เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 การเช็คอินรายวันของวันใหม่

บทที่ 8 การเช็คอินรายวันของวันใหม่

บทที่ 8 การเช็คอินรายวันของวันใหม่


*กรร กรร…*

ท่ามกลางความงัวเงีย ซูไป๋ได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ประหลาดแว่วมา เมื่อสติเริ่มแจ่มใสขึ้น เขาก็ลืมตามาพบกับหลังคาเต็นท์ที่ทำจากหนังสัตว์ อันเป็นภาพที่ไม่คุ้นตา

เขาตั้งใจฟังและพบว่าเสียงคำรามนั้น ดังมาจากที่ไกลๆ ด้วยความโล่งใจ เขาจึงพูดติดตลกว่า “ตัวอะไรกันนะ คำรามเสียงดังได้ขนาดนี้ ไม่กลัวเจ็บคอหรือไง”

[ระบบ ผมต้องการเช็คอิน] ซูไป๋ตั้งสติได้และเริ่มนึกถึงระบบ

<ติ๊ง เช็คอินสำเร็จ>

[รับแพ็คเกจช่วยเหลือแล้วเปิดเลย] ซูไป๋ยังคงสั่งการต่อในหัวของเขา

<ติ๊ง กำลังเปิดแพ็คเกจช่วยเหลือ…>

<ติ๊ง ขอแสดงความยินดี ผู้ใช้ได้รับระบบช่วยเหลือเกรดกลาง: มีดปอกผลไม้>

[มีดปอกผลไม้เนี่ยนะ] ซูไป๋ถึงกับอึ้งไปพักใหญ่ จู่ๆ เขาก็สัมผัสได้ว่ามีมีดปอกผลไม้ปรากฎขึ้นในมือเขาราวกับเวทมนตร์

เขารีบลุกขึ้นนั่งและสำรวจมีดปอกผลไม้ในมือ มันยาวเกือบยี่สิบเซนติเมตร เป็นสีดำสนิท มาพร้อมปลอกพลาสติก

[มีดแบบนี้ที่ตลาดคงอันละไม่กี่สิบบาท…] ซูไป๋แทบจะบรรยายความรู้สึกของตัวเองตอนนี้ไม่ถูก เขาถามว่า [ระบบ เวลาเปิดแพ็คเกจช่วยเหลือรายวัน มีโอกาสสูงที่จะได้ของใช้แบบมีดปอกผลไม้เล่มนี้ใช่หรือเปล่า]

<ติ๊ง ถูกต้อง ผู้ใช้มีโอกาสได้ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ >

“เข้าใจแล้ว” ซูไป๋ยักไหล่และเริ่มเล่นกับมีดปอกผลไม้ อย่างน้อยที่สุด มีดปอกผลไม้ก็เป็นสิ่งที่เขาต้องการอย่างเร่งด่วน เขาสามารถใช้มันตัดสิ่งต่างๆ ได้ และยังใช้เป็นอาวุธได้ ในยามที่เขาตกอยู่ในอันตราย

เขาเล่นกับมีดปอกผลไม้อยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะเก็บมันไว้ในกระเป๋า เขายกชายเต็นท์กระโจมขึ้นและเดินออกไปข้างนอก เห็นผู้คนในเผ่ากำลังช่วยกันขนท่อนไม้

“เจ้าตื่นแล้วเหรอ” หยานฮัวปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังซูไป๋โดยที่เขาไม่ทันรู้ตัว และยื่นผลเบอร์รี่หน้าตาแปลกประหลาดจำนวนหนึ่งให้ พร้อมกับบอกว่า “กินนี่สิ ให้มีอะไรตกถึงท้องก่อน แล้วค่อยเริ่มกินเนื้อหลังจากนี้”

“เธอเก็บเจ้าพวกนี้มาเองเหรอ” ซูไป๋รับผลเบอร์รี่มา พวกมันดูคล้ายลูกพีชป่าจากบนโลก มีขนาดประมาณหัวแม่มือ แต่มีสีฟ้าที่ดูแล้วไม่น่าไว้วางใจสักเท่าไหร่

*กร้วม…* หยานฮัวที่กำลังเคี้ยวเบอร์รี่อยู่ในปาก ตอบเขาด้วยเสียงอู้อี้ๆ “ข้าเจอตอนลาดตระเวณเมื่อคืนนี้น่ะ รสชาติไม่เลวเลย”

*กร้วม…* ซูไป๋หยิบผลเบอร์รี่ขึ้นมาลูกหนึ่ง เอามันเช็ดกับชุดของเขาก่อนจะยัดเข้าปาก เนื้อของมันร่วนราวกับเม็ดทราย ให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาดมาก เขาไม่เคยกินอะไรแบบนี้มาก่อนเลย

เขากินหมดภายในคำเดียว และคายเมล็ดออกมา ก่อนจะถามว่า “ผลเบอร์รี่ชนิดนี้เรียกว่าอะไรเหรอ”

“บลูเบอร์รี่ทราย เป็นผลไม้ที่หากินได้ยากมาก” หยานฮัวยัดผลเบอร์รี่ใส่ปากจนแก้มตุ่ย ดูเหมือนกระรอกไม่มีผิด

“พวกนั้นทำอะไรกันอยู่เหรอ” ซูไป๋หันไปมองดูผู้คนที่กำลังสร้างบางสิ่งบางอย่าง ดูคล้ายกับแท่นทรงสูง

“กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับพิธีสืบทอดน่ะ” หยานฮัวตอบพร้อมกับหาว

“เมื่อคืนเธอไม่ได้นอนเลยใช่ไหม ไปพักก่อนเถอะ” ซูไป๋บอกด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเป็นห่วง

“อดนอนแค่คืนเดียว สบายมาก” หยานฮัวโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

เธอกินบลูเบอร์รี่ทรายที่เหลือจนหมด เผยให้เห็นฟันที่เปื้อนคราบสีน้ำเงินก่อนจะพูดว่า “ไปกันเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปพบท่านชาแมน”

“ฟันของเธอ…” หางตาของซูไป๋กระตุกในขณะที่เขาเดินตามเธอไป

“อ๋อ มันกลายเป็นสีน้ำเงินใช่ไหม กินเนื้อสองสามชิ้นหลังจากนี้มันก็จะกลับเป็นสีขาวเองน่ะ” หยานฮัวตอบอย่างไม่คิดอะไรมาก

“…” ซูไป๋เอามือขึ้นมากุมที่หน้าผากของตัวเอง เขานึกถึงสาวๆ ที่เคยพบเจอบนโลก แล้วจ้องมองแม่สาวเขาวัวที่แสนตรงไปตรงมา ซึ่งเดินนำหน้าเขาอยู่ [ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว…]

ทั้งคู่มาถึงที่ด้านหน้าของเต็นท์กระโจมขนาดใหญ่ หยานเจียวและชางซื่อยืนเฝ้าอยู่ที่ทางเข้า ทั้งคู่ต่างถือหอกยาวอยู่ในมือ หัวหอกนั้นทำจากหินขัด ซึ่งมีคราบเลือดสีแดงเข้มแห้งติดอยู่

“เข้าไปเถอะ ท่านชาแมนกำลังรออยู่” หยานเจียวยกชายเต็นท์กระโจมขึ้น

“ครับ” ซูไป๋สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปในเต็นท์

เมื่อเข้าไปในเต็นท์กระโจม ซูไป๋เห็นชาแมนกำลังนั่งอยู่บนผืนหนังสัตว์ จ้องมองเขาด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความคิดอันลึกซึ้ง

“นั่งก่อน เด็กเอ๋ย” ชาแมนชี้ไปตรงที่นั่งซึ่งอยู่ด้านหน้าของเขา

“ท่านชาแมน” ซูไป๋ทักทายอย่างสุภาพและนั่งไขว่ห้างบนผืนหนังสัตว์

“ข้ารู้ว่าเจ้าคงมีคำถามมากมาย” ชาแมนพยักหน้า เสียงแหบชราของเขายังคงพูดต่อไป “ข้าจะบอกทุกอย่างให้เจ้าฟัง จากนั้นเจ้าค่อยตัดสินใจเอาเองเถอะ”

“ตกลงครับ” ซูไป๋พยักหน้าตอบ

“เจ้าคงยังไม่รู้ว่าชาแมนคืออะไรสินะ” สไตล์การพูดอย่างช้าๆ ของชาแมน ทำให้ผู้ฟังรู้สึกอยากฟังต่อโดยไม่รู้ตัว

“ครับ ผมไม่รู้” ซูไป๋ส่ายหน้าตามตรง

“งั้นข้าจะเริ่มต้นด้วยการอธิบายให้เจ้าฟัง ว่าชาแมนคืออะไร” ชาแมนเปลี่ยนท่าเป็นนั่งหลังตรง เอามือลูบเคราของตัวเอง และเล่าด้วยเสียงที่เบาลงว่า “หน้าที่ของชาแมนคือการปกป้องเผ่า เป็นผู้สานต่ออนาคตของเผ่า และชี้แนะหนทางในการก้าวไปข้างหน้าให้กับเผ่า”

“ท่านชาแมน คุณใช้วิธีไหนปกป้องเผ่าเหรอครับ” ซูไป๋ถาม

“พลังที่ได้รับจากโทเท็ม ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของทุกเผ่า” ชาแมนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “ชาแมนคือผู้ควบคุมการสืบทอดโทเท็ม” มีเพียงชาแมนเท่านั้นที่สามารถปลุกพลังสัญลักษณ์โทเท็มบนตัวนักรบโทเท็มได้

“ท่านชาแมน แล้วนักรบโทเท็มคืออะไรครับ” ซูไป๋ถามสิ่งที่เขาอยากรู้มาตลอดอย่างตรงไปตรงมา

“ผู้อาวุโสในเผ่าของเจ้าไม่เคยบอกงั้นหรือ ว่าโทเท็มคืออะไร และนักรบโทเท็มคืออะไร” ชาแมนดูประหลาดใจเล็กน้อย

“ไม่ครับ พวกท่านจากไปตั้งแต่ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก” ซูไป๋ตอบพร้อมส่ายหน้า เท่าที่เขาจำความได้ เขาก็เติบโตขึ้นมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

“เด็กน้อยที่น่าสงสาร ถ้าเช่นนั้นก็ให้ชายชราผู้นี้ทำหน้าที่แทนผู้อาวุโสของเจ้าเถอะ” ชาแมนยกมือขึ้นและลูบหลังมือของซูไป๋เบาๆ พร้อมกับกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า "นักรบโทเท็มคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดรองจากชาแมน โทเท็มที่พวกเราเคารพบูชา คือแก่นของวิชาความรู้ทั้งมวล ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของเราจากรุ่นสู่รุ่น”

“ในตัวทุกคนล้วนมีศักยภาพอันยิ่งใหญ่แฝงอยู่ การจะนำศักยภาพในตัวของพวกเขาออกมาใช้ได้ จำเป็นต้องอาศัยพลังชี่ โทเท็มคือตัวกลางในการสำแดงหลักการขับเคลื่อนพลังชี่” ชาแมนอธิบายอย่างช้าๆ ด้วยคำพูดที่เข้าใจง่ายว่า “หากปราศจากโทเท็ม ผู้คนจะไม่รู้วิธีการขับเคลื่อนพลังชี่ ส่งผลให้ไม่อาจดึงศักยภาพในตัวออกมาใช้งานได้”

“ผมเข้าใจแล้วครับ” ซูไป๋เข้าใจหลักการได้ในทันที

หากจะเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายขึ้น โทเท็มก็คือเคล็ดวิชาการฝึกกำลังภายใน ไม่ว่าคนๆ หนึ่งจะทรงพลังแค่ไหน หากไม่ได้เรียนรู้เคล็ดวิชาการฝึกกำลังภายใน ก็จะยังคงเป็นคนธรรมดาต่อไป

ชาแมนคือคนที่สามารถถ่ายทอดเคล็ดวิชาการฝึกกำลังภายในให้ผู้อื่นได้ และยังเป็นคนที่คอยชี้แนะผู้อื่นในการฝึกฝนด้วยเคล็ดวิชาดังกล่าวอีกด้วย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมชาแมนจึงมีความสำคัญอย่างมาก

“ดีมากที่เจ้าเข้าใจ” ชาแมนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เขารู้สึกสบายใจที่เห็นว่าซูไป๋นั้น มีทั้งความยืดหยุ่นและสติปัญญาอยู่ในตัว

จบบทที่ บทที่ 8 การเช็คอินรายวันของวันใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว