เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 107 - ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (8) [อ่านฟรีวันที่ 18/01/2562]

บทที่ 107 - ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (8) [อ่านฟรีวันที่ 18/01/2562]

บทที่ 107 - ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (8) [อ่านฟรีวันที่ 18/01/2562]


บทที่ 107 - ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (8)

 

ยูอิลฮานได้ยืนยันในจำนวนเนื้อที่อยู่ในเลือดมังกรและหยักหน้า มันดูเหมือนกับว่าเนื้อมังกรไม่สามารถจะกินดิบๆได้จึงต้องทำกระบวนการย่อยในการหมุนวนของมานาผ่านเลือดเป็นศูนย์กลาง

"แม้แต่เนื้อมอนสเตอร์ที่กินไม่ได้ก็อาจจะกินได้หากทำแบบนี้"

[นายกำลังคิดจะเปิดร้านอาหารอะไรแบบนั้นงั้นหรอ?] (เอิลต้า)

"แม่คงจะไม่ชอบแน่หากว่าฉันเปิดร้านอาหารด้วยการไล่ร้านอื่นออกไปนะ ฉันสามารถจะให้การสนับสนุนวัตถุดิบทั้งหมดได้ โอ้ร้านเจ้าของเดิมมันก็เป็นปัญหาใหญ่เหมือนกันนะ"

ในตอนนั้นเขาคงจะตั้งร้านว่า 'ดาเรย์'

[นายจะทำแบบนั้นไมได้นะ!] (เอิลต้า)

"ฉันแค่ล้อเล่น อย่าโกรธกันน่า แต่ว่าการกินเนื้อมังกรมันก็ไม่ได้แย่นี่"

[มันยังเต็มไปด้วยมานาอีกด้วย มันอาจแม้กระทั่งใช้แทนโพชั่น...] (เอิลต้า)

สกิลการทำอาหารของยูอิลฮานไม่ได้ถูกพัฒนาในช่วงเวลาพันปีที่หยุดลง

แต่ถึงแบบนั้นมันก็ได้พัฒนาอยางต่อเนื่องเพราะยูอิลฮานได้กินเนื้อและเลือดของมอนสเตอร์ได้หลังจากที่ได้รับการด้านทานพิษระดับสูง และการเอามอนสเตอร์มาทำอาหารก็ได้ให้ค่าประสบการณ์อย่างมาก แต่เขาก็คิดว่าเขายังไม่อาจจะเชี่ยวชาญในสกิลการทำอาหารได้

ยังไงก็ตามในตอนนี้มันไม่เหมือนกัน หากว่าเขาได้เริ่มทำอาหารและกินอาหารจากเนื้อและเลือดมังกร สกิลการทำอาหารของเขาก็อาจจะเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับใหม่ มันน่าสนุก แต่ว่ามันก็เป็นไปได้มากๆที่ยูอิลฮานจะเชี่ยวชาญการทำอาหารผ่านการเอามอนสเตอร์แปลกๆมาทำอาหาร

[นี่มันฟังดูน่ากลัวนะ] (เอิลต้า)

[พ่อครัวที่ดีและเนื้อมังกรนั่นก็ดูยอดเยี่ยมไปเลย] (เลียร่า)

เลียร่าได้พูดถึงเนื้อมังกรออกมาแม้ว่ายูมิลจะอยู่ในอ้อมแขนของเธอ นี่มันเป็นการประชด! เอิลต้าได้คิดกับตัวเธอเองว่าที่เลียร่าพูดถึงต้องไม่ใช่เนื้อของยูมิล

ในขณะที่เธอคิดเรื่องนี้ลับๆกับตัวเอง ยูอิลฮานก็ได้ปล่อยเนื้อมังกรเอาไว้และเริ่มทำงานสิ่่งใหม่อย่างมีชีวิตชีวา ซึ่งแน่นอนว่ามันคือการชำแหละ

ในตอนนี้เขาได้คุ้นชินไปกับการชำแหละมังกรแล้ว ตัวเขาได้แยกส่วนศพมังกรทั้งตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบอย่างมากในเวลาแค่ 2 นาทีและแม้กระทั่งเก็บเลือดของมังกรเอาไว้ด้วย

เลียร่าได้ปรบมือออกมาในขณะที่เฝ้าดูราวกับเธอจะคัดลอกเทคนิคเขา แต่ว่าเอิลต้าที่หลุดออกมาจากความคิดนั่นเองได้หันไปถามยูอิลฮานด้วยความกลัว

[ยูอิลฮาน ร่างของเลอซสน่าอยู่ในท่ามกลางศพพวกนั้นด้วยใช่ไหม?]

"ใช่แล้ว ตอนแรกเธออยู่ในร่างนกสีทอง แต่ว่าเมื่อเธอตายเธอก็กลับไปเป็นมังกรอีกครั้งหนึ่ง"

นั่นมันก็เหมือนกันกับคาโรที่ได้กลายร่างเป็นเอลฟ์ได้กลับมาร่างมังกรเมื่อตาย

[ฉันอยากจะพูดว่า....]

"เมื่อมิลโตขึ้น ฉันก็จะเผาเธอ"

ยูอิลฮานได้พูดออกมาอย่างมั่นใจ

"เธอคิดว่าฉันจะทำอะไรแบบนั้นงั้นหรอ? ฉันเพิ่งจะประกาศออกไปว่าฉันยอมรับมิลในฐานะลูกของฉันนะ"

ในที่สุดแล้วเอิลต้าก็รู้ตัว คำประกาศของยูอิลฮานไม่ใช่แค่ว่าเขายอมรับอย่างจำนนธรรมดาๆในสถานการณ์เท่านั้น แต่ว่านั่นก็คือขาได้ยอมรับยูมิลในฐานะครอบครัวของเขาจริงๆ

มันอาจจะฟังดูเหมือนกันแต่ว่าในความคิดของยูอิลฮานทั้งสองอย่างนี้ต่างกันออกไปมากๆ

[ในบางครั้งนายก็ทำอะไรที่ไม่ปกติเหมือนกับไม่มีอะไรเลย....] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้พูดออกมาอย่างคลุมเครือ เธอได้พยายามที่จะเข้าใจการกระทำที่ไม่อาจจะคาดเดาของยูอิลฮานที่ละนิด แต่ว่าเธอก็ตระหนักว่าเธอยังคงอยู่อีกห่างไกลและรู้สึกเศร้า และเธอยิ่งเศร้ามากขึ้นเมื่อได้เห็นเลียร่าที่หัวเราะเธออยู่ข้างๆ

[เธอรู้แบบนี้อยู่แล้วใช่ไหม!?] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้บ่นออกมาด้วยวงแหวนทูตสวรรค์เพื่อที่จะไม่ให้ยูอิลฮานได้ยิน จากนั้นเลียร่าก็ได้ตอบกลับไปด้วยเสียงกระซิบเบาๆ

[นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมฉันถึงได้บอกว่าฉันจะเป็นแม่เลี้ยงของยูมิลไงล่ะ] (เลียร่า)

ใช่แล้ว เลียร่าได้ใช้เวลาอยู่กับยูอิลฮานมาอย่างยาวนานมันไม่ได้เสียเปล่าเลย เธอเหมาะสมแล้วที่ได้รับพรจากเทพแห่งความรับ

แต่ไม่ว่ายังไงยูอิลฮานก็ไม่ได้รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างทูตสวรรค์ทั้งสองคนและชำแหละของเขาต่อไป เนื่องจากว่าเขามีศพมังกรไมน้อยกว่า 300 ตัว เขาจึงจะจัดการพวกมันให้เสร็จในวันนี้ แต่ว่าปัญหาหลักก็คือพวกเผ่ามังกรคลาส 3

แม้ว่าเขาจะได้ใช้ซากเหล่านี้ไปที่อาณาจักรเอลฟ์มามาก แต่ว่าเขาก็ยังคงมีศพมันอยู่กว่าสามหมื่นตัว

"ถ้าหากว่าฉันชำแหละตัวล่ะยี่สิบวิ นั่นมันก็จะได้สามตัวในทุกๆนาที"

[ฉันคิดว่ามันดูจะเป็นไปไม่ได้เลยนะ] (เอิลต้า)

"นี่มันเป็น 180 ตัวต่อชั่วโมง 4,320 ตัวต่อวัน ซึ่งมันจะได้ 43,200 ตัวในสิบวัน หรือก็คือถ้าหากฉันทำแบบนี้ 12 วัน...."

[แล้วนายไม่คิดที่จะนอนแม้แต่วินเดียวเลยงั้นหรอ?] (เลียร่่า)

แม้แต่ในขณะที่ชำแหละมังกรไปโดยไม่พัก ยูอิลฮานก็แย้งออกมา พูดตามตรงแล้วเขาตกใจกับความจริงที่ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นบนโลกมากๆ แต่ว่ามันจะเป็นแบบนี้ไปตลอดเลยงั้นหรอ?

แน่นอนว่าหากเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆยูอิลฮานก็จะตั้งสมาธิไปกับสิ่งที่เขาต้องกรได้ ยังไงก็ตามมันไม่ใข่ว่าเขาโชคดีเกินไปที่ได้รับศพมังกรมาอย่างมากและแม้กระทั่งรอดมาหลังจากได้เจอกับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงหรอกหรอ? ไม่ใช่ว่าในตอนนี้มันต้องมีอะไรซักอย่างที่น่ารำคาญและน่าเหนื่อยหน่ายมากๆเกิดขึ้นหรอกหรอ?

[คนๆนี้มีชีวิตที่ยากลำบากอะไรแบบนี้] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้คำนวนจนเสร็จ จากนั้นอย่างแรกที่เขาจะต้องทำให้สำเร็จคือการชำแหละมังกรที่ทำอยู่ในตอนนี้ให้เสร็จ ทูตสวรรค์ต่างก็เฝ้ามองฉากการชำแหละที่สวยงามเหมือนกับการระบำดาบอยู่ตลอดเวลา

ในเวลา 11 โมงเช้าของเกาหลียูอิลฮานก็ได้ไปที่อพาร์ตเมนต์ในเขตกังนัมที่พวกเอลฟ์อยู่ เมื่อเขาชำแหละและแยกส่วนต่างๆของมังกรคลาส 4 จนเสร็จหมดมันก็ถึงเวลาหกโมงเย็นแล้ว

"มิลยังหลับอยู่อีกหรอ?"

[ใช่ เขากำลังหลับสบายนะ] (เลียร่า)

ยูอิลฮานที่ได้คิดถึงการที่เด็กร้องไห้พร้อมกับการเปลื่ยนผ้าอ้อมในตอนที่ได้รับไข่มาได้เปลื่ยนทัศนคติไปเป็นดีขึ้นเมื่อเห็นแบบนี้

"ถ้างั้น"

ยูอิลฮานได้เก็บเอาเครื่องมือชำแหละกลับไปและหยิบเอากระดูกกมังกรกับผิวหนังออกมาเล็กน้อย ชิ้นส่วนกระดูกเป็นจุดที่แข็งทนทานและคมของมังกรคาโรวและผิวหนังก็เป็นส่วนที่หนาทนทานที่สุด

[นายจะทำอุปกรณ์ใหม่หรอ?] (เอิลต้า)

"สำหรับพวกเอลฟ์น่ะ แค่ของที่ฉันทำมาเอง 1,527 อันฉันก็ใช้ได้ไม่หมดแล้ว"

เขาจะรู้สึกแย่มากๆแน่หากว่าคนที่ติดตามเขามาได้ตายไปเพราะการที่เขาไม่ได้ทำเครื่องส่วมใส่ดีๆให้ ยูอิลฮานได้มีความคิดแบบนี้แต่ว่าเอิลต้าดูจะไม่เห็นด้วยกับเขา

[เลเวลของพวกเขายังอยู่แค่ 80 เองนะ] (เอิลต้า)

"ในตอนฉันเลเวล 80 ฉันยังใช้ของที่ทำจากโอโรจิเลย"

[นายมันต่างไป!] (เอิลต้า)

เขารู้ถึงสิ่งที่เอิลต้ากังวลเป็นอย่างดี ถ้าหากว่ามีคนที่ใช้อุปกรณ์ที่ดีเกินกว่าความสามารถ คนๆนั้นก็จะพึ่งพาพลังของอุปกรณ์มากเกินไปจนทำให้มันยากที่จะพัฒนาความสามารถของตัวเอง

เอาเถอะแน่นอนว่าด้วยสุดยอดเทคนิคของยูอิลฮานที่อยู่จุดสูงสุดทำให้เธอไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ แถมเลเวลศิลปะการต่อสู้ของเอลฟ์ก็มีถึง 72 แล้ว นี่มันก็ยังเป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นมาจากการมีชีวิตที่ยาวนานของเอลฟ์ แต่ว่าในสายตาของเอิลต้ามันก็ยังไม่พอ

"ฉันสามารถจะยกระดับความสามารถของพวกเขาที่ขาดอยู่ได้"

เนื่องจากว่ายูอิลฮานเชี่ยวชาญในอาวุธทุกๆอย่างและเขาก็ประกาศออกมาทำให้เอิลต้าทำได้แค่บ่นกับตัวเองเท่านั้น

เลียร่าที่เข้าไปอยู่ในโหมดเฝ้าดูนับตั้งแต่แรกนานแล้วโดยไม่คิดจะเข้าไปขัดขว้างใดๆ ด้วยเหตุผลบางอย่างในวันนี้เอิลต้าได้พ่ายแพ้ตลอดเวลา เอิลต้าที่เต็มไปด้วยไฟความคิดได้ย้อนกลับมาและตัดสินใจใหม่ที่จะเฝ้ามองดูยูอิลฮานเงียบๆ

อย่างแรกยูอิลฮานได้ทำเกราะหนาสำหรับนักดาบใหญ่มิเรย์และนักรบโล่จิล

ขั้นตอนแรกเขาได้ทำเกราะหนังอย่างง่ายๆไว้ด้านในก่อนที่จะทำเกราะแบบเต็มตัวด้วยกระดูกของมังกรและเกล็ดที่ผ่านกระบวนการต่างๆมาแล้ว ทั้งหมดนี้ได้เปลื่ยนวัสดุให้กลายเป็นเกราะที่แข็งแกร่งทนทานเป็นอย่างมาก

หลังจากนั้นเขาก็ได้หยิบเอาหินพลังเวทย์คลาส 3 บางส่วนออกมาทำหัตถกรรมมานาและเกราะทั้งสองอันก็ได้กลายเป็นระดับตำนานทั้งคู่

[...] (เอิลต้า)

[ไม่ใช่ว่าเวลาแบบนี้มันจะต้องเป็นของระดับอีปิคที่ออกมาหรอกหรอ?] (เลียร่า)

[แม้กระทั่งทูตสวรรค์แนวหน้าก็ยังต้องการของระดับตำนาน....!] (เอิลต้า)

แน่นอนว่าถึงแม้ว่าจะเป็นระดับตำนานเหมือนๆกันแต่มันก็จะมีข้อแตกต่างที่ใหญ่มากๆตามแต่ระดับของวัสดุที่เอามาใช้สร้างและผลของมานาหัตถกรรม แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดเกราะระดับตำนานที่ยูอิลฮานสร้างขึ้นมันก็อยู่ในระดับบนๆแน่นอน

"เยี่ยม เจ้านี่มันเสร็จแล้ว"

จากนั้นเขาก็ได้ทำชุดหนังไว้ให้สำหรับนักธนูพีทและโจมฟีเรีย เขาได้ออกตรงส่วนข้อต่อให้เคลื่อนไหวได้สะดวกและทำให้มันแนบชิดกับผิวหนัง แต่ว่าเขาก็ยังทำให้ส่วนที่ป้องกันในส่วนที่อันตรายเอาไว้ด้วยเช่นกันด้วยการใช้เกล็ดของมังกร

เนื่องจากว่าระดับของพวกนี้ได้จบลงที่ยูนีคเนื่องจากว่ามันมีการตัดเย็บอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย แต่ว่ายูอิลฮานได้พยายามที่สุดแล้วทำให้เขาทำอะไรกับมันไม่ได้อีก

"ตามด้วยดาบใหญ่ มีดสั้นสองเล่ม โล่ แล้วก็...."

ธนู เขามีความมั่นใจในสิ่งนี้ เนื่องจากว่าเขาได้ชำนาญมากขึ้นในตอนที่ได้ทำบาลิสต้าและเพราะหนังยางยักษ์ที่สร้างมาจากเส้นเอ็นท์ของคาโรได้กลายเป็นหนังยางยักษ์อันใหม่ที่ดีกว่าที่ทำขึ้นมาจากของโอโรจิ

ยูอิลฮานก็ยังสงสัยว่าทำไมมันถึงได้เป็นแบบนี้และในไม่ช้าเขาก็รู้ได้ว่ามันเป็นเพราะการวิวัฒนาการของเพลิงนิรันดร์อีกขั้นหนึ่งหลังจากได้กินเปลือกไข่มังกรที่ยูมิลเกิดมาลงไป บางทีเพราะแบบนี้ทำให้ทุกๆอย่างที่ทำขึ้นจากชิ้นส่วนของมังกรดียิ่งขึ้นไป

"ความลับนี่...."

ยังไงก็ตามเพลิงนิรันดร์ก็ทำเพียงแค่โหมไฟออกมาเหมือนกับแลบลิ้นราวกับว่ามันรู้ตัวว่ามันทำผิด ยูอิลฮานก็ได้แต่เหนื่อยใจหากว่าเขาไปโกรธกับสิ่งที่พูดไม่ได้ดังนั้นเขาจึงทำเพียงแต่ทำงานของเขาต่อไปและคิดว่านั่นมันดีแล้ว

บางทีอาจจะเพราะการที่เพลิงนิรันดร์ได้กินเปลือกไข่ไปมันคุ้มค่าทำให้ทั้งดาบใหญ่ มีดสั้น และแม้กระทั่งโล่ก็อยู่ในระดับตำนานกันทั้งนั้น

ยูอิลฮานที่เป็นคนทำไอเทมนี้ขึ้นมาก็มีความสุขมากแล้วเพียงแค่มองดูมัน จากนั้นเขาก็เริ่มสร้างธนูจากเกล็ดที่มีน้ำหนักเบาและยืดหยุ่นผสมกับหนังยางยักษ์จากคาโร

[เป็นธนูที่สวยงามอะไรแบบนี้] (เลียร่า)

[ยูอิลฮาน นายกำลังพยายามทำให้ดีที่สุดเพราะว่าพีทบอกว่าเขาชอบนายใช่ไหม] (เอิลต้า)

"ฉันเท่าเทียม"

พวกเอลฟ์ทั้งหมดต่างก็เป็นลูกน้องที่ตามเขามาที่นี่ ยูอิลฮานได้ตั้งใจสุดฝีมือเพื่อสร้างธนูให้พีท เขาจะอายมากหากว่าธนูมีระดับเพียงแค่ยูนีคในเมื่อเกราะมันก็มีระดับที่ยูนีคไปแล้ว

เพียงแค่ใช้เกล็ดจากมังกรคำสาปและเอ็นท์ของมัน ธนูก็ได้เสร็จสมบูรณ์ภายในเวลาสองชั่วโมง ธนูและสายธนูได้ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าพวกมันจะหายไปหากถูกโยนเข้าไปในความมืดและมันยังให้ความรู้สึกสวยงามจนน่าตกใจ มันถึงจุดที่แม้แต่ยูอิลฮานที่เป็นคนทำมันขึ้นมายังอทานออกมาเมื่อมองมัน

"ไม่ใช่ว่าฉันทำมันดีเกินไปหรอ? มันมีระดับตำนานถึงแม้ว่าฉันยังไม่ได้ทำการหัตถกรรมมานาเลย"

[ถ้างั้นก็แค่มอบให้เขาไปทั้งแบบนี้] (เอิลต้า)

"...ไม่"

นี่มันคือวินาทีที่ไฟความปรารถนาของผู้สร้างได้ถูกจุดขึ้นมา ความปรารถนาที่เขาต้องการที่จะสามารถสร้างอาร์ติแฟคในระดับของยูนีคได้ด้วยพลังของตัวเองเพียงอย่างเดียว

[ยูอิลฮาน?] (เอิลต้า)

"ยอดเยี่ยม"

เขาได้จัดการทำมันต่อโดยไม่ลังเล ยูอิลฮานได้หยิบเอาหินพลังเวทย์คลาส 4 ที่คาโรได้ทิ้งเอาไว้โดยไม่ลังเล หินพลังเวทย์ที่มีพลังของมังกรคำสาป หินพลังเวทย์ที่เต็มไปด้วยออร่าคำสาปที่อันตรายที่ซึ่งมันทำให้เป็นไปไม่ได้ที่เลยจะจับต้องมันหากว่าไม่มีสกิลการต้านทานคำสาประดับสูง

"ฉันจะต้องทำมันให้ดีที่สุด"

ยูอิลฮานได้จับหินพลังเวทย์ขึ้นมาในอีกมือ และอีกมือหนึ่งก็จับธนูเอาไว้พร้อมกลับตาลง จากนั้นเขาก็คิดขึ้น

'สิ่งสำคัญของธนูคืออะไร?'

ความยืดหยุ่นของสายธนูและความโค้งงอของคันธนู? ถ้าหากว่ามันแข็งเกินไปยูอิลฮานก็อาจจะดึงมันได้ แต่ว่าพีทจะทำไมได้ต่อให้เขาใช้สองมือก็ตาม ถ้างั้นความทาทานล่ะ? มังกรจะต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการทำลายสิ่งนี้ ฟังก์ชันของอาวุธมันสมบูรณ์แล้ว ถ้างั้นอะไรล่ะ? อะไรที่จะทำให้มันสมบูรณ์แบบไปมากกว่านี้

ไม่สิ ไม่ใช่เลย ทั้งหมดนั่นมันผิดไปหมด

"ถ้างั้นก็สิ่งนี้"

การตรัสรู้ได้มาจากจุดที่คาดไม่ถึงมาก่อนโดยสิ้นเชิง

จนกระทั่งถึงตอนนี้ยูอิลฮานได้ทำผิดมาตลอด หัตถกรรมมานาไม่ได้จำเป็นต้องทำเพื่อเติมเต็มในสิ่งที่ขาดไปของไอเทมตลอด! ในฐานะผู้สร้างเขาจะคิดแบบนั้นไปได้ยังไงกัน?

การตีเหล็กและหัตถกรรมมานามันก็เหมือนกัน แต่มันก็แตกต่างกันไปในเวลาเดียวกัน เขาได้ตั้งสมาธิกับการสร้างไอเทมที่ไม่เคยมีใครคาดขึ้นด้วยการผสมกันระหว่างกระบวนการทั้งสองอย่างที่สมบูรณ์แบบ

ธนูมันสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว เขาได้สร้างไอเทมชิ้นนี้ขึ้นด้วยการใช้วัสดุที่ดีที่สุดที่เขามีในฐานะของช่างตีเหล็ก ในตอนนี้เขากำลังจะทำอาร์ติแฟคที่สมบูรณ์แบบขึ้นด้วยหินพลังเวทย์ที่ทรงพลังมากๆแต่ไม่ใช่ในฐานะช่างตีเหล็กแต่เป็นนักหัตถกรรมมานา

เพราะแบบนี้

ทำอย่างที่ต้องการไปเลย

แสงได้ปรากฏขึ้นมา แสงสีดำได้ปรากฏขึ้นมาครอบคลุมธนู หินพลังเวทย์ ยูอิลฮานและทั่วทั้งที่ทำงานของเขา แสงได้มหาศาลมากจนถึงจุดที่อาจจะปกคลุมทั้งโลกได้ชั่วขณะหนึ่ง

[วิถีแห่งยมทูตได้เสร็จสมบูรณ์]

[สกิลหัตถกรรมมานาได้กลายเป็นเลเวล 50 คุณสามารถจากสร้างพลังของวัสดุในการทำหัตถกรรมมานาได้ง่ายยิ่งขึ้น]

เสร็จแล้ว - ยูอิลฮานได้พึมพัมออกมา เขาได้เปิดดวงตาชองเขาขึ้นมามองเห็นธนูสีดำที่เหลืออยู่ในอ้อมแขนของเขา พลังเวทย์ทีไหลเวียนอยู่ภายในได้สร้างสมดุลที่สมบูรณ์แบบในตัวเองและเหนือไปกว่าสิ่งอื่นใดมันมีเพียงครึ่งหนึ่งจากที่มีอยู่

"นี่มันน่าเสียดาย"

ยูอิลฮานได้พึมพัมออกมาด้วยรอยยิ้มแห้งๆกับการที่ผลงานชิ้นเองได้ปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าเขา ในขณะนั้นเขาก็นึกย้อนกลับไปถึงอุปกรณ์ที่เขาได้ทำมาจนถึงตอนนี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาร์ติแฟคที่เขาเพิ่งจะทำมาล่าสุดนี้

"เอจีสจะต้องการเป็นแบบนี้ถ้าหากว่าไปอีกก้าวหนึ่งอีก แต่ว่าฉันยังไม่อาจจะหาความรู้สึกที่ถูกต้องได้นัก"

[ยังไงก็ตามมันยังมีพื้นที่สำหรับพัฒนาอยู่ เอจิสก็จะกลายมาเป็นแบบนี้ในไม่ช้า] (เอิลต้า)

[สวยงามจริงๆ แต่ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าที่จะมอบสิ่งๆนี้ไปให้กับเอลฟ์ธรรมดาๆ....!]

ทั้งทูตสวรรค์และมนุษย์ต่างก็มั่นใจโดยไม่จำเป็นต้องตรวจดูรายละเอียดของไอเทมเลย อาร์ติแฟคนี้คือไอเทมที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ที่ยูอิลฮานได้สร้างขึ้นมา และมันยังมีแนวโน้มว่าจะเป็นแบบนี้อีกต่อไปในอนาคตด้วย

นี่มันก็เพราะว่าพวกเขารู้กันเป็นอย่างดีว่าสิ่งๆนี้มันไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ในทุกๆวันที่แค่มีวัสดุ หินพลังเวทย์กับความสามารถของช่างตีก็จะทำได้ มันยังมีปัจจัยอื่นๆออกไปทั้งแรงบรรดาลใจและสภาพร่างกายที่สมบูรณ์แบบที่ทำให้เกิดความเป็นไปได้แบบนี้ขึ้น

"ถ้าได้ความคิดของคาโรมาด้วยมันจะสมบูรณ์แบบยิ่งไปอีก"

[นั่นมันเป็นไปไม่ได้ นายเพิ่งจะเรียนการเสริมพลังวิญญาณและเหนือไปกว่านั่นเอลฟ์นั่นก็ไม่อาจจะทนกับความคิดของมังกรนั่นได้]

"ไม่ ปัญหามันไม่ใช่แค่นั้น ความคิดของคาโรได้ถูกโอโรจิกินไปแล้ว"

[...]

เมื่อคิดย้อนกลับไปแล้ว เขาก็ไม่ได้ย้ายความคิดของโอโรจิไปที่หอกกระดูกทมิฬ ยูอิลฮานได้กำหนดการนี้ขึ้นมาในใจและจับผลงานชิ้นเอกของเขาขึ้นมาเบาๆ

[วิถีแห่งยมทูต]

[ระดับ - อีปีค]

[พลังโจมตี - 7,400]

[ความทนทาน - 12,500/12,500]

[ข้อจำกัดผู้ใช้ - นักธนูคลาส 3, พละกำลังและความคล่องแคล่วเหนือกว่า 250]

[ออฟชั่น -

1.ลูกธนูทั้งหมดจะมีพลังของคำสาปที่แข็งแกร่ง

2.ความแม่นยำสัมบูรณ์

3.เมื่อโจมตีศัตรูตัวเดิมเป็นครั้งที่สามจะเกิดคริติคอล 100%

4.ควบคุมความตายด้วยการทำให้พวกที่ถูกฆ่ากลายเป็นอันเดต หลังจากเวทย์หมดลงมันจะหายไปเองพร้อมกับศพ]

[ช่างตีเหล็กที่มีความสามารถที่บิดเบี้ยวและได้ล้มบันทึกทั้งหมดผ่านสิ่งมีชีวิตของเขาทำให้เกิดเป็นผลงานชิ้นเอกชิ้นนี้ อาร์ติแฟคที่สมบูรณ์ที่เหมาะกับฮีโร่ในตำนานและจะเป็นสิ่งที่จะถูกบันทึกลงไปในประวัติศาสตร์โลก]

สุดยอดอาวุธได้กำเนิดขึ้นมาจริงๆแล้ว

จบบทที่ บทที่ 107 - ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (8) [อ่านฟรีวันที่ 18/01/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว