เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 126 - บุก (2) [อ่านฟรีวันที่ 24/02/2562]

บทที่ 126 - บุก (2) [อ่านฟรีวันที่ 24/02/2562]

บทที่ 126 - บุก (2) [อ่านฟรีวันที่ 24/02/2562]


บทที่ 126 - บุก (2)

คำประกาศจากสิ่งมีชีวิตระดับสูงของกองทัพปีศาจแห่งการทำลายและการเชื่อมต่อโลกอื่นอีกแห่งหลังจากแห่งล่าสุดเพียงไม่นานเป็นตัวพิสูจน์ในเรื่องนี้

ยูอิลฮานได้ไปปรึกษาเรื่องนี้กับคังมิเรย์ ด้วยเพราะตัวเธอมีความสามารถในการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มผู้ใช้พลังบนโลก

นอกไปจากนี้จากประสบการร์ที่พวกเขาทุกคนได้เจอเข้ากับมอนสเตอร์จากไคโรจำนวนมหาศาลทำให้ผู้ใช้พลังทุกคนได้ยอมรับที่จะรับมือหากมีสิ่งแบบนี้เกิดขึ้นอีก นอกจากนี้การที่พวกเขาเข้ามาช่วยก็ทำให้พวกเขาได้รับสิทธิในการซื้ออาวุธระดับสูงกว่ามาตราฐานจากแวนการ์ดได้อีกด้วย

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็เป็นกังวลในเรื่องนี้ เขาไม่ชอบในสถานการณ์ที่มนุษย์ทุกคนต่างก็มุ่งไปในเหตุการณ์เหตุการณ์เดียว

สถานการณ์แบบนี้ที่ผู้ใช้พลังทั้งหมดพุ่งไปรวมในเหตุการณ์พวกนั้นมันเหมือนกับหมาที่วิ่งไล่คาบกระดูก

"ในระหว่างที่เรากำลังสนใจกับโลกที่ถูกทิ้ง ไม่ใช่ว่ามีคนอื่นที่วางแผนจะทำอะไรอีกงั้นหรอ?"

[จากสิ่งที่นายพูดมาคือนายคิดว่ากองทัพปีศาจแห่งการทำลายสามารถจะเชื่อมต่อโลกเข้ากับโลกที่ถูกทิ้งได้ตามต้องการงั้นหรอ?]

"ฉันไม่คิดว่าพวกนั้นจะทำแบบนั้นได้ สิ่งที่ฉันอยากจะบอกก็คือพวกนั้นมีพลังที่จำกัดกว่า หรือจะให้พูดชัดๆเลยก็คือพลังในการ 'การเปิดประตู'"

ยกตัวอย่างก็คือบางทีพวกนั้นอาจะสามารถใช้การ 'เปิดประตู' เพื่อถ่วงเวลาหรือเร่งเวลาในการเชื่อมต่อได้ หรือบางทีพวกมันก็อาจจะรู้ล่วงหน้าได้การเชื่อมต่อจะเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่

[นั่นมันน่ากลัวมากเลยนะ] (เอิลต้า)

[แต่ว่านี่มันก็ฟังดูมีเหตุผลเหมือนกัน ถึงแม้ว่ามันจะน่ากลัวที่จะพูดแบบนี้ แต่ว่าผู้ปกครองกองทัพปีศาจแห่งการทำลายมีพลังที่น่าทึ่งอยู่จริงๆ] (เลียร่า)

"มีเพียงแค่เฉพาะว่าศัตรูของเรามี 'การเปิดประตู' เท่านั้นที่จะเป็นไปได้ที่จะมีการทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่ม 'การเปิดประตู' จะมีค่าเพียงแค่ภายในเงื่อนไขเดียวเท่านั้น"

สเปียร่าได้ตอบกลับไป น้ำเสียงของเธอในตอนนี้เริ่มมีความร้อนใจแล้วด้วยเช่นกัน

[เงื่อนไขที่ว่าสายลับต้องส่งข้อมูลสำคัญไปแบบตลอดเวลา] (สเปียร่า)

"ใช่แล้ว แล้วก็สายลับนั่นจะต้องเข้าใจในสถานการณ์ของคนที่มีความสามารถได้รวมถึงตัวฉันด้วย"

ใช่แล้ว ถ้าหากว่ากองทัพปีศาจแห่งการทำลายไม่ได้รู้ถึงสถานการณ์ของผู้ใช้พลังของโลก ถ้างั้นพวกมันก็คงไม่อาจจะทำการแบบใจเย็นได้แน่ และศักยภาพของสายลับก็ได้แสดงออกมาต่อหน้ายูอิลฮานเป็นอย่างดี

ยูอิลฮานได้ประกาศออกมาอย่างใจเย็นต่อหน้าทูตสวรรค์ทั้งสามตน

"สายลับก็คือในกลุ่มทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์ที่เกาะติดอยู่กับผู้ใช้พลัง และฉันขอบอกไว้เลยว่ามีมากกว่า 1 แน่"

[พวกเราก็คิดไว้เหมือนกัน ยังไงก็ตามฉันไม่เคยคิดเลยว่าพวกนั้นจะไปร่วมมือกับกองทัพปีศาจแห่งการทำลาย] (สเปียร่า)

[เป้าหมายของพวกนั้นคืออะไรกันล่ะ? ความเชื่อของกองทัพแห่งการทำลายมีแต่ 'การทำลาย' นี่มันน่าจะเป็นไปได้เลยที่กองทัพแห่งจรัสแสงที่ทรยศจะไปร่วมมือกับพวกนั้น!แล้วก็ทำไมกองทัพปีศาจแห่งการทำลายถึงต้องมาทำตามความต้องการของพวกนั้นด้วย!] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้แต่สับสนและพูดคำพูดที่ไม่จำเป็นออกมา ยูอิลฮานได้แต่ยิ้มแห้งๆให้เธอใจเย็นลง

"ทั้งหมดนี่ก็แค่การคาดคะเนของฉัน มันยังมีจุดที่ผิดปกติอยู่อีกมาก อย่าเชื่อคำพูดฉันแบบไม่สงสัย ไว้ความจริงเปิดเผยออกมาเธอค่อยหาเหตุผลก็ยังไม่สายไปหรอก"

[แต่ฉันก็คิดว่าคำพูดของนายถูกแล้วนะ] (สเปียร่า)

[ฉันก็ไม่สงสัยสักนิดเลย ฉันเชื่อ 100%] (เอิลต้า)

[มาถึงจุดนี้แล้วฉันสงสัยว่าโลกนี้มันหมุนตามคำพูดของอิลฮานหรือยังไงกันนะ] (เลียร่า)

"เยี่ยม ถ้างั้นก็เคลื่อนไหวภายใต้การคาดคะเนนี้ล่ะกัน"

นอกจากเรื่องทั้งหมดนี่อย่างน้อยก็มีสิ่งหนึ่งได้รับการยืนยันแล้ว

"ไม่ว่าใครจะอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ มันก็จะต้องเป็นกลุ่มที่คอยชี้นำเจตนาของโลกที่ถูกทิ้ง และเป้าหมายของฉันก็คือค้นหาสิ่งนั้นและทำลายมันซะ"

[นั่นมันหมายความว่านายจะไม่ไปป้องกันการเชื่อมต่อกับโลกที่ถูกทิ้ง นี่มันดูอันตรายมากนะ] (สเปียร่า)

[ถ้าหากมันพลาดจะย้อนอะไรไม่ได้เลยนะ] (เอิลต้า)

"ไม่เป็นไร ในตอนอยู่ในบาเรีย ฉันได้เตรียมบางอย่างเอาไว้แล้วในกรณีที่มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น... เพราะแบบนี้เอิลต้าทำไมไม่ช่วยส่งของให้ฉันหน่อยล่ะ?"

หืม ส่งของ เอิลต้าได้รู้สึกถึงคนที่ทำให้สิ่งมีชีวิตระดับสูงต้องกังวลด้วยคำพูดเดียวได้ แต่ว่าเธอก็แค่หยักหน้าให้ยูอิลฮานด้วยรอยยิ้ม

เอิลต้าได้รับเอา 'ไอเทมที่หลากหลาย' หนึ่งในสิบของที่อยู่ในช่องเก็บของของยูอิลฮานมา และบินออกไป เนื่องจากยูอิลฮานได้บอกให้เธอเคลื่อนไหวเป็นความลลับโดยไม่ให้ทูตสวรรค์คนอื่นตรวจเจอไปแล้ว ดังนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว

จากนั้นยูอิลฮานก็ไปปลุกเอริเซียให้เธอไปพาหมาป่าที่แข็งแกร่งที่มีเลเวลมากกว่า 180 มาที่โลก

ถึงแม้ว่าเขาได้รับความเสี่ยงด้วย แต่สถานการณ์นี้ก็ยังเป็นโอกาสดีที่พวกหมาป่าจะได้รับการยอมรับจากโลก ยิ่งไปกว่านั้นพวกหมาป่าก็ยังไม่อาจจะขัดคำสั่งยูอิลฮานได้ด้วย ดังนั้นหากเขาสั่งอะไรพวกหมาป่าก็ต้องทำ

เอริเสียที่รู้ถึงความจริงเรื่องนี้ได้แสดงท่าทางผิดหวังอยู่แวบหนึ่ง แต่เธอก็ยังยอมรับคำสั่งและจากไป

เนื่องจากว่าเธอได้กรงเล็บระดับยูนีคที่ยูอิลฮานทำให้ไปติดให้กับกองกำลังหมาป่าของเธอด้วยทำให้กองทัพที่อยู่ภายใต้การบัญชาของเธอจะต้องนำความสำเร็จมาได้ไม่มากก็น้อยแน่

ท้ายที่สุดยูอิลฮานก็ไปปลุกเอลฟ์ขึ้นมา หลังจากอธิบายสถานการณ์แล้วเขาก็ออกคำสั่งออกไป

"พวกนายก็จะต้องไปสู้ด้วย ซ่อนตัวตนให้ดีด้วยแล้วก็ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งสำคัญสุดคือความปลอดภัยนะ ตอนที่พวกนายเข้าสนามรบให้ไปหาเอิลต้าและถอยในทันทีที่สถานการณ์อันตราย"

"ตราบเท่าที่มีอาร์ติแฟคที่ท่านจักรพรรดิมอบให้ผม ผมก็มั่นใจว่าต่อให้เจอพวกคลาส 4 ผมก็เอาตัวรอดได้"

"อย่ามั่นใจจนเกินไปล่ะ"

"ครับ!"

ยูอิลฮานได้ให้คำสั่งกับเอลฟ์แล้วและหลังจากเขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในท้ายที่สุดเขาก็มองลงไปสบตากับมิลที่อยู่บนพื้น

"มิลอยากจะทำอะไรล่ะ?"

"ผมอยากสู้แล้วก็แกร่งขึ้นครับ"

ยูมิลก็คงอยู่ในโหมดของตัวเอกตามนิยายเสมอ ถ้าเป็นปกติยูอิลฮานก็คงจะหัวเราะออกมาและเข้าไปกอดเขา แต่ว่าตอนนี้ต่างไปนิดหน่อย ยูอิลฮานไม่อาจจะอยู่กับมิลในสนามรบได้

"ที่นั่นพ่อจะไม่อาจอยู่ปกป้องลูกได้นะ แน่นอนว่าถึงแม้ว่าพ่อจะไม่อยู่ที่นั่นก็จะมีโอกาสอีกมากที่ลูกจะต้องสูง... แต่ว่าลูกอยากจะไปสู้จริงๆนะ?"

"ครับ! ผมอยากจะแกร่งขึ้น!"

เขาก็คิดเอาไว้แล้วว่ามันจะต้องออกมาแบบนี้ ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้ตัดสินใจปล่อยพวกนี้เอาไว้ในสถานการณ์นี้เพราะเขาในพรสวรรค์ของเอลฟ์ เอิลต้า และที่สำคัญที่สุดคือลูกของเขาเอง

"ก็ดีแล้ว ยังไงก็ตามอย่าเข้าไปมีส่วนร่วมกับเหตุกาณณ์ที่อาจจะอันตรายต่อชีวิตลูกนะ แล้วก็ปกปิดตัวตนเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ สัญญากับพ่อนะ?"

"ได้ครับ ผมสัญญา"

ยูมิลได้สัญญากับยูอิลฮานด้วยรอยยิ้มที่สดใส แต่ยูอิลฮานก็ยังกังวลอยู่ดังนั้นเขาเลยใส่หมวกกระดูกมังกรลงบนหัวของมิลและใส่ที่ป้องกันอกที่จากกระดูกมังกรด้วย จากนั้นเขาก็มอบลมหายใจให้มิลและมานาโพชั่นที่เหลืออยู่ด้วย

[แล้วนายทำหมวก แต่ทำไมนายไม่ทำเกราะล่ะ ทำไมถึงทำแค่ที่ป้องกันอก?] (สเปียร่า)

"อีกไม่นานมิลก็จะเลื่อนไปคลาส 3 แล้วดังนั้นมันจะเจ็บปวดถ้าเขาใส่เกราะแค่่แปปเดียว หมวกนั่นฉันได้ทำจากการคำนวนการพัฒนาของเขาแล้ว"

[ฉันไม่เข้าใจเลยว่านายรักลูกหรือไม่รักลูกกันแน่] (สเปียร่า)

ความสนใจของเอลฟ์ได้มารวมกันเป็นหนึ่งหลังจากที่ได้เห็นยูอิลฮานเอาของหลายอย่างให้กับมิล

"พวกเราก็จะปกป้องท่านมิลด้วยชีวิตเรา!"

"ต่อให้ฉันต้องสละวิญญาณ ฉันก็จะต้องปกป้ององค์ชายให้ได้!"

แน่นอนว่ายูอิลฮานได้ตอบกลับพวกนี้เป็นพิเศษเช่นเดียวกัน

"เงียบไปเลย พวกนายทุกคนจะต้องรอดกลับมา อย่าได้คิดจะตายเข้าใจนะ?"

"ครับ!"

"พ่อ ผมจะไปแล้วนะ!"

"โอเคมิล ระวังตัวด้วย"

แล้วแบบนี้เมื่อเอลฟ์กับมิลจากไป ความเงียบก็ได้มาถึงในทันที และไม่นานนักเลียร่าก็พูดออกมา

[ในตอนนี้ที่ความคิดนายออกมา มันไม่มีทางที่นายจะเคลื่อนไหวโดยไม่มั่นใจใช่ไหม?] (เลียร่า)

"ฉันก็ไม่ได้มั่นใจไปทั้งหมดหรอก แต่ถึงแบบนั้นฉันก็พอจะรู้ว่าพวกมันมีเป้าหมายอะไร"

[นั่นก็ไม่ใช่ 'ความเชื่อมั่น' หรอกหรอ?] (สเปียร่า)

จริงๆแล้วยูอิลฮานได้คาดเอาไว้นานแล้วถึงเรื่องที่กองทัพแห่งการทำลายกับกองทัพจรัสแสงได้พยายามรวมกลุ่มกัน

ไม่ใช่ว่าในหมู่โลกที่ถูกทิ้งที่ยูอิลฮานได้ประสบว่าก็มีเบาะแสบางอย่างอยู่หรอกหรอ?

[...อ่า ฉันเพิ่งจะนึกเอาได้ ในตอนที่คนทรยศคนแรกแสดงตัวออกมาก็คือตอนที่เขากำลังพากองทัพมาจากต่างโลกโดยมีจอมเวทย์คลาส 4 ช่วย! ฉันลืมเรื่องนี้ไปเลย!] (เลียร่า)

"นึกออกแล้วสินะ"

ความลับนี้ยูอิลฮานก็ยังลืมไปอยู่ช่วงหนึ่งเหมือนกัน แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็คิดว่ามันไม่เป็นไรเนื่องจากเขานึกขึ้นได้ก่อนสายเกินไป

"จอมเวทย์นั่นได้พูดบางอย่างเกี่ยวกับการพิชิตโลกด้วยสงคราม ฉันคิดว่ามันจบลงในตอนที่ฆ่าจอมเวทย์แล้ว แต่แล้วสิ่งที่มันกำลังเกิดขึ้นในตอนนี้คืออะไรล่ะ?"

[ชี้นำความสนใจของทุกคนไปที่โลกที่ถูกทิ้ง และซ่อนประตูสำคัญที่เชื่อมต่ออยู่เอาไว้แล้วเรียกกองทัพมาจากต่างโลกใช่ไหม?]

"ถูกแล้ว"

ในขณะที่มนุษย์มนุษย์กำลังทุ่มเทต่อสู้กับกองทัพมอนสเตอร์ที่เล็งแต่การทำลายโดยไม่สนสิ่งใด กองทัพจากต่างโลกก็จะเข้ามาตลบหลังพิชิตโลกตามเป้าหมายของพวกมัน

ถ้ามันเป็นแบบนั้น ทั้งกองทัพปีศาจแห่งการทำลายก็จะทำเป้าหมายในการทำลายโลกสำเร็จและกองทัพจรัสแสงก็จะทำเป้าหมายในการเรียกกองกำลังอื่นมาที่โลกสำเร็จเช่นกัน

[ดังนั้นมันจะต้องมีการเชื่อมต่อกับโลกอยู่อีกแน่นอน กองทัพจรัสแสงต้องการที่จะให้กองทัพจากต่างโลกปกครองโลกใบนี้] (เลียร่า)

[ถ้าอย่างนั้นทำไมล่ะ? ในตอนที่เขาทรมาน ฆ่าคนทรยศ ฉันก็ไม่อาจหาเหตุผลได้เลย ทำไมพวกมันถึงต้องการจะให้ต่างโลกพิชิตโลกนี้ล่ะ? พวกนั้นกำลังจะเล่นเป็นพระเจ้างั้นหรอ?] (สเปียร่า)

คำตอบก็คือไม่รู้ ทำไมเธอถึงได้ถามยูอิลฮานล่ะทั้งๆที่เธอไปทรมานคนทรยศยังไม่ได้คำตอบเลย...ยูอิลฮานได้หยักไหล่่และตอบกลับมา

"นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันกังวล สิ่งที่สำคัญคือฉันจำเป็นต้องทำลายพวกมันก็ที่พวกมันจะกลืนกินโลกไป"

[นายคิดว่าที่ไหนล่ะ? ถ้าไม่งั้นเราก็ต้องหากันทั้งโลกเลย] (เลียร่า)

"ที่ในใจที่คิดไว้งั้นหรอ? ก็มีอยู่"

ยูอิลฮานได้เปิดจอโทรศัพท์ที่เขาดูอยู่พักหนึ่ง มีข้อความที่เขียนถึงการทำลายเมืองเล็กๆอยู่ภายในจอ แต่ในข้อความนี้ไม่มีใครแสดงความคิดเห็นเลย

มีคนจำนวนมากที่สนใจในข่าวบันเทิงและข่าวของโลกที่ถูกทิ้งที่น่าจะถูกกระจายผ่านทางทูตสวรรค์ซะมากกว่า นี่มันยิ่งน่าสงสัยมากขึ้น

มีเนื้อหาที่เป็นคำพูดของคังมิเรย์อยู่ด้วย ถ้าหากว่าศัตรูต้องการจะบุกโลก ยูอิลฮานก็คิดว่านี่คือเวลาที่ดีที่สุดแล้วเนื่องจากวามีมอนสเตอร์ปรากฏอยู่ทั่วและมีโลกที่ถูกทิ้งหลายแห่งปรากฏขึ้นบนโลก

[อย่าบอกนะว่าการล่มสลายของประเทศเล็กๆมีส่วนเกี่ยวนะ?] (เลียร่า)

"ถ้ามันไม่ใช่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ฉันทำได้แค่หวังว่าอินเทอร์เน็ตจะให้คำตอบที่ถูกเท่านั้น"

ยังไงก็ตามเขาก็ได้นึกไปถึงในตอนที่เขากับเอิลต้าเดินทางไปทั่วโซลในขณะที่ดูโทรศัพท์เพื่อคนหาที่ที่มีมอนสเตอร์

ในเวลานี้ก็ด้วยยูอิลฮานกำลังใช้วิธีเดียวกันหาคำตอบ เขาจะช่วยคนได้ในที่ที่เขาไปถึงได้เท่านั้น

และเขาก็หวังว่าในครั้งนี้มันก็จะเกิดขึ้นเหมือนในครั้งนั้น

จบบทที่ บทที่ 126 - บุก (2) [อ่านฟรีวันที่ 24/02/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว