เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 73 - โทษฐานใด

บทที่ 73 - โทษฐานใด

บทที่ 73 - โทษฐานใด


บทที่ 73 - โทษฐานใด

สำหรับติงกู้คนนี้ เมื่อผนวกกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่อ่านเจอในชาติก่อน เซี่ยงชางมีความทรงจำที่แม่นยำยิ่งนัก

ในศึกเผิงเฉิง กองทัพฮั่นห้าสิบหกหมื่นนายของหลิวปัง ถูกทหารม้าเหล็กสามหมื่นนายของท่านพ่อเซี่ยงหยูตีจนแตกพ่ายยับเยิน ทุนรอนที่สั่งสมมาหลายปีสูญสิ้นในพริบตา สุดท้ายต้องหนีตายอย่างทุลักทุเลภายใต้การคุ้มกันของทหารที่เหลืออยู่เพียงหยิบมือ

ในเวลานั้นกองทัพฉู่ทั้งกองทัพต่างบ้าคลั่ง พยายามไล่ล่าหลิวปังอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อสังหารให้ได้ ฌ้อปาอ๋องเองก็มีคำสั่งจับตาย หลิวปังลอบโจมตีเผิงเฉิงจนยึดทรัพย์สิน เงินทอง สาวงาม ที่ขุนพลฉู่สะสมมาหลายปีไปจนหมดเกลี้ยง เรียกว่าสูญเสียอย่างหนัก ย่อมทำให้ทุกคนโกรธแค้นจนแทบอยากจะกินเลือดกินเนื้อ

ในระหว่างการไล่ล่านั้น แม่ทัพกองกลางติงกู้ผู้นี้โชคดีสุดขีด บังเอิญไปดักเจอจระเข้ตัวใหญ่อย่างหลิวปังเข้า

การปะทะระยะประชิด วงล้อมกระชับแน่น หลิวปังตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง ดูอย่างไรก็ไม่มีทางรอด ในยามคับขัน หลิวปังจึงออกหน้ามาอ้อนวอนติงกู้ด้วยตัวเองว่า "เราสองคนต่างก็เป็นผู้กล้า ผู้กล้าจะมาลำบากผู้กล้าด้วยกันเองทำไม? เรื่องแบบนี้มันไม่มีเหตุผลเลย ขอเพียงท่านปล่อยข้าไป ข้าหลิวปังยินดีชดใช้ให้ทุกอย่าง"

ตามหลักเหตุผล ตอนนั้นติงกู้ควรจะนำทหารบุกเข้าไปสับหลิวปังและพวกพ้องให้เป็นชิ้นๆ แล้วนำหัวไปขอความชอบจากฌ้อปาอ๋อง อย่างน้อยๆ ก็ต้องได้เป็นอ๋องหรือโหว และถ้าเขาทำเช่นนั้น สงครามระหว่างฮั่นและฉู่ก็คงจบลงอย่างสมบูรณ์แบบไปแล้ว

แต่ไม่รู้ว่าเจ้านี่โดนลาเตะหัวหรือเส้นประสาทส่วนไหนผิดปกติ ดันแอบปล่อยหลิวปังไปจริงๆ แล้วยกทัพกลับมือเปล่า เรื่องนี้ถูกปิดเงียบเชียบ มีเพียงหลิวปัง ติงกู้ และคนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เรื่อง

เซี่ยงชางรู้เรื่องนี้จากบันทึกประวัติศาสตร์ในชาติก่อน สำหรับเขาที่ตอนนี้ถูกทัพฮั่นกดดันจนแทบจะระเบิดด้วยความเครียด ย่อมรู้สึกว่าหากไม่ฆ่าไอ้คนสารเลวนี้ ก็คงระงับความโกรธในใจไม่ได้

แน่นอนว่าในประวัติศาสตร์ ติงกู้เองก็ไม่ได้มีจุดจบที่ดีนัก

หลังจากเซี่ยงหยูสิ้นชีพ หลิวปังก็ออกคำสั่งไล่ล่าขุนพลเก่าของเซี่ยงหยูทันที ติงกู้จึงต้องหลบซ่อนตัว แต่ไม่นานหลิวปังก็เปลี่ยนท่าที เลิกไล่ล่าและหันมาอภัยโทษและมอบตำแหน่งให้ขุนพลฉู่หลายคน อย่างแม่ทัพขวาจี้ปู้ หรือราชเลขาธิการเซี่ยงฉาน

ช่วงที่ติงกู้หลบซ่อนตัว เขาไม่มีทรัพย์สินติดตัว ชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบาก พอได้ยินข่าวนี้ หัวใจก็เต้นแรง คิดว่าด้วยความชอบที่เคยปล่อยหลิวปัง หลิวปังน่าจะมอบลาภยศสรรเสริญให้เขาแน่ จึงปรากฏตัวเดินทางไปฉางอันเพื่อขอรางวัลจากหลิวปัง

แต่ที่เหนือความคาดหมายคือ พอหลิวปังเจอหน้าเขา กลับโกรธจัด สั่งประหารชีวิตทันที แถมยังนำหัวไปเสียบประจานให้คนทั่วหล้าได้เห็น

เหตุผลที่หลิวปังให้คือ "ติงกู้เป็นขุนพลของเซี่ยงหยู แต่กลับเมตตาศัตรูอย่างข้า ไม่ยอมฆ่าแถมยังปล่อยข้าไป คนเนรคุณขายเจ้านายเพื่อลาภยศแบบนี้ สมควรตาย"

สำหรับคำพูดสวยหรูดูดีมีคุณธรรมของหลิวปัง เซี่ยงชางไม่เชื่อสักคำ

ถ้าพูดเรื่องขายเจ้านายเพื่อลาภยศ ใครจะเกินหน้าเซี่ยงฉาน? หลิวปังยังแต่งตั้งให้เป็นโหวเลย สำหรับคนที่เคยมีบุญคุณและไม่เป็นภัยคุกคาม ต้องยอมรับว่าหลิวปังดูแลได้ดีทีเดียว

แม้จะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ติงกู้ปล่อยหลิวปัง จนทำให้หลิวปังเกลียดเขาขนาดนี้ แต่นั่นก็ไม่เปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าเขาเคยปล่อยหลิวปังไป

"อืม ชาติก่อนแกตายไม่ดี ชาตินี้ดูท่าหลิวปังคงไม่มีโอกาสจัดการแกแล้ว งั้นให้ข้าจัดการเองก็แล้วกัน สำหรับพวกกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา การตายแบบไม่ดีถือเป็นจุดจบที่เหมาะสมที่สุด" จิตสังหารในใจเซี่ยงชางพุ่งพล่าน

"แม่ทัพกองกลางติงกู้ ได้ยินว่าท่านโกรธแค้นมากที่ข้ายึดเหล้าไป ทำให้พวกท่านไม่มีเหล้ากิน? เถียนเจียน เจ้าบอกเขาซิว่าทำไมข้าถึงต้องเก็บเหล้าในค่ายทหารทั้งหมด และขอให้ท่านอ๋องออกคำสั่งห้ามดื่มสุรา?"

เถียนเจียนติดตามเซี่ยงชางมาตลอดหลายวันนี้ รู้เรื่องราวดีที่สุด จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมต่อหน้าติงกู้และเหล่าขุนพลตระกูลผู้ดีว่า

"ท่านแม่ทัพกองหลังรวบรวมสุราทั้งหมดไป นำไปนึ่ง กลั่น จนกลายเป็น 'ยาขจัดพิษ' เพื่อใช้สำหรับค่ายทหารบาดเจ็บโดยเฉพาะ นำมันมาเช็ดล้างบาดแผลทหาร แล้วค่อยใส่ยาพันแผล ไม่ว่าแผลหนักหรือเบา บาดแผลของทหารจะไม่มีอาการเน่าเปื่อยหรือเป็นหนองอีกเลย อย่างคนที่บาดเจ็บที่แขนขา นอกจากจะไม่ตายแล้ว ยังรักษาแขนขาไว้ได้ด้วย ทุกคนรู้ดีว่าเมื่อก่อนถ้าเจ็บตรงนี้ พอแผลเน่าก็ต้องตัดทิ้ง มีพี่น้องกี่คนที่ต้องพิการหรือตายอย่างน่าเวทนา แต่พอมี 'ยาขจัดพิษ' ที่กลั่นจากสุรานี้ ต่อไปทหารที่บาดเจ็บจะหายเร็วมาก และกลับมาเข้ากรมกองได้อีกครั้ง"

ได้ยินคำอธิบายของเถียนเจียน ไม่เพียงติงกู้และขุนพลตระกูลผู้ดีจะรู้สึกเหลือเชื่อ แม้แต่ทหารและนายกองที่มุงดูอยู่รอบๆ ก็ฮือฮา วิพากษ์วิจารณ์กันเสียงขรม

"ค่ายทหารบาดเจ็บอยู่ตรงไหนพวกท่านก็รู้ ใครไม่เชื่อก็ไปดูได้ เพียงแต่ค่ายทหารบาดเจ็บตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน จะเข้าไปกันเยอะๆ ไม่ได้ ต้องฟังคำสั่งหมอทหาร สรุปสั้นๆ คือ ท่านแม่ทัพกองหลังขอให้ท่านอ๋องสั่งห้ามดื่มเหล้า แล้วรวบรวมเหล้าไปกลั่นเป็น 'ยาขจัดพิษ' ก็เพื่อรักษาพี่น้องทหาร มี 'ยาขจัดพิษ' นี้ พี่น้องที่บุกตะลุยอยู่แนวหน้าก็เท่ากับมีชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งชีวิต ขอแค่ไม่ตายคาที่ กลับมาได้ก็รอดทุกคน!"

เถียนเจียนยิ่งพูดยิ่งเวอร์ ทหารและนายกองที่มุงดูมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เหมือนฟังนิทาน เสียงวิจารณ์จึงค่อยๆ เงียบลง

ดวงตาตี่ๆ ของขุนพลตระกูลผู้ดีด้านหลังติงกู้ ฉายแววโง่เขลาที่ใสซื่อบริสุทธิ์ สีหน้าท่าทางเต็มไปด้วยความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

ทำไมถึงเชื่อครึ่งหนึ่ง? ค่ายทหารบาดเจ็บอยู่ไม่ไกล พวกเขาไปดูได้ทุกเมื่อ เถียนเจียนอ้างชื่อแม่ทัพกองหลังเซี่ยงชาง ถ้าไม่ใช่คนปัญญาอ่อน ย่อมไม่โกหกเรื่องที่ตรวจสอบได้ง่ายๆ แบบนี้แน่

แล้วทำไมถึงไม่เชื่ออีกครึ่ง? ก็เถียนเจียนพูดจาแฟนตาซีเกินไป มันเหนือกว่าประสบการณ์และความรู้เดิมของพวกเขาไปไกลโข จนยากจะเชื่อได้สนิทใจ

โดยเฉพาะนี่เป็นสิ่งที่คิดค้นโดยคุณชายเซี่ยงชาง ไอ้หมอนี่รบเก่งก็จริง แต่ไปเป็นหมอเทวดาตั้งแต่เมื่อไหร่? เก่งขนาดนี้ทำไมไม่เหาะไปเลยล่ะ?

"พวกเราเป็นพยาน! พวกเราเป็นพยาน! ที่ท่านนายกองท่านนี้พูดเป็นความจริง!" ขณะที่ทหารและนายกองที่มุงดูกำลังลังเลว่าจะไปดูที่ค่ายทหารบาดเจ็บดีไหม จู่ๆ ก็มีเสียงตื่นเต้นและกระตือรือร้นดังขึ้น

จากนั้นท่ามกลางสายตาของทุกคน ทหารเจ็ดแปดนายก็พยายามเบียดตัวเข้ามา

สิ่งที่ทำให้ติงกู้และทุกคนประหลาดใจคือ ทหารเหล่านี้แขนขาพันด้วยผ้าที่มีเลือดซึม เห็นได้ชัดว่าเป็นทหารบาดเจ็บจากการรบครั้งก่อน

เห็นพวกที่เจ็บแขนใช้ผ้าคล้องแขนไว้กับคอ พวกเจ็บขาก็ใช้ไม้เท้าพยุงตัวอย่างทุลักทุเล

แต่ละคนดูอาการหนัก แต่สีหน้ากลับดูผ่อนคลาย เหมือนไม่เป็นอะไรมาก ทุกคนต่างก็ทึ่ง

"หวังซวนโก่ว เป็นแกจริงๆ ด้วย? ข้าจำได้ว่าขาขวาแกโดนทหารฮั่นยิงทะลุนี่หว่า ตอนนั้นแกร้องห่มร้องไห้บอกว่าตายแน่ๆ ทำไม... ทำไมยังไม่ตายอีก?"

ทหารนายหนึ่งจำเพื่อนทหารที่ขาขวาพันผ้าเหมือนบ๊ะจ่างได้ ร้องถามเสียงหลงเหมือนเห็นผี

หวังซวนโก่วที่หน้าซีดเพราะเสียเลือด ตอนนี้ตื่นเต้นจนหน้าแดง น้ำลายกระเด็นตอบเสียงดัง "ตอนนั้นข้าก็นึกว่าตายแน่! เมื่อก่อนพี่น้องที่เจ็บน้อยกว่าข้า มีใครรอดบ้าง? แต่พอไปถึงค่ายทหารบาดเจ็บ เฮ้ย พวกเอ็งทายซิเกิดอะไรขึ้น? หมอทหารใช้ 'ยาขจัดพิษ' ล้างแผลข้า แล้วใส่ยาพันแผล มันดันไม่ตายว่ะพวกเอ็ง! ฮ่าฮ่า..."

"แล้วแกไม่อยู่รักษาตัวที่ค่ายทหารบาดเจ็บ ออกมาทำไม? ถึงจะไม่ตาย แต่แผลก็ดูหนักอยู่นะ" ทหารคนหนึ่งถามด้วยความสงสัย

"ข้าก็อยากนอนรักษาตัวที่นั่นแหละ แต่นี่เพิ่งโดนไล่ออกมาพร้อมกับพี่น้องพวกนี้ เขาบอกว่าพวกข้าเจ็บเล็กน้อย ห้ามครองเตียง ต้องสละที่ให้พี่น้องที่อาการหนักกว่า ต่อไปให้กลับไปล้างแผลวันละครั้งก็พอ แม่-งเอ้ย พวกเอ็งฟังดูสิว่านี่มันภาษาคนหรือเปล่า? ตาเฒ่าหลี่จ้งนั่น แผลข้าขนาดนี้กลายเป็นแผลเล็กน้อยตั้งแต่เมื่อไหร่?"

เห็นหวังซวนโก่วบ่นอุบด้วยความไม่พอใจ ด่าซะมันปาก ทหารและนายกองรอบๆ ต่างคิดในใจ: แม่-ง บอกว่าแกเจ็บหนัก ก็ต้องมีคนเชื่อก่อนสิวะ!

ถึงตอนนี้ทุกคนไม่สงสัยอีกแล้ว โดยเฉพาะทหารและนายกองที่มุงดู มองเซี่ยงชางด้วยสายตาเหมือนมองเทพเจ้าผู้คุ้มครองชีวิต เต็มไปด้วยความเคารพเทิดทูน

ตอนแรกที่ได้ยินเถียนเจียนโม้แหลก เซี่ยงชางหน้าตึง แอบด่าในใจ ตอนนั้นเขาบอกหมอทหารแค่ว่าแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อนี้ใช้ได้ดีกับแผลภายนอกเล็กน้อย ไหงปากต่อปากลือกันไปมา จนกลายเป็นว่าขอแค่ไม่ตายคาที่ กลับมาก็รอดหมด? นี่มันความเวอร์ระดับตำนานชัดๆ

เขากำลังจะกระแอมเพื่ออธิบาย แต่พอเห็นทหารบาดเจ็บมาเป็นพยาน แล้วทุกคนเชื่อสนิทใจ สัมผัสได้ถึงสายตาเทิดทูนนับไม่ถ้วน ชายหนุ่มผู้มีศีลธรรมยืดหยุ่นอย่างเขาก็รู้สึกว่า... ปล่อยให้ความเข้าใจผิดที่งดงามนี้ งดงามต่อไปเรื่อยๆ ก็ไม่เลวเหมือนกัน!

"ท่านแม่ทัพทั้งหลาย เข้าใจเจตนาของท่านแม่ทัพกองหลังหรือยัง? พวกท่านยังมีอะไรจะพูดอีกไหม? หรือพวกท่านเห็นว่าความอยากเหล้าของตัวเอง สำคัญกว่าชีวิตของพี่น้องทหาร?"

เจอคำถามตอกหน้าของเถียนเจียน ติงกู้และขุนพลตระกูลผู้ดีในใจก็คิดจริงๆ นั่นแหละว่าชีวิตทหารไพร่พวกนี้เทียบไม่ได้กับความสุขในการดื่มกินของพวกเขา

แต่คิดได้ในใจ ขืนพูดออกมาต่อหน้าทหารมากมายขนาดนี้ มีหวังโดนรุมทึ้งทั้งเป็นแน่

"เซี่ยงซี!" สิ้นเสียงตวาดเย็นชาของเซี่ยงชาง เซี่ยงซีที่ยืนอยู่ข้างหลังก็กระโดดออกมา ใบหน้าบวมปูดดูน่ากลัว ง้างแส้ขึ้นสูง แล้วท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเหล่าขุนพลตระกูลผู้ดี ก็ฟาดเปรี้ยงเข้าที่ใบหน้าของติงกู้เต็มแรง

ติงกู้ผู้เกิดในตระกูลขุนนางเก่าแก่แห่งต้าฉู่ ผู้มีอิทธิพลล้นเหลือในกองทัพ บัดนี้ถูกเซี่ยงซี ขุนพลไพร่คนนี้ ตอบแทนอย่างสาสมด้วยการฝากรอยแส้ไว้บนใบหน้าเช่นกัน!

ติงกู้มึนงงไปกับแส้นี้ เขาไม่คิดว่าเซี่ยงชางจะกล้าทำแบบนี้ เขาตีเซี่ยงซีหนึ่งที เซี่ยงชางก็ให้เซี่ยงซีตีเขาคืนหนึ่งที!

และนี่ยังไม่จบ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 73 - โทษฐานใด

คัดลอกลิงก์แล้ว