- หน้าแรก
- บริหารช่างมัน ผมแค่อยากใช้เงิน
- บทที่ 73
บทที่ 73
บทที่ 73
บทที่ 73
“ตอนนี้ผมอยู่ที่สำนักงานใหญ่โซนี่ครับ”
วินาทีที่เอ่ยคำว่า ‘โซนี่’ ออกไป รู้สึกเหมือนถูกจับแก้ผ้าโยนลงขั้วโลกเหนือ
ภาพปฏิกิริยาของคุณปู่ฉายชัดขึ้นมาในหัว
และแล้ว
(แก... ไม่รู้จักปู่หรือไง?)
เสียงที่เต็มไปด้วยพิษสงดังลอดผ่านหูโทรศัพท์
ปณิธานที่คุณปู่ยึดถือมาตลอดชีวิต
โค่นล้มโซนี่!
มีหรือจะไม่รู้ แต่พัคยูกอนพยายามข่มความกลัวแล้วเอ่ยปาก
“เพราะแบบนั้นผมถึงมาที่นี่ไงครับ”
(อะไรนะ?)
“แค่เกมที่เด็กมัธยมต้นร่วมมือกันสร้างเองนะครับ เขาอยากได้ถึงขนาดยอมแลกด้วยหุ้น ศัตรูคู่อาฆาตกำลังจะทำเรื่องโง่ๆ แล้วทำไมคุณปู่ต้องห้ามด้วยล่ะครับ”
(มันโง่ตรงไหน!)
“......!”
(ยอดขายดีขนาดนั้น! การซื้อกิจการมันจะไปโง่ได้ยังไง!)
แม้จะตัวหดเล็กลงเพราะเสียงตะคอก
แต่ความปิติยินดีค่อยๆ ไต่ขึ้นมาตามสันหลัง
ความสุขที่ได้รับการยอมรับจากคุณปู่ ทำเอาปลายนิ้วชาหนึบ
แต่อย่าเพิ่งดีใจไป
‘ยังไม่จบ’
พัคยูกอนรีบปรับสีหน้าแล้วพูดต่อ
“อ๊ะ คุณปู่ครับ เดี๋ยวผมโทรหานะครับ”
(......?)
“เหมือนผู้อำนวยการที่ไปรายงานเบื้องบนจะกลับมาแล้ว”
(บอกว่า 5 หมื่นล้าน ใช่มั้ย เดี๋ยวปู่จ่ายให้เอง!)
“ขอโทษครับคุณปู่ ผมนัดล่วงหน้ามาตั้งครึ่งเดือนแล้ว ยังไงก็ต้องฟังข้อเสนอดูก่อน”
(แกพูดว่าอะไรนะ!)
“เดี๋ยวโทรกลับนะครับ”
พัคยูกอนกัดฟันวางหูโทรศัพท์ฉับ
“แฮ่ก... แฮ่ก...”
ทำไปแล้ว
ทำลงไปแล้วจริงๆ
ตอนซ้อมว่ากลัวแล้ว
“.......”
พอทำจริง กลับรู้สึกสะใจพิลึก
ปากเก่งไปงั้น เหงื่อออกจนชุ่มมือไปหมดแล้ว
ถ้าจบแค่ตรงนี้ก็คงดี
‘ถ้าเป็นจีฮุน... จะทำยังไงนะ?’
พัคยูกอนระงับใจที่สั่นรัว แล้วจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิด
ถ้าจีฮุนอยู่ที่นี่?
คงจะกัดไม่ปล่อยเพื่อรีดไถเงินให้ได้มากที่สุด แม้แต่วอนเดียวก็ไม่ยอมเสีย
ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นคุณปู่ก็ตาม!
แต่ความคิดที่ตามมาติดๆ คือ.......
‘นั่นมันจีฮุนถึงจะทำได้’
ฉันทำได้แค่นี้ก็ถือว่าเก่งมากแล้วไม่ใช่เหรอ?
ในจังหวะที่กำลังจะเข้าข้างตัวเอง ภาพในอดีตฉากหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว
‘ถ้าทำเพื่อน้องจริงๆ ล่ะก็?’
‘ฉันก็ต้องรับผิดชอบส่วนของตัวเองให้ได้’
‘ไม่ใช่เอาแต่หลบอยู่หลังคำว่าเสียสละ แล้วโยนภาระให้น้องแบกรับ’
‘แต่ต้องหาสิ่งที่ตัวเองถนัด แล้วรับผิดชอบในส่วนนั้นให้ถึงที่สุด’
พอย้อนกลับไปคิด เป็นความตั้งใจที่ดูบ้าบิ่นชะมัด
แต่โอกาสที่จะรักษาสัญญาอันบ้าบิ่นนั้น กำลังรออยู่ตรงหน้านี้แล้ว
จะพอใจกับเงิน 5 หมื่นล้าน ซึ่งก็ถือว่าเยอะมากแล้ว
หรือจะสู้ให้ถึงที่สุดเหมือนจีฮุน
การตัดสินใจของพัคยูกอนใช้เวลาไม่นาน
เขายกหูโทรศัพท์ขึ้นอย่างใจเย็นแล้วพูดว่า
“คุณปู่ครับ ขอโทษที่เมื่อกี้วางสายใส่ครับ”
(ตกลงเป็นไง?)
“ผมว่าจะปฏิเสธครับ”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
(เออ ตลอด 1 ปีมานี้ลำบากทำเกมมามากแล้ว เดี๋ยวปู่โอน 5 หมื่นล้าน ไปให้ ช่วงนี้ก็พักผ่อนไม่ต้องคิดอะไร เข้าใจไหม?)
“คุณปู่ครับ”
(......?)
พัคยูกอนเอ่ยด้วยแววตาที่สงบนิ่ง แต่เด็ดขาด
“ขอโทษนะครับ แต่คงต้องจ่ายเพิ่มอีกหน่อยแล้วล่ะครับ”
…
ในเวลาเดียวกัน
ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะหนังสือในห้อง
พยายามจะอ่านหนังสือ แต่ตัวหนังสือไม่เข้าหัวเลยสักนิด
“.......”
คงเพราะเป็นห่วงพี่ชายที่กำลังลำบากอยู่มั้ง
จะทำได้ดีไหมนะ?
ไม่สิ ต้องทำให้ได้
ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าแม้ไม่มีผม ก็สามารถทำสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว ถึงจะสืบทอดบัลลังก์ได้อย่างสมบูรณ์
ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือตอนที่ต้องเอ่ยคำว่า ‘สำนักงานใหญ่โซนี่’ ต่อหน้าคุณปู่
กลัวว่าจะโดนตะคอกจนสติหลุดไปซะก่อน
แต่ผมก็รีบส่ายหน้าไล่ความคิด
ลูกเสือจะกลายเป็นลูกแมวได้ยังไง
‘พี่ทำได้แน่’
ผมมองนาฬิกาแขวนผนัง
ป่านนี้สถานการณ์น่าจะคลี่คลายแล้ว
ถึงคุณปู่จะน่ากลัวแค่ไหน ผมก็สั่งพี่ไว้แล้วว่าถ้ากดราคาต่ำกว่า 5 หมื่นล้าน ให้บอกว่าจะขายให้โซนี่ไปเลย
‘คงโดนด่ายับแน่’
แต่เป็นการขาย IP นี่นา
โดยมีเงื่อนไขว่าโซนี่จะเป็นคนรับช่วงต่อในการพัฒนาการ์ด
ก็ ไม่ได้ต้องไปข้องเกี่ยวกันตลอดไปสักหน่อย
‘ถึงตอนนี้จะโกรธ แต่ผ่านไปไม่กี่เดือนเดี๋ยวก็หาย’
แน่นอนว่าสถานการณ์ที่ดีที่สุดคือฮยอนกังรับซื้อ IP ไป
ไม่ว่าจะออกหน้าไหน คุณปู่ก็จะได้ยอดขายเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้หลายเท่าตัวอยู่ดี
“บัลลังก์เป็นของพี่แล้วครับ คุณปู่”
วันนี้พอแค่นี้
ผมปิดหนังสือที่อ่านไม่รู้เรื่องลงเสียงดังปัง
…
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
พัคยงฮากพูดใส่โทรศัพท์
“อยู่ไหม”
(ครับท่านประธาน)
“บริษัทของยูกอนน่ะ โอนเงิน 6 หมื่นล้าน ไปให้ที”
(ครับ? 6 หมื่นล้าน เหรอครับ?)
“ทำไม? ฉันจะใช้เงินต้องรายงานนายด้วยรึไง”
(มะ... ไม่ใช่ครับท่านประธาน)
ขณะที่หัวหน้าเลขา กำลังลนลาน พัคยงฮากก็วางหูไปแล้ว
ตอนมื้อเย็นเห็นหน้าเจ้าจีฮุนชัดเจน
หมายความว่ายูกอนบินไปญี่ปุ่นคนเดียว
“...หึ!”
แน่นอนว่าเจ้าคนน้องคงเป็นคนวางแผนให้
แหงอยู่แล้ว
ถึงยูกอนจะโตขึ้นมาก แต่โดยเนื้อแท้ไม่ใช่คนใจกล้าบ้าบิ่นเหมือนคนน้อง
ต่อให้เป็นอย่างนั้นก็เถอะ
‘ขอโทษนะครับ แต่คงต้องจ่ายเพิ่มอีกหน่อยแล้วล่ะครับ’
ตอนได้ยินประโยคนั้น ก็อดตกใจไม่ได้
ความมุ่งมั่นที่แฝงอยู่ในประโยคสั้นๆ นั้น สัมผัสได้อย่างชัดเจน
ถ้าต่อรองแบบกล้าๆ กลัวๆ ล่ะก็?
‘ป่านนี้เจ้ายูกอนคงวางสายแล้วเซ็นสัญญากับโซนี่ไปจริงๆ แล้ว’
ความเด็ดเดี่ยวแบบนั้น ส่งผ่านมาถึงปลายสายได้อย่างครบถ้วน
“.......”
คิดกี่ทีก็ยังน่าทึ่ง
แต่ทำไมกันนะ
ยิ่งยูกอนเติบโตขึ้นเท่าไหร่ ความเสียดายที่มีต่อเจ้าคนเล็กยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเท่านั้น
คนพี่ที่เคยเป็นแค่เด็กเรียน กลับถูกคนน้องเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้
แล้วจะให้ปล่อยเจ้าคนน้องไปงั้นหรอ?
เพราะสัญญาก็คือสัญญา?
‘แบบนั้นมันใช่ที่ไหน’
แต่จะทำยังไงได้
กลยุทธ์เชิดชูพี่ แล้วตัวเองถอยฉากออกมาของจีฮุน
ปัง! ปัง!
ถูกปู่ประทับตราอนุมัติมูลค่า 6 หมื่นล้าน ให้ด้วยตัวเองไปแล้วนี่นา
พอคิดได้แบบนั้น
ความเป็นไปได้หนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว
‘อย่าบอกนะว่าทั้งหมดนี่......’
ถูกวางแผนมาเพื่อวินาทีนี้?
การยอมรับเป้าหมายยอดขาย 1 แสนล้าน ที่ดูเป็นไปไม่ได้
การก้มหน้ายอมรับส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์เพียง 5 เปอร์เซ็นต์
ล้วนเป็นบันไดเพื่อก้าวมาสู่ฉากนี้อย่างนั้นรึ?
ทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้
‘แต่ถ้าเป็นจีฮุน......’
ถ้าเป็นเจ้าหลานชายสุดอัจฉริยะคนนั้น ไม่แน่ว่าอาจจะ......
ยิ่งคิด ความรู้สึกอึดอัดก็ยิ่งก่อตัวขึ้นในอก
ความรู้สึกเหมือนนกฟีนิกซ์บินมาเกาะไหล่ แต่ต้องจำใจปล่อยให้บินจากไป มันเป็นแบบนี้เองสินะ
ชิ
ช่วยไม่ได้
คงได้แต่เฝ้าดูไปก่อน
ในค่ำคืนที่ความมืดโรยตัว
พัคยงฮากยกหูโทรศัพท์ขึ้นอย่างเชื่องช้า
“เตรียมรถไปสนามบิน”
(ถ้าเป็นเรื่องของคุณหนูใหญ่ล่ะก็......)
“......?”
(คุณหนูรองกำลังเดินทางไปรับด้วยตัวเองครับ)
ให้ตายสิ เจ้านี่
เรื่องความไวไม่มีใครเกินจริงๆ
พัคยงฮากหลุดหัวเราะออกมาในที่สุด
…
สนามบิน
“เตรียมของพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?”
โจซูด็อกยักไหล่อย่างภูมิใจกับคำถามของผม
พร้อมกับกางป้ายไวนิลให้ดู
<ขอแสดงความยินดี ยอดขาย IP ทะลุ 6 หมื่นล้าน
ยินดีต้อนรับการกลับมาของคุณพัคยูกอน>
“เดี๋ยวสิ รู้ยอดขายได้ยังไง”
“ไม่ได้พิมพ์ไว้ก่อนครับ”
“แล้ว?”
“พอได้ยินที่คุณหนูบอก ผมก็เขียนสดๆ เลยครับ... ฮี่ฮี่”
อ้าว
จะว่าไปตัวเลขก็เขียนด้วยลายมือจริงๆ
สมกับเป็นศาสตราจารย์ศิลปะ ฝีมือประณีตสุดยอด!
ก็ขอบคุณอยู่หรอกนะ
“แต่นี่ไม่ใช่การใช้พรสวรรค์ในทางที่ผิดเหรอครับ?”
“ผิดที่ไหนกันครับ นี่วันแห่งความฝันของท่านประธานเป็นจริงเชียวนะครับ ใจจริงอยากจะซื้อรถให้สักคันด้วยซ้ำ”
“ถ้าใจอยากก็ซื้อสิครับ?”
“รถน่ะ... ท่านไม่มีใบขับขี่นี่ครับ”
“ก็แค่ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ เป็นไรไป?”
“ถึงอย่างนั้น จะให้ซื้อรถให้เด็ก ม.2... มันก็ออกจะ......”
คิกคิก
แค่ล้อเล่นนิดหน่อย ทำไมต้องจริงจังขนาดนั้นด้วย!
ตอนที่ผมกำลังจะกล่าวขอบคุณนั่นเอง
“จีฮุน!”
เสียงเรียกดังมาจากทางเกต
โอ้ พี่มาแล้ว
พี่รีบวิ่งตรงมาหาพวกเรา แต่แล้ว
“อุบ!”
คงเห็นป้ายไวนิลเข้า เลยทำหน้ากระดากอาย
“นี่มันอะไรครับเนี่ย ศาสตราจารย์?”
“ไปทำเรื่องยิ่งใหญ่มาแท้ๆ แต่ผมเตรียมให้ได้แค่นี้ ต้องขอโทษด้วยครับ”
“ไม่หรอกครับ ถ้าเตรียมมาเยอะกว่านี้ ผมคงอายแย่”
หลังจากพี่โค้งขอบคุณเสร็จ
“จีฮุน จบแล้วใช่ไหม?”
“อื้อ”
“งั้นตอนนี้ก็ยิ้มได้เต็มที่แล้วสินะ?”
ที่ผ่านมาพี่สร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่มาก
เรียกได้ว่าทำทุกอย่างที่เด็กอายุ 16 จะทำได้ไปหมดแล้ว
แต่ทว่า
ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่ได้ดีใจอย่างเต็มที่เลย
ยอดขาย 1 แสนล้าน
มาตรฐานที่คุณปู่ตั้งไว้เหมือนหนามยอกอกมาตลอด
แต่วันนี้ ในที่สุดก็กระโดดข้ามมาตรฐานนั้นไปได้ไกลโข
เพราะแบบนั้นหรือเปล่า
ความสุขที่ถูกเก็บกดไว้จึงทะลักออกมาในคราวเดียว
ทำนบพังทลายลงอย่างรวดเร็ว
“พวกเราทำได้แล้ว!”
ปกติพี่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกเท่าไหร่
“พวกเราทำสำเร็จแล้ว!”
แต่วินาทีนี้กลับปลดปล่อยความดีใจออกมาทั้งหมด
ปกติถ้าตื้นตันขนาดนี้คงต้องมีน้ำตาเล็ดบ้าง แต่พี่กลับเอาแต่หัวเราะ ‘ฮ่าฮ่าฮ่า’ ไม่หยุด
เห็นแบบนี้ค่อยดีหน่อย
เพราะวันนี้ไม่ใช่วันสุดท้าย
ไม่สิ นอกจากจะไม่จบแล้ว เส้นทางของพี่ยังเพิ่งจะเริ่มต้น
‘แล้วฉันล่ะ?’
ตั้งแต่วันนี้ขอเกษียณครับ เกษียณ!
พวกเราขึ้นรถกันทันที
ตลอดทางขากลับ ผมเต็มใจนั่งฟังวีรกรรมของพี่
“ทุกครั้งที่พูดไม่ออก พี่จะคิดว่า ถ้าเป็นจีฮุนจะทำยังไง แล้วก็สวมบทบาทเป็นนาย แทบจะเข้าทรงเลยล่ะ”
“แล้วกับโซนี่เป็นไงบ้าง?”
“หือ? อ๋อ... สลัดหลุดมาได้ยังไงน่ะเหรอ?”
พยัก พยัก
“ก็แค่เรียกราคาเวอร์ๆ ไป แต่ว่านะ......”
“......?”
“เขาดันเก็บไปคิดจริงจังเฉยเลย เล่นเอาทำตัวไม่ถูก”
“จริงเหรอ?”
“คุยกับคุณปู่เรียบร้อยแล้วแท้ๆ แต่ทางนั้นดันคิดหนัก พี่งี้ตกใจแทบแย่”
“พี่เรียกไปเท่าไหร่?”
“7 หมื่นล้าน”
ราคาคุยชัดๆ
แต่ก็ทำได้ดีนี่นา
“แต่ว่านะพี่ ถ้าเขาตอบตกลงขึ้นมาจะทำยังไง?”
“ก็ต้องใช้สมองอีกสิ ว่าถ้าเป็นจีฮุนจะทำยังไง”
ถ้าเป็นผมเหรอ?
วินาทีที่โซนี่ลังเลกับราคา 7 หมื่นล้าน ผมคงเปิดเกมวัดใจทั้งฝั่งฮยอนกังและโซนี่ทันที
‘แล้วคงบีบให้ฝั่งใดฝั่งหนึ่งเซ็นสัญญาจนได้ล่ะมั้ง?’
หึหึ
จินตนาการไร้สาระ
‘ช่างมันเถอะ’
วันนี้เกษียณแล้วนี่นา
ผมยิ้มบางๆ แล้วนั่งฟังวีรกรรมของพี่ต่อไปอีกนานแสนนาน