- หน้าแรก
- อยู่ดีๆ ผมก็ได้เป็นหัวหน้าเผ่ายุคบรรพกาลซะงั้น
- บทที่ 3 ให้เจ้าพักแค่คืนเดียว
บทที่ 3 ให้เจ้าพักแค่คืนเดียว
บทที่ 3 ให้เจ้าพักแค่คืนเดียว
[ระบบงั้นเหรอ] ดวงตาของซูไป๋เบิกกว้างขณะที่เขาถามตัวเองในใจว่า [นี่เราได้ระบบมาจริงๆ หรือนี่]
ในฐานะนักเขียน เขาย่อมรู้จักฉากในนิยายที่ตัวละครมีระบบช่วยเหลือ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เขาตกใจอย่างมาก
<ติ๊ง ถูกต้อง ระบบช่วยเหลือรายวัน ยินดีให้บริการผู้ใช้>
ซูไป๋พยายามควบคุมสีหน้าของตัวเอง ขณะใช้หางตาเหลือบมองสาวเขาวัวที่อยู่ข้างๆ เขา เขายังคงถามคำถามต่อ [แล้วนายมีฟังก์ชันอะไรบ้าง]
<ติ๊ง ขณะนี้ระบบช่วยเหลือรายวัน เปิดใช้งานเฉพาะส่วนเช็คอินรายวัน>
<ติ๊ง เมื่อเช็คอินในแต่ละวัน ผู้ใช้จะได้รับแพ็คเกจช่วยเหลือแบบสุ่ม โดยมีโอกาส 1% ที่จะได้รับแพ็คเกจช่วยเหลือเกรดกลาง และโอกาส 0.1% ที่จะได้รับแพ็คเกจช่วยเหลือเกรดสูง>
เสียงที่เย็นชาเหมือนหุ่นยนต์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในหัวของซูไป๋:
<ติ๊ง เมื่อเช็คอินต่อเนื่องครบหนึ่งเดือน จะการันตีว่าผู้ใช้จะได้รับแพ็คเกจช่วยเหลือเกรดกลาง และเมื่อเช็คอินต่อเนื่องครบหนึ่งปี จะการันตีว่าผู้ใช้จะได้รับแพ็คเกจช่วยเหลือเกรดสูง>
[แล้วในระบบมีแค่แพ็คเกจช่วยเหลือเกรดสูง กลาง ต่ำ รึเปล่า] ซูไป๋ถามคำถามในใจ
<ติ๊ง แพ็คเกจช่วยเหลือที่ระดับสูงกว่านี้ จะได้รับการปลดล็อกเมื่อผ่านไปหนึ่งปี นับจากวันที่ผู้ใช้เริ่มเช็คอิน>
[ระบบ ผมต้องการเช็คอิน] ซูไป๋ออกคำสั่งในใจอย่างเร่งรีบ
<ติ๊ง เช็คอินสำเร็จ>
หลังได้ยินเสียงดังกล่าว จู่ๆ ก็มีหน้าปฏิทินเสมือนปรากฎขึ้นในสายตาด้านหน้าของซูไป๋ ช่องวันที่แรกบนปฏิทินดังกล่าว มีคำว่า ‘เช็คอินแล้ว’ กำกับอยู่ พร้อมข้อความตัวเล็กๆ อีกหนึ่งบรรทัด เขียนว่า: “ยังไม่ได้รับแพ็คเกจช่วยเหลือ”
เขาหันไปมองหยานฮัว ที่กำลังแนะนำเรื่องเกี่ยวกับเผ่าให้เขาฟัง และถามคำถามในใจ [ระบบ คนอื่นมองปฏิทินนี้ไม่เห็นใช่ไหม]
<ติ๊ง เฉพาะผู้ใช้เท่านั้นที่มองเห็นหน้าปฏิทิน>
[งั้นก็ดีเลย ตอนนี้ยังไม่รับแพ็คเกจก็แล้วกัน] ซูไป๋กล่าวขณะเผลอยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก
เขาไม่แน่ใจว่าการรับแพ็คเกจ จะทำให้เกิดเรื่องผิดปกติอะไรขึ้นบ้าง ถ้ายังไม่แน่ใจก็ควรระมัดระวังไว้ก่อน เขาจะรอรับมันทีหลัง ตอนที่อยู่ตามลำพัง
“นี่ เจ้าฟังข้าอยู่หรือเปล่า” หยานฮัวหรี่ดวงตาสีแดงของเธอจ้องมองมาที่เขา
เธอสังเกตว่าซูไป๋ดูมีอาการเหม่อลอยมาสักพักใหญ่ จึงตำหนิเขาอย่างเย็นชาว่า “ถ้าเจ้าไม่อยากฟังแล้ว ก็อย่าทำให้ข้าต้องเสียเวลา”
หยานฮัวยังต้องไปฝึกวิชาต่ออีก การตามหาตัวผู้สืบทอดในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ทำให้เธอไม่ได้ฝึกวิชาอย่างจริงจังเหมือนที่เคย หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป การจะได้เป็นนักรบโทเท็มคงจะเป็นเรื่องยากสำหรับเธอ
“ขอโทษครับ ผมรู้สึกมึนหัวนิดหน่อย เลยเผลอเหม่อโดยไม่ได้ตั้งใจ” ซูไป๋กล่าวขอโทษ
“ข้าจะพาเจ้าไปพักผ่อนก็แล้วกัน” หยานฮัวเหลือบมองใบหน้าที่ซีดเผือดของซูไป๋ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขานอนหมดสติอยู่นานถึงสามวันแล้ว สีหน้าที่เย็นชาของเธอก็ผ่อนคลายลงในทันที
“ครับ” ริมฝีปากของซูไป๋เผยอขึ้นเล็กน้อย [โอ้ สาวเขาวัวคนนี้ถึงภายนอกจะดูเย็นชา แต่มีจิตใจที่อ่อนโยนสินะ]
“ไปกันเถอะ” หยานฮัวเดินนำเข้าที่จุดศูนย์กลางของค่าย พร้อมอธิบายว่า “เต็นท์ของชาแมน และเต็นท์ของหัวหน้าเผ่าจะอยู่ตรงกลางเผ่า”
เธอพาซูไป๋เดินผ่านเต็นท์หนังสัตว์หลังใหญ่ ก่อนจะอ้อมไปทางด้านหลัง ที่นี่มีเต็นท์อยู่สองหลัง โดยหลังหนึ่งมีขนาดเล็กกว่าอีกหลัง
“เจ้าใช้เต็นท์ด้านซ้ายไป หลังทางขวาเป็นของพ่อข้า” หยานฮัวกล่าวขณะชี้ไปที่เต็นท์ตรงหน้าของพวกเขา
“แล้วหลังนี้ของใครเหรอ” ซูไป๋ถามด้วยความสงสัย
“ของข้าเอง” หยานฮัวตอบด้วยเสียงที่เบาลงเล็กน้อย
“ถ้าผมนอนในเต็นท์ของคุณ แล้วคุณจะไปนอนที่ไหนล่ะ” ซูไป๋ถามด้วยความประหลาดใจ
ดูเหมือนสถานะของเขาจะได้รับการยกระดับจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อเทียบกับการต้องนอนอยู่รอบนอกค่ายในตอนแรก ตอนนี้เขาได้ย้ายมาอยู่ใจกลางค่ายโดยตรง
“เฉพาะคืนนี้เท่านั้นแหละ ยังไงคืนนี้ข้าก็ต้องออกไปทำหน้าที่ลาดตระเวนอยู่แล้ว” หยานฮัวกัดฟันพูด
จริงๆ เธอก็ไม่ได้อยากให้ซูไป๋มานอนที่เต็นท์ของเธอเหมือนกัน แต่ท่านพ่อสั่งให้เธอเป็นคนดูแลท่านผู้สืบทอด ซึ่งรวมถึงการจัดเตรียมที่พักให้เขา เนื่องจากเธอไม่มีเวลามากพอสำหรับการสร้างเต็นท์หลังใหม่ จึงไม่มีทางเลือกนอกจากยอมให้เขาใช้เต็นท์ของเธอ
“เข้าใจล่ะ” ซูไป๋พยักหน้า การที่สาวเขาวัวยอมให้เขานอนในเต็นท์ของเธอ ถือเป็นการแสดงมิตรภาพอย่างจริงใจ
“เชอะ อย่าแอบมาค้นของใช้ส่วนตัวของข้าก็แล้วกัน” หยานฮัวเชิดคางขึ้นเล็กน้อย มีสีแดงเรื่อปรากฎขึ้น
“ผมไม่ทำแน่นอนครับ” ซูไป๋รีบตอบรับ พยายามห้ามตัวเองไม่ให้เผลอหัวเราะออกมา
“ถ้ามีปัญหาอะไร ก็ให้คนไปตามข้าได้นะ” พูดจบ หยานฮัวก็รีบวิ่งจากไป
“แค่นี้ก็เขินซะแล้ว” ซูไป๋ส่ายหัวอย่างรู้สึกสนุก ก่อนจะยกชายเต็นท์ขึ้นเพื่อเข้าไปข้างใน
เต็นท์ของเธอไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก กว้างประมาณหกหรือเจ็ดตารางเมตร [ข้าวของเครื่องใช้ด้านใน ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย… ที่ไหนกันล่ะ]
ภายในเต็นท์ไม่มีเตียงไม้ มีเพียงแค่กองฟางที่ใช้แทนเตียง ปูด้วยแผ่นหนังสัตว์ และก็ไม่มีตู้เสื้อผ้าหรือที่เก็บของอยู่เลย ทุกอย่างจึงถูกวางกระจัดกระจายไปทั่ว แถมพื้นก็ยังเปื้อนดิน หนำซ้ำยังมองเห็นรอยเท้าได้อย่างชัดเจนอีกด้วย
“เกือบลืมไปเลยว่านี่คือสังคมยุคโบราณ” ซูไป๋เกาหัวอย่างแรงและถอนหายใจ “ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีอะไรเลย…”
เขานั่งลงบนกองฟาง เตรียมเปิดแพ็คเกจช่วยเหลือของระบบ เพื่อปลอบประโลมจิตใจของเขาสักเล็กน้อย
[ระบบ เปิดแพ็คเกจช่วยเหลือ] ซูไป๋ออกคำสั่งในใจของเขา
<ติ๊ง กำลังเปิดแพ็คเกจช่วยเหลือของวันแรก…>
<ติ๊ง ขอแสดงความยินดี ผู้ใช้ได้รับระบบช่วยเหลือเกรดกลาง: ฮีล>
“โอ้โห ได้ระบบช่วยเหลือเกรดกลางตั้งแต่เริ่มเลย หรือว่ามีโบนัสสำหรับการเปิดใช้งานวันแรกรึเปล่า” ซูไป๋ถามด้วยความประหลาดใจปนยินดี
<ติ๊ง ถูกต้อง>
“ใช่จริงๆ ด้วยสินะ” ซูไป๋หัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ เพียงออกคำสั่งในใจ เขาก็เปิดอ่านคำแนะนำของสกิลฮีล
[ฮีล: ใช้พลังจิตกระตุ้นพลังชีวิตรอบๆ บริเวณที่เป็นแผล เพื่อเร่งกระบวนการรักษาให้เร็วยิ่งขึ้น]
“สมกับเป็นฮีล แค่เลเวล 1 ก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจทีเดียว แต่อธิบายก็สั้นไปหน่อยนะ”
จริงๆ แล้วซูไป๋ก็แค่บ่นไปงั้นๆ จากนั้นเขาจึงถามต่อว่า “ระบบ ฮีลมีทั้งหมดกี่เลเวล แล้วจะเพิ่มเลเวลได้ยังไง”
<ติ๊ง เมื่อเพิ่มความชำนาญจนเต็ม จะสามารถเพิ่มเลเวลได้ ระบบช่วยเหลือประเภทสกิลจะมีทั้งหมดสิบเลเวล>
<ติ๊ง คุณต้องการเปิดหน้าต่างแสดงค่าพลังตัวละครหรือไม่>
“เปิดเลย” ซูไป๋พยักหน้า
|
[หน้าต่างค่าพลัง] ผู้ใช้: ซูไป๋ พลังกาย: 0.7 (คนธรรมดา 1) ความแข็งแกร่ง: 0.8 (คนธรรมดา 1) ความเร็ว: 0.7 (คนธรรมดา 1) พลังจิต: 2.1 (คนธรรมดา 1) อาชีพ: นักเขียน สกิล: ฮีล (0/100) คำอธิบาย: นักเขียนนิยายที่ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว ซึ่งมีร่างกายอยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่าไหร่ |
“หน้าต่างค่าพลังนี่เข้าใจได้ง่ายดีแฮะ” ซูไป๋รู้สึกกังวลเกี่ยวกับสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงของเขา หากล้มป่วยในสังคมยุคโบราณ เขาไม่สามารถไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้
ยิ่งไปกว่านั้น ฮีลของเขาก็เพิ่งจะเลเวลหนึ่ง ซึ่งใช้รักษาได้เฉพาะบาดแผลเท่านั้น ยังไม่สามารถรักษาการติดเชื้อไวรัส หรืออาการป่วยอื่นๆ ได้ ทำได้แค่หวังพึ่งระบบภูมิคุ้มกันของตัวเอง ที่สำคัญที่สุด ประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกัน ย่อมเกี่ยวข้องโดยตรงกับการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง
“ถึงเวลาที่เราจะต้องเริ่มออกกำลังกายจริงจังแล้วสินะ” ซูไป๋ถอนหายใจ หวนนึกถึงคืนวันดีๆ ในอดีตของเขาที่คงจะหวนกลับมาอีกแล้ว