เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 124 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (8) [อ่านฟรีวันที่ 20/02/2562]

บทที่ 124 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (8) [อ่านฟรีวันที่ 20/02/2562]

บทที่ 124 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (8) [อ่านฟรีวันที่ 20/02/2562]


บทที่ 124 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (8)

 

แม้ว่าเวลาสองเดือนจะไม่ใช่สั้นๆ แต่สำหรับยูอิลฮานแะลพวกที่ต่างมีงานวุ่นวายกันมันไม่ได้นานเลย

เวลาสองเดือนสำหรับพวกเขามันรู้สึกเหมือนกับเพิ่งจะเป็นเมื่อวานนี้เอง ในตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 75 ชั่วโมง หรือก็คือน้อยกว่าสามวันบาเรียก็จะหมดลงไป

เอลฟ์ทุกคนต่างก็ยกระดับเลเวลสกิลและฝึกฝนพื้นฐานความต่อสู้ในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นอย่างทรหด เอลิเซียได้สริมพลังของตัวเธอเองด้วยการกินเนื้อหมาป่าลงไป ตัวเธอในตอนนี้ได้มีเลเวลถึง 98 แล้วซึ่งสูงที่สุดในหมู่ลูกน้องของยูอิลฮาน

ยังไงก็ตามเลเวลไม่ใช่ตัวตัดสินทุกอย่าง ตัวอย่างง่ายๆก็คือตัวยูอิลฮานที่ไปอารวาดที่ดาเรย์มาก่อนหน้านี้ แน่นอนเลยว่าเอริเซียไม่สามารถจะเอาชนะยูมิลได้ พวกเอลฟ์ก็เช่นเดียวกันต่อให้พวกเขาจะใส่อุปกรณ์ระดับตำนานแล้วก็ตาม

ยูมิลผู้ที่บางทีจะสืบทอดพรสวรรค์ของพาอเขามามากเกินไปทำให้เลเวลสกิลเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้สกิลปกปิดตัวตนเขาอยู่ที่เลเวล 70 แล้ว

เนื่องจากพวกลูกน้องยูอิลฮานคนอื่นไม่อาจจะหายูมิลได้หากเขาปกปิดตัวตนทำให้พวกนั้นพยายามจะจับตัวยูมิลก่อนจะปกปิดตัวตนแต่ในท้ายที่สุดพวกเขาก็พลาดและถูกน็อคด้วยกระสุนลมที่ด้านหลัง ทุกๆคนต่างก็เจอแบบเดียวกันนี้เมื่อต่อสู้กับยูมิล

"แม้กระทั่งองค์ชาย เราก็จะแพ้ง่ายๆแบบนี้ไม่ได้นะ"

"พวกเขาจะต้องโจมตีเขาให้ได้ก่อนบาเรียจะหายไป"

"ยังไงก็ตาม ต่อให้หยุดการปกปิดตัวตนได้ มันก็ยังยากอยู่ดีที่เราจะเอาชนะเขาในการต่อสู้ระยะประชิด..."

"เวทย์ลมน่ากลัวเกินไปแล้ว การใช้เวทย์ไม่ต้องร่ายของมังกรน่ากลัวเกินไป"

อย่างที่เห็นนี้การต่อสู้ระยะประชิดของยูมิลก็เร็วเป็นอย่างมาก บางทีอาจจะเพราะพรสวรรค์ของพ่อหรือบางทีก็อาจจะเป็นเพราะพรสวรรค์ของเลอซิสน่า

ยูมิลได้มุ่งเน้นไปที่การต่อสู้ทางร่างกายเท่านั้นเนื่องจากไม่ว่าจะดาบหรือหอกต่างก็ไร้ค่าเมื่อเขากลับเป็นร่างมังกร และด้วยผลของการตั้งใจฝึกร่างกายนี้ทำให้สกิลการต่อสู้ระยะประชิดของเขาไปจนถึงเลเวล 60 ในสองเดือน

เลเวล 60 อาจจะฟังดูว่าน้อย แต่ว่าถ้าหากดูจากมิเรย์ที่ฝึกฝนดาบกับการต่อสู้ระยะประชิดมาเป็นระยะเวลากว่าร้อยปีที่ดาเรย์ การต่อสู้ระยะประชิดของเธอยังมีเลเวลแค่ 50 เท่านั้นเอง ซึ่งนี่นับว่าสูงมากแล้ว แน่นอนว่ามันก็ยังยากที่จะเอามาเทียบกันเพราะเธอเน้นไปทางดาบซะมากกว่า

[มิลยอดเยี่ยมที่สุด] (เลียร่า)

"พี่สาวก็ยอดเยี่ยมเหมือนกัน!"

[โอ้ววว น่ารักมาก!] (เลียร่า)

เลียร่าที่ได้รับดาเมจจากคำชมของมิลได้เข้าไปกอดเขาและกลิ้งไปมา เอิลต้าอิจฉาเล็กน้อยที่พวกนั้นดูจะเหมือนแม่กับลูกที่เล่นกัน แต่ในท้ายที่สุดแล้วเธอก็ตัดสินใจไม่คิดมาก ยังไงเธอก็จะได้อยู่กับมิลในตอนที่เขาฝึกเวทย์คนเดียวอยู่แล้ว

[มังกรทั้งหมดเป็นแบบนี้งั้นหรอ? มังกรต่างก็ใช้มานากันได้อย่างยอดเยี่ยม ฉันคิดว่านี่มันเหมือนปาฏิหาริย์เลยที่ยูอิลฮานได้สังหารมังกรทั้งหมดไป] (เอิลต้า)

[ก็เขาเป็นพ่อของมิลไงล่ะ] (เลียร่า)

เมื่อดูจากสถานะปัจจุบันของยูมิลที่เพิ่งจะเกิดมาสองเดือนได้มีพลังต่อสู้ที่ไม่ได้ขาดไปในด้านใดเลยทำให้ทูตสวรรค์ได้แต่ตกตะลึงกันทั้งนั้น

จากภายนอกมิลดูเป็นเด็กอายุแค่เจ็ดปีเท่านั้นซึ่งดูน่ารักมากสำหรับทูตสวรรค์ แต่ว่าในเนื้อแท้แล้วเขาคือมอนสเตอร์ที่จะเลื่อนไปคลาส 3 ได้อย่างง่ายดาย

ยูมิลไม่ได้แค่พัฒนาในด้านเทคนิคเท่นั้น เขายังกินเนื้อของเผ่าเดียวกันอย่างเลือดเย็นทำให้ค่าสเตตัสได้เพิ่มขึ้นตามเวลาไป เลเวลเขาไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก แต่ว่าค่าสเตัสต่าก็เพิ่มขึ้นบ่อยๆดังนั้นนี่คือผลที่ยิ่งกว่าเดิม

ยังไงก็ตามสำหรับเอลฟ์ทั้งสี่และองค์หญิงหมาป่าที่ตั้งใจจะสนับสนุนเจ้านายของพวกเขา นี่มันคือการดูหมิ่นหยาบเหยียดมากๆที่พวกเขาแพ้ให้กับลูกของเจ้านายพวกเขา

"คลาส 3 ถ้าพวกเขาได้คลาสสามมา งั้นพวกเราอาจจะเอาชนะลูกของนายท่านได้"

"แต่ว่าถ้าองค์ชายก็ได้คลาส 3 มาเหมือนกันล่ะ?"

"นั่นมันเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงต้องทำเควสเลือนคลาสให้เร็วที่สุดและเอาชนะเขาก่อนที่เขาจะได้คลาส 3ไงล่ะ"

เอริเซียได้กินเนื้อซ้ำๆ เธอต้องการจะแข็งแกร่งขึ้นไปจนเธอสามารถจะทำเควสเลื่อนขั้นได้ในทันทีที่บาเรียหายไป

"พวกเราจะถูกนำไปไม่ได้"

"ถ้าฉันอยากจะได้ความรักจากท่านจักรพรรดิ อย่างน้อยฉันต้องแข็งแกร่งที่สุดในหมู่ลูกน้องเขา"

"พีท ช่วยห้ามใจตัวเองหน่อย"

ในอีกด้านหนึ่งเอลฟ์ที่ไม่อาจจะเพิ่มสเตตัสด้วยการกินเนื้อได้ ดังนั้นพวกเขาจึงรู้สึกถึงวิกฤติครั้งใหญ่ที่สุดและวางแผนจะใช้ความพยายามทั้งหมดเพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น จากสิ่งนี้ทำให้พวกเขาพยายามมากขึ้นมันไม่ได้เป็นเรื่องแย่เลย

และแน่นอนว่ายูอิลฮานก็มีผลต่อการพัฒนาของลูกน้องเขาเช่นกัน ด้วยการที่ลูกน้องของเขาต่างก็อยากจแข็งแกร่งเพื่อเขาทำให้ผผลของสกิลการปกครองเพิ่มมากขึ้น

ยูอิลฮานคิดว่าเอริเซียไม่ได้ติดตามเขาอย่างสมัครใจจริง แต่ว่ามันดูจะไม่ใช่แบบนั้นเลย

มอนสเตอร์ส่วนใหญ่ต่างก็บูชาในพลังไม่ใช่แค่มังกรเท่านั้น ดังนั้นนี่จึงเป็นปกติที่เอริเซียจะต้องบูชาในความสามารถของยูอิลฮาน และการที่ยูอิลฮานได้ให้เนื้อเผ่าหมาป่าทั้งหมดกับเธอทำให้เธอยิ่งภักดีกับเขามากขึ้นไปอีก

ไม่ว่ายังไงตอนนี้ชีวิตของเธอก็ผูกติดกับยูอิลฮานแล้วดวย มันยังไม่ชัดก่อนที่เธอจะเป็นลูกน้องเขา แต่ในตอนนี้เขาทั้งให้ความเคารพในตัวเธอแล้วยังให้ของกับเธอ ทำไมเธอถึงต้องไม่ชอบเขาด้วยล่ะ?

แน่นอนว่าเธอก็ยังคาดหวังด้วยว่าเธอก็น่าจะได้รับอาร์ติแฟคที่น่าทึ่งเหมือนพวกเอลฟ์ถ้าหากเธอรับใช้เขาอยู่

ไม่สิ มันไม่ใช่แค่การคาดหวัง นายท่านของเธอได้ทำอาวุธระดับตำนานได้อย่างสบายๆดังนั้นบางทีเธอจะต้องได้ด้วยเหมือนกัน

เพราะแบบนี้ยูอิลฮานจึงได้รับความภักดีจากเธอไปเต็มๆโดยเขาไม่รู้ตัวเลย

สำหรับตัวยูอิลฮานในตอนนี้เขาก็กำลังทำอาร์ติแฟคอยู่ มันไม่ใช่อาร์ติแฟคที่จะขายผ่านแวนการ์ดแต่เป็นของตัวเขาเอง

เขายังได้ทำอาวุธขนาดใหญ่ที่ต้องติดตั้งจำนวนมากเพื่อใช้กับการต่อสู้ขนาดใหญ่ด้วย ในตอนนี้มันถึงเวลาที่เขาจะต้องทำอะไรให้ตัวเองแล้ว

"หืมม มาทำอาวุธหน่อยดีกว่า แล้วเพราะของฉันในตอนนี้มีความต้านทานไป ถ้างั้นก็ต้องทำอันที่มีการต้านทานน้ำด้วย ใช่แล้วถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากจะขยับตัวอย่างอิสระในน้ำด้วย"

ยูอิลฮานได้ฮึมฮัมออกมาในขณะที่ควงค้อนไปมาในมือซ้าย

แน่นอนว่าการทำไอเทมมาขายมันก็เป็นเรื่องที่สนุกดี แต่ว่าความสนุกสุขใจที่สุดแล้วก็ไม่ใช่อื่นใดนอกจากการทำให้ตัวเขาเอง

นอกไปจากนี้ไม่ว่าจะเป็นอาวุธพื้นฐานหรืออาวุธพิเศษอะไร เขาก็ไม่ได้ใช้วัสดุคลาส 4 เลย ไม่ใช่แค่ว่ามันจะมีข้อจำกัดที่น่ารำคาญออกมาเท่านั้น ยูอิลฮานก็ยังไม่อยากจะเอาสิ่งของของเขาไม่ใช้กับคนอื่นด้วย

ยังไงก็ตามในตอนนี้เขาคิดที่จะทำของของตัวเองด้วยการใช้วัสดุคลาส 4 แล้ว

สเปียร่าอดไม่ได้ที่จะขัดเขาออกมา

[ไม่ใช่ว่าเกราะกับหอกของนายมันดีอยู่แล้วหรอกหรอ?] (สเปียร่า)

อาร์ติแฟคของเขากระทั่งเหนือกว่าของตัวเธอไปแล้ว ต่อให้มันจะทำมาจากวัสดุบนโลกระดับต่ำก็ตาม

ยังไงก็ตาม ยูอิลฮานได้ส่ายหัวอย่างมั่นใจและพูดออกมา

"ดูที่หอกนี่นะ พลังโจมตีของมันสูงก็จริง แต่ว่าถ้าต่อสู้กับพวกที่ไม่ใช่มังกร มันก็ไม่ได้เหมาะสมที่จะเรียกว่าระดับ 'อีปิค(มหากาพย์)' เลย ฉันจะพึ่งเจ้านี่ไปตลอดไม่ได้ เอาล่ะแน่นอนว่ามันจะดีที่สุดถ้าฉันทำอาวุธที่เหมาะกับในทุกๆสถานการณ์..."

ยังไงก็ตามเพียงเมื่อยูอิลฮานกำลังจะพูดต่อไปได้มีแรงบันดาลใจแวบเข้ามาในหัวเขาอีกครั้ง นี่มันไม่ได้ต่างไปจากพิมพ์เขียวที่เพิ่มเข้ามาในหัวของเขาเลย

แรงบันดาลใจที่แวบเข้ามาและอีกไม่นานมันก็จะหายไป ยังไงก็ตามเขาจะไม่มีทางพลาดช่วงเวลานี้ไปอย่างแนนอน

ยูอิลฮานรีบหยิบเอากระดาษขึ้นมาและวางลงบนทั่งวาดภาพในหัวลงไป

จากมุมมองของคนอื่นแล้วนี่มันดูเหมือนกับการกระทำที่มากเกินไป แต่ว่าเมื่อเขาตั้งสมาธิกับอะไรแล้ว เขาจะไม่สนกระทั่งว่าใครจะมองเขายังไง

และสเปียร่าที่ดูเขาตั้งแต่แรกจนจบลงก็รู้ดีเหมือนกันว่ายูอิลฮานกำลังวาดอะไรลงไป

[นี่มัน... อย่าบอกฉันนะว่ามันคือวงเวทย์?] (สเปียร่า)

รูป สัญลักษณ์และภาษาที่แม้แต่สเปียร่าที่ใช้ชีวิตในกองทัพสวรรค์มาอย่างยาวนานก็ยังแทบจะไม่เข้าใจ นอกไปจากนี้มันยังดูคุ้นๆ มันเหมือนกับ...

[กับดักแห่งการทำลาย โอ้พระเจ้า...] (สเปียร่า)

เหตุผลที่ทำให้กองทัพสวรรค์จัดการดูแลโลกจำนวนมากได้ก็เพราะคุกที่ดึงดูดและกักขังมอนสเตอร์เอาไว้ ภาษาเวทย์โบราณที่ใช้สร้างกับดักแห่งการทำลายมีพลังในการสร้างดันเจี้ยน ตอนนี้มันได้เต็มอยู่ในพิมพ์เขียวของยูอิลฮานแล้ว!

[เลียร่า! เอิลต้า!] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้ตะโกนเรียกเลียร่ากับเอิลต้าผ่านวงแหวนทูตสวรรค์ด้วยความกลัวที่จะรบกวนการทำงานของยูอิลฮาน ทูตสวรรค์ที่กำลังอยู่ในระหว่างการฝึกสอนได้หันมามองเสียงเรียกนี้

[ฉันจะต้องฝึกพวกนี้ให้ทรหดกว่านี้อีกสินะ] (เลียร่า)

[มีอะไรหรอ? พวกเราก็อยู่ใกล้ๆกันนี่ทำไมถึงต้อง... เรียก...]

เอิลต้าเป็นคนแรกที่สังเกตุเห็นการทำงานของยูอิลฮาน เธอรู้ว่ายูอิลฮานมักจะมีความคิดที่นอกกรอบผิดแบบในบางเวลาและหลังจากที่เธอได้รู้ถึงสิ่งที่ยูอิลฮานกำลังวาด เธอก็ได้มองจ้องอย่างใกล้ชิดแบบไม่อยากจะเชื่อ

[ยูอิลฮานทำได้ยังไง....?] (เอิลต้า)

[ฉันก็อยากจะถามเธอเรื่องนั้น เธอได้สอนเขาไหม?] (สเปียร่า)

เอิลต้าได้แต่ยิ้มแห้งๆเมื่อได้ยินคำถามนี้

[เธอน่าจะรู้ดีกว่าฉันว่าฉันไม่ได้อยู่ในจุดที่จะไปสอนใครได้] (เอิลต้า)

[ฉันคิดว่าเขาน่าจะเรียนมันในระหว่างการสร้างกับดักแห่งการทำลาย] (เอิลต้า)

[นั่นมันไม่พอหรอก จากแค่นั้นมันไม่มีทางที่เขาจะไปเข้าใจความหมายเบื้องลึกของภาษานั่นได้มากแบบนี้] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้ส่ายหัวออกมาอย่างมั่นใจ จากนั้นสายตาของเธอก็จ้องตรงไปทางเลียร่า แต่ว่ากรามของเลียร่ายังคงค้างอย่างยินดีที่มองดูการทำงานของยูอิลฮาน สเปียร่าได้ข้อสรุปออกมาอย่างรวดเร็ว

[แล้วก็ไม่ใช่ยัยงี่เง่านี่ ถ้างั้น...] (สเปียร่า)

[แน่นอนว่าเธอเป็นยัยงี่เงาแน่นอน เพราะงี้การที่ยูอิลฮานได้เรียนภาษาของสวรรค์ มันก็คือ...]

...การเรียนรู้ตัวตัวเอง นี่คือสิ่งที่เอิลต้าตอบกลับไปเมื่อเธอได้นึกได้ถึงบางอย่าง สกิลจำนวนนับไม่ถ้วนของยูอิลฮานมีสกิลหนึ่งที่เป็นไปได้ที่จะส่งผลในสถานการณ์นี้

[สกิลภาษา...] (เอิลต้า)

[เมื่อกี้เธอว่ายังไงนะ?] (สเปียร่า)

[สกิลภาษา สกิลภาษาของเขามีเลเวลสูงสุด]

สเปียร่าได้ไร้คำพูดไป เธอจะทำแบบเขาได้ถ้าสกิลภาษาไปอยู่ในระดับสูงมากงั้นหรอ? เธอไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตไหนที่เป็นแบบนี้มาก่อนเลย!

ในที่สุดแล้วเธอก็ได้แต่เฝ้ามองดูการออกแบบพิมพ์เขียวของยูอิลฮานไปพร้อมๆกับเอิลต้าและลิต้าเท่านั้น มันไม่มีอะไรที่เธอจะทำได้อีกแล้ว

เวลาได้ผ่านไปสักพักหนึ่งและยูอิลฮานก็ได้วางปากกาของเขาลงไป

ยังไงก็ตามสิ่งต่อมาที่เขาพูดออกมาปากมันไม่ใช่ทั้งคำอุทานของความพอใจเลยสักนิด

"เวรเอ้ย"

มันคือความผิดหวัง

"มันไม่พอ"

[อะไรไม่พอหรอ?] (เลียร่า)

"หินพลังเวทย์"

จากนั้นเขาก็พูดในสิ่งที่ไม่น่าเชื่อออกมาต่อ

"ฉันจำเป็นต้องใช้หินพลังเวทย์ของสิ่งมีชีวิตระดับสูง อย่างน้อยก็ต้องคลาส 5 ในท้ายที่สุดแล้วก็ดูเหมือนว่าฉันจะต้องสู้กับพวกนั้นแล้ว"

[นายนี่มันอวดดีจริงๆ นายคิดอยากจะไปสู้กับสิ่่งมีชีวิตชั้นสูงเพื่อหาวัสดุ...] (เอิลต้า)

"แต่ว่ามันยังไม่ใช่ตอนนี้ ตอนนี้ฉันยังทำมันไม่ได้"

ยูอิลฮานได้ม้วนเก็บพิมพ์เขียวของเขาลงไปในช่องเก็บของ เขาได้ตัดสินว่ามันก็น่าพอใจมากแล้วที่แรงบรรดาลใจของเขามันยังคงอยู่ภายในกระดาษได้ถาวรแล้ว ในตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากไปทำในสิ่งที่ทำขึ้นได้ด้วยวัสดุที่เขามีก่อน

"แส้หนึ่งอัน ค้อนหนึ่งอัน เกราะหนึ่งชุด นี่ก็น่าจะพอ"

ทำไมมันไม่ใช่หอกกันล่ะ? นี่ก็เพราะว่าการฝึกหอกสะบั้นจักรวาลที่เขาเรียนกับสเปียร่าได้หยุดชะงักอยู่ในตอนนี้

ยูอิลฮานได้ใส่พลังของดาบลงไปได้แล้ว แต่ว่ามันยังไม่พอ แม้ว่าหอกจะเร็วและแหลมคมขึ้นแต่มันก็แค่นั้น ยูอิลฮานโลภมากเกินไป เขาอยากที่จะใส่พลังของแส้กับอาวุธไร้คมลงไปในหอกด้วย

แน่นอนว่าด้วยความสำเร็จในปัจจุบันของเขาสเปียร่าก็ตกตะลึงมากแล้ว แต่ยูอิลฮานยังไม่พอใจกับมัน นี่เป็นเหตุผลทำให้เขาสร้างอาวุธอื่นที่ไม่ใช่หอกขึ้นมา

ถึงแม้ว่าความเชี่ยวชาญในอาวุธพวกนี้ของเขามันจะถึงขีดสุดแล้ว แต่ว่าถ้าหากเขาได้ใช้อาวุธพวกนี้ต่อสู้จนเชี่ยวชาญเขาก็อาจจะได้เข้าใจความลึกซึ้งภายในของอาวุธพวกนี้ก็ได้ เขาภาวนาให้ความลึกซึ้งนั่นจะเพิ่มความสำเร็จในการได้รับหอกสะบั้นจักรวาล

ตอนนี้เจตนาในการสร้างอาวุธของยูอิลฮานได้ชัดเจนแล้ว

ในตอนนี้เขาไม่ได้ตั้งเป้าหมายอย่าง 'ฉันจะไปสู้กับมอนสเตอร์ตัวนั้นตัวนี้' หรือ 'ฉันจะไปสู้ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นแบบนี้' อกีต่อไปแล้ว เขาจะทำอาวุธทุกชนิดที่จะใช้ได้ในทุกๆเงื่อนไขโอกาส

การหัตถกรรมมานาก็เช่นเดียวกัน แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายที่ชัดเจน เขาได้เลือกสร้างสภาพแวดล้อมที่ดึงเอาศักยภาพของหินพลังเวทย์ออกมาให้มากที่สุดแทน เขาไม่อาจจะสร้างอาวุธที่พิเศษเฉพาะอย่างหอกมังกรแปดหางที่จะเป็นอาวุธที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับระดับของอาวุธภายใต้เงื่อนไขต่างๆ

[แส้มังกรดำ 'หนาม' 'เสน่ห์' 'ความวิปริต' ได้เสร็จสมบูรณ์]

[ค้อนสายฟ้า 'เสียงสะท้อนของยักษ์' 'เสียงเพรียกแห่งการทำลาย' ได้เสร็จสิ้น]

ผลลัพธ์ได้ออกมาน่าพอใจมาก ทั้งแส้และค้อนต่างก็อยู่ในระดับตำนาน และพวกมันก็เป็นอาวุธที่ดีที่ใกล้เคียงกับความสมบูรณ์แบบของตัวมันเองตามที่ยูอิลฮานหวัง

นอกไปจากนี้เขายิ่งพอใจกับค้อนมาก

"เยี่ยม ออฟชั่นของค้อนต่างก็เป็นเสียงทั้งหมด"

[นายกำลังจะไปบุกเดี่ยวดันเจี้ยนอะไรแบบนี้งั้นหรอ?]

ค้อนยักษ์นี้ได้ทำขึ้นมาจากกระดูกของมังกรคาโร่เพียงอย่างเดียว ค้อนนี้มีออฟชั่นที่พิเศษติดมาด้วยโดยที่ยูอิลฮานไม่ได้ตั้งใจกำหนดอะไรที่ตายตัวกับมัน

"เอาล่ะ ตอนนี้ก็ได้เวลาจัดการดูแลหอกขว้างกระดูกมังกรกับโล่ด้วยแล้ว"

[นายนี่ใช้กระดูกมังกรเปลืองจริงๆ] (เอิลต้า)

"ฉันใช้มันมากแล้วนะ แต่ว่าฉันก็ยังมีวัสดุจากมังกรอีกราวๆสองร้อยตัว"

ยูอิลฮานได้จัดการดูแลหอกขว้างกระดูกมังกรนับพันพร้อมๆไปกับโล่และอุปกรณ์ประเภทสนับสนุนที่เขาทำไว้อยู่กับมังกร ก่อนที่จะกลับไปทำเกราะของเขา

สำหรับอาวุธของเขา เขาต้องการความหลากหลายใช้ได้หลายสถานการณ์ แต่ว่าเกราะนั้นต่างออกไป

ไม่ใช่ว่าเกราะปัจจุบันของเขามันก็ทนได้เกือบๆทุกสภาพแวดล้อมเพราะพลังป้องกันที่มหาศาลกับความต้านทานไฟที่สูงส่งซึ่งทำให้มันมีประโยชน์ได้ในสนามรบที่สุดแล้วหรอกหรอ?

เพราะแบบนี้ยูอิลฮานจึงต้องการี่จะทำเกราะที่จะปกปิดจุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวของเขาในตอนนี้ ใช่แล้วมันก็คือสิ่งที่เขาบ่นในก่อนหน้านี้ เขาอยากจะทำเกราะไว้สำหรับสู้ใต้น้ำ

[อ๊า มนุษย์คนนี้จริงๆคือ...] (สเปียร่า)

[ยินดีด้วยสเปียร่า นับจากนี้ไปเธอจะได้เจอกับความรู้สึกแปลกๆอีกมาเลย!] (เอิลต้า)

[ความน่าตกใจนี่มันไม่ได้ทำให้ฉันมีความสุขเลยสักนิด] (สเปียร่า)

เกราะบางสีดำแดงที่ยูอิลฮานได้ทำขึ้นจากการใช้กระดูกของมังกรและกระดูกของหมาป่าปีศาจควอแสดทั้งหมด ยูอิลฮานยังคิดถึงที่ราบหิมะในระหว่างการทำหัตถกรรมมานาโดยใช้หินพลังเวทย์ของควอแสด นี่คือบันทึกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับน้ำมากที่สุดที่เขามี

ส่วนที่เหลือคือนำเสนอเอาออฟชั่นที่เหมาะสมสำหรับการต่อสู้ใต้น้ำออกมาจากบันทึกนี้ นี่คือส่วนที่ยูอิลฮานพิเศษที่สุด

[เกราะกระดูกเต็มตัว 'ทรราช' 'หนาวเหน็บ' 'พายุหิมะ']

[ระดับ - ตำนาน]

[พลังป้องกัน - 7,300]

[ความทนทาน - 11,500/11,500]

[ออฟชั่น -

1.ความต้านทานธาตุน้ำเพิ่มขึ้น 90%

2.พลังโจมตีธาตุน้ำเพิ่มขึ้น 50%

3.สามารถใช้น้ำกับมานาสร้างน้ำแข็งขึ้นมาได้ น้ำแข็งนี้จะถูกควบคุมได้อย่างอิสระและความแข็งจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนมานากับน้ำที่ใช้ไป]

[ข้อจำกัดการใช้งาน - นักล่ามังกร]

[เกราะชนิดพิเศษที่เกิดขึ้นมาจากช่างตีเหล็กที่มีพลังแห่งปาฏิหาริย์ มันคือเกราะที่สะท้อนถึงความต้องการที่จะเอาตัวรอยภายใต้เงื่อนไขต่างๆของผู้สร้าง]

"...หือ?"

และนี่มันก็มาในทิศทางที่เหนือกว่าที่ยูอิลฮานตั้งใจไว้มากด้วย

จบบทที่ บทที่ 124 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (8) [อ่านฟรีวันที่ 20/02/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว