เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 123 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (7) [อ่านฟรีวันที่ 18/02/2562]

บทที่ 123 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (7) [อ่านฟรีวันที่ 18/02/2562]

บทที่ 123 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (7) [อ่านฟรีวันที่ 18/02/2562]


บทที่ 123 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (7)

 

หลังจากเปิดใช้งานบาเรีย ยูอิลฮานได้ใส่ใจกับตารางเวลาเป็นอย่างมาก

ถึงแม้ว่าการขึ้นของดวงอาทิตย์หรือการขึ้นของดวงจันทร์จะไม่มีในบาเรียนี้ แต่เขาก็ได้กะเวลา 24 ชั่วโมงของหนึ่งวันได้ ด้วยเวลา 12 ชั่วโมงแรกเขาได้จัดการทำอุปกรณ์ที่หลากหลาย สิ่งของที่เขาสร้างขึ้นมาต่างมีมีระดับแรร์เป็ฯอยย่างน้อยทั้งนั้น

เพราะแบบนี้ทำให้เขาได้ผลิตอุปกรณ์ออกมาได้อย่างน้อย 500 ชิ้นต่ออัน เนื่องจากว่าเขาได้ใช้วัสดุของมอนสเตอร์เลเวลต่ำตั้งแต่แรกทำให้การสร้างของเขาไม่ได้มีความยากเลย แถมเขายังไม่ได้ทำการหัตถกรรมมานาอีกด้วย

 

ในตอนแรกสเปียร่าก็ยังถามออกมาในขณะที่มองดูกองอุปกรณ์ที่เขาสร้างขึ้น

[นายมีแผนที่จะกระจายไอเทมพวกนี้ไปบนโลกจริงๆงั้นหรอ?] (สเปียร่า)

"ใช่สิ"

เมื่อยูอิลฮานหยักหน้า เธอได้แต่เอียงหัวและถามออกมาต่อ

[แล้วถ้างั้นมันไม่ใช่ว่าคนพวกนั้นก็จะรู้ตัวหรอกหรอที่ว่าคนที่พวกนั้นเรียกว่าซูซาโนะกับแวนการ์ดมีความเกี่ยวข้องกัน?] (สเปียร่า)

"ก็อาจจะ"

ยูอิลฮานได้ยอมรับกับเธอ หากว่าอุปกรณ์ที่เขาทำได้กระจายผ่านแวนการ์ด ผู้คนก็จะรู้ได้ว่าซูซาโนะที่เป็นคนกวาดล้างหมาป่าในครั้งดีและแวนการ์ดมีความเกี่ยวข้องบางอย่างกัน

"ฉันซ่อนมันไปตลอดไม่ได้หรอก แล้วฉันก็ไม่ได้คิดจะซ่อนมันอยู่แล้วด้วย แบบนี้มันจะได้ไม่มีไอ้โง่คนไหนบนโลกมากวนแวนการ์ดไง"

[ฮ่า ทุกคนจะต้องตะลึงแน่ล่ะ] (สเปียร่า)

แน่นอนก็มีบางคนที่พูดเรื่องแบบนี้ออกมาบ้างแล้ว แต่ว่าเมื่อไหร่ที่มีการปล่อยอุปกรณ์ออกไปมันจะเป็นการยืนยันเรื่องนั้น ผู้คนจะต้องตกใจในความเป็นจริงที่ว่ามันมีการเชื่อมต่อกันระหว่างร้านขายอุปกรณ์ที่ดีที่สุดบนโลกกับคนที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลก แม้ว่าจะไม่มีใครเคยคิดว่าทั้งสองคนนี้เป็นคนๆเดียวกันเลยก็ตาม

[เกาหลีได้เจอเข้ากับแจ๊คพ็อตแล้ว]

"ฉันรู้สึกยินดีจริงๆที่การศึกษาของประเทศฉันมันไม่ได้สอนให้ฉันกลายเป็นผู้โดดเดี่ยวแห่งจักรวาล ฉันได้โบกธงชาติเกาหลีเยอะแล้วนะ หวังว่าพวกเขาจะลดภาษีให้ฉันหน่อยล่ะกัน"

[นายนี่มันจริงๆเลย] (สเปียร่า)

และเมื่อ 12 ชั่วโมงในการสร้างอุปกรณ์ได้ผ่านไปยูอิลฮานก็จะหยุดการส้รางและไปยืนยันถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับถังก่อนที่จะเปลื่ยนมันใหม่ โดยปกติแล้วสิ่งของที่เอาออกมาจากเป็นมื้ออาหารของเขาในทุกวัน

ทุกๆคนรวมไปถึงยูอิลฮานที่ทำงานในชั้นใต้ดิน เลียร่ากับเอิลต้าที่ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ คนที่เข้ารับการฝึกที่ดูเหมือนจะอยู่ในเครื่องซักผ้าตลอดเวลา ยูมิลที่มีชีวิตชีวาอยู่เสมอ และสเปียร่าที่เฝ้ามองทุกๆคน พวกเขาทั้งหมดนี้ต่างก็จะมารวมตัวกันเพื่อกินอาหารในทุกๆมื้อ

เพราะแบบนี้เองทำให้ทุกๆคนได้เติมเต็มกระเพาะด้วยเนื้อ ไวน์ ข้าวและขนมปัง

โดยเฉพาะราชวงศ์หมาป่าเอริเซียที่ดูจะมุ่งมั่นกว่าเหล่าเอลฟ์ได้ถูกยูอิลฮานเปลื่ยนแปลงไปด้วยอาหาร เมื่อเธอกินข้าวเธอจะโยนศักดิ์ศรีในฐานะราชวงศ์ทิ้งไปและจะกระดิกหูอย่างมีความสุขขณะที่อาหารเต็มปากของเธอจนกระทั่งเธออิ่ม

"นายท่าน ไม่ว่าเราจะเหมือนมนุษย์มากแค่ไหน แต่ในท้ายที่สุดเราก็ยังเป็นมอนสเตอร์ มอนสเตอร์ที่เป็นเผ่าพันธ์ที่จะแข็งแกร่งขึ้นจากการกลืนกินกันเอง นี่คือวิธีที่จะไม่ทำให้พลังโดยรวมเราลดลงไปให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และนี่ก็คือสัญชาตญาณที่ถูกปลูกฝังลงไปภายในมอนสเตอร์เกือบทั้งหมด"

"เพื่อที่จะไม่ให้พลังโดยรวมลดลง..."

ไม่ว่ายูอิลฮานจะกินเนื้อหมาป่าไปมากแค่ไหนความแข็งแกร่งเขาก็เท่าเดิม แต่ว่าสำหรับเธอทั้งพลัง มานาและเลเวลต่างก็เพิ่มขึ้นมาถาวรเพียงแค่การกินเนื้อ

แน่นอนว่ามันก็ไม่ได้มากมายนัก ดังนั้นเรื่องแบบที่ว่ามอนสเตอร์บ้าคลั่งจนกินญาติพี่น้องตัวเองจึงเกิดขึ้นได้ยากมากๆ ถึงแม้ว่าจะเกิดขึ้นแบบนั้น พวกมันจะต้องเป็นพวกที่มีกระบวนการคิดที่คล้ายๆกัยกองทัพปีศาจแห่งการทำลาย

เธอได้ถามขึ้นมาอีกอย่างระมัดระวังกับยูอิลฮานที่เพิ่งจะได้รับความรู้ใหม่มา

"นี่มันทำให้ท่านรังเกียจไหม?"

"ไม่เลย ฉันก็แค่รู้สึกเหมือนฉันเจอแจ๊คพ็อตน่ะ"

ยูอิลฮานได้จัดการตัดความกังวลของเอริเซียออกไปภายในคำพูดเดียว ได้ยังไงกันล่ะ? นั่นก็เพราะว่าเขามีเนื้อหมาป่ากว่าหนึ่งแสนชิ้นอยู่ในช่องเก็บของเขายังไงล่ะ

"นับจากนี้ฉันจะให้เธอจัดการเนื้อหมาป่าทั้งหมด เธอน่าจะต้องกินอย่างน้อยร้อยชิ้นต่อวัน อืมม มากกว่านั้นก็ยิ่งดี"

"เข้าใจแล้วค่ะนายท่าน ฉันจะกินพวกมันทั้งหมดและแข็งแกร่งขึ้น"

เอริเซียได้ตื่นเต้นกับการที่อารมณ์ของยูอิลฮานไม่ได้เปลื่ยนไปเลย ไม่ว่าเขาจะเข้าใจในความจริงที่เธอเป็นมอนสเตอร์หรือไม่ก็ตาม เขาก็น่าจะรู้สึกปฏิเสธการกระทำที่แตกต่างไปจากมนุษย์สิ แต่ว่านี่เขากลับยอมรับความจริงด้วยแค่ 'โอ้ เธอไม่ใช่มนุษย์นี่' แค่นี้เอง นี่มันทำให้เธอได้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของตัวเขา

เอริเซียได้แอบมองดูยูอิลฮานที่เอาอาหารมาให้เธอเป็นครั้งคราวและคิดว่าชายคนนี้คือคนที่คุ้มค่าแล้วที่เธอได้ตามรับใช้เขาในฐานะลูกน้อง

ในตอนนี้เอง

"พ่อ ผมด้วยครับ! ผมก็เป็นพวกกลืนกันเองเหมือนกัน"

"...หือ"

ยูมิลได้ทิ้งระเบิดออกมา

"มังกรก็ยังกินตัวอื่นๆด้วยเหมือนกัน แม่บอกแบบนั้น!"

"..."

คำพูดของยูมิลไม่มีเศษเสี้ยวของความเข้าใจผิดเลย ยูอิลฮานรู้สึกได้ลางๆหลังจากได้ยินมัน แต่ว่าไม่นานนักเขาก็เรียกเลียร่ากับเอิลต้าเพื่อคุยเรื่องนี้

"พวกเราจะทำยังไง?"

[มิลอยากจะแกร่งขึ้น ดังนั้นเราจะต้องให้เขากิน] (เลียร่า)

[ฉันก็รู้สึกผิดที่มีเพียงแค่เราที่กินมัน แต่ว่าในตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าพวกนั้นก็เป็นพวกกินกันเองด้วย นี่มันยอดมาก ให้เขากินเถอะน่า] (เอิลต้า)

"โอเค!"

นี่คือการอนุมัติแบบ 100% จนทำให้เขาสงสัยว่าเขาจะไปถามพวกเธอทำไมกัน ยูอิลฮานได้ยิ้มออกมาอย่างสุภาพบุรุษในขณะที่หยิบเอาเนื้อมังกรออกมาจากช่องเก็บของ

"มิล กินแล้วก็พัฒนาเยอะๆ โอเคนะ?"

"ครับ!"

หลังจากได้เห็นกองเนื้อจำนวนมหาศาล มิลได้ดีใจมาก

มีหลายสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจจะเข้าใจในตัวมอนสเตอร์ได้ ถ้าหากว่ามีคนที่อยากจะเข้าใจ คนๆนั้นจะต้องเคารพในการใช้ชีวิตของผู้อื่นก่อน ยูอิลฮานที่เปลื่ยนพื้นฐานความคิดอยู่ตลอดเวลาบางทีอาจจะเป็นพรสวรรค์ของเขาที่อยู่เหนือมอนสเตอร์ทั้งมวลก็ได้

เมื่อทำเรื่องนี้แล้วก็มีเพียงปัญหาเดียวที่หลงเหลืออยู่ก็คือมื้ออาหารของคนอื่น แม้ว่าพวกเขาจะไม่อาจกินเนื้อมังกรได้ตามใจแล้วนับจากนี้เพราะยูมิลจะต้องใช้มันทำให้ตัวเองแข็งแกร่ง แต่ว่าก็ยังมีสิ่งอร่อยอื่นๆอีกมากในโลกใบนี้ ดังนั้นยูอิลฮานก็ตัดสินใจไม่ไปใส่ใจกับมัน

ในขณะเดียวกัน เอริเซียที่กำลังกินเนื้อหมาป่าอยู่ได้พึมพัมออกมาอย่างประหลาดใจด้วยตาเบิกกว้าง

"เนื้อมังกรนี่มัน... หลังจากเห็นอาวุธฉันก็พอจะเดาได้ แต่มันกลับถูกต้องด้วย ท่านกระทั่งล่ามังกร..."

"เธอจะต้องตกใจแน่ถ้ารู้ถึงสิ่งที่ท่านจักรพรรดิทำในดาเรย์"

ผู้จัดการกับเนื้อมังกรและเนื้อหมาป่าที่พิเศษก็ได้เกิดขึ้นมา ยังไงก็ตามเนื่องจากว่าเนื้อเผ่ามังกรมีกระทั่งมากกว่าเนื้อหมาป่าและเนื้อมังกรรวมกันซะอีกทำให้มันไม่มีสถานการณ์ที่พวกเขาไม่มีเนื้อจะกิน

ไม่ว่ายังไงหลังจากมื้ออาหารประมาณนึ่งชั่วโมง พวกผู้รับการฝึกก็จะอยู่ภายใต้การฝึกนรกหลังมื้ออาหาร พวกเขาจะได้นอนแค่สาม ชั่วโมงหลังจากการถูกอัดแปดชั่วโมง และนี่คือรูปแบบชีวิตของพวกเขา

ยังไงก็ตามยูอิลฮานต่างออกไป ถ้าหากว่าเนื้อมอบความสุขให้เหล่าทูตสวรรค์ เพิ่มกล้ามเนื้อให้เหล่าเอลฟ์ เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเอริเซียกับยูมิลแล้ว เนื้อสำหรับยูอิลฮานก็คือการฟื้นฟูพลังงานการพักผ่อนให้กับเขา

หรืออีกอย่างก็คือเขาไม่จำเป็นต้องนอน เมื่อเขาเติมพลังด้วยอาหารแล้ว เขาก็จะไปฝึกหอกไร้วิถีและวิชาหอกไร้สาระด้วยหอกไม้ต่อหน้าก้อนเนื้อยักษ์ของเขา

"เอิ๊กก ลมหายใจสมบูรณ์แบบจริงๆ แต่ว่าปัญหาก็คือมันทำให้ฉันเมานี่สิ ฉันน่าจะต้องไปล่าโทรลล์แล้ว"

[ฉันคิดว่าฉันใช้ชีวิตมานานจนเห็นมาเยอะแล้วนะ แต่นายเป็นคนแรกเลยที่ใช้การดื่มเลือดของมังกรกับโทรลล์แทนการนอนน่ะ] (สเปียร่า)

"เธอจะพูดมันว่าเป็นการรวมกันที่น่าอัศจรรย์ของสกิลการทำอาหารกับสกิลการต้านทานพิษระดับสูงก็ได้"

ยูอิลฮานได้ตัดสินใจจะมุ่งหน้าไปดันเจี้ยนที่แกรนด์แคนยอนหลังจากที่เวลาของบาเรียหมดลง เป้าหมายของเขาไม่ใช่การไปเจอพวกเอลฟ์ แต่เป็นการไปล่าเอาเลือดของโทรลล์ในพื้นที่นั้นเท่านั้น

[ไม่ว่ายังไงนี่ก็พอแล้ว ยูอิลฮานตั้งใจด้วย นายจำเป็นจะต้องงดึงขีดสุดของศิลปะการต่อสู้ทั้งหมดออกมาด้วยการโจมตีในครั้งเดียว] (สเปียร่า)

ความเร็วของแส้ได้ข้ามความเร็วเสียงมาแล้วต่อให้ไม่ใช่มานาก็ตาม ความคมของดาบก็สามารถจะตัดได้ทุกๆสิ่งที่ขวางทางด้วยการโจมตีที่ใส่ความตั้งใจทั้งหมด ความหนักของอาวุธไร้คมก็ยังทำลายได้ทุกๆสิ่งที่อยู่ในเส้นทางที่มันผ่าน

นำเทคนิคเหล่านี้มาปรับรวมกันด้วยเทคนิคการควบคุมร่างกายที่พิเศษทำให้เขาอัดมันลงไปภายในการโจมตีหอก

'ถึงฉันจะคิดซ้ำสองสามครั้ง ฉันก็ยังคิดว่ามันบ้ามาก...'

แต่ในตอนนี้เขาตัดสินใจจะทำมัน เขาจะต้องทำมันโดยที่ไม่แสดงด้านจุดอ่อนออกมา สำเร็จ!

'25 ปีงั้นหรอ? มันจะไม่แปลกหากจะมีหายนะครั้งใหญ่ครั้งที่สองเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นฉันจะผ่อนคลายไม่ได้'

ยูอิลฮานได้เปิดใช้งานพลังเหนือมนุษย์ ถ้าหากว่าเขาทำมันด้วยความสามารถของเขาอย่างเดียวไม่ได้ เขาก็แค่เสริมพลังให้ตัวเองซะสิ! ถ้าเขาไม่เข้าใจในหลักการของมัน เขาก็แค่ต้องทำมันซ้ำๆไปเหมือนคนโง่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า!

สเปียร่าก็สังเกตเห็นว่าเขาใช้สกิลเช่นกัน แต่ว่าเธอก็ไม่ได้ขัดขวางเขา กลับกันเลย เธอกลับภูมิใจเพราะความคิดที่ว่าเาจริงจังกับการเรียนสกิลนี้

'งั้นนายจะลองมันงั้นหรอ เอาเถอะ มันก็เป็นเรื่องจริงที่ร่างกายภาพของนายอ่อนแอมากๆในตอนนี้... นอกไปจากนี้หอกสะบั้นจักรวาลก็ยังเป็นสกิลฟิวชั่นด้วยอยู่แล้ว มันจะไม่แปลกหากมีสกิลอื่นอีกเสริมผสมเข้าไป ต่อให้ผลลัพธ์มันออกมาแตกต่างมันก็ดูน่าสนใจในตัวมันเองเหมือนกัน'

สกิลของสเปียร่ากับสกิลของยูอิลฮานก็ไม่ได้เหมือนกันไปทั้งงหมดอยู่แล้ว ถ้าหากว่าคนจะแข็งแกร่งขึ้นเหมือนเธอจากการเดินไปในเส้นทางเดียวกันถ้างั้นก็คงมีคนแบบนี้มามากแล้ว

ในอนาคตยูอิลฮานจะต้องเจอกับความลังเลในเส้นทางของเขานับไม่ถ้วน บางทีเขาอาจจะไปไม่ถึงปลายทาง หรือไม่ปลายทางของเขาก็อาจจะแตกต่างไปจากปลายทางที่สเปียร่าไปถึงก็ได้

ยังไงก็ตามถ้าจะมีอะไรที่มั่นใจได้ มันก็คงเป็นยูอิลฮานกำลังไปต่อไปโดยไม่หยุดแม้แต่นิด ทุกๆความผิดพลาดที่เขาเจอ ทุกๆความผิดพลาดที่เขาทำมันจะกลายเป็นบันทึกของเขาและทิ้งร่องรอยเอาไว้ชั่วนิรันดร์

สเปียร่าคิดว่าเธอก็อยากจะเห็นมันในสักวัน ในตอนนี้เธออยากจะชื่นชมเส้นทางที่มนุษย์คนนี้ทำขึ้นมา มนุษย์ผู้ที่จะทำให้โลกต้องสั่นสะเทือนและแม้กระทั่งเขยาหัวใจของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงเนื่องจากทางที่เขาเดินไม่มีใครรู้ได้

'แต่ว่าฉันก็ไม่อาจจะมัวมาชื่นชมได้มากเกินไป ที่นี่ฉันก็มีงานต้องทำ'

'งาน' งานการสังเกตุการเปลื่ยนแปลงไปในเชิงพวกของทูตสวรรค์รอบตัวยูอิลฮานและถ้าเป็นไปได้เธอก็อยากจะปรับมันเข้ากับตัวเอง และสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการหาคนทรยศ

'ทหารปีศาจแห่งการทำลายมันไม่น่าจะมีปัญหาเนื่องจากการเคลื่อนไหวของพวกมันมีรูปแบบที่ง่ายๆ ฉันไม่อาจจะทำอะไรกับพวกสวนอาทิตย์อัสดงได้เพราะพวกนั้นมีนิสัยแปลกๆที่ฉันไม่อาจจะเข้าใจได้ไม่ว่าฉันจะขุดค้นยังไง ดังนั้นพวกนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ยังไงก็ตาม...'

กองทัพจรัสแสง (เทวดาตกสวรรค์) นั้นต่างออกไป พวกมันคือผู้ที่มีปีกสีดำทมิฬที่ดูหมิ่นในพลังของพระเจ้าและหวังที่จะบิดเบือนบันทึกแห่งอคาชิค

แม้ว่าเธอจะรู้สึกเหมือนพวกมันซ่อนตัวอยู่ใต้การกระทำของกองทัพปีศาจแห่งการทำลายมาจนถึงวันนี้ แต่สเปียร่าก็ยังรู้ว่านี่่คือความตั้งใจของพวกมันเอง

คนทรยศที่แอบกระทำบางสิ่งต่อสวรรค์ คนที่มีปีกเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์และคนที่คอยเวลาที่จะสร้างความเสียหายที่ยิ่งใหญ่ให้กับทูตสวรรค์และพระเจ้า

เจ้าพวกนี้มันอยู่บนโลก ดูถูกสิ่งมีชีวิตทั้งมวล พวกมันรอคอยเวลาที่จะทำการปฏิวัติ!

'เอิลต้ากับเลียร่าไม่ได้สงสัยอะไรนักเพราะพวกเธอไร้เดียงสาเกินไป ยังไงก็ตามฉันต่างออกไป'

สิ่งมีชีวิตชั้นสูงโดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่อาจจะใช้พลังของตัวเองได้บนโลกระดับต่ำ ยังไงก็ตามมันก็มีอยู่บางกรณีที่กฏจะถูกละเว้นอยู่

พวกนั้นจะใช้พลังของพวกนั้นเองได้เมื่อเจอกับคนทรยศที่อยู่ฝั่งเดียวกัน และเพื่อการที่จะลงโทษคนทรยศเหล่านั้นจึงทำให้เกิดการต่อสู้ขึ้นไป

ก็เหมือนอย่างในอดีตในตอนที่เลียร่ายังเป็นลิต้า เธอได้จัดการอัดทูตสวรรค์ที่ร่วมมือกับจอมเวทย์คลาส 4 ที่เปิดเกตขึ้นมาบนโลก

'คนทรยศ ฉันไม่รู้ว่าแกเป็นใครและฝั่งแกมันใหญ่แค่ไหน'

แต่ว่าเธอจะหาพวกมันให้เจอ ด้วยคู่หูคนใหม่ที่เธอเพิ่งจะได้รับมา เธอจะต้องหาพวกมันให้เจอไม่ว่าเธอจะต้องไปในทุกซอกทุกมุมของโลกนี้

และเธอก็จะ

พรีบ!

ทันใดนั้นความคิดของสเปียร่าได้หยุดลง เธอได้เปิดตาขึ้นมาและเงยหน้าขึ้นทันที เธอได้เห็นยูอิลฮานกับหอกที่พังอยู่ เขาก็ยังกระพริบตาหันกลับมามองที่เธอ

"โว้ว"

ยูอิลฮานได้พึมพัมเบาๆ เมื่อดูจากภาพนี้แล้ว ริมฝีปากสเปียร่าได้สั่นนิดๆ

[นาย... อย่าบอกฉันนะว่า...?] (สเปียร่า)

"ฉันคิดว่าฉันทำขั้นตอนแรกได้แล้ว"

ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปอย่างถ่อมตน ยังไงก็ตามสเปียร่าไม่อาจจะยอมรับได้

[นายบอกว่าขั้นตอนแรก ในจุดที่นายถ่ายเทพลังเข้าไปในหอก นายก็....] (สเปียร่า)

ก้อนโลหะยักษ์ที่อยู่ด้านหลังเขาได้มีลอยยาวแหลมคมที่ไม่อาจจะเกิดขึ้นได้จากหอกไม้อยู่

ความคมของดาบที่มีความพิเศษยิ่งในการตัด เขาได้ประสบความสำเร็จในการยัดพลังของมันลงไปในหอกแล้ว

แน่นอนวาถึงแม้ว่าหอกกับดาบมันจะมีความเกี่ยวข้องกันด้วยที่มากกว่าอาวุธอื่นๆ แต่ว่าความเร็วในการฝึกฝนที่ผิดปกตินี่มันก็ยัง...

[นะ นี่มันเพิ่งจะผ่านไปแค่ครึ่งเดือน] (สเปียร่า)

สเปียร่าพูดอะไรไม่ออกแล้ว

เธอรู้ว่ายูอิลฮานไม่ปกตินับตั้งแต่ที่เธอได้ยินว่าเขาทนฝึกศิลปะการต่อสู้เพียงลำพังเป็นเวลาพันปีแล้ว ยังไงก็ตามในสายตาเธอความอดทนนั่นมันไม่ใช่สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดในตัวเขา

พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คนทำพันธสัญญาของเธอมี มันไม่ใช่บุคลิกเชิงบวกของเขา ไม่ใช่ความอดทนของเขา แต่เป็นพรสวรรค์ของเขา

จบบทที่ บทที่ 123 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (7) [อ่านฟรีวันที่ 18/02/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว