- หน้าแรก
- ทำไงดี แฟนเก่าที่เป็นนักสืบดันย้ายมาอยู่ห้องข้างๆ
- บทที่ 24 เงาร่างที่คุ้นเคย
บทที่ 24 เงาร่างที่คุ้นเคย
บทที่ 24 เงาร่างที่คุ้นเคย
บทที่ 24 เงาร่างที่คุ้นเคย
"เด็กที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าครับ" พูดถึงเด็ก ๆ หลี่อันก็นึกขึ้นได้ "อ้อ งั้นวันนี้คุณคงไม่ได้อยู่ทานมื้อเย็นแล้วนะคะ ฉันต้องไปกินข้าวกับเด็ก ๆ ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า"
พอได้ยินดังนั้น เหอมู่ก็หัวเราะเบา ๆ "ถึงคุณจะอยากให้อยู่ ก็ไม่มีอะไรให้กินอยู่ดีไม่ใช่หรือไง?"
คงไม่ได้จะให้กินแค่กองผลไม้ เค้ก แล้วก็คุกกี้พวกนี้หรอกนะ!
"ไม่ได้บอกว่าจะให้กินข้าวที่บ้านซะหน่อย! ออกไปกินข้างนอกก็ได้นี่คะ! เอาไว้วันหลังแล้วกัน วันหลังฉันจะเลี้ยงของอร่อย ๆ ชดเชยให้นะคะ"
"ผมจะจำไว้"
"แน่นอนค่ะ"
"มือไปโดนอะไรมา?" ในที่สุดเหอมู่ก็สังเกตเห็นแผลที่หลังมือของหล่อน
"อ้อ โดนลูกแมวข้างล่างกัดเอาน่ะค่ะ"
"มิน่าล่ะถึงได้กระเช้าผลไม้มา"
"ใช่ค่ะ"
"โดนกัดตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"เพิ่งเมื่อวานซืนเองค่ะ"
"ฉีดวัคซีนหรือยัง?"
"เรียบร้อยแล้วค่ะ อย่าไปบอกแม่หรือคุณลุงเหอนะคะ"
"รู้แล้วน่า คุณเองก็ระวังหน่อยเถอะ ให้ตายสิ" เหอมู่ถอนหายใจด้วยความอ่อนใจ "ทำไมถึงชอบหาเรื่องเจ็บตัวอยู่เรื่อยเลยนะ?"
หลี่อันยิ้ม "นั่นสินะคะ! นี่ หมอเหอ พอจะมีวิธีเปลี่ยนร่างกายใหม่ให้ฉันบ้างไหมคะ? ฉันไม่อยากได้ร่างนี้แล้ว!"
ร่างกายที่ผุพังใกล้จะแตกสลาย—นั่นคือความรู้สึกของหล่อนในตอนนี้
อาการบาดเจ็บหลายอย่างไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ต่อให้วันหนึ่งหล่อนจะหายดี แต่ก็ไม่รู้ว่าร่างกายนี้จะประคองตัวเองไปได้อีกนานแค่ไหน
"เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว กินให้อิ่ม นอนให้หลับ ดีกว่าอะไรทั้งนั้นแหละ"
"หมอเหอก็ลองไปศึกษาวิจัยดูสิคะ หนทางยังอีกยาวไกล!" หลี่อันพูดติดตลก
เหอมู่หัวเราะตาม "ได้เลย เดี๋ยวผมจะลองไปศึกษาดู คุณก็รอหน่อยแล้วกัน"
"โอเคค่ะ"
เหอมู่พิจารณาดูหล่อน
"ดูเหมือนช่วงนี้อาการคุณจะดีขึ้นเยอะนะ"
รอยยิ้มบนริมฝีปากของหลี่อันค่อย ๆ จางลง "ไม่รู้สิคะ มันก็ดี ๆ ร้าย ๆ สลับกันไป กลางวันก็ดีหน่อย แต่พอกลางคืนก็แย่หน่อย"
"ค่อยเป็นค่อยไป อย่าใจร้อน"
"อือ" หลี่อันพยักหน้า
ขณะที่หล่อนจัดการเค้กจนหมด เหอมู่ก็ช่วยแพ็คคุกกี้ใส่ถุงแยกเป็นชิ้น ๆ
"เอาล่ะ งั้นผมกลับก่อนนะ คุณต้องไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไม่ใช่เหรอ? รีบไปหน่อยก็ดี"
"ค่ะ งั้นเดี๋ยวฉันเดินไปส่ง"
"ไม่ต้องหรอก คุณไปทำธุระของคุณเถอะ"
"งั้นก็ได้ค่ะ"
"ไปนะ"
พอเหอมู่ทำท่าจะเดินออกไป หลี่อันก็นึกถึงคุกกี้กับเค้กชิ้นเล็กที่สัญญาว่าจะให้เขา
หล่อนรีบหยิบใส่ถุงแล้ววิ่งตามออกไป
"เดี๋ยวก่อนค่ะ"
"หือ?"
"นี่ค่ะ ของคุณ"
"เกือบลืมไปเลย" เหอมู่รับถุงขนมมา
"เอาไว้ทานตอนเข้าเวรดึกนะคะ ถ้าทานหมดแล้วบอกนะ เดี๋ยวฉันอบให้ใหม่"
"อันอัน เอาอย่างนี้ดีไหม เดี๋ยวผมไปคุยกับตาแก่นั่นให้ ให้เขาเลิกกับน้าเสวี่ย แล้วเรามาคบกันเถอะ"
"พอเลย เลิกเล่นได้แล้ว"
"ไปล่ะนะ" เหอมู่หัวเราะ
"อือ"
พอมองส่งเขาเข้าลิฟต์ไปแล้ว หลี่อันก็กลับเข้าห้อง
หล่อนเก็บข้าวของแล้วมุ่งหน้าไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
ขาของหล่อนดีขึ้นมากแล้วจึงขับรถไปเองได้ แต่การจราจรค่อนข้างติดขัด ทำให้ไปถึงช้ากว่ากำหนดเล็กน้อย
พอเลี้ยวรถเข้าประตูรั้ว ก็เห็นผู้อำนวยการยืนอยู่ข้างนอกพอดี เห็นหล่อนหอบข้าวของพะรุงพะรัง ผู้อำนวยการก็รีบเข้ามาช่วยถือ
"คุณหลี่"
"เรียกอันอันเถอะค่ะ"
"ได้จ้ะ อันอัน" ผู้อำนวยการยิ้ม "เด็ก ๆ ไปรวมตัวกันที่โรงอาหารแล้ว เราไปที่นั่นกันเลยดีกว่า"
"ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่มาช้า"
"ไม่เป็นไรจ้ะ พวกแกก็เพิ่งจะเดินเข้าไปกันเอง"
เด็ก ๆ ที่นี่อายุไม่มากนัก คนโตสุดก็แค่อายุสิบสองสิบสามปี
ก่อนที่หลี่อันจะมาถึง พวกเขานั่งเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบในโรงอาหาร รอคอยเวลาอาหารเริ่มอย่างเงียบเชียบ
ทันทีที่เห็นหล่อนเดินเข้ามา ดวงตาของเด็ก ๆ ก็เป็นประกาย "น้าอันอัน!"
"เรียกพี่สาวสิ!" หลี่อันแกล้งทำเสียงดุ
"พี่สาวอันอัน!" พวกเด็ก ๆ หัวเราะคิกคักแล้วรีบแก้คำเรียกขาน
เซวียนเซวียน: "พี่อันอัน ผมนึกว่าพี่จะไม่มาซะแล้ว"
"จะไม่มาได้ยังไงกัน? ก็เราสัญญากันแล้วนี่นา ว่าวันนี้พี่จะมาฉลองวันเกิดให้เรา"
เซวียนเซวียน: "อื้อ"
"พี่ทำเค้กมาให้ด้วยนะ"
เซวียนเซวียน: "ขอบคุณครับ พี่อันอัน"
"ไม่เป็นไรจ้ะ"
"อ้อ จริงสิ แล้วพี่ก็ทำพวกนี้มาด้วย อบเองกับมือเลยนะ ไม่ได้ใส่น้ำตาลเยอะด้วย" พูดพลางหล่อนก็โชว์คุกกี้และขนมอื่น ๆ ให้ผู้อำนวยการดู
"คุณนี่ใส่ใจจริง ๆ เลยนะ หยางเทา ถวนถวน มาช่วยพี่อันอันแจกขนมหน่อยเร็ว"
"ครับผม/ค่า!"
ในระหว่างนั้น หลี่อันก็นำเค้กวันเกิดออกมาวาง พร้อมกับจาน ส้อม และหมวกวันเกิดที่สั่งซื้อออนไลน์เตรียมไว้ล่วงหน้า
ระหว่างที่หยางเทากับถวนถวนช่วยกันแจกขนม หลี่อันก็ปักเทียนลงบนเค้ก
"ผอ.คะ เริ่มกันเลยไหมคะ?"
"เริ่มเลยสิ! คุณเป็นคนนำนะ"
"ไม่เอา ๆ ผอ.นำเถอะค่ะ"
"งั้นก็ได้จ้ะ" ผู้อำนวยการไม่ปฏิเสธ
"ทุกคนเห็นแล้วใช่ไหมว่าพี่อันอันเอาเค้กวันเกิดมาฝาก รู้ไหมเอ่ยว่าวันนี้วันเกิดใคร?"
"วันเกิดเซวียนเซวียน!" ทุกคนตะโกนตอบพร้อมกัน
"ถูกต้องจ้ะ วันเกิดของเซวียนเซวียนคนเก่งของเรานั่นเอง ตอนนี้งานวันเกิดของเซวียนเซวียนเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว! ทุกคน ปรบมือหน่อยเร็ว"
หลี่อันจุดเทียน
"อธิษฐานสิลูก เซวียนเซวียน" ผู้อำนวยการบอก
ท่ามกลางเสียงเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ เซวียนเซวียนหลับตาลง พนมมือขึ้น ในแสงเทียนวูบไหว ใบหน้าของเด็กน้อยดูจริงจังและศรัทธา เขาอธิษฐานในใจเงียบ ๆ ก่อนจะลืมตาแล้วเป่าเทียน
"เอาล่ะ คราวนี้หนูก็ช่วยแจกเค้กให้เพื่อน ๆ นะลูก"
"ครับ"
หลังจากงานวันเกิดและมื้อเที่ยงจบลง
ก็ได้เวลาพักกลางวันของเด็ก ๆ หลี่อัน เจ้าหน้าที่ และผู้อำนวยการต่างก็มาช่วยดูแลเด็ก ๆ เข้านอน
"แม่ผอ. ครับ วันนี้ไม่ต้องนอนกลางวันได้ไหมครับ?"
"ไม่ได้จ้ะ ต้องนอนให้พอนะ จะได้มีแรงทำกิจกรรมตอนบ่าย"
"โห~" เสียงโอดครวญดังระงมไปทั่วห้องพัก
"งั้นพี่อันอันจะกลับเมื่อไหร่คะ?" ถวนถวนถาม
"อืม..." หลี่อันครุ่นคิด "ตอนพวกหนูตื่น พี่ก็น่าจะยังอยู่นะ"
"จริงเหรอคะ?"
"อื้อ" หลี่อันพยักหน้า
ผอ.: "ทีนี้นอนหลับสบายใจกันได้แล้วใช่ไหม?"
"คร้าบ/ค่า!" เด็ก ๆ ตอบรับพร้อมรอยยิ้ม
"งั้นก็นอนกันได้แล้วจ้ะ"
หลังจากกล่อมเด็ก ๆ จนหลับหมดแล้ว หลี่อันกับผู้อำนวยการก็เดินออกมาข้างนอก
ระหว่างเดิน ผู้อำนวยการก็ชวนหลี่อันคุยสัพเพเหระ
"พวกแกกลัวว่าคุณจะกลับน่ะค่ะ"
"ค่ะ"
หลี่อันเข้าใจดี เด็กเหล่านี้ไม่ค่อยได้พบปะคนภายนอก แม้หล่อนจะมาบ่อย แต่ก็ไม่ได้มาทุกวัน
เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะรู้สึกผูกพันเป็นพิเศษ
ตอนที่หล่อนมาที่นี่ครั้งแรก ผู้อำนวยการเคยถามว่าหล่อนจะมาได้สม่ำเสมอไหม ถ้าไม่ ก็อย่าทำตัวสนิทสนมกับเด็ก ๆ มากเกินไป เพราะเด็ก ๆ จะยึดติด
จนกระทั่งหล่อนรับปากอย่างหนักแน่น ผู้อำนวยการถึงอนุญาตให้หล่อนคลุกคลีกับเด็ก ๆ ได้
"อันอัน ฉันอยากบอกคุณมาตลอด ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณแทนเด็ก ๆ พวกนั้นด้วย"
"ไม่หรอกค่ะ อย่าพูดแบบนั้นเลย"
ความจริงแล้ว หล่อนก็มีเหตุผลที่เห็นแก่ตัวของตัวเองเหมือนกัน
การได้อยู่กับเด็ก ๆ ช่วยให้จิตใจของหล่อนสงบลง
ตอนที่เริ่มป่วยใหม่ ๆ หล่อนเอาแต่เหม่อลอย หมดความสนใจในทุกสิ่งรอบตัว
เอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้องไม่ออกไปไหน
จิตแพทย์บอกว่าหล่อนต้องก้าวออกมาถ้ายากจะหายดี
ต้องพยายามหาสิ่งที่ตัวเองสนใจทำ
แต่จะให้ทำอะไรล่ะ?
หล่อนไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น และรู้สึกว่าคนป่วยอย่างหล่อนคงทำอะไรดี ๆ ไม่ได้
จนกระทั่งได้มาเป็นอาสาสมัครที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากับคนรู้จัก หล่อนถึงรู้สึกว่าตัวเองยังมีค่าอยู่บ้าง
ต่อมาพอได้คลุกคลีกับเด็ก ๆ หล่อนก็พบว่าการได้อยู่กับพวกเขาทำให้หล่อนลืมความทุกข์ไปได้ชั่วขณะ
ดังนั้น เจตนาของหล่อนไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องอะไร และไม่คิดว่าตัวเองสมควรได้รับคำขอบคุณจากผู้อำนวยการ
ระหว่างที่เด็ก ๆ นอนหลับ หลี่อันก็ช่วยเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดสถานที่ ซักล้างและฆ่าเชื้อข้าวของเครื่องใช้ของเด็ก ๆ
พอเด็ก ๆ ตื่น หล่อนก็ใช้เวลาอ่านหนังสือและเล่านิทานให้พวกเขาฟัง
"พี่อันอัน มาเล่นเกมกับพวกเราไหมครับ?"
"เอาสิ จะเล่นอะไรกันดีล่ะ?"
"เล่นงูกินหางกันเถอะ! พี่อันอันเป็นแม่ไก่ ให้เซวียนเซวียนเป็นพ่องู แล้วพวกเราเป็นลูกไก่"
"แต่พี่วิ่งไม่ค่อยเร็วนะ พวกหนูต้องออมมือให้พี่ด้วยล่ะ"
"ตกลง!" เด็ก ๆ รับปากเป็นมั่นเหมาะ
"งั้นก็ไปกันเลย"
"ลุย!"
เหมือนหัวหน้าแก๊งเด็ก หลี่อันพากลุ่มลูกเจี๊ยบตัวน้อยวิ่งพล่านไปทั่วลาน
แต่ไม่นานหล่อนก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยหอบ ร่างกายนี้ช่างไร้ประโยชน์ลงทุกวันจริง ๆ
"พี่ไม่ไหวแล้ว พักก่อนเถอะนะ"
"เพิ่งเล่นได้แป๊บเดียวเอง! พี่อันอันเหนื่อยแล้วเหรอ?"
"พี่อันอันห้ามอู้นะ! พวกเรายังไม่เหนื่อยเลย!"
"พี่อันอัน เล่นต่ออีกหน่อยนะ"
"ใช่ ๆ อีกหน่อยนะ!"
เจอสายตาอ้อนวอนของเด็ก ๆ เข้าไป หลี่อันก็ใจแข็งปฏิเสธไม่ลง "ก็ได้ ๆ อีกรอบเดียวนะ แล้วให้พี่พัก พวกหนูค่อยเล่นกันเองต่อนะ"
"โอเค ได้เลย!"
ทุกคนเข้าประจำที่ กำลังจะเริ่มเล่นต่อ ทันใดนั้น เงาร่างที่คุ้นตาก็ปรากฏขึ้นในคลองจักษุของหลี่อัน