เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 มรดกชาแมน – ตอนที่ 1

บทที่ 9 มรดกชาแมน – ตอนที่ 1

บทที่ 9 มรดกชาแมน – ตอนที่ 1


“ท่านชาแมน ช่วยบอกผมได้ไหมครับ ว่าสรุปแล้วชาแมนคืออะไรกันแน่” ซูไป๋ถามเรื่องที่เขาอยากรู้มาโดยตลอด

“จงอย่าใจร้อน เดี๋ยวข้าจะบอกทุกอย่างกับเจ้าเอง” ชาแมนลุกขึ้นและเดินเข้าไปด้านในของเต็นท์กระโจม พร้อมกับยกหีบใบใหญ่ออกมาจากมุมเต็นท์ มันเป็นหีบทรงลูกบาศก์ขนาดประมาณหนึ่งเมตร

เขาวางมันไว้ตรงหน้าซูไป๋ ก่อนจะนั่งลงอย่างช้าๆ พร้อมกับอธิบายว่า “หีบใบนี้เป็นของเจ้าแล้ว ภายในนั้นมีมรดกของชาแมนอยู่”

“ผมขอเปิดดูเลยได้ไหมครับ” ซูไป๋ถามอย่างสุภาพ

“เปิดสิ นี่คือโอกาสเหมาะในการอธิบายให้เจ้าฟัง ว่าชาแมนคืออะไร” ชาแมนผายมือแทนคำอนุญาต

เมื่อสัมผัสที่หีบ ซูไป๋รู้สึกว่ามันเรียบมาก จากนั้น เขาก็ได้กลิ่นหอมของไม้ ซึ่งทำให้จิตใจของเขาปลอดโปร่งขึ้นในทันที เฉพาะตัวหีบเอง ก็ถือเป็นสมบัติได้แล้ว เขาเริ่มรู้สึกกังวลใจ เหมือนกับตอนที่เขากำลังตรวจผลคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัย

*กริ๊ก* ซูไป๋ใช้สองมือยกเปิดฝาหีบ เผยให้เห็นสิ่งของสองสามอย่างอยู่ข้างใน หนึ่งในนั้นคือม้วนคัมภีร์หนังสัตว์

“แผ่นหนังสัตว์เหล่านี้ ถูกเขียนด้วยอักขระชาแมน มีเพียงชาแมนเท่านั้นที่สามารถอ่านได้ โดยมีทั้งเคล็ดวิชาลับและเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้ถูกเขียนไว้โดยบรรพบุรุษเผ่ามังกรอัคคีของเรา” ชาแมนกล่าวอย่างแช่มช้า

“อักขระชาแมนเหรอครับ” ซูไป๋หยิบม้วนคัมภีร์ขึ้นมาด้วยความสงสัย และค่อยๆ กางมันออก เขาเห็นลวดลายที่ดูน่าอัศจรรย์ใจอยู่บนม้วนคัมภีร์ เมื่อพยายามเพ่งดู เขาก็พบว่าลวดลายเหล่านั้นสามารถขยับได้

เขาขมวดคิ้ว พยายามอย่างยิ่งที่จะตีความว่าลวดลายเหล่านี้สื่อถึงอะไร หลังผ่านไปสักพักใหญ่ เขาก็รู้สึกสมองล้าอย่างมาก จนเปลือกตาของเขาเริ่มหนักอึ้ง

“ไม่เป็นไรหรอก เจ้ายังไม่สามารถอ่านอักขระชาแมนได้ในตอนนี้” ชาแมนรีบห้ามเขาไว้

“ฟู่ว…” ซูไป๋สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะม้วนเก็บแผ่นหนังสัตว์อย่างเร่งรีบ ทันทีที่ม้วนเก็บเสร็จ หัวสมองของเขาก็กลับมาปลอดโปร่งอีกครั้ง

“เจ้าต้องสืบทอดพลังชาแมนให้สำเร็จก่อน จึงจะสามารถตีความอักขระชาแมนได้”

ชาแมนส่ายหัวช้าๆ ก่อนจะหยิบแผ่นกระดูกสัตว์ขนาดเท่าฝ่ามือสามชิ้นออกมาจากหีบ เขาอธิบายว่า “นี่คือแผ่นกระดูกจารึกชาแมน เมื่อใช้พลังชี่ โลหิต และพลังชาแมน เจ้าจะสามารถใช้เคล็ดวิชาชาแมนที่เก็บกักอยู่ภายในแผ่นกระดูกจารึกเหล่านี้ได้”

“ในการสร้างแผ่นกระดูกจารึกชาแมนเหล่านี้ จะต้องใช้รูนชาแมน รูนชาแมนนั้นเกิดขึ้นจากการนำอักขระชาแมนมาเรียงต่อกันในรูปแบบต่างๆ รูนชาแมนแต่ละชนิด ก็จะแทนเคล็ดวิชาชาแมนหนึ่งอย่าง”

ชาแมนวางแผ่นกระดูกจารึกชาแมนลง และกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “เผ่ามังกรอัคคีของเรามีรูนชาแมนอยู่สามชนิด ซึ่งได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รู่นโดยบรรพบุรุษของเรา”

“เคล็ดวิชาชาแมนคืออะไรครับ” ซูไป๋เบิกตากว้าง ในที่สุดเขาก็กำลังจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับพลังอำนาจสุดลี้ลับนี้

“เคล็ดวิชาชาแมนนั้น ทั้งแปลกประหลาดและลึกลับ” ชาแมนอธิบายด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “ชาแมนสามารถแบ่งออกได้หลายประเภท ชาแมนพิษ คือผู้เชี่ยวชาญในการใช้พิษ ชาแมนพยากรณ์จะสามารถทำนายโชคชะตาของผู้อื่นได้ ชาแมนรักษา คือผู้ที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บและโรคภัยไข้เจ็บได้ และชาแมนอำนวยพร คือผู้ที่สามารถเสริมความแข็งแกร่งและความเร็วให้กับผู้อื่นได้”

“แล้วท่านเป็นชาแมนประเภทไหนครับ” ซูไป๋ถามด้วยความสงสัย

“ชาแมนนั้นมีมากมายหลายประเภท โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดตายตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าชาแมนแต่ละคน เชี่ยวชาญเคล็ดวิชาชาแมนอะไรบ้าง” ชาแมนส่ายหัวช้าๆ พยายามอธิบายอย่างชัดเจนที่สุด เพื่อไม่ให้ซูไป๋เข้าใจผิด “ข้าชำนาญในเคล็ดวิชาชาแมนด้านการรักษา รวมถึงเคล็ดวิชาชาแมนด้านการอำนวยพร”

“ผมเข้าใจแล้วครับ ผมควรระมัดระวังเมื่ออยู่ต่อหน้าชาแมนคนอื่นๆ ไม่งั้นอาจจะถูกกลอุบายหลอกให้เข้าใจผิดได้” ซูไป๋ตอบหลังจากใคร่ครวญอย่างรอบคอบ

“เด็กเอย เจ้ามีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดอย่างยิ่ง” ชาแมนรู้สึกชื่นชม แต่ก็แอบเสียดายที่ซูไป๋ปรากฎตัวช้าเกินไป

อีกอึดใจต่อมา เขาอธิบายต่อว่า “วัตถุดิบและวิธีการสร้างแผ่นกระดูกจารึกชาแมน ล้วนมีบันทึกอยู่บนม้วนคัมภีร์หนังสัตว์ แหล่งที่มาของวัตถุดิบ รวมถึงวิธีการจัดหา ถือเป็นความลับสุดยอด เพราะมันคือรากฐานของเผ่าเรา”

เนื่องจากเขาไม่มีเวลาที่จะอธิบายอย่างละเอียดทุกขั้นตอน จึงทำได้เพียงแนะนำประเด็นสำคัญ ด้วยเกรงว่าหากซูไป๋ได้รับข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน และหากเกิดความผิดพลาดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย อาจลุกลามจนกลายเป็นจุดจบของทั้งเผ่ามังกรอัคคีได้

“ผมจะจดจำคำสอนนี้ไว้และทำตามอย่างเคร่งครัดครับ” ซูไป๋ตอบรับอย่างมุ่งมั่น

“ในเมื่อเรื่องเกี่ยวกับชาแมนก็เรียบร้อยดีแล้ว ข้าจะอธิบายสถานการณ์ของเผ่าให้เจ้าฟัง”

ชาแมนพูดต่อโดยไม่หยุดพัก “ขณะนี้เผ่ามังกรอัคคีของเรา มีสมาชิกเหลือเพียงแค่เจ็ดสิบสองคน ในอนาคต เจ้าต้องส่งเสริมให้คนในเผ่ามีลูกหลานมากกว่านี้ ตอนนี้จำนวนสมาชิกเผ่าของเราน้อยเกินไป”

ขณะที่เขาพูด ดวงตาของเขาก็แดงเรื่อ เมื่อนึกถึงลูกหลานของเผ่าที่เสียชีวิตไป เสียงของเขาจึงแหบพร่า “ดินแดนบรรพชนของเผ่ามังกรอัคคีของเราถูกเผ่าอสรพิษดำแย่งชิงไปแล้ว พวกมันทรงพลังมาก หากพวกมันตามรอยมาจนเจอเราที่นี่ จงเร่งสั่งให้ทั้งเผ่าอพยพในทันที”

“ผมจะไม่เผชิญหน้าพวกเขาในตอนที่ยังไม่พร้อมครับ และถ้ามีโอกาส ผมจะแย่งชิงดินแดนบรรพชนของเรากลับคืนมาอย่างแน่นอน” ซูไป๋พยักหน้า พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาต่อชายชรา ผู้มีจิตใจเปี่ยมไปด้วยเมตตาที่อยู่ตรงหน้าเขา

“ดี ดีเหลือเกิน เจ้าเป็นเด็กที่มีไหวพริบ ไม่หุนหันพลันแล่นและขาดความเฉลียวเหมือนหยานเจียวและชางซื่อ” ชาแมนยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เผยให้เห็นฟันในปากที่เหลือเพียงสามซี่

*แค่ก แค่ก แค่ก…*

ในตอนนั้นเอง เสียงไอก็ดังขึ้นที่นอกเต็นท์กระโจม ดูเหมือนว่าหยานเจียวกับชางซื่อจะได้ยินบทสนทนาที่ด้านใน

ชางซื่อกล่าวติดตลกว่า “นี่ หยานเจียว ท่านชาแมนบอกว่าเจ้าหัวร้อนเกินไปแน่ะ”

“หุบปากไปเลย” หยานเจียวตะโกนด้วยความโมโห

“…”

“ไม่ต้องสนใจพวกเขา” ชาแมนส่ายหัวอย่างสิ้นหวัง ก่อนจะพูดต่อว่า “หยานเจียวคือหัวหน้าเผ่าคนปัจจุบัน หากมีปัญหาอะไร บอกเขาได้ทุกเรื่อง”

“ส่วนชางซื่อ เป็นหัวหน้าทีมนักล่า เจ้าจะต้องเรียกใช้เขา หากต้องการวัตถุดิบในการสร้างแผ่นกระดูกจารึกชาแมน”

“ทุกคนในทีมนักล่าล้วนเป็นนักรบโทเท็ม พวกเขาคือเสาหลักที่ค้ำจุนเผ่ามังกรอัคคีไว้ หากมีเรื่องใดที่เจ้าตัดสินใจเองไม่ได้ จงปรึกษาพวกเขา อีกอย่าง เจ้าเองก็อายุไม่น้อยแล้ว จงเร่งหาคู่ครอง แล้วมีทายาทโดยเร็ว เพื่อให้เผ่าของเรามีผู้สืบทอดชาแมนคนต่อไป”

ชาแมนเริ่มออกนอกเรื่องมากขึ้นเรื่อยๆ “ข้าคิดว่าหยานฮัวนั้นเหมาะสมทีเดียว นางสวยที่สุดในเผ่า และแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคนรุ่นใหม่ เจ้าสามารถแต่งตั้งนางเป็นสตรีรับใช้ชาแมน เพื่อคอยดูแลชีวิตประจำวันของเจ้าได้”

“…” มุมปากของซูไป๋กระตุก แต่เขาไม่มีความหงุดหงิดแม้แต่น้อย กลับรู้สึกว่ามันเป็นคำพูดที่ชวนอบอุ่นหัวใจอย่างมาก ชาแมนทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังพูดคุยกับคุณตาผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ที่คอยแต่เจ้ากี้เจ้าการบอกให้เขารีบแต่งงาน

“เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ก็มักจะพูดยาวเหยียดเกินไปหน่อย เจ้าว่าไหม” ชาแมนลูบเคราอันยาวเหยียดของเขา และจู่ๆ ก็ถามต่อในทันทีว่า “เด็กเอย เจ้ากลัวคนจากเผ่าอสรพิษดำหรือไม่”

“ทำไมผมถึงต้องกลัวด้วยเหรอครับ” ซูไป๋ถามกลับในทันที

“ฮ่าฮ่าฮ่า…” ชาแมนหัวเราะด้วยความสะใจ และตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ดูเหมือนว่าข้าจะไม่ได้เลือกคนผิด”

เขาได้รับคำตอบที่เขาต้องการจากปากของซูไป๋ รวมถึงปฏิกิริยาที่น่าพึงพอใจจากทัศนคติที่ชายหนุ่มแสดงออกมา

“ท่านชาแมน ผมจะทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้ตัวเองเป็นชาแมนที่เก่ง และจะนำพาเผ่ามังกรอัคคีไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง…อำนาจเพราะ... อะแฮ่ม… และผมจะแย่งชิงดินแดนบรรพชนของเรากลับมาให้ได้อย่างแน่นอนครับ” ซูไป๋เกือบจะเผลอตะโกนคำขวัญปลุกใจเกษตรกรออกมาเพราะความฮึกเหิม

จบบทที่ บทที่ 9 มรดกชาแมน – ตอนที่ 1

คัดลอกลิงก์แล้ว