เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 127 - บุก (3) [อ่านฟรีวันที่ 26/02/2562]

บทที่ 127 - บุก (3) [อ่านฟรีวันที่ 26/02/2562]

บทที่ 127 - บุก (3) [อ่านฟรีวันที่ 26/02/2562]


บทที่ 127 - บุก (3)

 

ยูอิลฮานได้บ่นออกมาบนทะเลไปยังมหาสมุทรแอตแลนติกทางฝั่งอเมริกาใต้

"ถ้าฉันหาคนทรยศเจอในคราวนี้ ฉันขอรถบินได้สุดแกร่งสุดเท่นะ"

[พวกเราจะไปสร้างของแบบนั้นทำไมในเมื่อทูตสวรรค์ของพวกเราทุกคนต่างก็บินได้] (เลียร่า)

"อึก! เธอนี่ไม่ช่วยอะไรเลยจริงๆ"

ประเทศที่ยูอิลฮานต้องการจะไปดูส่วนใหญ่จะเป็นหมู่เกาะในอเมริกาใต้ ประเทศพวกนี้มีขนาดเล็กมากจนการมีอยู่ของพวกเขาแทบไม่ได้รับความสนใจเลยหลังจากเกิดหายนะครั้งใหญ่ขึ้น

อย่างแรกยูอิลฮานคิดจะปกปิดตัวตนนั่งเครื่องบินไป แต่แล้วเขาก็ยอมแพ้ไปหลังจากรู้ว่านั่นจะใช้เวลา 25 ชั่วโมงเพื่อไปยังเวเนซูเอร่าต่อให้เขาจะนั่งรถไฟที่เร็วที่สุดแล้วก็ตาม เขาได้ยอมแพ้การไปที่เวเนซูเอร่าที่สวยงามแล้วเช่นเดียวกัน และที่นี่เขาก็ตั้งตารอคอยเนื่องจากว่าสาวสวยๆในนิตยสารมักจะอยู่ที่นี่แต่แล้วกลับไม่มีแม้แต่คนเดียวที่อยู่ที่นี่ เวรเอ้ย

[มันก็ดีสำหรับนายแล้ว!] (เลียร่า)

"ทูตสวรรค์ทุกคนมีสกิลอ่านใจกันหมดเลยหรอ?"

และวิธีที่ยูอิลฮานเลือกก็คือผ่านทางทะเลยังไงล่ะ ผ่านทะเลนี่ไม่ได้หมายถึงการโดยสารเรืออะไรนะ เรือพวกนั้นต่างก็ช้ากว่าเครื่องบินซะอีก

ตัวยูอิลฮานในตอนนี้เขาได้วิ่งอยู่บนน้ำเหมือนกับพวกปรมาจารย์ในนิยายกำลังภายในพวกนั้น แต่ได้ยังไงกันล่ะ? นั่นก็เพราะเขาได้รวมสกิลพลังเหนือมนุษย์กับสกิลการกระโดด พร้อมกับการควบคุมเก็บของระยะไกลเรียกที่หยั่งเท้าออกมา... โล่นั่นแหละ

วิธีการก็ง่ายมากอย่างแรกเขาก็กระโดดออกจากพื้นสุดพลังของเขา พุ่งผ่านอากาณด้วยการใช้การกระโดดซ้ำเท่าที่เขาทำได้ในตอนนี้ ความเร็วของเขาได้เพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆจากการกระโดดซ้ำกลางอากาศหลายครั้ง

จากนั้นเมื่อไหร่ที่เขาช้าลง เขาจะถ่ายน้ำหนักตัวเองจากช่องเก็บของมาที่ตัวเองทำให้ตกลงไปที่ทะเล เรียกเอาโล่ออกมาจากช่องเก็บของไว้ข้างล่างเมื่อเขาเห็นผิวทะเล และใช้โล่หยั่งเท้ากระโดดไปอีกครั้ง เขาได้ทำแบบนี้ซ้ำไปเรื่อยๆ ด้วยเพราะแบบนี้ทำให้เขาวิธีไปในระยะทางไกลไม่สิ้นสุดบนทะเลได้โดยไม่จมน้ำ และความเร็วมันก็ทิ้งห่างโซนิคจนไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว

สิ่งสำคัญที่สุดในการทำแบบนี้ก็คือกรเก็บโล่ของเขาเข้ามาในช่องเก็บของ แม้ว่าเขาจะดูด้อยในด้านความเร็ว แต่ตอนนี้เขาก็ขยับไปด้วยความเร็วหกพันกิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว

หากเมื่อไหร่มีปลาหรืออะไรขึ้นมาจากทะเลพวกมันจะสลายหายไปทันทีจากแรงปะทะกับยูอิลฮาน

"แต่นี่มันไม่เท่เลยนี่นา?"

[นายก็แค่เอามิลมาขี่ก็ได้นี่] (เลียร่า)

"แทนที่จะรอให้มิลคลาส 4 สู้รอให้มนุษยชาติสร้างโฮเวอร์บอร์ดด้วยหินพลังเวทย์ดีกว่าปะ..."

เพียงแค่เขาตอบไปเท่านั้นประกายไฟได้ลุกขึ้นมาบนหัวเขา

"ไม่สิ ฉันก็แค่ทำมันเองซะสิ!"

[ฉันไม่น่าพูดแบบนั้นไปเลย] (เลียร่า)

"ทำไมฉันถึงคิดไม่ได้นะ? โธ่เอ้ย ถ้าฉันเอาแบบที่ฉันทำครั้งที่แล้วมาอ้างอิง ฉันคิดว่าฉันก็ทำรถบินได้เลย...!"

ยังไงก็ตามมันสายไปที่จะสร้างของแบบนี้แล้ว ยิ่งกว่านั้นเขาก็ยังอยู่กลางมหาสมุทรด้วยมันไม่มีอุปกรณ์อะไรในสภาพแวดล้อมแบบนี้เลย

ถ้าแบบนี้มันคงจะดีกว่าหากรวมแบบในการสร้างเอาไว้ก่อนในหัว ขณะเดียวกันเข้าก็วิ่งบนทะเลต่อไปเรื่อยๆพร้อมหยิบเอากระดาษออกมาจากช่องเก็บของ

อืมม แทนที่จะเรียกมันกระดาษสู้เรียกมันว่าเศษผ้ายังใกล้เคียงซะกว่า และมันก็ยังเป็นเศษเสื้อเกราะหนังชั้นในที่ขาดออกมาเพราะมันไม่มีประโยชน์อะไร ยังไงก็ตามในด้านความทนทานมันก็ไม่ได้ด้อยเลย ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่สนใจเรื่องอะไรแบบนี้ซักนิด

สิ่งแรกที่เขานึกถึงอยู่ในตอนนี้ก็คือโฮเวอร์บอร์ด ยานพาหนะที่ช่วยให้คนลอบบนท้องฟ้าได้ ยังไงก็ตามเมื่อเขาคิดถึงตอนนี้แล้วมันก็ไม่มีความหมายอะไรที่ไปทำยานพาหนะ ไม่เพียงแต่มันจะไม่สะดวกเท่านั้น แต่มันก็ยังไม่มีประสิทธิภาพที่ดีเช่นกัน

"ยานพาหนะมันสิ้นเปลืองเกินไป ฉันมีสกิลกระโดดอยู่แล้ว ดังนั้นเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดฉันควรจะ...."

[งั้นนายจะทำอะไรแบบร่มชูชีพสินะ] (เลียร่า)

"ยังไงก็ตามสิ่งที่ฉันจะทำมันดูเท่และเจ๋งกว่านั้นมาก"

หลังจากเศษเสื้อได้ถูกทิ้งลงไปในทะเลสองสามแผ่นสิ่งที่ปรากฏออกมาคือพิมพ์เขียวปีกที่ทำจากขนนกโลหะขึ้นมา ปีกคู่หนึ่งที่สวยงามที่ทำขึ้นมาจากใบมีดนับพันที่ถูกสลักอย่างสวยงาม

เหนือปีกคู่นั้นก็มีข้อความที่แม้แต่เลียร่ากับสเปียร่าก็ไม่อาจจะเข้าใจสิ่งที่เขียนอยู่ได้ สิ่งแรกเลยพวกเธอคิดว่านั่นเป็นภาษาสวรรค์ แต่ว่าความเป็นจริงแล้วมันคือการผสมกันของภาษาเอลฟ์โบราณกับสำเนียงมังกร นี้สิงที่มีแค่ยูอิลฮานผู้ที่มีสกิลภาษาระดับสูงสุดเท่านั้นที่จะสรรสร้างขึ้นมาได้

เมื่อได้เห็นปีกสเปียร่าได้แต่อุทานออกมากับความประณีตสวยงามในปีกคู่นี้

[สวยจริงๆ งั้นนายก็มีพรสวรรค์ด้านศิลปะด้วยสิ?]

"ใช่สิ ฉันชอบศิลปะ ในตอนอยู่คนเดียวฉันชอบใช้เวลากับมัน ถึงฉันจะอยู่คนเดียวตลอดเวลาก็เถอะ แล้วมีงานศิลปะในครั้งนี้เท่านั้นที่จะปรากฏในสายตาของทุกคน ฉันจะเติมเต็มงานนี้โดยไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวแล้ว"

สเปียร่าได้เหยียบเข้าที่ปมของยูอิลฮานโดยไม่รู้ตัวแล้ว เธอได้แต่มองไปทางเลียร่าและไม่พูดอะไรอีกเนื่องจากกลัวว่าจะไปดึงอารมณ์ด้านลบของยูอิลฮานออกมาอีก

[แต่ถ้านายจะติดมันบนหลังนายจะทำยังไงกับผ้าคลุมล่ะ?... หือ?] (เลียร่า)

เมื่อพูดแบบนี้ออกมาเลียร่าก็ได้ตรวจดูผ้าคลุมบนเพราะของยูอิลฮานและรู้ถึงบางอย่าง มีดสั้นเกล็ดที่ติดกับเสื้อคลุมหายไปแล้ว

[แล้วเรื่องพายุใบมีดสายฟ้าล่ะ...?] (เลียร่า)

"จริงๆแล้วฉันก็อยากจะลองมันสักครั้งนะ แต่ว่าพลังของพายุสายฟ้ามันแข็งกแร่งเกินไปทำให้ใบมีดทนไม่ได้น่ะ...."

ดังนั้นยูอิลฮานไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปล่อยความฝันนั้นทิ้งไป และเขากระทั่งไม่เคยได้ใช้มันสักครั้งในการต่อสู้เลย! นี่คือความล้มเหลวครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในสายอาชีพช่างตีเหล็กของเขา

"เพราะงี้ฉันเลยตัดสินใจจะมอบชีวิตใหม่ให้มีดนั่น ในตอนนี้เอิลต้าก็น่าจะอยู่ในระหว่างส่งมันแล้ว"

ออฟชั่นทั้งสองอย่างของใบมีด ออฟชั่นที่จะถูกยิงออกไปเมื่อได้รับแรงกระแทก และออฟชั่นี่จะกลับมาที่เดิมของมัน นี่มันไม่มีกระสุนใดที่จะดีเท่ามีดนี่แล้ว

ยูอิลฮานได้ทำอาวุธพกพาที่จะดึงศักยภาพสูงสุดของออฟชั่นทั้งสองอย่างนี้มา แทนที่จะเอามันตกแต่งผ้าคลุมไม่สู้เอามันไปใช้กำจัดมอนสเตอร์ไม่ดีกว่าหรอ?

ผลที่ได้ก็น่าจะยอดเยี่ยมเป็นอย่างมากเนื่องจากแต่เดิมมันก็ใช้ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ได้อยู่แล้ว ยูอิลฮานได้สงสัยในสีหน้าของทหารปีศาจแห่งการทำลายว่าจะทำสีหน้ายังไงในตอนเจออาวุธแบบนั้น

"นอกไปจากนี้ถ้าเวทย์ของคังมิเรย์ร่วมด้วยนะ เคะๆๆ"

[อิลฮานกำลังเผยความเท่ออกมาอีกแล้ว] (เลียร่า)

[ฉันเห็นเกาะแล้ว ถึงแม้ว่ามันไม่น่าจะเป็นหนึ่งในประเทศที่เจอกับความล่มสลายก็ตาม] (สเปียร่า)

จากการที่เขาได้มุ่งตรงจากโซลสู่แอตแลนติกโดยไม่สนใจอะไรเลยทำให้เขาได้มาถึงเกาะที่ใกล้เป้าหมายได้ในเวลาแค่ 3 ชั่วโมง

หมู่เกาะในแอตแลนติกสามารถจะเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มของประเทศเล็กๆ

ในหมู่ประเทศพวกนี้มีแค่ไม่กี่ประเทศที่มีรายงานการล่มสลาย ยังไงก็ตามผู้คนได้ทิ้งหมู่เกาะนี้ไปก่อนหน้านั้นนานแล้วและในตอนนี้พวกเขากระทั่งไม่สนใจแล้วด้วย

ทุกๆคนได้เรียนรู้แล้วว่าเกาะขนาดเล็กจะเป็นอันตรายจากการได้ไปเรียนรู้ในต่างโลกและคนที่มีเงินก็จะย้ายที่อยู่ไปที่ประเทศขนาดใหญ่เพื่อหนีจากอันตรายทันที

ดังนั้นคนที่เหลืออยู่บนเกาะจำนวนมากนี้จึงเป็นคนที่ไม่มีพลัง ไม่มีความกล้าที่จะสู้กับมอนสเตอร์ และพวกเขาไม่อาจจะละทิ้งถิ่นฐานไปได้จากการที่ไม่มีกำลังทรัพย์มากพอ

ผู้คนไม่สนใจต่อให้มอนสเตอร์จะมาปรากฏบนเกาะนี้ ไม่ว่ามอนสเตอร์จะกินคน หรือไม่ว่าดันเจี้ยนจะพังลงและมอนสเตอร์พิชิตเกาะนี้ไปก็จะไม่มีใครสนใจแล้ว

แม้ว่าคนที่ต้องตายบนเกาะจะไม่ต้องการเป็นแบบนี้แต่แรก แต่ผู้คนจะเรียกคนพวกนี้ว่า 'ผู้เสียสละ' ที่เกิดขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ระหว่างการที่โลกก้าวไปสู่ระดับใหม่ แม้แต่ตัวยูอิลฮานเองก็ยังไม่อาจจะพูดอะไรได้เนื่องจากเขาก็ไม่ได้คิดถึงคนพวกนี้ในตอนที่เขาทำได้

และเพราะสภาพแวดล้อมที่เป็นแบบนี้เองมันทำให้ที่นี่คือที่ที่จะหลบซ่อนจากสายตาของโลกและวางแผนทำบางอย่างได้

"ฟู่"

ในตอนนี้มันถึงเวลาแสดงความจริงออกมาแล้ว มันคือเวลาที่จะยืนยันว่าความรู้สึกของเขามันถูกหรือผิดกันแน่ ถ้าเขาพลาดงั้นเขาก็คงต้องตกอยู่ในการตกใจจนทรุดแน่ ยังไงก็ตามเขาก็แค่ตามไปช่วยลูกของเขากับลูกน้องเขาทีหลังเท่านั้นเอง

ยูอิลฮานได้เงยหน้ามองไปข้างหน้า สกิลพลังเหนือมนุษย์ไม่ได้มีเพียงแค่พลังกล้ามเนื้อเท่านั้น ดวงตาของเขาก็ดีขึ้นเช่นกัน เขาสามารถจะตรวจสอบภาพของเกาะได้แม้ว่าเขาจะอยูห่างเป็นสิบกิโลก็ตาม

ยังไงก็ตามมันไม่มีอะไรอยู่ที่ชายฝั่งของเกาะเลย ไม่มีคน ไม่มีสัตว์ ไม่มีมอนสเตอร์

แม้ว่าภายนอกมันจะดูสงบดี แต่มันก็ยิ่งแปลกเพราะแบบนี้ นั่นมันก็เพราะร่องรอยอารยธรรมของมนุษย์ยังคงอยู่ สิ่งนี้มันหมายความว่า

"เธอไม่คิดว่าฉันน่าจะถูกหวยแล้วหรอ?"

[ฉันไม่คิดว่าเราจะเจอพวกมันเร็วแบบนี้...] (เลียร่า)

...ยูอิลฮานได้เจอเข้ากับแจ๊คพ็อตในการลองเพียงครั้งแรกเท่านั้นเอง

เขารู้สึกที่โล่งใจที่การคาดคะเนของเขาถูกและรู้สึกโกรธกับสิ่งที่น่ารำคาญที่มันเกิดขึ้นบนโลก แถมเขายังรู้สึกกังวลเรื่องลูกน้องของเขาที่เขาปล่อยไว้ให้สู้กับโลกที่ถูกทิ้ง ความรู้สึกทั้งหมดนี้ได้เกิดขึ้นพร้อมๆกันในครั้งเดียว ยูอิลฮานได้จัดการเรียกโล่ออกมาและพุ่งตัวออกไปอีกครั้งทันที

เขาได้เพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อขาด้วยพลังเหนือมนุษย์บวกกับมานาลงไปด้วย และด้วยการใช้การกระโดดรัวๆ เขาก็ได้สร้างความเร็วที่มหาศาลออกมาได้ในชั่วขณะหนึ่ง

"ระวังตัวอย่าหลุดไปจากฉันนะ"

[ได้เลย ฉันจะจับนายไว้ตลอดไป] (เลียร่า)

"ตลอดไปมันน่านไป"

จากนั้นเขาได้เรียกโล่ออกมาเปลื่ยนทิศทางกลางอากาศก่อนที่จะหม่งเข้ากับพื้นทราย จากการที่เขาไม่อาจจะใช้เครื่องตรวจสอบโลหะอะไรได้ทำให้เขาตัดสินใจสำเร็จทั้งเกาะ

[นายน่าจะเร็วกว่าการบินอีก"

"ฉันบินได้นะ!"

ครั้งหนึ่งเขาก็เคยบินกลับไปที่เกาหลีด้วยพลังของพระเจ้าในตอนที่เวลาเริ่มเดินอีกครั้ง แต่ว่าในตอนนี้เขาได้บินด้วยพลังตัวเองแล้ว ถึงแม้ว่าหากพูดชัดๆมันจะไม่ใช่การบินจริงๆ แต่เป็นการกระโดดแล้วลอยอยู่บนท้องฟ้าก็ตาม

[เจอแล้ว] (สเปียร่า)

คนแรกที่พูดออกมาเลยก็คือสเปียร่า

[นี่เป็นตัวตนของมนุษย์ คลาส 2 สิบคน พวกนั้นอาจจะเป็นคนบนโลกแต่ว่า...] (สเปียร่า)

[มันไม่น่าจะมีเหตุจำเป็นอะไรให้คนคลาส 2 บนโลกมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้ อิลฮานฉันก็เจอพวกนั้นเหมือนกัน ทางนี้] (เลียร่า)

ในตอนที่ยูอิลฮานได้ยินคำตอบจากทูตสวรรค์ทั้งสองคน เขาได้รีบหยุดและลงไปบนพื้นทันที

เขาได้ถีบตัวเบาๆกับพื้นวิ่งออกไปจากที่พวกเลียร่าชี้ ในที่สุดแล้วเขาก็รู้สึกได้ถึงบางอย่าง

ตัวตนของคน คนจำนวนมาก เขายังได้ยินเสียงด้วยและเสียงที่พูดกันก็ไม่ใช่ภาษาใดๆบนโลก แต่ว่ายูอิลฮานก็เข้าใจคำพูดได้

สิ่งที่พิสูจน์ว่าคนพวกนี้ไม่ใช่คนบนโลก สกิลภาษาระดับสูงสุดได้ช่วยเขาไว้ในสถานการณ์แบบนี้

"พวกเราจะได้รับการตอบแทนจากวิธีนี้หรอ? ฉันเป็นกังวลมากกว่าเพราะว่าทุกๆอย่างมันราบรื่นจนเกินไป"

"อย่างน้อยที่สุดเจ้าพวกทูตสวรรค์สารเลวก็ไม่ได้โกหก ผู้บัญชาการกำลังรออยู่ รีบๆทำให้เสร็จเร็วเข้า"

เมื่อนับดูแล้วมีมนุษย์คลาสสองใส่เกราะอยู่ 29 คนกำลังทำบางอย่างอยู่ หลังจากเข้าไปใกล้แล้วยูอิลฮานก็ได้เข้าใจว่าสิ่งที่พวกเขาทำคือ...

"หือ"

และเนื่องจากฉากนี้มันบ้ามากๆ เขาก็ได้แต่หัวเราะออกมา

"ถ้างั้นศพทั้งหมดของพวกคนตายกอยู่ที่นี่"

[วัสดุในที่ถูกรวบรวมมาแปรธาตุ หรืออีกอย่างก็คือเทคนิคพิเศษที่ทำให้เกิดการเปลื่ยนแปรงโดยไม่อาจจะพบด้วยการตรวจจับเวทย์...] (เลียร่า)

เลียร่าได้ดงัยบลงเพียงเมื่อเธอกำลังจะพูดไป สิ่งที่ยูอิลฮานต้องการไม่ใช่คำอธิบายแล้ว

"เวรเอ้ย มันขาดอีกแล้ว"

"ก็นี่ไงฉันบอกแล้วไงว่าให้นายเพิ่มสกิลการชำแหละ ถ้านายจะโดนลงโทษฉันก็ไม่สนด้วยนะ""

คนพวกนี้กำลังอยู่ในระหว่างการถลกหนังอยู่ด้วยการใช้สกิลชำแหละ หนังของมนุษย์ มนุษย์คนอื่นๆ

เขาไม่อาจจะเข้าใจและไม่ต้องการจะเข้าใจด้วย ต่อให้เขาเข้าใจการกระทำของเขาก็จะไม่เปลื่ยนไป

ยมทูตได้ก้าวไปข้างหน้าด้วยตาเป็นประกาย

ความตายได้มาเยือนคนพวกนี้แล้ว

จบบทที่ บทที่ 127 - บุก (3) [อ่านฟรีวันที่ 26/02/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว