ๋ย พวกเขาคือนักรบโทเท็ม สามารถต่อกรกับสัตว์ร้ายได้ พวกเขาแข็งแรงราวกับวัวกระทิง สามารถสังหารสัตว์ร้ายได้ด้วยมือเปล่า”
แม้กระทั่งตอนนี้ ชาแมนก็ยังคงสั่งสอนเขาไม่หยุด “นักรบโทเท็มจะแบ่งออกเป็นสามเกรด ต่ำ กลาง สูง ในแต่ละเกรด จะแบ่งออกเป็นสี่ระดับย่อย ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง และขั้นสูงสุด”
“นักรบโทเท็มในเผ่าของเรา ล้วนแล้วแต่เป็นนักรบโทเท็มเกรดต่ำ วิธีประเมินความแข็งแกร่งของแต่ละคน ให้สังเกตจากตำแหน่งของสัญลักษณ์โทเท็ม หากสัญลักษณ์โทเท็มปรากฎขึ้นจนถึงที่มือและเท้า แสดงว่าคนๆ นั้นเป็นนักรบโทเท็มเกรดกลาง หากสัญลักษณ์โทเท็มปรากฎขึ้นจนถึงที่คอและแก้ม แสดงว่าคนๆ นั้นเป็นนักรบโทเท็มเกรดสูง”
“ส่วนในเรื่องที่ว่า มีนักรบโทเท็มที่ทรงพลังกว่าเกรดสูงหรือไม่นั้น บรรพบุรุษไม่ได้บันทึกเรื่องดังกล่าวไว้ ตลอดทั้งชีวิต ข้าเองก็ยังไม่เคยพบเจอนักรบโทเท็มเกรดสูงเช่นกัน” ในขณะที่ชาแมนพูดเรื่องนี้ ถ้อยคำของเขาเต็มไปด้วยความหดหู่
“ท่านชาแมน พอเถอะครับ โปรดพักผ่อนก่อน” ซูไป๋กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เพียงแค่วันนี้วันเดียว เขาก็รู้สึกเคารพและศรัทราในตัวชาแมนอย่างหมดหัวใจ เนื่องมาจากจิตใจที่เมตตาและความแน่วแน่ของชายชราผู้นี้
“ไม่เป็นไรหรอก อีกเพียงขั้นตอนเดียว ข้าก็จะได้พักผ่อนตลอดกาลแล้ว” ดูเหมือนชาแมนจะรำลึกถึงบางอย่าง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอบอุ่นราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้า
“ฮ่า” เหล่านักรบโทเท็มตะโกนพร้อมกันอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มเต้นรำในท่าที่แปลกประหลาด พวกเขากางมือออก เดินก้าวยาวๆ ก่อนจะย่อตัวลง ยกเท้าขึ้นหนึ่งข้างและกระทืบพื้นอย่างรุนแรง พวกเขาแกว่งมือขึ้นลงในขณะที่เต้นรำโดยพร้อมเพรียงกันไปรอบๆ แท่นพิธี
“…” ซูไป๋จ้องมองการเต้นรำของนักรบโทเท็ม ก่อนจะสังเกตเห็นรูปแบบบางอย่าง ราวกับว่าพวกเขากำลังสื่อถึงบางสิ่งบางอย่าง เหมือนกับการเต้นรำของสัตว์ร้ายที่ไม่มีใครรู้จัก
“นำโลหิตมา” จู่ๆ ชาแมนก็ตะโกนสั่ง
“ฮ่า” เหล่านักรบโทเท็มตะโกนขึ้นเป็นครั้งที่สาม ในเวลาเดียวกันนั้น พวกเขาก็ชักมีดหินออกจากข้างเอวพร้อมกัน จากนั้นก็เฉือนฝ่ามือตัวเอง แล้วปล่อยให้เลือดไหลซึมออกมา
“เริ่มพิธีสืบทอดชาแมน” ชาแมนตะโกนสั่งอีกครั้ง
เหล่านักรบโทเท็ม โบกมือที่เปื้อนเลือดผายไปทางแท่นพิธี ราวกับเป็นการแสดงความเคารพ พร้อมๆ กับการบอกลาครั้งสุดท้าย
“เหล่าบรรพบุรุษโปรดคุ้มครองเราด้วย” ทั่วทั้งร่างของชาแมน มีแสงสีเขียวเปล่งออกมา เลือดของนักรบโทเท็มลอยกระจายขึ้นไปในอากาศ ราวกับถูกดึงดูดด้วยพลังอำนาจบางอย่าง ก่อนจะรวมกันเป็นก้อนพุ่งตรงไปที่ชาแมน
เมื่อก้อนเลือดสัมผัสถูกแสงสีเขียว ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างใหญ่หลวงในทันที แสงสีเขียวแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงราวกับเปลวไฟ พลิ้วไหวไปมาราวกับไฟที่ต้องลม
เลือดยังคงลอยมารวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง สีหน้าของชาแมนซีดเผือดลงเรื่อยๆ ดวงตาที่แต่เดิมเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ค่อยๆ หม่นลงเรื่อยๆ เลือดไหลซึมออกมาจากมุมปากของเขาอย่างช้าๆ
“โทเท็มจงปรากฎ” ชาแมนคำราม
สิ้นเสียงของเขา ที่หน้าผากของชาแมนก็เปล่งแสงสีขาว ราวกับมีบางอย่างกำลังจะพุ่งออกมา มันคืออักขระที่ดูน่าอัศจรรย์ใจ เรียงต่อกันอย่างไม่จบสิ้น กลายเป็นรูปร่างของสัตว์ประหลาดที่ดูคล้ายมังกร แต่ไม่ใช่มังกร คล้ายงู แต่ไม่ใช่งู
ซูไป๋จดจำได้ในทันที ว่าอักขระเหล่านั้นคืออะไร แน่นอนว่าต้องเป็นอักขระชาแมน สัตว์ประหลาดที่เกิดจากภาพลวงตานั้น ก็คือโทเท็มมังกรอัคคี
โทเท็มมังกรอัคคีที่เกิดขึ้นจากอักขระชาแมน พุ่งทะยานเข้าไปในแสงสีแดงราวกับเปลวไฟที่ล้อมรอบตัวชาแมน ว่ายวนไปมารอบๆ ราวกับมังกรกำลังแหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทร
*แค่ก แค่ก…* ชาแมนไออย่างรุนแรง พ่นเลือดออกมากองใหญ่ เปื้อนติดเคราสีขาวของเขา จนกลายเป็นสีแดง
“ท่านชาแมน” ซูไป๋พยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ถูกมือของชาแมนกดศีรษะของเขาเอาไว้
“อย่าขยับ ถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว” ชาแมนส่ายหัวอย่างอ่อนแรง
เขายกมือขึ้น คว้าจับโทเท็มมังกรอัคคีที่เกิดขึ้นจากอักขระชาแมน แสงสีแดงที่ห่อหุ้มร่างกายของเขา ค่อยๆ หดลงอย่างรวดเร็วมารวมตัวกันอยู่ในฝ่ามือของเขา จนกลายเป็นลูกแก้วแสงขนาดเท่าหัวแม่มือ
“นี่คือมรดกชาแมน สัจธรรมแห่งอักขระชาแมนและความลับของโทเท็ม ทั้งหมดล้วนอยู่ในนี้แล้ว” ชาแมนบีบมือกำลูกแก้วแสงไว้ด้วยความยากลำบาก ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมันไปจ่อไปที่หน้าผากของซูไป๋ด้วยแรงเฮือกสุดท้าย
“อนาคตของเผ่ามังกรอัคคี อยู่ในมือของเจ้าแล้ว”
นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ซูไป๋ได้ยิน ก่อนที่เขาจะหมดสติไป