เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 122 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (6) [อ่านฟรีวันที่ 16/02/2562]

บทที่ 122 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (6) [อ่านฟรีวันที่ 16/02/2562]

บทที่ 122 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (6) [อ่านฟรีวันที่ 16/02/2562]


บทที่ 122 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (6)

 

[พลังของพวกเขาน่าจะพอๆกันหมดเลยนะ] (เลียร่า)

[แต่ฉันก็ยังคิดว่ามิลแข็งแกร่งที่สุด] (เอิลต้า)

[เรื่องนั้นก็แน่อยู่แล้ว] (เลียร่า)

เมื่อรวมเอลฟ์ทั้งสี่ ยูมิลและเอริเซียที่พึ่งมาแล้วทำให้ในตอนนี้ยูอิลฮานมีลูกน้องทั้งหมดรวม 6 คนแล้ว เลียร่ากับเอิลต้าก็ยังได้เริ่มตัดสินในความแข็งแกร่งของพวกนี้อย่างจริงจัง

แน่อนว่าการตัดสินใจนี่ก็ไม่ได้มีความลำเอียงเพราะความชอบแน่นอน อย่างน้อยที่สุดคนที่ตั้งคำถามก็คิดแบบนั้น

[ฉันคิดว่าพวกนายน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าทำไมพวกนายถึงได้เข้ามาที่นี่] (เลียร่า)

เลียร่าได้ประกาศออกมาในขณะที่ใส่หมวกสีแดงที่ยูอิลฮานทำขึ้นลงไปบนหัวของเธอ ในตอนนี้เธอได้แสดงตัวเธอออกมาทำให้เอลฟ์ เอริเซียก็ยังเห็นได้ถึงความงามของเธอ

"...พูดตรงๆแล้วฉันไม่เข้าใจเลย สิ่งที่ฉันพอจะรู้คือที่นี่ดูคล้ายกับโรงตีเหล็กของช่างตีเหล็กและในตอนนี้ก็มีเวทย์แปลกๆที่ทำงานอยู่ด้วย"

เอริเซียได้พูดออกมา เพราะการที่ยูอิลฮานได้ใช้งานนาฬิกาทรายโดยไม่อะไรบายใดๆเลยทำให้มันไม่แปลกที่เธอจะสงสัย ยังไงก็ตามเลียร่าได้หยักหน้าอย่างจริงจังและตอบกลับไป

[ฉันก็ขี้เกียจที่จะอธิบายเหมือนกันดังนั้นไว้หาเอาเองหลังจากนี้ล่ะกัน ในตอนนี้ก็รู้แค่คร่าวๆก็พอ] (เลียร่า)

นี่คือครูผู้ช่วยที่ไร้ความรับผิดชอบคนหนึ่ง

[ไม่ว่ายังไงนับจากนี้พวกนายจะต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของฉันเพื่อฝึกการต่อสู้ ในตอนนี้พวกนายยังอ่อนแอเกินไป! ถ้าหากว่าไม่อยากจะถ่วงอิลฮานแล้วก็จงตามฉันมาดีๆซะ] (เลียร่า)

"แล้วท่านจะสอนอะไรพวกเรา"

เลียร่าได้พูดต่อออกมาอย่างภูมิใจราวกับรอให้มีคำถามนี้อยู่แล้ว

[พวกนายคิดได้เลยว่าฉันคืออาจารย์ของอิลฮาน ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ในด้านของหอกกับการต่อสู้ระยะประชิดก็ตาม แต่ไม่ว่ายังไงอย่างน้อยที่สุดในด้านดาบกับหอกของฉันก็ยังดีกว่าพวกนายอยู่ดี] (เลียร่า)

[เธอคนตัวตนที่พิสูจน์ถึงเรื่องที่ศิษย์ก้าวข้ามอาจารย์] (เอิลต้า)

[ย่ะห์] (เลียร่า)

[กรี๊ด] (เอิลต้าม)

เมื่อเลียร่าได้ยินการตอบกลับของเอิลต้า เธอได้สวนกลับไปโดยธรรมชาติด้วยการเตระที่เข่าของเอิลต้าจนลอย จากนั้นก็ถีบเข้าที่เอลฟ์เอิลต้าจนลอยและต่อคอมโบต้องเนื่องจนทำให้เอิลต้าต้องลงไปกลิ้งกับพื้น

เพียงแค่ 7 วินาทีเท่านั้น! คอมโบของทูตสวรรค์นี่น่ากลัวจริงๆ"

"เธอเป็นปรมาจารย์การต่อสู้ระยะประชิดจริงๆ"

"อาจารย์ของท่านจักรพรรดิ... ผมจะติดตามท่านไป"

[ฉันไม่ได้จะให้เธอ... พิสูจน์มันกับฉัน...!] (เอิลต้า)

"พี่สาวไม่เป็นนะครับ?"

เอิลต้าได้กัดฟันแน่นพึมพัมออกมาแต่กลับไม่มีใครสนใจเธอ จะมีก็แต่ยูมิลที่จะต้องเรียนเวทย์จากเธอเท่านั้นที่ลูบหลังของเธอ

[ในเมื่อพวกนายได้ประสบกับการเชื่อมต่อกับโลกอื่นของโลกนี้แล้วพวกนายก็ควรจะรู้แล้วสินะว่าโลกนี้ไม่เสถียรยังไง? อิลฮานคือคนที่จะต่อสู้ในแนวหน้าที่สุดของโลกใบหน้า ดังนั้นในฐานะลูกน้องของเขา พวกนายก็ครจะเป็นกำลังให้เขาได้ พวกนายควรที่จะตั้งเป้าไว้ที่การเชื่ยวชาญสกิลปะการต่อสู่ก่อนที่จะได้รับคลาส 3 เข้าใจนะ?] (สเปียร่า)

"ครับ/ค่ะ นายหญิง"

ในขณะที่ทุกๆคนตอบกลับไปเสียงดัง ก็มีเพียงแค่เอิลต้าที่ยังคงจับเอว ขมวดคิ้วบ่นออกมาเท่านั้น

[แม้แต่เธอก็เชี่ยวชาญแค่สองอย่างในทั้งหมดจากช่วงชีวิตที่ยาวนาน...] (เอิลต้า)

[ถ้างั้นเราจะเริ่มกันเดี๋ยวนี้! ฉันจะเริ่มจากการดูระดับความสามารถของพวกนายก่อนดังนั้นเข้ามาพร้อมกันเลย!] (เลียร่า)

ทั้งกลุ่มก็ยังคงลังเลอยู่แม้ว่าจะได้ยินแบบนั้น แต่ว่าพวกเขาก็ทำได้แต่เปลื่ยนความคิดเพื่อเอาตัวรอดเมื่อเลียร่าได้เริ่มการ 'พูดคุย' ด้วยหมัดแล้ว

[ช่องว่าง!] (เลียร่า)

"อั๊ก!"

"ธะ เธอเข้ามาแล้ว! เธอมานี่แล้ว!"

[ต่อต้านอีกหน่อยสิ้!] (เลียร่า)

ในขณะที่ทูตสวรรค์ เผ่าหมาป่า และมังกรกำลังทำการฝึกซ้อมอย่างดุเดือดกันอยู่ ยูอิลฮานที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งก็ได้เริ่มทำอาร์ติแฟคแล้ว และสเปียร่าก็กำลังดูเขาอยู่

"เธอก็ควรจะไปสอนพวกนั้นด้วยนะ เธอก็เชี่ยวชาญดาบด้วยไม่ใช่หรอ?"

[วิธีการของฉันออกจะรุนแรงเกินไป ดังนั้นมันจะเป็นการทำร้ายพวกนั้นแทน และถ้ามันเกิดขึ้นฉันจะถูกสวรรค์ลงโทษ] (สเปียร่า)

"แล้วฉันล่ะ?"

[ของนายไม่เหมือนพวกนั้น ของนายคือจำเป็นต้องฝึกการต่อสู้จริงๆ นอกไปจากนี้ระดับของนายก็ได้แตกต่างไปจากสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำโดยสมบูรณ์ไปแล้ว] (สเปียร่า)

เขารู้สึกยินดีนิดๆที่สเปียร่ายอมรับเขา ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกโกรธนิดๆเชนกันเพราะเขาคิดว่าเธอดูถูกคนสนิทของเขา แต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปมาก เขาเพียงแค่ทุบค้อนต่อไปเพื่อที่จะใช้เวลาสองเดือนอย่างเต็มที่โดยไม่เสียเปล่า

[มันเป็นเทคนิคที่น่าทึ่งมาก การที่ทำไอเทมที่มีคุณภาพแบบนี้ออกมาได้ในเวลาที่รวดเร็วนี่... โอ้ นี่เขาไม่ได้ยินอะไรแล้วสินะ] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้ใช้วัสดุทั้งหมดที่เขาได้รับมาจากพวกมอนสเตอร์คลาส 2 ระดับสูงและพวกมอนสเตอร์คลาส 3 ระดับต่ำเพื่อที่จะทำอาวุธ 'ระดับมาตราฐาน' อันใหม่ออกมาให้แวนการ์ด เมื่อนำของที่กำลังทำอยู่นี้ไปเทียบกับ 'ระดับมาตราฐาน' ที่ทำมาจากวัสดุของมอนสเตอร์คลาส 1 แล้วนี่มันเปลื่ยนไปมากๆ

หากจะพูดว่าอุปกรณ์ที่ทำเสร็จสิ้นในทุกๆสองนาทีแม้แต่กองพันธมิตรแห่งแนวหน้าก็ยังต้องใช้กันทุกคนก็ไม่ได้เกินจริงไปเลย และความเร็วในการสร้างก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีกตามเวลาที่ผ่านไป

การทำแบบนี้ของเขาทำให้คนที่มองอยู่สงสัยในคุณภาพของไอเทมทำให้สเปียร่าต้องหยิบดาบที่เสร็จแล้วขึ้นมาดูข้อมูลของมัน

[ดาบเขี้ยวหมาป่าหลั่งโลหิต]

[ระดับ - แรร์]

[พลังโจมตี - 3,200]

[ความทนทาน - 2,500/2,500]

[ออฟชั่น - ทำให้ศัตรูเลือดไหลได้ง่ายขึ้น]

[หือ อาวุธระดับแรร์ที่เขาทำขึ้นมาในสองนาที...] (สเปียร่า)

เพราะแบบนี้เธอเลยตรวจดูอุปกรณ์ทุกๆชิ้นที่ยูอิลฮานทำขึ้นนับตั้งแต่ที่เข้ามาในบาเรียนี่ แต่ว่าสิ่งที่เธอคิดเอาไว้ก็ถูกต้อง ของทั้งหมดต่างก็อยู่ในระดับแร์ไม่ก็เหนือกว่า

บางทีมันอาจจะเป็นเพราะว่ามีคนบ้าๆแบบนี้บนโลกก็เลยทำให้โลกเป็นแบบนี้ - สเปียร่าได้แต่คิดอย่างจริงจังในขณะที่มองดูยูอิลฮาน

เนื่องจากยูอิลฮานได้ตั้งสมาธิไปกับการผลิตมากๆทำให้เขาไม่ได้รู้ถึงสายตาที่มองเขาอยู่เลย

เคร๊ง เคร๊ง เคร๊ง

เพลิงนิรันดร์ได้กระพือไปตามจังหวะเสียงค้อน ฉากๆนี้ไม่ได้ห่างไปจากสิ่งที่มักจะปรากฏในตำนานเลย

ภาพของยูอิลฮานที่ตั้งสมาธิกับการทำงานของเขาดูงดงามเป็นอย่างมาก โดยบุคลิกส่วนตัวของสเปียร่าแล้วเป็นคนที่ไม่สนในผู้ชาย แต่ว่าเธอก็ถึงกับตัดสินว่าภาพของยูอิลฮานที่กำลังทำงานอยู่นี่ทรงคุณค่าน่าชื่นชมในฐานะของงานศิลปะ

[นี่มันมากพอที่จะเขย่าหัวใจของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงไปแล้ว สิ่งที่เห็นนี่ไม่ต่างไปจากปาฏิหาริย์เลย...] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้พึมพัมออกมาจากนั้นก็หันไปมองท่างเลียร่ากับเอิลต้าที่กำลังยุ่งอยู่

แม้ว่าพวกเธอจะไม่รู้ตัวเอง แต่พวกเธอก็ได้มีอารมณ์ที่มากยิ่งขึ้นและกระทั่งพัฒนาได้อย่างรวดเร็วหลังจากเจอกับยูอิลฮาน

ถ้าหากจะว่าที่มันเป็นแบบนี้เพราะเอกลักษณ์ของโลก ก็คงจะไม่ใช่เพราะทูตสวรรค์คนอื่นๆที่ลงมาที่โลกก็ยังไม่ได้ต่างไปจากแต่ก่อนเลย เพราะแบบนี้องประกอบเดียวที่เหลืออยู่ก็คือยูอิลฮานที่อยู่กับพวกเธอ

เหตุผลที่สเปียร่าลงมาเป็นคู่หูกับยูอิลฮานก็เพราะต้องการหาเบื้องลึกของเรื่องนี้ด้วย

สำหรับตอนนี้สิ่งที่เธอกันวนมีอยู่อย่างเดียว เธอยังต้องการที่จะแข็งแกร่งเหมือนกับเลียร่าและเอิลต้าที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ว่าเธอก็ยังคงสงสัยว่าแค่อยู่ใกล้ยูอิลฮานมันจะพอไหม

[โอ้ย ในตอนนี้ก็ไม่มีอะไรที่ฉันทำได้ ฉันคงต้องดูไปก่อน] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้กลับไปจ้องยูอิลฮานอีกครั้งหนึ่ง ตัวยูอิลฮานในตอนนี้เขากำลังทำการเหลากระดูกหมาป่าให้คมอยู่

และหลังจากนั้นสิบสองชั่วโมงยูอิลฮานก็ได้ปล่อยค้อนลง อุปกรณ์กว่า 600 อันคือตัวพิสูจน์อย่างดีถึงทักษะในการตีเหล็กของเขาที่อยู่ในระดับตำนานแล้ว

หลังจากเห็นยูอิลฮานเก็บอุปกรณ์ทั้งหหมดไปแล้วสเปียร่าก็ได้ถามออกมา

[ถ้างั้นในที่สุดเราก็จะได้เริ่มฝึกกันสักที!] (สเปียร่า)

"ไม่ ฉันจะต้องไปดูถังใส่เลือดกับเนื้อก่อน"

[ถังเวรนั่น] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้ส่งเสียงขึ้นจมูกและไปตรวจดูสภาพเนื้อและไวน์ในถังของเขา

เนื้อเผ่ามังกรได้ถูกล้างพิษออกไปแล้วอย่างน่าอัศจรรย์ แต่ว่าน่าเสียดายที่เหลือหมาป่ามันไม่ใช่แบบนั้น แม้ว่าคุณภาพของมันจะดีขึ้นกว่าเดิม แต่ความเป็นพิษของมันก็ยังดูรุนแรงพอจะนำมาเป็นอาวุธได้เลย

ข้อผิดพลาดมันอยู่ที่เลือดมังกรงั้นหรอ ถ้าเป็นแบบนั้นเขาจะต้องใช้ของเหลวอย่างอื่นที่ไม่ใช่เลือด? นี่คือการค้นหาวัตถุดิบ

"โอ้ ไวน์นี่ก็รสชาติดีเลยนี่"

แน่นอนว่าระดับของมันยังด้อยกว่าลมหายใจที่ทำจากเนื้อมังกรเพราะไวน์นี่แทบจะไม่เพิ่มพลังและพลังงานการพักผ่อนเลย

ยังไงก็ตามมันมีรสชาติที่ดี! แล้วนอกไปจากนี้มันยังมีกลิ่นหวานของผลไม้ที่ต่างไปจากลมหายใจ นี่มันแปลกมาก!

"หือ เดี๋ยวนะ ทำไมมันถึงได้มีรสชาติแบบนี้?"

"ผมใส่แอปเปิ้ลเข้าไปเอง!"

ในระหว่างที่พักหลังจากฝึกยูมิลก็ได้สารภาพเรื่องนี้ออกมา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำขึ้นมาจากแอปเปิ้ลกับเนื้อ เขาไม่เคยได้ยินหรือเห็นมาก่อนเลย แต่ว่าเมื่อคิดถึงเอกลักษณ์ของถังแล้ว มันก็ไม่ได้ดูจะเป็นไปไม่ได้ซะทีเดียว ยังไงมันก็สำเร็จมาแบบนี้แล้วด้วย

นี่คือการค้นพบที่ยอดเยี่ยม ในตอนนี้ความเป็นไปได้ของสูตรอาหารได้ถูกขยายกว้างขึ้นแล้ว

แต่ว่าแอปเปิ้ลมาจากไหนกันล่ะ? เมื่อรู้ถึงความสงสัยของยูอิลฮาน เอิลต้าที่นั่งอยู่ถัดไปจากยูมิลก็ได้อธิบายออกมาอย่างใจดี

[พวกเรากำลังค้นคว้าเวทย์อัญเชิญแล้วก็...] (เอิลต้า)

"นี่ก็เวทย์อีกแล้ว"

ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมาในขณะลูบหัวยูมิลไปด้วย ระหว่างนั้นเองจู่ๆตัวเขาก็แข็งทื่อไป

"แอปเปิ้ล? ในบาเรียนี่นะ?"

[นี่ก็จริง มันดูเหมือนมันจะเป็นไปได้ด้วย ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันทำการค้นคว้าภายในนาฬิกาทรายนิรันดร์] (เอิลต้า)

แอปเปิ้ลกว่าร้อยลูกได้ลอยอยู่ในถัง จากคำอธิบายของเอิลต้ามันดูเหมือนว่ายูมิลจะอัญเชิญมาจากร้านค้าใกล้ๆ

หรือพูดง่ายๆก็คือการขโมยนั่นเอง

[มิลจะอัญเชิญได้แค่สิ่งที่เขาเคยเห็นตรงๆมาก่อน ฉันบอกให้เขาอัญเชิญอะไรเล็กๆ และเขาก็ได้อัญเชิญแอปเปิ้ลที่เขาเห็นในตลาดมา...] (เอิลต้า)

"แอปเปิ้ลอร่อย!"

"และฉันก็จะต้องเป็นคนจ่ายค่าแอปเปิ้ลทั้งหมดนี่... แต่ไม่เป็นไรหรอกในเมื่อมันทำให้ไวน์รสชาติดี"

ยูอิลฮานได้พึมพัมออกมาในขณะที่เอาแอปเปิ้ลออกมาจากถังและตรวจสอบดู

ถึงแม้ว่าภายนอกจะดูไม่มีอะไรแต่มันก็ไม่เหมือนเนื้อ มันไม่อาจจะทนกับเลือดมังกรได้ทำให้ภายในแอปเปิ้ลเละเทะ พิษที่อยู่ภายในแอปเปิ้ลทำให้คนไม่อาจจะกินได้หากไม่มีการต้านทานพิษ

ยังไงก็ตามสิ่งที่สำคัญในตอนนี้มันไม่ใช่แค่พิษจากแอปเปิ้ล

"ถ้างั้นมันก็เป็นไปได้ที่จะเรียกบางสิ่งจากนอกบาเรียในตอนที่มันทำงานอยู่?"

[แต่ว่ามันก็ไม่ได้มีคววามหมายอะไรนี่ เวทย์อัญเชิญมันไม่อาจจะใช้ประโยชน์ได้จริง มันทำได้แค่อัญเชิญไอเทมออกมา และการที่จะอัญเชิญจิตวิญญาณธาตุมันจะต่างไปสิ้นเชิง] (เอิลต้า)

"ถ้างั้นการส่งไอเทมออกไปด้านนอกมันจะเป็นไปได้ด้วยดีไหมล่ะ?"

"ผมทำมันได้!"

ยูมิลได้ยิ้มออกมาอย่างสดใสในขณะที่ชี้นิ้วไปที่แอปเปิ้ลพิษและแอปเปิ้ลนั่นก็ได้หายไป

ยูอิลฮานได้ยิ้มแห้งๆในขณะที่ถามออกไป

"ลูกส่งมันไปที่ไหนนะ?"

"ที่ๆมันอยู่ก่อนหน้านี้ไง"

"มิลเป็นเด็กดีใช่ไหม? ช่วยอัญเชิญมันกลับมาเดี๋ยวนี้เลย"

ถ้าหากว่าบาเรียหายไปเมื่อไหร่ พวกเขาก็คงจะได้กลายเป็นอาชญากรอย่างสมบูรณ์แบบแน่

ยูมิลได้อัญเชิญแอปเปิ้ลนั่นกลับมาในทันทีที่ได้ยินคำพูดของยูอิลฮาน นี่คือแอปเปิ้ลพิษลูกเดิมอย่างแน่นอน

"ฟู่ ลูกของฉันเกือบจะฆ่ามนุษย์สำเร็จแล้วว"

[มันไม่มีประโยชน์จริงๆ] (เอิลต้า)

"เห็นด้วยเลย"

ยูอิลฮานได้พูดออกมาในขณะชี้ไปที่ไวน์ผลไม้ที่ทำขึ้นจากเลือดเผ่ามังกรคลาส 3 ที่ส่งกลิ่นแอปเปิ้ลจางๆออกมา

"สิ่งนี้จะมีส่วนช่วยในการทำให้ไวน์หลากหลายขึ้นในอีกสองเดือนต่อไป!"

[งั้นก็คือนายวางแผนจะทำการขโมยของงั้นสินะ!?] (เอิลต้า)

ไม่เป็นไร ยังไงเขาก็แค่ไปจ่ายค่าผลไม้หลังจากบาเรียเวลาหมดไปอยู่แล้ว

"พ่อครับ ผมทำดีไหม?"

"แน่นอนว่าดีมาก พวกเราควรจะเพิ่มความหลากหลายในเวทย์อัญเชิญอีกนิดนะ"

"ได้เลยยครับ!"

ความผิดพลาดของยูมิลได้ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมในอนาคตแล้ว... บางทีนะ เมื่อมองไปในอนาคตแล้วยูอิลฮานก็ได้หยิบเอาแก้วน้ำออกมาจากช่องเก็บของและใส่ลงไปในถัง จากนั้น...

[ไปฝึกกันได้แล้ว!] (สเปียร่า)

...เขาได้ถูกสเปียร่าลากมาออกมาและถูกโยนไปใส่โลหะล่ำค่า

"ถ้าเธอฃรำคาญแบบนี้ งั้นฉันจะไม่ให้ไวน์เธอนะ"

[... มันไม่ใช่ว่าฉันรำคาญ มันก็แค่ว่าฉันสงสัยว่านายมีความตั้งใจจะเรียนหอกหรือป่าวนะ] (สเปียร่า)

หือ งั้นแสดงว่าเธอก็อยากดื่มมันสำนะ ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมาและเก็บแก้วลงไป แก้วได้ถูกแทนที่ด้วยหอกไม้ไว้ฝึกแทน

[หอกสะบั้นจักรวาลฝึกได้ยากกับอาวุธที่ดีเกินไป]

"ไม่ ฉันชอบใช้หอกไม้"

แน่นอนว่ามันเป็นความจริงที่ว่าอาวุธที่ดีจะทำให้พลังโจมตีดีขึ้น แต่ว่าในกรณีนั้นเขาจะเอาไว้ใช้ในการต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งเท่านั้น

เนื่องจากว่าเขาได้ใช้หอกที่ทำขึ้นมาจากก้านไม้ที่ทำขึ้นมาเมื่อนานมาแล้วทำให้เขาค่อนข้างจะรู้สึกคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี

เมื่อยูอิลฮานได้ตั้งท่าร่างพร้อมหอกในมือ สเปียร่าก็หยักหน้าอย่างพึงพอใจมากๆ

[นายมีพื้นฐานของนักรบจริงๆ] (สเปียร่า)

"แล้วฉันจะต้องทำยังไงให้เรียรู้เทคนิคที่แค่ได้ยินชื่อฉันก็ตัวสั่นแล้วล่ะ? ฉันจะต้องทำลายก้อนโลหะด้วยหอกไม้หรืออะไรแบบนี้ก่อนปะ?"

แน่นอนว่าเหตุผลที่เขาตัวสั่นเมื่อได้ยินชื่อก็เพราะความอับอาย แต่สเปียร่าดูจะเข้าใจเจตนาเขาผิดทำให้เธอพูดออกมาอย่างสดใส

[หอกสะบั้นจักรวาลคือวิชาหอกที่จะเสริมพลังในการตัดจักรวาลด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว ความคมของดาบ น้ำหนักของอาวุธไร้คม ความเร็วของแส้ นายจำเป็นต้องเอาเอกลักษณ์ของอาวุธพวกนี้มาใส่ลงไปในหอกด้วยกรช่วยจากร่างกายนายที่ผ่านการฝึกอย่างหนักมา นี่เป็นเหตุผลที่นายถึงต้องเชี่ยวชาญทั้งห้าสกิลนี้] (สเปียร่า)

"โอ้ แบบนี้นี่เอง"

มันเป็นเทคนิคที่ไร้สาระจนทำให้เขารู้สึกใจแห้งๆเมื่อได้ยินครั้งหนึ่ง

[สำหรับตอนนี้มันคงจะเป็นเรื่องยาก แต่ด้วยความสามารถของนาย ในเวลาประมาณ 25 ปี นายก็น่าจะใช้มันได้แล้ว ฉันก็จะสอนนายสุดความสามารถของฉัน ตอนนี้ก็เริ่มได้แล้ว!] (สเปียร่า)

สำหรับสเปียร่าที่พูดออกมาในขณะที่มองด้วยด้วยสายตาเป็นประกาย ทำให้ยูอิลฮานอดจะคิดไม่ได้ว่านี่คือ 'เทศกาลบ้าคลั่ง'

"ฉันจะทำให้ดีที่สุด"

จบบทที่ บทที่ 122 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (6) [อ่านฟรีวันที่ 16/02/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว