เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 การอำนวยพรแก่พืชวิญญาณ

บทที่ 15 การอำนวยพรแก่พืชวิญญาณ

บทที่ 15 การอำนวยพรแก่พืชวิญญาณ


บทที่ 15 การอำนวยพรแก่พืชวิญญาณ

จากการคาดคะเนคร่าวๆ ลำตัวของเขาในตอนนี้ยาวใกล้เคียงกับครึ่งเมตรแล้ว ในโลกใต้บาดาลแห่งนี้ ในที่สุดเขาก็ไม่ใช่เพียงกุ้งฝอยตัวจ้อยที่คอยให้ใครต่อใครมารังแกได้อีกต่อไป

สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือความรู้สึกซ่านเสียว เจ็บแปลบ คัน และบวมเป่งที่บริเวณริมฝีปาก เขาอ้าปากออกโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะใช้เถาวัลย์ต่างนิ้วมือแหย่เข้าไปสำรวจภายในช่องปาก

การสำรวจครั้งนี้ทำให้เขาพบความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญยิ่ง เมื่อเถาวัลย์สัมผัสเข้ากับสิ่งกีดขวางบางอย่าง

"ฟัน... ฟันอย่างนั้นรึ?"

หลังจากตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในที่สุดหานหนิงก็ยืนยันได้ว่า มีแถวฟันที่เรียงรายกันหนาแน่น แข็งแกร่ง และคมกริบราวกับใบเลื่อย งอกขึ้นมาที่ผนังด้านในของช่องปากและเพดานปาก

"ตามปกติแล้วฟันของปลาเฉาควรจะอยู่ที่ลำคอไม่ใช่หรือ? ไฉนตอนนี้ข้าถึงมีฟันอยู่ในปากได้?"

หานหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักได้ในเวลาต่อมา

"จริงสินะ เมื่อพละกำลังของข้าเพิ่มขึ้น รูปแบบชีวิตของข้าก็ดูเหมือนจะวิวัฒนาการเพื่อให้ปรับตัวเข้ากับโลกใบนี้ได้ดียิ่งขึ้น โครงสร้างในช่องปากย่อมต้องเปลี่ยนไป ด้วยฟันเหล่านี้ อย่างน้อยในวันหน้าข้าก็สามารถกัดกระชากเนื้อจากเจ้าพวกหนังเหนียวเหล่านั้นให้หลุดออกมาได้บ้าง"

เขาลองใช้ฟันที่งอกใหม่กัดตะไคร่น้ำเปลือกแข็งที่เกาะอยู่ตามโขดหินแถวนั้น เพียงออกแรงเพียงเล็กน้อยเขาก็สามารถบดขยี้มันได้อย่างง่ายดาย ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าการใช้เพียงริมฝีปากและขากรรไกรบดเคี้ยวเหมือนแต่ก่อนอย่างเทียบไม่ได้

"วิเศษมาก ต่อไปแม้แต่การแทะหญ้าน้ำก็คงจะง่ายดายขึ้น"

ในขณะนั้น สายตาของหานหนิงเหลือบไปเห็นร่างที่ไร้วิญญาณของปลาแมวเกล็ดเหล็ก และในใจก็เกิดความสงสัยขึ้นมาทันที

ปลาใหญ่ตัวนี้ยึดครองพื้นที่แถบนี้มานาน พละกำลังของมันไม่ธรรมดา ดังนั้นทรัพยากรในน่านน้ำแถบนี้ย่อมต้องดีกว่ารังเก่าอันแห้งแล้งของเขามากนัก

การที่มันสามารถเติบโตจนมีขนาดใหญ่โตเพียงนี้ แถมยังมีเกล็ดที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า นอกเหนือจากพรสวรรค์ตามธรรมชาติแล้ว มันย่อมต้องได้กินสารอาหารพิเศษบางอย่างมาเป็นเวลานานอย่างแน่นอน

บางที... อาจจะมีของดีบางอย่างซ่อนอยู่ในรังของมัน

เมื่อคิดได้ดังนั้น หานหนิงจึงสะบัดหางและเริ่มออกสำรวจพื้นที่แนวปะการังโดยยึดเอาซากปลาแมวเกล็ดเหล็กเป็นจุดศูนย์กลางอย่างละเอียด

น่านน้ำบริเวณนี้ลึกและมืดมิดกว่าพื้นที่ที่เขาเคยอาศัยอยู่มาก แสงสว่างแทบจะส่องลงมาไม่ถึง และแรงดันน้ำก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

โขดหินสีดำมหึมาทอดตัวสลับซับซ้อน ผืนน้ำเย็นเยียบแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายอันลึกลับและน่าขนพองสยองเกล้า

หานหนิงผ่อนความเร็วลง ค่อยๆ ว่ายลัดเลาะไปตามซอกหลืบของโขดหิน ดวงตาปลาคอยกวาดมองสำรวจทุกซอกทุกมุมอย่างถี่ถ้วน

หลังจากค้นหาไปได้ชั่วระยะเวลาธูปไหม้หมดหนึ่งดอก หานหนิงก็พบความผิดปกติที่บริเวณส่วนฐานซึ่งเป็นเงาของโขดหินที่สูงเด่นเป็นพิเศษก้อนหนึ่ง

ตรงนั้นมีเศษเปลือกหอยและซากกระดูกของสิ่งมีชีวิตใต้น้ำกองพะเนินอยู่เป็นจำนวนมาก ก่อตัวเป็นปราการธรรมชาติที่บดบังทางเข้าที่มีขนาดใหญ่พอดีที่ร่างกายของเขาในตอนนี้จะมุดผ่านเข้าไปได้

ขอบของทางเข้าค่อนข้างเรียบลื่น คาดว่าเกิดจากการเสียดสีของสิ่งมีชีวิตที่เข้าออกเป็นเวลานาน

"หืม?"

หานหนิงใช้หางโบกสะบัดน้ำเพื่อไล่ฝุ่นผงและเศษซากที่ลอยฟุ้งอยู่หน้าปากทางออกไปก่อน จากนั้นจึงสอดส่องเข้าไปภายใน

ภายในถ้ำกว้างขวางกว่าที่เขาประเมินไว้จากภายนอกมาก แม้ทางเข้าจะแคบ แต่พื้นที่ด้านในกลับกว้างขวางราวกับชามที่คว่ำอยู่ มีพื้นที่มากพอให้ปลาขนาดเท่าเขาห้าหรือหกตัวว่ายไปมาได้อย่างสบาย

ผนังถ้ำเป็นหินแข็ง

ส่วนพื้นถ้ำปกคลุมด้วยชั้นดินโคลนและทรายสีเข้ม ซึ่งสัมผัสได้ถึงความอ่อนนุ่ม

หานหนิงสำรวจพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียดแล้วก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

แม้มันจะกว้างขวาง แต่กลับไม่มีพืชวิญญาณที่แผ่พลังวิญญาณออกมาอย่างที่เขาคาดหวังไว้

ไม่มีสมบัติวิเศษที่ผู้บำเพ็ญเพียรทิ้งไว้ ไม่มีศิลาวิญญาณล้ำค่า หรือสิ่งของทำนองนั้นเลย

จะมีก็เพียงที่มุมหนึ่งด้านในสุดของถ้ำ ที่มีหญ้าน้ำรูปร่างประหลาดกอเล็กๆ ขึ้นอยู่กอหนึ่ง

พืชน้ำเหล่านี้สูงเพียงครึ่งฟุต รูปร่างดูธรรมดาไม่ต่างจากหญ้าป่าทั่วไป

ทว่าสีสันของมันกลับเป็นสีเทาหม่น ใบยาวหนาและมีหยักละเอียดตามขอบใบ เมื่อลองใช้ร่างกายสัมผัสดู กลับรู้สึกได้ถึงความแข็งกระด้างราวกับโลหะ ประหนึ่งความรู้สึกยามที่ถูกเกล็ดของปลาแมวเกล็ดเหล็กครูดผ่านอีกครั้ง

"หญ้านี่มัน..."

ใจของหานหนิงสั่นไหว

"เป็นไปได้ไหมว่า... เกล็ดเหล็กของปลาแมวตัวนั้นจะเกี่ยวข้องกับการที่มันกินหญ้าน้ำประหลาดนี่เข้าไปเป็นเวลานาน?"

เขาลองกัดปลายใบหญ้าออกมาส่วนหนึ่ง เมื่อเข้าปากไปแล้วกลับไม่รู้สึกถึงพลังวิญญาณใดๆ ตรงกันข้าม กลับมีรสคาวจัดของโลหิตและกลิ่นอายโลหะ ทั้งยังเคี้ยวแล้วสากเหมือนมีกรวดทราย กลืนลงคอได้ยากลำบากยิ่ง

จากการรับรู้ในฐานะดรูอิด หญ้านี้ไม่มีความผันผวนของพลังวิญญาณอยู่เลย หรือถ้ามีก็เจือจางอย่างยิ่งยวด อย่างมากที่สุดมันคงเป็นเพียงพืชแปลกประหลาดที่เติบโตในสภาพแวดล้อมเฉพาะตัวและอุดมไปด้วยธาตุโลหะบางชนิดเท่านั้น

บางทีปลาแมวยักษ์อาจจะกินอย่างอื่นเข้าไป หรือไม่มันก็มีสายเลือดพิเศษที่สามารถดูดซับธาตุเหล็กจากหญ้าชนิดนี้ได้เอง

หานหนิงบ้วนเศษหญ้าทิ้งด้วยความเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะสำรวจถ้ำแห่งนี้ใหม่อีกครั้ง

แม้จะยังไม่พบพืชวิญญาณตามที่หวังไว้ แต่สภาพแวดล้อมที่นี่ดีกว่ารังเก่าเล็กๆ ของเขาอย่างเทียบไม่ได้

มันกว้างขวางกว่า มิดชิดกว่า และดินโคลนทรายที่ก้นถ้ำก็ดูอุดมสมบูรณ์กว่า เหมาะสำหรับการย้ายมาปลูกและเพาะเลี้ยงพืชวิญญาณเพิ่มเติมเป็นอย่างยิ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น พืชน้ำในบริเวณน่านน้ำรอบนอกถ้ำแห่งนี้ยังมีจำนวนหนาแน่นกว่ารังเดิมของเขามาก ทำให้การหาอาหารสะดวกขึ้นอย่างยิ่ง

"ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าย่อมได้ครอบครองอาณาเขตที่ดีกว่าจริงๆ"

หานหนิงทอดถอนใจในใจ

ช่วงเวลาแห่งการสำรวจนี้ทำให้เขาเข้าใจสภาพแวดล้อมใต้น้ำของทะเลสาบแห่งนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เขาสันนิษฐานคร่าวๆ ว่ารังเดิมของเขาตั้งอยู่ทางขอบทิศตะวันออกเฉียงใต้ของทะเลสาบ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทรัพยากรค่อนข้างขัดสน

การกระจายตัวของสิ่งมีชีวิตใต้น้ำในทะเลสาบไม่ได้หมายความว่ายิ่งเข้าใกล้ใจกลางจะยิ่งแข็งแกร่งเสมอไป ภูมิประเทศใต้น้ำนั้นเหมือนกับภูเขาและหุบเขาบนบกที่มีความสูงต่ำสลับกันไปไม่จบสิ้น

ทรัพยากรใต้น้ำกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป

บางพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์อาจอยู่ในเขตน้ำตื้นซึ่งถูกครอบครองโดยกลุ่มสายพันธุ์เฉพาะ

ส่วนเขตน้าลึกมักจะเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวกว่า เช่นปลาดำขนาดยักษ์ยาวกว่าหนึ่งเมตรที่เขาเคยเห็นผ่านตาเพียงแวบเดียว

โดยรวมแล้ว ในเขตน้าลึก ด้วยแรงดันที่สูงกว่าและสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน โอกาสที่จะมีสัตว์ใหญ่ซุ่มซ่อนอยู่นั้นสูงกว่าจริงๆ

รังของปลาแมวเกล็ดเหล็กตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของรังเดิมของเขา ในเขตน้าที่ลึกและมืดมิดกว่า ถือเป็นเขตเชื่อมต่อจากพื้นที่รอบนอกไปสู่เขตน้าลึกที่อันตรายยิ่งขึ้น

ในเมื่อพบที่อยู่ที่ดีกว่า การย้ายรังจึงเป็นเรื่องที่แน่นอน

หานหนิงเริ่มลงมือทันที

เขาว่ายออกจากรังของปลาแมวเกล็ดเหล็กก่อนเพื่อลาดตระเวนรอบๆ ให้มั่นใจว่าไม่มีภัยคุกคามอื่นเข้ามาใกล้ในระยะสั้น จากนั้นจึงสะบัดหางว่ายกลับไปยังรังเล็กๆ ของเขาด้วยความเร็ว

เมื่อกลับมาถึงถ้ำที่คุ้นเคย อาไตสัมผัสได้ถึงการกลับมาของเขาและรีบว่ายเข้ามาหาอย่างประจบเอาใจ

"อาไต เราจะย้ายบ้านใหม่กัน" หานหนิงส่งกระแสจิตบอกกล่าว

เจ้าอาไตผู้อ่อนต่อโลกยังไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านี้เจ้านายของมันเคยคิดจะหาตัวตายตัวแทนมาแทนมันเสียแล้ว

เขาเริ่มใช้ปากและครีบอก ประกอบกับเถาวัลย์เส้นเรียวเล็ก เลียนแบบการขยับนิ้วมือของมนุษย์ ค่อยๆ ขุดพืชวิญญาณสีน้ำเงินที่โตเต็มที่ทั้งสามต้นขึ้นมาอย่างระมัดระวัง โดยให้มีดินหุ้มรากติดมาด้วย จากนั้นจึงใช้เถาวัลย์มัดไว้อย่างประณีตเพื่อให้แน่ใจว่าระบบรากจะไม่ได้รับความเสียหาย

จากนั้นเขาก็ใช้วิธีเดียวกัน ขุดต้นกล้าที่โตช้าอีกสิบกว่าต้นขึ้นมา

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาเหลียวมองถ้ำที่ดูคับแคบลงไปถนัดตาเป็นครั้งสุดท้ายโดยไม่อาลัยอาวรณ์ ก่อนจะใช้เถาวัลย์มัดห่อพืชวิญญาณทั้งหมดเข้าด้วยกันเหมือนสะพายย่ามใบเล็กๆ หลายใบ แล้วหันหลังว่ายมุ่งหน้าไปยังบ้านใหม่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

กระบวนการย้ายถิ่นฐานเป็นไปอย่างราบรื่น อาจเป็นเพราะกลิ่นอายความน่าเกรงขามของปลาแมวเกล็ดเหล็กยังคงหลงเหลืออยู่ จึงยังไม่มีสัตว์น้ำหน้าไหนเข้ามารบกวนพื้นที่แถบนี้ในยามนี้

เมื่อกลับเข้ามาในรังของปลาแมวเกล็ดเหล็กอีกครั้ง หานหนิงจึงนำพืชวิญญาณที่มัดไว้มาปลูกลงในดินโคลนทรายที่อุดมสมบูรณ์ภายในถ้ำทีละต้น และฝังระบบรากของพวกมันไว้อย่างมิดชิด

จบบทที่ บทที่ 15 การอำนวยพรแก่พืชวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว