เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 108 - ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (9) [อ่านฟรีวันที่ 20/01/2562]

บทที่ 108 - ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (9) [อ่านฟรีวันที่ 20/01/2562]

บทที่ 108 - ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (9) [อ่านฟรีวันที่ 20/01/2562]


บทที่ 108 - ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (9)

 

เมื่อได้รู้แบบนี้แล้วยูอิลฮานได้เก็บธนูลงไปในทันทีเนื่องจากว่าพีทยังไม่ถึงคลาส 3 เลย ยูอิลฮานได้รู้สึกพ่ายแพ้ไปพักหนึ่ง แต่แล้วเขาก็ดึงตัวเองกลับมาได้

"ใช่แล้ว มันก็ยังเป็นอาวุธที่ดี"

[ฉันชอบการคิดบวกของนายจริงๆ] (เลียร่า)

"ฉันก็ชอบตัวฉันแบบนี้"

[ช่วยเช็ดน้ำตานายก่อนจะพูดแบบนั้นที] (เอิลต้า)

พลังงานของเขาได้ถูกสูบออกไปแล้ว ยูอิลฮานต้องทำธนูอีกอันหนึ่ง โชคดีที่ในครั้งนี้มันไม่ได้มีช้อจำกัดผู้ใช้งานติดมาด้วยและมันได้จบลงที่ระดับตำนาน แน่นอนว่าพลังของมันไม่ได้ครึ่งของวิถีแห่งยมทูตเลย แต่ว่าสำหรับพีทแล้วมันก็ยังดีมากๆ

"หยุดกันดีกว่านี่มันสายมากแล้ว"

เขาได้ตรวจสอบสภาพองเนื้อและเลือดในถังแล้วก็เติมเลือดลงไปอีกก่อนที่จะทำความสะอาดเครื่องมือที่เหลืออยู่ ยังไงก็ตามเขาก็รู้สึกได้ถึงบางอย่างจากการที่ดันถังไปไว้ในมุมหนึ่งของที่ทำงานเขา ซึ่งนั่นก็คือพละกำลังเขาสูงมากเกินไป

"หืมม? นี่ฉันยังไม่ได้ใช้พลังเหนือมนุษย์เลยนะ"

[นั่นมันก็เพราะนายได้คลาส 3 มาไง นอกไปจากนี้ก็อย่าลืมด้วยว่าค่าสเตตัสพื้นฐานของนายมันแตกต่างไปจากคนอื่นๆอย่างสิ้นเชิงเพราะการฝึกฝนมาตลอดของนายไง โอ้แล้วมันก็ยังมีค่าสเตตัสที่ได้เพิ่มมาจากรางวัลของภารกิจสวรรค์ด้วยนะ] (เอิลต้า)

นี่มันคือเรื่องจริง เนื่องจากว่าเขาได้ต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าตัวเองและเลเวลสูงกว่าตัวเองมาเสมอทำให้เขาหลงลืมไปว่าเขาเหนือกว่ามาตราฐาน

[แล้วก็นั่นน่ะ ฉันคิดว่านายจะใช้ศพมังกรทั้งหมดที่นี่] (เอิลต้า)

"คงต้องตรวจสอบสถานการณ์แล้วก็ติดต่อกับตระกูลเทพสายฟ้าก่อน ฉันจะได้ตัดสินใจว่าฉันควรจะทำอุปกรณ์ประเภทไหนแล้วก็มากแค่ไหน ฉันยังต้องตัดสินใจวันเวลาในการขายอุปกรณ์ระดับสูงอีกด้วย"

ถึงแม้ว่าทุกๆอย่างข้างนอกมันจะเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ว่าเขาก็จะไม่รู้ความเป็นจริงเว้นแต่เขาจะตรวจสอบมันอย่างถูกต้องก่อน หากว่าเป็นตระกูลเทพสายฟ้าที่มักจะอยู่ในแนวหน้าต่อสู้กับมอนสเตอร์เสมอ ถ้างั้นพวกเขาก็น่าจะมอบข้อมูลที่จำเป็นให้กับยูอิลฮานได้

[ฉันคิดว่านายคิดมากเกินไป] (เลียร่า)

[พวกเราจะได้รู้กันในเรืองนั้น] (เอิลต้า)

แม้กระทั่งยูอิลฮานได้กลับมาที่อพาร์ตเมนต์ ยูมิลก็ยังคงหลับอบู่ พวกเอลฟ์ก็หลับเช่นกัน ยังไงก็ตามเมื่อยูอิลฮานได้เริ่มจัดการทำราเมนด้วยเนื้อจำนวนมากพวกเขาก็ได้ตื่นขึ้นมาทันทีและพุ่งตัวออกมาจากห้อง

"กะ กลิ่นนี้คือ!?"

"การที่กลิ่นนี่มันกระตุ้นความต้องการมากขนาดนี้... โลกนี่มัน... โว้ว ท่านองค์จักรพรรดิ!"

สำหรับเอลฟ์ที่เพิ่งจะเริ่มกินเนื้อมาหลังจากกินผักมาทั้งชีวิต กลิ่นรางเมนได้สร้างแรงดึงดูดกับพวกเขาเป็นอย่างมาก นอกไปจากนี้เนื่องจากเขายังไม่ได้ห่วงเนื้อเลยแม้แต่นิดเดียวทำให้ราเมนนี้มันมีพลังร้ายแรงพอๆกับระเบิดลูกหนึ่งได้เลย

"ท่านองค์จักรพรรดิ?"

"ผะ ผมขอโทษครับ! เราหลับไปแบบไม่สนโลกเลย! พวกเราควรที่จะปกป้องท่าน!"

เนื่องจากพวกเขาพึ่งตื่นกันทำให้ใบหน้าของพวกเขาก็ควรที่จะดูไม่ได้เลยสิ แต่ว่าเจ้าพวกนี้.... ก็ยังดูขึ้นกล้องถึงแม้ว่าจะเพิ่งตื่นขึ้นมา ถ้าหากว่ายูอิลฮานไม่ได้ฝึกฝนกับเลียร่า หัวใจเขาคงเต้นแรงจนเป็นบ้าไปแล้ว

"ปกป้องใครกัน? นั่งลงกินข้าวได้แล้ว"

[ฉันไม่ได้อยากจะเห็นเอลฟ์กินราเมน] (เลียร่า)

[เธอจะต้องได้เห็นกระทั่งสิ่งที่มันยิ่งกว่านี้อีกในอนาคตดังนั้นเตรียมใจไว้เลยเลียร่า เธอจะต้องทึ่งแน่] (เอิลต้า)

เนื่องจากว่าพวกเขาไม่ได้กินอะไรมาเลยทั้งวันทำให้พวกเขาได้กินราเมนที่ยูอิลฮานให้มาอย่างเอร็ดอร่อย แน่นอนยูอิลฮานไม่ได้ทำแค่ดู แต่เขาก็ยังใช้งานสกิลการปกครองและทำให้พวกเอลฟ์กลายมาเป็นลูกน้องพร้อมตรวจสอบดูสเตตัสของพวกเขา

"หืม พวกเขาดีทีเดียว"

สเตตัสของพวกเอลฟ์ได้ยอดเยี่ยมจากปกติอย่างไม่น่าเชื่อสมแล้วกับที่เป็นเอลฟ์ที่สุดยอดในหมู่ผู้รอดชีวิต ที่มันเป็นแบบนี้เนื่องจากว่าเขาได้เอาอัจฉริยะมาจากเผ่าเอลฟ์ทั้งเผ่าหรอกหรอ? มันไม่ใช่แค่นั้น นอกจากสกิลจำนวนมากด้วยแล้วพวกเขายังมีความเชี่ยวชาญและชำนาญสูงมากๆเนื่องจากช่วงชีวิตที่ยาวนานของพวกเขา ยูอิลฮานได้ประเมินพวกเขาต่ำไป

แถมยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาต้องตกใจนั่นก็คือ

"เยี่ยมเลย พวกนายทั้งหมดต่างก็มีสกิลการชำแหละ"

"แค่กๆ ครับ"

บางทีอาจจะเพราะเขาตอบกลับในตอนที่กำลังกินราเมนอยู่ทำให้จิลต้องไอออกมา สำหรับพวกเขาที่ต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดแล้ว สกิลการรวบรวมและชำแหละมันเป็นสิ่งที่จำเป็น ในที่สุดแล้วทูตสวรรค์ก็ได้รู้ถึงความตั้งใจของยูอิลฮาน

[นายกำลังจะให้พวกเขาไปชำแหละศพมังกรพวกนั้น?] (เลียร่า)

[ไม่ใช่ว่าใครก็ได้นะที่จะชำแหละศพเผ่ามังกรคลาส 3 ได้นะ!] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานไม่ได้สนใจพวกเธอเลย

"มันมีสิ่งที่ฉันจำเป็นต้องทำหลังจากกินเสร็จ แน่นอนว่าฉันก็จะสอนพวกนายอย่างเข้มข้นด้วยดังนั้นเตรียมตัวไว้ให้ดี"

"พวกเราพร้อมสำหรับทุกอย่างครับ!"

พีทได้ตอบกลับมาอย่างมั่นใจ แต่ว่าถ้าพวกเขาได้ยินสิ่งที่ต้องทำแล้วพวกเขาจะยังมั่นใจได้ไหมนะ? โอ้ ถ้าหากว่าฉันให้ราววัลพวกเขาที่ฉันได้เตรียมมาแล้วหลังจากเขาทำงานเสร็จ ถ้างั้นพวกเขาก็คงร้องไห้ออกมาอย่างยินดีแน่

"แล้วก็เลียร่า ส่งมิลมาให้ฉัน"

[นี่] (เลียร่า)

เลียร่าได้ส่งยูมิลจากอ้อมแขนของเธอให้กับยูอิลฮาน เอลฟ์ที่มัวแต่ยุ่งกับการกินราเมนมาตลอดในที่สุดพวกเขาก็สังเกตุเห็นยูมิลหลังจากยูมิลได้อยู่ในอ้อมแขนของยูอิลฮาน

"เด็กนั่นเป็นใครหรอครับ? เขาดูหล่อมาเลย"

"เขาดูคล้ายกับองค์จักรพรรดิเลย นั่นใช่น้องชายหรือป่าวค่ะ?"

"เขาเป็นลูกของฉัน โอ้ แล้วเขาก็เป็นมังกรเหมือนกัน"

พวกเอลฟ์ได้เงียบลงไปกับการตอบกลับของยูอิลฮาน ยังไงก็ตามมันคงน่าเบื่อหากว่ายูอิลฮานอธิบายทุกอย่างออกไปทำให้เขาพูดออกมาสั้นๆ

"เขาเป็นทายาทของมังกรที่ได้ช่วยชีวิตพวกนายและซ่อนพวกนายเอาไว้ดังนั้นอย่าได้เกลียดเขา"

"นะ แน่นอน ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่แบบนั้น เขาก็เป็นลูกขององค์จักรพรรดิ พวกเราจะไป...."

เอลฟ์สาวฟีเรียได้ตอบกลับมาอย่างว้าวุ่น ในตอนนี้เองยูมิลได้ตื่นขึ้นมาจากการหลับเพราะเสียงรบกวน

"ตื่นแล้วหรอ?"

"ครับ โอ้พ่อ! แล้วก็พี่สาวคนสวยด้วยแล้ว....?"

ยูมิลได้มองดูยูอิลฮาน เลียร่ากับเอิลต้าด้วยรอยยิ้ม แต่ว่าเขาได้ร้องออกมาในตอนที่เขาได้ยืนยันถึงสาวตาที่จ้องมาของสี่เอลฟ์และพุ่งตัวออกไปหลบอยู่ข้างหลังยูอิลฮาน เขาได้จับแผนหลังของยูอิลฮานแน่น

"พ่อครับ คนพวกนี้เป็นใครครับ?"

"พวกเขาเป็ฯลูกน้องของฉัน พวกเขาต่างก็เป็นคนดีไม่ต้องกลัวหรอก พวกเขาไม่กัดนายแน่"

[อย่าได้อธิบายเรื่องเอลฟ์เหมือนกับสัตว์ป่าสิ!] (เอิลต้า)

เด็กคนนี้เพิ่งจะเกิดมาในวันนี้เท่านั้น มันไม่มีทางเลยที่เด็กที่เกิดมายังไม่ถึง 6 ชมใ จะไปทักทายกับคนอื่นได้แค่เพราะคนพวกนั้นอยู่กับพ่อของเขา

ยังไงก็ตามการแสดงออกของยูมิลมันอยู่นอกเหนือกว่าที่ยูอิลฮานจินตนาการเอาไว้

"วิธีที่พวกเขามองมาที่ผมมันน่ากลัว ผมยังอ่อนแออยู่!"

"...."

"ผมอาย ผมต้องแอบแล้ว"

จากนั้นเขาก็ได้เปิดการใช้งานสกิลปกปิดตัวตนด้วยพลังเวทย์ของเขา และเขาก็ได้ซ่อนตัวตนไปจากสายตาของเอลฟ์อย่างน่าทึ่งแม้ว่าสกิลจะมีเลเวลแค่ 1 ก็ตาม

"อะ องค์ชายไปไหนแลว?"

"เป็นแบบนี้ได้ยังไง? เมื่อกี่เขาก็อยู่ตรงนั้นนี่!"

"...."

[สกิลการปกปิดตัวตนของยูมิลได้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง]

[สกิลการปกปิดตัวตนของยูมิลได้กลายเป็นเลเวล 10 เนื่องจากความเชื่อมโยงกับคนขี่ เขาสามารถจะยืมพลังการปกปิดตัวตนของผู้ขี่ได้เมื่ออยู่ใกล้กับผู้ขี่]

ปากของยูอิลฮานได้อ้ากว้างออกมา ทูตสวรรค์ก็เป็นเช่นเดียวกัน

ยูมิลยังคงฝังใบหน้าที่เขินอายของเขาอยู่ที่หลังของยูอิลฮาน

[อิลฮาน....] (เลียร่า)

"อย่าได้พูดอะไรนะ"

เลียร่ากำลังจะพูดบางอย่างออกมา แต่ว่ายูอิลฮานได้หยุดเธอเอาไว้ นี่มันก็เพราะว่าเขารู้เรื่องนี้ดีกว่าใครๆ

ยูมิล เจ้าหมอนี่มันถอดแบบมาจากยูอิลฮานอย่างแท้จริง มันไม่ใช่แค่ความสามารถเขา แต่ว่าบุคลิกและแม้กระทั่งบพรสวรรค์ของเขาก็ได้ทำให้เขากลายเป็นผู้สันโดดอย่างแท้จริง

[นี่มันเป็นสิ่งที่ดี ถึงแม้ว่าจะไม่มีการปกปิดตัวตนแบบติดตัวก็ตาม] (เลียร่า)

"กรอด"

เมื่อมองดูยูมิลที่ใช้งานการปกปิดตัวตนในขณะที่ฝังใบหน้าไว้กับหลังของเขา ยูอิลฮานก็รู้สึกได้ถึงสิ่งที่อธิบายออกมาได้ยาก แต่แล้วเขาก็ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะเอายูมิลออกมาและกอดเขาเอาไว้

การปกปิดตัวตนของเขาได้ถูกบังคับถอดออกไปและในที่สุดเอลฟ์ก็ได้มองเห็นเขาอีกครั้ง ยูมิลได้ตระหนักได้ถึงสิ่งนี้และดิ้นไปมาพยายามจะออกไปจากอ้อมกอดของยูอิลฮาน

"ผมอยากจะซ่อนตัวอื่นครั้ง"

"นายซ่อนตัวก็เพราะว่านายอายกับความอ่อนแอของนายใช่ไหม?"

"คะ ครับ...."

ถ้าหากว่ามันจะมีอะไรที่แตกต่างระหว่างพวกเขามันก็คงจะเป็นเรื่องนี้

หากว่ายูอิลฮานปฏิเสธในทุกๆคนในโลกเพราะเขาต้องการอยู่คนเดียว งั้นยูมิลก็ต้องการจะซ่อนตัวก็เพราะว่าเขาอายกับความอ่อนแอของตัวเอง ความภาคภูมิใจของมังกรได้ถูกแสดงออกมาอย่างแปลกประหลาดหลังจากได้มีพลังของยูอิลฮาน

ยังไงก็ตามภายในความคิดของยูอิลฮานนี่มันไม่ใช่สิ่งที่แย่

"ถ้างั้นนายก็แค่แข็งแกร่งขึ้นซะ"

"แต่ว่าผมยังอ่อนแอดังนั้นผมต้องซ่อน"

"โอเค แต่ถึงแบบนั้นคนพวกนี้ก็เป็นลูกน้องของฉันดังนั้นมันไม่เป็นไร พวกเขาจะไม่หัวเราะนายหรืออะไรแน่"

ยูอิลฮานได้หันไปมองเอลฟ์พร้อมกับพูดคำพวกนี้ออกมา และพวกเอลฟ์ที่อ่านสถานการณ์ออกก็ได้ยอมรับทันทีและโค้งให้กับยูมิล ยูมิลก็ยังคงอย่างจะซ่อนตัวอยู่ราวกับว่าเขาไม่อาจจะใจเย็นได้เลย แต่ว่าในเมื่อเขาซ่อนตัวจากจ้าวแห่งการปกปิดตัวตนไม่ได้ เขาเลยตัดสินใจเชื่อฟังยูอิลฮาน

"ถ้างั้นผมจะอดทน"

"ใช่แล้ว ในตอนฝึกนายก็ไม่ต้องซ่อนด้วยนะ"

"ครับ"

ยูมิลได้หยักหน้า ลูกของยูอิลฮานได้เรียนรู้ที่จะก้าวออกมาสำเร็จแล้ว

ยูอิลฮานได้ยืนยันกับเอลฟ์ที่กำลังมองดูสถานการณ์นี้ทึ่งๆอยู่

"กินกันเสร็จยัง"

"ยังครับ!"

เอลฟ์ได้รีบทำความสะอาดถ้วยโดยไม่เหลืออาหารไว้แม้แต่หยดเดียวทันที การประเมินของยูอิลฮานได้เพิ่มขึ้นมา

หลังจากทำความสะอาดถ้วยแล้วยูอิลฮานก็ได้พาพวกเขาไปที่ทำงานอีกครั้ง ยังไงก็ตามเขาให้เลียร่าดูแลยูมิลและให้พวกเขาอยู่ที่บ้านเนื่องจากว่าเขาไม่อาจจะพายูมิลไปดูการชำแหละเผ่าพันธ์ตัวเองได้

"โว้ว ไฟในเตานั่นมันอะไร?"

"ที่นี่ลึกลับมากๆ มันมีการป้องกันด้วยเวทย์ของทูตสวรรค์"

"น่าสนใจ"

ยูอิลฮานได้เอาศพของเผ่ามังกรจำนวนหนึ่งออกมา

"นับจากนี้ไปพวกนายจะต้องชำแหละศพพวกนี้กับฉัน"

"เผ่ามังกร? พวกเราจะทำให้ดีที่สุด!"

เมื่อฟีเรียตอบกลับมา ยูอิลฮานได้เสริมขึ้นด้วยรอยยิ้ม

"พวกมันทั้งสามหมื่นตัว"

"..."

"..."

"..."

"พวกเราจะทำให้ดีที่สุด"

มีเพียงแค่ฟีเรียเท่านั้นที่ตอบกลับมา นี่มันก็เข้าใจได้เนื่องจากเลเวลสกิลการชำแหละของเธอสูงกว่าคนอื่นๆทั้งหมด บางทีมันก็อาจจะเพราะว่าอาชีพของเธอคือโจรที่มักจะใช้มีดสั้นเป็นอาวุธ

"จากนั้นเขาจะฝึกกัน 3 ชั่วโมง ยังไงก็ตามจงใช้พลังของพวกนายทั้งหมดในการชำแหละซะ มันจะไม่มีการฝึกหรือการล่าจนกว่าจะชำแหละเสร็จ"

"เป็นงี้ไปได้ไงกัน!"

"ยังไงก็ตามหากพวกนายทำสำเร็จฉันจะให้อุปกรณ์ที่ฉันทำขึ้นมากับพวกนาย ของพวกนั้นยอดเยี่ยมมากๆด้วย"

ในตอนที่ยูอิลฮานได้พูดแบบนี้ออกมา ดวงตาของเอลฟ์ก็ได้เปลื่ยนไป พวกเขาก็ยังรู้ว่าอุปกรณ์ที่ยูอิลฮานได้มอบให้กับเอลฟ์ยังไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด ยังไงก็ตามพวกเขาจะได้อาวุธที่ดีเพียงแค่ถูกใช้แรงงานง่ายๆ? ความภักดีที่ถึงขีดสุดได้เพิ่มทะลุเพดานขึ้นไปอีก

"พวกเราจะจัดการศพทั้งหมดให้ได้แน่นอน"

"เยี่ยมมาก ฉันชอบไฟแบบนี้"

การสอนชำแหละของยูอิลฮานนั้นเข็มงวดมาก ยังไงก็ตามภายใต้ไฟแห่งการทำงานที่ลุกโชนของพวกเอลฟ์ทำให้สกิลการขำแหละของพวกเขาพัฒนาขึ้นไปอย่างต่อเนื่องและเมื่อพวกเขาได้จัดการทำการซ้อมเผ่ามังกรหนึ่งพันตัว เลเวลของพวกเขาก็ได้มาถึงจุดที่พวกเขาชำแหละเผ่ามังกรคลาส 3 ได้แล้ว

"เยี่ยม พวกนายก็แค่ต้องทำแบบนี้"

"ครับท่าน!"

หลังจากเอาศพเผ่ามังกรออกมาให้พวกเอลฟ์ชำแหละแล้ว ยูอิลฮานก็ได้เริ่มทำงานของเขาเอง นั่นมันก็คือการเสริมพลังวิญญาณที่เขาลากถ่วงเวลามาจนถึงตอนนี้

[กรรรรรรรร!]

"ครับ ครับ ผมจะทำมันเดี๋ยวนี้ลย!"

ยูอิลฮานได้หยิบเอาหอกกระดูกทมิฬยักษ์ออกมา หลังจากขัดหอกแล้วหอกนี้ดูสวยงามมากๆ เขาได้ยืนยันแล้วว่าหอกจะไม่ทีหอกที่แข็งแกร่งไปกว่านี้ อย่างน้อยก็กับในการต่อสู้กับเผ่ามังกร

"เสริมพลังวิญญาณ"

สกิลคลาสยมทูตที่เรต้ามีอยู่ นี่มันวินาทีที่สกิลที่ทำลายสมดุลได้หากว่าใช้มันถูกต้องได้ถูกเปิดใช้งานขึ้นบนโลก

[กรรรรรรรรรรรร!]

โอโรจิได้รู้ว่ายูอิลฮานพยายามจะเอาความคิดของมันออกไปด้านนอกและได้คำรามออกมาอย่างยินดี

ถ้าหากว่าเขาแค่เอาความคิดมันออกมาเฉยๆงั้นความคิดมันจะแตกออกไปในทันัที แต่ว่ายูอิลฮานได้มีร่างใหม่ไว้ให้สำหรับมันแล้วนั่นก็คือหอกกระดูกทมิฬยักษ์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นร่างกายของมัน แต่ในตอนนี้มันดีกว่าเดิมแล้ว

การเสริมพลังวิญญาณ โชคดีมากๆที่มันคล้ายกับหัตถกรรมมานาที่ซึ่งเขาได้มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งกับมัน

มันคือการทำให้อาวุธที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้วได้ไปในขอบเขตใหม่ด้วยการเสริมเศษเสี้ยววิญญาณลงไปในอาวุธให้กลมกลืนสมบูรณ์แบบ การปลดปล่อยความคิดของมันให้เป็นอิสระผ่านทางอาวุธเพื่อที่จะยกระดับศักยภาพของอาวุธให้ถึงขีดสุด

หอกกระดูกทมิฬยักษ์กับโอโรจิได้รวมเขาด้วยกันอย่างดีแน่นอน ความคิดของโอโรจิได้เข้าไปในหอกโดยไม่ลังเลใดๆและในตอนนี้เองหอกกระดูกทมิฬยักษ์ได้บิดไปมาราวกับมันมีชีวิตและเปลื่ยนรูปแบบไป

ตัวหอกได้ยาวขึ้นและสีบนปลายหอกได้เป็นสีม่วงและเปลื่ยนเป็นแหลมคมยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นมันก็ยังส่งออร่าที่มหาศาลออกมา

[หอกมังกรแปดหางได้เสร็จสมบูรณ์]

[สกิลเสริมพลังวิญญาณได้กลายเป็นเลเวล 13 ในตอนนี้นำเอาพลังของวิญญาณออกมาได้ง่ายมากขึ้น]

"พรืด"

[กรรรรร]

เมื่อยูอิลฮานได้หัวเราะออกมา โอโรจิที่ตอนนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของหอกมังกรแปดหางแล้วก็ได้คำรามออกมาราวกับเตือนเขาไม่ให้หัวเราะ

อย่างที่เขาคิดเอาไว้ ตอนนี้เขาได้เข้าใจเล็กน้อยแล้วว่าทำไมหอกมันถึงมีชื่อแบบนี้

ถึงแม้ว่าชื่อของมันจะดูเรียบง่ายจนเหมือนกับออฟชั่นหายไป แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่แบบนั้น กลับกันเลยออฟชั่นทั้งสามอย่างมันได้ถูกรวมกันเป็นหนึ่งทำให้เกิดเป็นชื่อเฉพาะของอาร์ติแฟคเองขึ้นมา

หากว่ายูอิลฮานต้องการเขาก็สามารถจะเอาชื่อยาวๆของมันกลับมาได้ แต่ว่าเขาไม่ต้องการแบบนั้น เขาเคารพในความตั้งใจของโอโรจิที่เลือกชื่อแบบนี้และก็ยังมองเห็นออฟชั่นที่รวมอยู่ในชื่ออีกด้วย

[หอกมังกรแปดหาง]

[ระดับ - อีปิค] (TL:ระดับอีปิคจะมีระดับสูงกว่าตำนานนะครับ)

[พลังโจมตี - 7,000]

[ความทนทาน - 15,000/15,000]

[ข้อจำกัดผู้ใช้ - ยมทูตที่มีพลังในการใช้วิญญาณ]

[ออฟชั่น -

1.สามารถใช้งานเพลิงม่วงได้

2.สามารถแยกปลายหอกเป็นแปดอันโจมตีได้

3.ปล่อยพิษออกมาเมื่อโจมตีติดคริติคอล

4.ความสามารถทั้งหมดเพิ่มขึ้นมา 120% เมื่อต่อสู้กับเผ่ามังกร]

[ตัวตนในตำนานได้ถูกนำมาสร้างขึ้นใหม่อีกครั้งด้วยช่างที่ใช้พลังของวิญญาณ หากพลังของช่างในการใช้วิญญาณได้เพิ่มขึ้นและบันทึกถูกสะสมมากยิ่งขึ้นอาวุธจะพัฒนาขึ้นได้อีก]

"เยี่ยม อีปิคชิ้นที่สอง"

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำอาวุธนี้ด้วยแค่ความสามารถของช่างตีเหล็กและหัตถกรรมมานา แต่ว่านี่มันก็มีความหมายมากที่เขาได้สัมผัสกับการสร้างหรือยกระดับเป็นอีปิคสองชิ้นด้วยมือตัวเองแล้ว นอกไปจากนี้การที่มันวิวัฒนาการได้อีกก็ทำให้ยูอิลฮานมีความสุข

ถึงแม้ว่าความสามารถในการเสริมพลังของคลาสยมทูตจะได้หายไป แต่ว่านี่มันก็ยังพูดได้ว่านี่คือการปรับปรุงแนวทางพื้นฐานของอาวุธ เขารู้สึกดีกับมันเนื่องจากว่ามันเหมือนกับเขาได้เจอกับแนวทางที่ถูกต้องแล้ว

"ถ้างั้นฉันควรจะส่งข้อความไปหาพวกนั้นดีไหมนะ? พวกนั้นน่าจะกำลังหลับอยู่ในตอนนี้ถ้าหากว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นใช่ไหม?"

[คุณก็มีแผนที่จะสร้างอาวุธหลังจากส่งข้อความไปหาพวกเขาใช่ไหม?] (เอิลต้า)

"ขอย้ำนะ อย่ามาอ่านความคิดฉัน"

ในตอนนี้มันเกือบจะตีหนึ่งแล้ว ยูอิลฮานได้เลือกส่งข้อความไปหาคังมิเรย์ที่เป็นหัวหน้าตระกูลเทพสายว่าเขาได้กลับมาที่โลกแล้ว

ยังไงก็ตามข้อความของเขาได้ถูกอ่านในทันทีและเขาก็ได้รับสายเรียกเข้า ในทันทีที่ยูอิลฮานได้รับสายอย่างงงๆ เขาก็ได้ยินเสียงร้องของผู้หญิงออกมานั่นก็คือคังมิเรย์

[คุณยูอิลฮาน]

ยูอิลฮานรู้ได้ทันทีว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

"ขอโทษนะที่ไม่ได้รับสายคุณมาหลายเดือน คุณก็น่าจะรู้จากคุณคังฮาจิน แต่ว่าผมได้ไปที่โลกที่ถูก...."

[นั่นแหละ! โลกที่ถูกทิ้ง!]

เสียงตะโกนที่หาได้ยากของคังมิเรย์ได้ดังออกมา ยูอิลฮานได้แต่กระพริบตาอย่างตกใจ

เพียงแค่เขากำลังคิดที่จะถามกลับไปเพราะเขาไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงดูตื่นตระหนกแบบนั้น เธอก็พูดออกมา

[วันนี้! เมื่อตะกี้ได้มีการพบกับดันเจี้ยนในเกาหลีที่ได้เชื่อมต่อกับโลกที่ถูกทิ้ง มันได้มาถึงจุดที่ไม่อาจจะปิดผนึกมันได้อีกแล้ว และมันได้ผสมรวมกับโลกและทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นแล้ว! คุณยูอิลฮาน มันโชคดีที่จริงๆที่คุณไม่ได้กลับมาช้าเกินไป....]

สติของยูอิลฮานได้หลุดออกไปจนเขาไม่ได้ตอบคำถามกลับไปทันที เขาทำได้แต่คิดขึ้นว่า

เฮ้ หรือว่ามันเป็นตัวตนของฉันบนโลกกันนะที่มีปัญหานะ

จบบทที่ บทที่ 108 - ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (9) [อ่านฟรีวันที่ 20/01/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว