เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 125 - บุก (1) [อ่านฟรีวันที่ 22/02/2562]

บทที่ 125 - บุก (1) [อ่านฟรีวันที่ 22/02/2562]

บทที่ 125 - บุก (1) [อ่านฟรีวันที่ 22/02/2562]


บทที่ 125 - บุก (1)

 

แม้ว่าจะทำเกราะเสร็จออกมาแล้วการตีเหล็กของยูอิลฮานก็ไม่ได้หยุดลง ยังไงก็ตามเนื่องจากเขาได้ทำในทุกสิ่งที่ต้องการแล้วทำให้เวลาที่เขาจะใช้ไปกับการตีเหล็กลดลงไปมาก ถ้าแบบนี้มันก็คงจะดีถ้าเขาเอาเวลาพวกนี้ไปฝึกหอกสะบั้นจักรวาล แต่ว่าเขาไม่ได้ทำแบบนั้น

"เยี่ยม ฉันจะต้องเชี่ยวชาญมันในห้าชั่วโมง"

[ถึงแบบนั้นนี่มันก็ดูไม่เท่เลย...] (เลียร่า)

สิ่งที่เขาใช้เวลาไปก็คือฝึกการ 'สับเปลื่ยน' สับเปลื่ยนเกราะที่เขากำลังใส่อยู่กับอันที่อยู่ในช่องเก็บของ ในตอนนี้เขามีทั้งเกราะที่ป้องกันไฟและเกราะที่ป้องกันน้ำแล้ว การสับเปลื่ยนในตอนนี้คือเทคนิคที่สำคัญ

แน่นอนว่าจนถึงตอนนี้เขาได้สับเปลื่ยนอาวุธหรือเรียกอาวุธหลายๆอันออกมาในระหว่างการต่อสู้แล้ว แต่ว่าการสับเปลื่ยนอาวุธใช้แค่สองมือ แต่การสับเปลื่ยนเกราะนั้นใช้ทั้งร่างกายซึ่งมันยากมากๆ

ถ้าหากว่าการเคลื่อนไหวร่างกายของยูอิลฮานคลาดเคลื่อนไปนิดเดียว งั้นมันจะมีแค่เกราะที่เขาใส่อยู่เท่านั้นที่เข้าไปในช่องเก็บของและตัวเขาก็จะเปลือยเปล่า

[ถ้านายถอดเสื้อออกมันจะไม่ดีกว่าหรอ?] (เลียร่า)

"ไม่ มันจะนำมาซึ้งการปวดร้าวทั้งกายใจ เพื่อที่จะป้องกันสถานการณ์ที่น่าอึดอัดฉันจะใส่เกราะหนังพืนฐานไว้ข้างในและใส่เกราะเต็มตัวไว้ข้างนอก"

ถ้าหากเป็นหญิงสาวเปลือยไม่ว่าชายใดก็ยินดี แต่คงจะไม่มีใครจะยินดีแน่หากยูอิลฮานเปลือย ถึงแม้ว่าโลกจะไม่ได้ทำอะไรให้เขา แต่เขาก็ไม่อยากจะทำร้ายโลกเหมือนกัน

"ทุกวันนี้ พาวเวอร์เรนเจอร์ก็ยังถูกขัดในระหว่างแปลงร่างเหมือนกัน"

[การเปลื่ยนเสื้อก็นับเป็นการแปลงร่างด้วย?] (สเปียร่า)

นี่เป็นเรื่องจริงมาก แต่ยูอิลฮานตัดสินใจไม่ตอบกลับไป

"ในตอนนี้ฉันจะทำมันในขณะที่อยู่เฉยๆ แต่เมื่อไหร่ที่ฉันชินกับมัน ฉันจะฝึกมันจนกว่าที่ฉันจะสับเปลื่ยนในระหว่างวิ่ง กระโดด สับเปลื่ยนอาวุธ ยิงไพท์บังเกอร์ ปักเสาลงบนพื้น ยิงกระสุน ยิงกระสุนในน้ำ และในท้ายที่สุดก็คือในทันทีที่ฉันอยู่ในอากาศ"

[นั่นมันเหนือกว่ามนุษย์ไปแล้ว โอ้ ขอโทษด้วย นายออกจากอาณาเขตของมนุษย์ไปแล้วนี่นา] (เอิลต้า)

แม้ว่าเขาจะเพิ่งเริ่มเรียนรู้มัน เขาก็มองไปถึงการต่อต้านความแปรปวนในพื้นที่ซะแล้ว

จดจำในสถานะของร่างกาย ส่งต่อไปยังสมอง ถอดเกราะของเขาออกและใส่เกราะใหม่เข้ามาในเวลาเดียวกัน แม้ว่านี่จะดูเหมือนทำได้ง่าย แต่ว่ามันจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อมีความรู้เข้าใจในเชิงพื้นที่อย่างมหาศาลและกระบวนการคิดที่รวดเร็ว

เขาคิดว่านี่จะไม่ได้จบลงแค่การสับเปลื่ยนเกราะอย่างรวดเร็ว การรู้ถึงตัวเองอย่างแม่นยำในรูปแบบของพื้นที่สามมิติจะกลายเป็นตัวช่วยอย่างมากในการใช้ช่องเก็บของของเขาให้มันไม่ต่างไปจากโลกใบเล็กเลย

ถ้าเขาเข้าใจรับรู้ถึงตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ ถ้างั้นต่อไปก็จะเป็นวัตถุอื่น จากนั้นก็คนอื่นๆ และจากนั้นก็โลกใบนี้ ถึงตอนนั้นต่อให้ไม่ใช่ฟังก์ชั่นการควบคุมเก็บของระยะไกลของเขา เขาก็น่าจะเอามันมาใช้ประโยชน์ได้

[ยูอิลฮานกำลังยิ้มน่าขนลุก...] (เอิลต้า)

[ชั่งเถอะน่า ฉันชินแล้ว]

สิ่งที่ทูตสวรรค์กำลังคุยกันอยู่มันหยาบคายกับเขามาก แต่เขาก็ไม่สนใจสักนิด

ทุกๆคนกำลังบ่นเรื่องของชีวิตในพื้นที่ของตัวเอง แต่ว่าในตอนนี้จุดจบมันใกล้เข้ามาแล้ว พวกเขาต่างก็ทำให้ดีที่สุดที่จะแข็งแกร่งขึ้นสักนิด ในตอนนี้หายนะครั้งใหญ่ครั้งที่สองใกล้จะมาถึงแล้ว!

ยูอิลฮานก็เช่นเดียวกัน ในตอนนี้เขาก็ยุ่งกับการตีเหล็ก ฝึกสับเปลื่ยน ฝึกหอกสะบั้นจักรวาล กว่าเขาจะเชี่ยวชาญการสับเปลื่ยนเกราะโดยสมบูรณ์ก็มีเวลาเหลือภายในบาเรียไม่ถึง 10 ชั่วโมงแล้ว

ในจุดๆนี้เขาสามารถจะสับเปลื่ยนเกราะได้ในขณะที่เคลื่อนไหวอย่างรุนแรงได้แล้ว

"คั๊กๆๆๆๆ"

"พ่อเท่จัง"

[นี่มันไม่ใช่แบบอย่างที่ดีกับเด็กนะ! ถ้ามิลหัวเราะแบบน่ากลัวอย่างนายนายจะรับผิดชอบยังไง?] (เอิลต้า)

แม้แต่ในขณะยูอิลฮานเต้นเขายังสับเปลื่ยนเกราะได้แล้ว ยูอิลฮานจึงตัดสินใจหยุดฝึกการสับเปลื่ยน

ตอนนี้เขาคิดเรื่องอื่นแทนเพื่อที่จะเตรียมยกระดับให้สมบูรณ์แบบมากขึ้นซึ่งนั่นก็คือเครื่องประดับ

อุปกรณ์ของยูอิลฮานที่เป็นเครื่องประดับรวมแล้วมีอยู่สี่อย่างและหากไม่นับรวมกำไลหนังทอง'พายุ''สายฟ้า''รวดเร็ว' ซึ่งเป็นอุปกรณ์ระดับยูนีค ส่วนที่เหลือต่างก็เป็นระดับต่ำทั้งหมดซึ่งเพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูมานาของเขา 10%

จนถึงตอนนี้เมื่อไหร่ที่มานาของเขาจะหมดเขาก็จะใช้มานาโพชั่น แต่ว่ามานาโพชั่นของเขาที่ได้มาจากการฆ่าจอมเวทย์คลาส 4 ก็ใกล้จะหมดลงไปเต็มทีแล้ว ในสถานการณืนี้มานาโพชั่นอย่างเดียวที่เขาเหลือก็คือลมหายใจ ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือความสามารถในการฟื้นฟูมานา

"ตอนนี้ฉันใส่เครื่องประดับได้กี่อันกันนะ?"

เขาได้เปิดกระเป๋าพลาสติกที่เขาได้รวมเอาเศษชิ้นส่วนที่เหลือจากการตีเหล็กและโยนพวกมันลงไปละลายในเพลิงนิรันดร์ในขณะที่ยืนยันเรื่องนี้กับทูตสวรรค์ไปด้วย เลียร่าได้มองดูร่างกายของเขาก่อนจะสรุปออกมา

[มากสุดที่ 5 มั้งนะ? นี่คือเท่าที่นายทนได้] (เลียร่า)

[ไม่ใช่ว่ามากสุดคือ 4 ที่เขาจะทนได้โดยไม่ปะทะกันหรอกหรอ?] (เอิลต้า)

[สำหรับการตัดสินใจของฉันก็ 5 อัน] (สเปียร่า)

เลียร่ากับสเปียร่าบอก 5 ส่วนเอิลต้าบอก 4 ยูอิลฮานได้ตัดสินใจถอดเครื่องประดับอื่นๆนอกจากกำไลหนังทองออกมาและตัดสินใจทำเครื่องประดับเพิ่มอีก 4 อัน

ถ้าหากว่าพลังมันปะทะกัน เขาก็แค่โยนทิ้งไปสักอันหนึ่ง

[ฉันอยากจะเห็นอิลฮานใส่ต่างหู!] (เลียร่า)

[สร้อยคอดีที่สุดแล้วเนื่องจากว่าเวลาใส่เกราะมันจะไม่รบกวนนาย ในเมื่อนายใส่กำไลหนังทองอยู่แล้ว การทำกำไลอีกข้างมันก็เป็นเรื่องดีนะ] (เอิลต้า)

ต่างหูสองข้าง สร้อยคอหนึ่ง กำไลหนึ่ง รวมทั้งหมดก็ห้าอันแล้ว ยังไงก็ตามความคิดเห็นของทูตสวรรค์ไม่ได้จบลงแบบปกติอย่างนี้

[จะไม่เจาะลิ้นสักหน่อยหรอ? แม้ว่าฉันจะชอบการแต่งการแบบสุภาพในปัจจุบันก็ตาม แต่ในอดีต...] (สเปียร่า)

[อ่า ฉันคิดว่าเจาะท้องก็น่าจะเซ็กซี่เหมือนกันนะ] (เลียร่า)

[บนตัวยูอิลฮาน? หืม หืมมม... ฉันคิดว่าริมฝีปากเขามีเสน่ห์ที่สุดนะ เจาะริมฝีปากเป็นไง?] (เอิลต้า)

"นี่ ขอร้องล่ะช่วยไปพูดเรื่องที่เหลือกับพวกหัวหน้าชนเผ่านะ"

ขีดจำกัดจิตใจของยูอิลฮานแค่เจาะหูก็มากพอแล้ว เขาได้จัดการเทโลหะที่ละลายแล้วลงไปในหล่อและให้มันแข็งตัวโดยไม่สนเสียงอะไรจากทูตสวรรค์อีก

จากนั้นเขาก็หยิบเอามีดแกะสลักออกมาและเริ่มจัดการแกะสลักอย่างระมัดระวัง เนื่องจากเขาได้ทำเครื่องประทับพวกนี้จากกระดูกมังกร เขาจึงทำการแกะสลักมังกรลงไปบนต่างหู สร้อยคอและกำไล

บางทีอาจจะเพราะว่าเขาเคยชินจากการแกะสลักจากการทำกับดักแห่งการทำลายแล้วทำให้การทำงานในครั้งนี้ค่อนข้างเร็ว ต่างหูสองอัน สร้อยคอหนึ่งอันและกำไลของมืออีกหนึ่งอันได้เสร็จแล้ว สิ่งที่เหลือก็คือการทำหัตถกรรมมานาเท่านั้น

"ฉันคิดว่าฉันควรจะเก็บหินพลังเวทย์คลาส 4 เอาไว้"

[นายยังเหลืออีกประมาณ 20 ก้อนนี่เว้นแต่ว่านายจะใช้มันไปแล้วนะ?] (เอิลต้า)

"พวกมันทั้งหมดจะมีประโยชน์หลังจากนี้ ทั้งหมดเลย"

ยูอิลฮานได้พึมพัมอย่างน่าสงสัยในขณะที่หยิบเอาหินพลังเวทย์คลาส 4 ออกมา เนื่องจากวัสดุคือกระดูกมังกร ขีดจำกัดในการดูดซึมมานาจึงสูงมากๆและเขาได้ใช้หินพลังเวทย์มากกว่า 3 ก้อนต่อหนึ่งเครื่องประดับ

[ต่างหูมังกร 'คำสาป' 'รวดเร็ว' 'ป้องกันการทำลาย' ได้เสร็จสมบูณร์]

เนื่องจากกระดูกมังกรเป็นวัสดุที่มีระดับที่สูงมากและยังมีความเกี่ยวข้องกับหินพลังเวทย์ของเผ่ามังกรอีกทำให้ผลลัพธ์ออกมายอดเยี่ยมมาก

กำไลมีออฟชั่นในการเพิ่มความเร็วการฟื้นฟูมานา 20% และดูดซับการโจมตีเวทย์ของศัตรูเล็กน้อย ส่วนต่างหูทั้งสองข้างก็ยังเป็นเครื่องประดับระดับยูนีคที่มีออฟชั่นที่สุดยอดอย่างเพิ่มการฟื้นฟูมานา 25% และเพิ่มความต้านทานพิษและคำสาป 30%

และในด้านของสร้อยคอคือ ออฟชั่นการฟื้นฟูมานาเพิ่มขึ้น 30% และดูดซับบการโจมตีเวทย์ของศัตรูติดมาด้วย ในจุดนี้เอิลต้าได้สงสัยและแนะนำกับยูอิลฮานออกไป

[ทำไมนายไม่โญนกำไลหนังทองทิ้งไปแล้วทำเครื่องประดับใหม่ล่ะ?] (เอิลต้า)

"ไม่ ฉันยังไม่ยอมแพ้เรื่องพายุคมมีดสายฟ้า"

[นายยังไม่เคยได้ใช้มันสักครั้งเลยนะ...] (เอิลต้า)

[ก็แค่สลัดมันออกมา อย่าฝืนเลย] (เลียร่า)

"...ฉันควรทำแบบนั้นหรอ?"

คำแนะนำของเลียร่าคือสกัดออฟชั่นของมันออกมาด้วยหินพลังเวทย์คลาส 3 และทำการหัตถกรรมมานากับกำไลข้อมือใหม่ที่ทำขึ้นมาจากวัสดุของมังกรซึ่งผลที่ได้ก็น่าพอใจมาก

ผลลัพธ์ที่ออกมาเมื่อเขาสกัดออฟชั่นของกำไลหนังทองและทำหัตถกรรมมานาลงไปในกำไลข้อมือใหม่ที่ทำจากเกล็ดของมังกรที่ใช้เวทย์สายฟ้าพร้อมกับหินพลังเวทย์อีกสองก้อน

[กำไลข้อมือมังกร 'ความเร็วแสง' 'ความพิโรธของเทพสายฟ้า']

[ระดับ - ตำนาน]

[ข้อจำกัดผู้ใช้งาน - นักล่ามังกร]

[ความทนทาน - 3,200/3,200]

[ออฟชั่น

1.เก็บมานาด้วยการดูดมานาจากพื้นที่รอบๆและสามารถจะสร้างพายุสายฟ้าขนาดกลางได้โดยมีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง สามารถเก็บมานาได้มากขึ้นสามเท่าและสามารถจะปล่อยมานานั้นทั้งหมดออกมาได้ในครั้งเดียวเพื่อสร้างเป็นพายุขนาดใหญ่ เมื่อถูกเวทย์ของศัตรูโจมตีจะสามารถขโมยมานาจำนวนมากมาเก็บไว้ได้ และถ้าหากเป็นเวทย์สายฟ้าจะเพิ่มการดูดซึมขึ้น 50%

2.ความเร็วการฟื้นฟูมานาเพิ่มขึ้น 40%

3.เพิ่มความเร็วในการเรียกใช้มานา 30%]

ในตอนนี้เขาได้ก้าวเข้าใกล้ความฝันของพายุคมมีดสายฟ้าแล้ว

"โอ้"

[นี่คือสมบัติอีกอันหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะมาจากสมบัติของกองทัพสวรรค์...] (เอิลต้า)

ในทันทีที่ยูอิลฮานได้ยืนยันถึงออฟชั่นของกำไรเขา เขาได้จัดการเริ่มทำกำไลอันใหม่ขึ้นอีกทันที แน่นอนว่าเขาได้ใช้เกล็ดของมังกรที่เขาเพิ่งใช้ทำกำไลอันเมื่อตะกี้นี้

"ต่อให้ฉันได้การฟื้นฟูมานากับความเร็วการใช้มานามันก็คือแจ๊คพ็อตแล้ว!"

[แล้วเจตนาจริงๆล่ะ?] (เอิลต้า)

"ตอนนี้มันถึงเวลาสำหรับความฝันของพายุสายฟ้าคู่แล้ว!"

ยูอิลฮานได้แสดงความปรารถนาแบบเด็กออกมาโดยไม่เก็บไว้ ความเร็วของเขาในการทำยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก! ด้วยความฝันที่ตัวเขากวาดมอนสเตอร์ออกไปด้วยพายุสายฟ้า เขาได้ใช้หินพลังเวทย์คลาส 3 ออกไปโดยไม่ห่วงแม้แต่นิด แสงที่ทำให้ตาพร่าได้ปรากฏออกมาทำให้เขาทำนายได้ถึงสิ่งที่ออกมา

แสงได้ลดลงไปและในตอนนี้สายตาของเขาก็มองเห็นกำไลที่ทำเสร็จแล้ววางอยู่ กำไลที่ทรงพลังกว่าอันก่อนหน้า! ข้อความสีเขียวได้ปรากฏขึ้นมาที่ม่านตาของเขา

[กำไรมังกร 'จ้าวสายฟ้า' 'ความสบาย' 'ความบ้าคลั่ง' ได้เสร็จสมบูรณ์]

[กำไรมังกร 'จ้าวสายฟ้า' 'ความสบาย' 'ความบ้าคลั่ง']

[ระดับ - ตำนาน]

[ข้อจำกัดผู้ใช้งาน - จอมเวทย์สายฟ้าคลาส 3, เวทย์สายฟ้าขั้นสูงเลเวลมากกว่า 60, ค่าสเตตัสพลังเวทย์มากกว่า 350]

[ความทนทาน - 3,800/3,800]

[ออฟชั่น

1.เพิ่มพลังโจมตีและระยะโจมตีของเวทย์สายฟ้า 20%, เพิ่มความต้านทานธาตุสายฟ้า 50%

2.ความเร็วในการฟื้นฟูมานาเพิ่มขึ้น 30% และความเร็วในการร่ายเพิ่มขึ้น 30%

3.สามารถเปลื่ยนและควบคุมมานาให้เป็นสายฟ้าที่มีประสิทธิภาพและความเข้มข้นสูงได้]

[หนึ่งในปาฏิหาริย์ที่ช่างตีเหล็กได้ทำขึ้นบนเส้นทางการเป็นตำนาน มีเพียงแค่ผู้ที่ได้รับการฝึกอย่างสูงส่งในหมูของผู้ใช้สายฟ้าเท่านั้นที่จะดึงพลังของเครื่องประดับนี้ออกมาได้]

'ความสำเร็จ' ปัญญาอ่อน นี่มันเป็นของที่ฉันใช้ไม่ได้อีกแล้ว

แม้แต่จอมเวทย์ก็ในทีมยูอิลฮานก็ยังไม่มีเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจอมเวทย์สายฟ้าเลย เขาได้ถามกับเอลฟ์เผื่อที่ว่าจะมีใครในหมู่พวกเอลฟ์ที่เคยเป็นจอมเวทย์แต่ว่ามันดูเหมือนจะไม่มีใครใช้เวทย์สายฟ้าได้เลย

ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมาอย่างเจ็บปวดและเก็บเอาอาร์ติแฟคนี่ลงช่องเก็บของลงไป ในตอนนี้สิ่งนี้มันไร้ประโยชน์ เขาทำได้แค่ขายมันออกไปให้คังมิเรย์ในราคาที่สูงเท่านั้นเอง

[ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนั้นคงจะไม่มีทางชำระนี้ของเธอไปได้ทั้งชีวิตแน่...] (เอิลต้า)

[ในครั้งล่าสุดที่เจอดวงตาของเธอดูปกติดีนะ แต่ว่าถ้าเกิดว่าจู่ๆเธอก็พูดว่า 'ฉันจะจ่ายคืนด้วยชีวิตทั้งชีวิตของฉัน' ฉันจะทำยังไงกับเธอคนนั้นดีนะ?] (เลียร่า)

[ในบางครั้งฉันก็ยังสงสัยจริงๆนะว่าเธอยังอยู่ในฐานะทูตสวรรค์ได้ยังไงกันเลียร่า] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้จัดการทำกำไลอีกหลายอันด้วยความหวังที่จะทำให้กำไลมีออฟชั่นที่เหมือนกับในอันแรก แต่ว่าทั้งหมดที่เขาทำขึ้นทั้ง 12 อันต่างมีเป็นของธรรมดาระดับ 'ยูนีค' ที่มีออฟชั่นเพิ่มความเร็วการฟื้นฟูมานา 25% และออฟชั่นทั่วไปอื่น

นี่มันหมายความว่าเขาต้องยอมแพ้กับพายุสายฟ้าคู่

"ทำไมกัน ทำไมมมมมมม!"

[อาร์ติแฟคระดับตำนานไม่ได้จะปรากฏออกมาให้เห็นตลอดเวลานะ] (เลียร่า)

[ออฟชั่นการใช้งานแบบพายุสายฟ้ามันไม่ใช่ของธรรมดานะ นี่มันก็เป็นเหตุผลที่เลียร่าแนะนำให้นายสกัดมันออกมาด้วย] (เอิลต้า)

"....ฉันรู้น่า"

ในเมื่อมันมาเป็นแบบนี้แล้วยูอิลฮานได้แต่ตัดสินใจแจกจ่ายกำไลของเขาไปให้ลูกน้องเขาคนล่ะสองอัน แน่นอนลูกน้องเขาต่างก็งุนงงกับการให้ 'รางวัล' นี้ของเขา

แม้ว่าออฟชั่นที่สองของกำไลแต่ล่ะอันจะต่างกัน แต่กำไลทั้งหมดต่างก็มีออฟชั่นที่เหมือนกันคือเพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูมานา 20% ด้วยผลรวมกันสองอันทำให้ความเร็ซในการฟื้นฟูมานาของลูกน้องยูอิลฮานเพิ่มไปถึง 50% แล้ว

"ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ฉันก็ควรจะทำเครื่องประดับให้พวกเขาด้วย"

ลูกน้องของยูอิลฮานต่างไปจากเขา พวกลูกน้องเขาใช้เครื่องประดับได้แค่ 4 อันเท่านั้น เมื่อยูอิลฮานถามความต้องการเครื่องประดับจากพวกนั้นแล้ว เขาก็เริ่มทำมันทันที

พวกเอลฟ์ทั้งหมดต่างก็ต้องการต่างหูกับแหวนกันทุกๆคนราวกับพวกเขาคุยกันมาก่อนและเอริเซียได้ขอต่างหูสองข้างเพราะว่าเมื่อเธอกลายร่างเป็นหมาป่าต่างหูก็จะยังอยู่ และยูมิลก็ต้องการต่างหูสองข้างเช่นกัน

หลังจากจัดการสร้างและทำหัตถกรรมมานาเสร็จแล้วก็เหลือเวลาภายในบาเรียเพียงแค่สามนาทีเท่านั้นเอง

"อ่า นี่ก็น่าจะพอแล้ว ตอนนี้ฉันควรจะไปอาบน้ำแล้วก็นอนได้แล้ว"

[นายพูดเหมือนกับเป็นแม่บ้านที่เพิ่งจะทำความสะอาดบ้านเสร็จเลยนะ] (เอิลต้า)

หลังจากยืนยันว่าทำทุกๆอย่างเสร็จหมดแล้ว ยูอิลฮานได้ยกเลิกบาเรียไป โลกได้เริ่มขยับอีกครั้งโดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่ายูอิลฮานได้หยุดเวลาไปสองเดือน

"ในวันนี้คือวันพักผ่อนเต็มที่ดังนั้นพวกนายจะทำอะไรที่ต้องการก็ได้ จะนอนหรือไปไหนก็ตามใจเลย ยังไงก็ตามจงจัดการอะไรให้เรียบร้อยด้วยเพราะพรุ่งนี้จะยุ่งมากๆแน่"

"ครับ ท่านจักรพรรดิ"

"ขอบคุณค่ะนายท่าน"

เอลฟ์กับเอริเซียได้ตอบกลับมา

ยังไงก็ตาม ในเมื่อพวกเขาไม่ค่อยรู้อะไรในโลกนี้จะให้พวกเขาไปไหนได้ล่ะ? พวกเขาทั้งหมดต่างก็ตามยูอิลฮานไปนอนกัน ยูอิลฮานได้ออกมาจากตึกของเขาให้ความรู้สึกเหมือนกับแม่เป็ดที่กำลังนำทางลูกเป็ดอยู่ขางหน้า

"อ่า"

"เป็นแบบนี้ไปได้ยังไงกัน"

พวกเขาไม่ได้รู้้สึกอะไรในตอนที่อยู่ภายในห้องทำงานที่ซึ่งไม่มีอะไรเปลื่ยนแปลงแม้ว่าเวลาจะขยับแล้ว แต่ว่าในตอนนี้เมื่อพวกเขาออกมา พวกเขาก็รู้สึกแปลกแยกเมื่อในที่สุดก็เห็นมนุษย์ขยับ

"ถ้างั้นเวลาก็ถูกหยุดจริงๆ... สมกับเป็นนายท่าน"

"มันไม่ใช่พลังของฉัน หยุดมองฉันแบบนั้นได้แล้วนี่คือพลังจากอาร์ติแฟค"

เนื่องจากพวกเขาทุกคนต่างก็ไม่ได้เหมือนกับยูอิลฮานที่เคยอยู่ในโลกที่เวลาหยุดลงเป็นพันปีทำให้พวกเขาทุกคนต่างก็รู้สึกอึดอัดกับความต่างเวลาในสองเดือนที่หยุดลง ยูอิลฮานไม่อาจจะเข้าใจพวกนี้ได้และเอียงหัวออกมา และยูมิลที่เป็นเพียงคนเดียวที่ปกติดีในหมู่ลูกน้องของเขาได้เลียนแบบเขาออกมา

"ถ้าพวกนายยอมแพ้ที่จะไปทำความเข้าใจมันจะดีกว่านะ ก็แค่ยอมรับในสิ่งที่เป็นก็พอ"

"ท่านจักรพรรดิน่าทึ่งมาก"

ยูอิลฮานได้พาพวกเขาไปที่อพาร์ทเม้นท์และให้พวกเขานอนลงไป

ยูอิลฮานได้ไปอาบน้ำกับยูมิลและพายูมิลไปเล่นรอบๆอย่างขี้เกลียด เมื่อทูตสวรรค์มาร่วมด้วยพวกเขาก็เล่นเกม PVP กัน จากนั้นเขาก็ปลีกตัวไปท่องเว็บหลังจากปล่อยให้พวกนั้นเล่นกัน

"ถึงแม้ว่ามันจะไม่น่ามีอะไรเกิดขึ้นเนื่องจากเวลาไม่ได้ผ่านไปมากนัก... โอ้ ข่าวล่าสุด เกาะที่ไม่ทราบชื่อในอเมริกาใต้ได้ถูกทำลายลงไปอีกแล้ว แม้ว่านี่จะยังเป็นการทำนายในเมื่อดาวเทียมทุกดวงพังไปแล้วก็ตาม"

[นับแต่นี้มันจะยากขึ้นไปเรื่อยๆจากการที่มอนสเตอร์อารวาดมากขึ้นไป มนุษย์ที่อ่อนแอมีแต่จะตายแม้ว่าพวกเขาจะรวมกันอยู่ นี่มันเป็นสิ่งที่โชคร้าย.... อ่า] (เอิลต้า)

เอิลต้าที่ร่างกายต่างไปจากทูตสวรรค์คนอื่นๆได้พ่ายแพ้อย่างรวดเร็วและเข้ามาหายูอิลฮาน

เพราะว่าเธอไม่ได้เล่นเกมงั้นหรอ? เธอเป็นคนที่รวดเร็วที่สุดในหมู่ของทูตสวรรค์ทั้งสามคนที่รวบรวมข้อมูลมาจากเครือข่ายทูตสวรรค์

[ยูอิลฮาน ฉันคิดว่ามันน่าจะมีการเชื่อมต่อกับโลกที่ถูกทิ้งแห่งอื่นอีกมั้งนะ?] (เอิลต้า)

"อีกแล้วหรอ? พวกนั้นจะไม่ยอมให้ฉันได้มีเวลาพักง่ายๆเลยสินะ"

[หือ? นายพูดถูก! ถ้านับเวลาบนโลกนี่มันยังผ่านไปไม่ถึง 10 วันจากเหตุการที่ไคโรเลย!... โอ้ เวร ฉันแพ้แล้ว]

เลียร่าที่เป็นคนที่สองที่ตอบกลับกลับมาอย่างรวดเร็วจากการรีบดูข่าวจากเครือข่ายทูตสวรรค์ เธอได้พ่ายในเกมแข่งรถกับสเปียร่า ในขณะเดียวกันสเปียร่ายังคงอยู่ในสภาพใจเย็นไม่ว่าเธอจะอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหนและเธอได้เอาชนะเกมมาได้ เธอได้ปิดเกมลงไปและพูดออกมา

[ไม่ใช่ว่านายคาดเอาไว้แล้วหรอ? สิ่งที่กองทัพปีศาจแห่งการทำลายบอกน่าจะไม่ใช่การโกหก ในตอนนี้โลกเปลื่ยนไปแล้ว มันจะง่ายสำหรับนายถ้านายจะคิดว่ามันจะมีเหตุการณ์ขึ้นอีกอย่างน้อยสักสองเหตุการจนกว่าจะถึงหายนะครั้งใหญ่ครั้งที่สอง แน่นอนมันไม่น่าจะมีโลกที่มีพลังในการต่อสู้ที่มหาศาลอย่างดาเรย์แล้ว] (สเปียร่า)

"แล้ว? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหายนะครั้งใหญ่ครั้งที่สองเกิดขึ้นล่ะ?"

[การเชื่อมต่อจะยิ่งมากขึ้นไปอีก เรื่องนี้ไม่ใส่เรื่องที่น่าจะโม้นะ แต่ว่ามีโลกที่ถูกทิ้งมากมายที่สวรรค์ปกป้องไม่ได้] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้พูดออกมาในขระที่ปิดเกมส์ลงไปและวางจอยลงเผื่อว่าเลียร่าจะอยากเล่นอีกครั้ง

ยังไงก็ตามยูอิลฮานไม่ได้ให้คำตอบที่เธอต้องการออกไป

".... นี่มันมีกลิ่นตุๆนะ"

"พ่อ ผมไม่ได้ตดนะ!"

"ตดของมิลไม่เหม็นหรอก สิ่งที่พ่อหมายถึงว่าเหม็นเป็นอย่างอื่น"

ดวงตาของยูอิลฮานได้เป็นประกายออกมา เอิลต้าคิดว่า 'สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นได้เกิดขึ้นแล้ว' หลังจากเห็นสายตาองเขา ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่เขามีสายตาแบบนี้ ยูอิลฮานมักจะพูดอะไรที่ไร้สาระออกมา แต่ว่าเรื่องที่ไร้สาระพวกนี้ต่างก็เป็นจริงเสมอ

"เฮ้ ทูตสวรรค์"

ยูอิลฮานได้ถามออกมาเหมือนคนทรง

"สิ่งมีชีวิตชั้นสูงนี่ทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่มด้วยใชไหม?"

จบบทที่ บทที่ 125 - บุก (1) [อ่านฟรีวันที่ 22/02/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว