- หน้าแรก
- พ่อข้าคือฌ้อปาอ๋อง ภารกิจพลิกนรกไกเซี่ย
- บทที่ 36 - แดงก่ำจนม่วงคล้ำ
บทที่ 36 - แดงก่ำจนม่วงคล้ำ
บทที่ 36 - แดงก่ำจนม่วงคล้ำ
บทที่ 36 - แดงก่ำจนม่วงคล้ำ
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ลวี่หม่าถงก็รู้ตัวว่าพวกตนคิดตื้นเขินเกินไป หลงคิดว่าแค่ยึดตำแหน่งระดับสูงได้ ก็จะควบคุมกองทัพได้ทั้งหมด แต่อิงปู้กลับใช้ความจริงสั่งสอนบทเรียนราคาแพงให้พวกเขา
พวกเขาเป็นนายทหารระดับสูงก็จริง แต่ไม่ได้คุมกำลังพลโดยตรง อิงปู้ได้เลื่อนขั้นและให้ความสำคัญกับนายทหารระดับกลางจำนวนมาก ทำให้พวกเขากลายเป็นแม่ทัพหุ่นเชิดไปโดยปริยาย
ยามปกติหรือยามศึกสงครามอาจดูไม่ออก แต่เมื่อถึงคราวแตกหักแบ่งฝักฝ่ายเช่นนี้ ความจริงก็ปรากฏชัด
และที่ร้ายแรงที่สุด ที่ทำให้ลวี่หม่าถงและพวกปวดหัวที่สุด คืออวี๋ไห่ผู้ตรวจการทัพนั้นกุมอำนาจกองทหารรักษาการณ์ส่วนกลางไว้ในมือ
เทียบกับทัพหน้า ทัพหลัง ทัพซ้าย และทัพขวาแล้ว กองทหารรักษาการณ์ส่วนกลางมีจำนวนน้อยที่สุด แต่มีหน้าที่ปกป้องแม่ทัพใหญ่และดูแลกฎระเบียบในกองทัพ ยามปกติจะไม่เข้าร่วมรบเว้นแต่จะมีเหตุจำเป็นจริงๆ
เมื่อครู่นี้ตอนที่ลวี่หม่าถงยึดอำนาจในกระโจมแม่ทัพใหญ่ อวี๋ไห่ไหวตัวทัน สั่งให้ทหารรักษาการณ์ส่วนกลางเข้าล้อมไว้ ทำให้คำสั่งของลวี่หม่าถงส่งไม่ออกไปภายนอก แล้วยังเรียกระดมพลนายทหารระดับกลางที่ภักดีต่ออิงปู้มาสมทบ จนเกิดเป็นสถานการณ์คุมเชิงกันอยู่อย่างนี้
มาถึงขั้นนี้ ลวี่หม่าถงรู้ดีว่านายทหารเหล่านี้เป็นพวกเดนตายของอิงปู้ ไม่มีทางยอมก้มหัวฟังคำสั่งเขาแน่ ยิ่งเสียเวลาไปมากเท่าไหร่ อิงปู้ก็มีโอกาสกลับมามากเท่านั้น และถ้าถึงเวลานั้น ทุกอย่างก็จบเห่
ลวี่หม่าถงเลิกสนใจเถียนเหลียวและอวี๋ไห่ หันไปจ้องหน้านายทหารหนุ่มคนหนึ่งที่มีแผลเป็นจากลูกธนูพาดผ่านแก้มดูน่ากลัว ตวาดลั่น
"อู๋เลี่ยว แล้วเจ้าล่ะ? จะขัดคำสั่งฮั่นอ๋อง ร่วมหัวจมท้ายไปกับพวกมันด้วยหรือ? หากเจ้าฟังคำสั่งฮั่นอ๋อง จับกุมพวกหัวแข็งพวกนี้ไปขังเสีย ข้าจะเลื่อนยศเจ้าเป็นผู้ตรวจการทัพทันที"
นายทหารที่ชื่ออู๋เลี่ยวผู้นี้ มียศเป็นผู้บัญชาการทหารม้า ทหารที่ล้อมอยู่รอบๆ ล้วนอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของเขาโดยตรง
ลวี่หม่าถงสมองแล่นไว ใช้แผนหนามยอกเอาหนามบ่ง ข้ามหัวเถียนเหลียวและอวี๋ไห่ ไปออกคำสั่งกับนายทหารระดับกลางโดยตรง และข้อเสนอให้เลื่อนยศเป็นผู้ตรวจการทัพ ก็เท่ากับเลื่อนขั้นสามระดับรวด ถือเป็นแรงจูงใจมหาศาล
"เสี่ยวเลี่ยว พวกเราติดตามต้าหวางบุกน้ำลุยไฟมาด้วยกัน ในเวลาสำคัญแบบนี้ อย่าได้ทำเรื่องน่าอายเชียวนะโว้ย"
"ใช่ ถูกต้อง ทำตัวให้สมชายหน่อย!"
เจอมุกนี้ของลวี่หม่าถงเข้าไป พวกนายทหารระดับกลางรอบตัวอู๋เลี่ยวต่างส่งเสียงเย้ยหยัน และพูดกระตุ้นเตือนสติ
"ถุย!" อู๋เลี่ยวคิ้วขมวดเข้าหากัน แผลเป็นบนแก้มแดงก่ำจนม่วงคล้ำ สะบัดชายเสื้อคลุมไปด้านหลังอย่างแรง ก้าวออกมาข้างหน้าอย่างองอาจ
"เยี่ยมมาก!" "ลูกผู้ชายตัวจริง!"...
เหล่านายทหารระดับกลางต่างฮึกเหิม ชูนิ้วโป้งตะโกนชมเชยกันเกรียวกราว
อู๋เลี่ยวก้าวยาวๆ เข้าไปประชิด ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเถียนเหลียวและอวี๋ไห่ ชี้หน้าด่าลวี่หม่าถง
"ลวี่หม่าถง ข้าล่ะอยากจะ... มารดาเจ้าจริงๆ! เจ้ามันก็แค่ทาสตระกูลเซี่ยง ปาอ๋องชุบเลี้ยงเจ้าให้เป็นถึงแม่ทัพรักษาพระองค์ แต่เจ้าทำอะไร? เจ้ากลับทรยศไปเข้ากับหลิวปัง! เป็นคนฉู่แท้ๆ แต่หักหลังเจ้านายเก่า ขายหน้าบรรพบุรุษจนหมดสิ้น ยังกล้ามาวางก้ามที่นี่อีก? ข้าบอกให้ชัดๆ ตรงนี้เลย จะให้ข้าฟังคำสั่งเจ้ารึ ฝันไปเถอะ! ชีวิตข้าติดตามต้าหวางผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน จะมากลัวคนอย่างเจ้าหรือ?"
ไม่นึกว่านายทหารระดับกลางที่ดูไม่มีพิษมีภัยผู้นี้จะใจเด็ดขนาดนี้ กล้าด่ากราดลวี่หม่าถงที่เป็นถึงรองแม่ทัพต่อหน้าธารกำนัล สมกับคำว่าลาภยศมิอาจล่อลวง อำนาจมิอาจข่มขู่ เถียนเหลียว อวี๋ไห่ และคนอื่นๆ ต่างมองเขาด้วยความทึ่งและแปลกใจ
ถูกนายทหารระดับกลางที่เปรียบเหมือนมดปลวกด่าประจานต่อหน้าผู้คน ลวี่หม่าถงหน้าแตกยับเยิน หน้าเขียวคล้ำ กำด้ามกระบี่แน่น ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายคนเยอะกว่า แถมทหารที่ล้อมอยู่ก็เป็นลูกน้องมัน เขาคงพุ่งเข้าไปฟันไอ้สารเลวนี่ให้ตายคาที่ไปแล้ว
"ดี ดี ดี ในเมื่อพวกเจ้าตั้งใจจะก่อกบฏ ก็เอาตามที่สบายใจ เชิญบ้ากันให้พอ พวกเราไป"
ลวี่หม่าถงรู้ว่าขืนอยู่ต่อจะยิ่งเสียการ ต้องรีบหนีออกจากวงล้อมนี้ให้ได้ ขอแค่หลุดออกไปได้ ให้หลี่อู๋ หวังเมิ่ง หยางสี่ ไปเรียกระดมพลทหารในสังกัดตัวเองมาจัดการพวกกบฏ ก็ยังพอมีโอกาสพลิกสถานการณ์และควบคุมกองทัพได้
ตอนนี้ ลวี่หม่าถงทำได้แค่หวังว่าหลิวเจี่ยจะถ่วงเวลาอิงปู้ได้นานพอ ให้พวกเขามีเวลาจัดการเรื่องทางนี้ — ใช่แล้ว ป้ายคำสั่งที่ลวี่หม่าถงได้รับ ไม่ใช่คนที่หลิวปังส่งมา แต่เป็นคนสนิทของหลิวเจี่ยนำมาส่งให้
หลี่อู๋ หวังเมิ่ง หยางสี่ และคนอื่นๆ ย่อมเข้าใจสถานการณ์ดี ต่างพยักหน้า ส่งสัญญาณให้ติดตามลวี่หม่าถง เตรียมจะพุ่งฝ่าวงล้อมออกไป
"ช้าก่อน ท่านแม่ทัพทั้งหลายจะรีบไปไหน ใจเย็นๆ รออีกหน่อย รอให้ท่านแม่ทัพใหญ่กลับมา หากท่านแม่ทัพใหญ่มีความผิดจริง ด้วยความเคร่งครัดในวินัยของท่าน ท่านต้องยอมรับโทษตามคำสั่งฮั่นอ๋องแน่นอน"
เถียนเหลียว อวี๋ไห่ และพรรคพวก มีหรือจะยอมให้พวกเขาหนีไปได้ รีบเข้ามาขวางไว้
ตอนนี้ลวี่หม่าถงร้อนใจดั่งไฟเผา เถียนเหลียวและอวี๋ไห่ก็เหมือนมดบนกระทะร้อน
ทั้งสองฝ่ายไม่มีทางถอย ถอยคือตาย!
ลวี่หม่าถงมีความชอบธรรมในมือ ส่วนฝ่ายเถียนเหลียวใช้กำลังทหารรักษาการณ์เข้าล้อม เป็นการขัดขืนผู้บังคับบัญชา ซึ่งยืดเยื้อไม่ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงภาวนาให้อิงปู้รีบกลับมา
"ทำไม พวกเจ้าคิดจะกักขังพวกเราหรือ? ลองดูซิว่าใครจะกล้า!"
ลวี่หม่าถงตวาดลั่น ชักกระบี่ออกมาพร้อมกับเหล่าขุนพลข้างกาย ภายใต้การคุ้มกันขององครักษ์ พยายามจะตีฝ่าวงล้อมออกไป
เถียนเหลียวและอวี๋ไห่สั่งให้ทหารเข้าสกัดกั้นอย่างสุดชีวิต
ทั้งสองฝ่ายต่างหลังชนฝา แถมยังเป็นทหารเลือดร้อนทั้งคู่ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนฟันดาบแรก สถานการณ์จึงบานปลายจนควบคุมไม่อยู่
พริบตาเดียว หน้ากระโจมแม่ทัพใหญ่ก็กลายเป็นสมรภูมิเลือด คมดาบคมหอกฟาดฟันกันนัวเนีย เลือดสาดกระจาย แขนขาขาดกระเด็น การฆ่าฟันเข้าสู่ช่วงวิกฤตในเวลาอันสั้น
ในขณะที่เหล่าขุนพลกำลังฆ่ากันเองจนตาแดงก่ำ สูสีคู่คี่ สถานการณ์เละเทะดูไม่ได้ กองทหารม้ากลุ่มหนึ่งก็ควบตะบึงเข้ามา เสียงเกือกม้าดังกึกก้อง
ทั้งสองฝ่ายหยุดมือพร้อมกัน หันไปมองด้วยความหวัง พอเห็นหน้าผู้มาเยือนชัดเจน โดยเฉพาะแม่ทัพนำขบวนที่รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาดุดัน สวมเกราะทองคำสะดุดตา ฝ่ายหนึ่งก็สิ้นหวังทันที ส่วนอีกฝ่ายฮึกเหิมขึ้นมาทันตาเห็น
เมื่อมาถึง อิงปู้กระโดดลงจากหลังม้า หน้าตาทะมึนทึง แววตาโหดเหี้ยมอำมหิต กวาดตามองไปรอบๆ หน้ากระโจมที่เคยเสียงดังจอแจพลันเงียบกริบไร้เสียง
เห็นว่าอำนาจทหารยังไม่ตกไปอยู่ในมือลวี่หม่าถง อิงปู้ลอบถอนหายใจโล่งอก แต่พอเห็นสภาพศพเกลื่อนกลาด เลือดนองพื้นหน้ากระโจม ก็รู้สึกหนักอึ้งและเคียดแค้น
สองฝ่ายที่เคยแบ่งแยกชัดเจน ตอนนี้พัวพันกันยุ่งเหยิง แม่ทัพระดับสูงห้าหกคนรวมถึงแม่ทัพหน้าหลี่อู๋ถูกฆ่าตายคาที่ ที่เหลือรวมถึงรองแม่ทัพลวี่หม่าถงและแม่ทัพหลังหวังเมิ่ง ต่างได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะหวังเมิ่ง แขนซ้ายถูกฟันขาดเสมอศอก ส่วนแม่ทัพกองกลางหยางสี่ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ฝ่ายเถียนเหลียวและอวี๋ไห่ แม้จะมีคนมากกว่า แต่ลวี่หม่าถงและพวกมีองครักษ์ฝีมือดีคุ้มกัน ทำให้สูญเสียนายทหารระดับกลางไปกว่าสิบคน และทหารเลวอีกหลายสิบ
ลวี่หม่าถงรู้ว่าหมดหวังแล้ว ยิ้มอย่างน่าสมเพชให้อิงปู้ กล่าวด้วยความแค้นว่า
"อิงปู้ เจ้า —"
พูดยังไม่ทันจบ เสียงสายธนู "ผึง" ดังมาจากด้านหลังอิงปู้ ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งแหวกอากาศปักเข้ากลางหน้าผากลวี่หม่าถง ปลิดชีพทันที
ลวี่หม่าถงตาเบิกโพลง สีหน้าแข็งค้าง ร่างกายอ่อนยวบลงกองกับพื้น
อิงปู้โกรธจัด นัยน์ตาฉายแววดุร้ายเหมือนสัตว์ป่าถูกยั่ว หันขวับไปดูว่าใครบังอาจลงมือโดยพละการ ก็เห็นเซี่ยงชางสีหน้าเรียบเฉย กำลังลดคันธนูลงช้าๆ
"คนทรยศพรรค์นี้ จะไปเสียเวลาคุยด้วยทำไม? — อิงปู้ ทำไมข้ารู้สึกว่าท่านไม่เหมือนจิ่วเจียงอ๋องที่ข้ารู้จักเลย กลายเป็นคนยึกยักไม่เด็ดขาดเหมือนอิสตรีไปได้"
อิงปู้ถอนหายใจในใจ รู้ว่าตนกับหลิวปังแตกหักกันถาวรแล้ว ไม่มีทางประสานรอยร้าวได้อีก จึงยกแขนขึ้น โบกมืออย่างอ่อนแรง
เถียนเหลียว อวี๋ไห่ และพวก ได้ทีรีบสั่งทหารกรูกันเข้าไป รุมฟันแม่ทัพที่เหลือรวมถึงหวังเมิ่งจนเละเป็นโจ๊ก...
มองดูลวี่หม่าถงที่ถูกตนยิงตาย เซี่ยงชางหรี่ตาลง ในใจรู้สึกสะใจเป็นที่สุด
ในประวัติศาสตร์ชาติก่อน ลวี่หม่าถงผู้นี้เดิมเป็นขุนพลของเสด็จพ่อ แต่ทรยศไปเข้ากับหลิวปัง ตอนที่เสด็จพ่อสู้จนหมดแรงที่ริมแม่น้ำอูเจียง ก็เพราะเห็นหน้ามัน จึงเชือดคอตาย ยกผลงานการสังหารตัวเองให้มัน
แต่ไอ้เวรนี่ทำอะไร? มันร่วมมือกับหวังอี้ หยางสี่ หยางอู่ ลวี่เซิ่ง อีกสี่คน แย่งชิงศพเสด็จพ่อเหมือนฝูงหมาไฮยีน่าแย่งซากราชสีห์ สุดท้ายแยกชิ้นส่วนศพออกเป็นห้าส่วน เอาไปขอรางวัลกับฮั่นอ๋อง ทำให้เสด็จพ่อผู้เป็นถึงฌ้อปาอ๋อง วีรบุรุษผู้ล้มล้างฉินที่โหดร้าย ต้องมาจบชีวิตด้วยสภาพศพไม่สมบูรณ์!
ส่วนมันกับหมาไฮยีน่าอีกสี่ตัว ต่างก็ได้รับบรรดาศักดิ์โหวจากหลิวปัง คนชั่วช้าไร้ยางอายพรรค์นี้ เซี่ยงชางจะปล่อยไว้ได้อย่างไร? ย่อมต้องกำจัดให้สิ้นซากถึงจะหายแค้น
[จบแล้ว]