เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 เงาร่างที่คุ้นเคย

บทที่ 24 เงาร่างที่คุ้นเคย

บทที่ 24 เงาร่างที่คุ้นเคย


บทที่ 24 เงาร่างที่คุ้นเคย

"เด็กที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าครับ" พูดถึงเด็ก ๆ หลี่อันก็นึกขึ้นได้ "อ้อ งั้นวันนี้คุณคงไม่ได้อยู่ทานมื้อเย็นแล้วนะคะ ฉันต้องไปกินข้าวกับเด็ก ๆ ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า"

พอได้ยินดังนั้น เหอมู่ก็หัวเราะเบา ๆ "ถึงคุณจะอยากให้อยู่ ก็ไม่มีอะไรให้กินอยู่ดีไม่ใช่หรือไง?"

คงไม่ได้จะให้กินแค่กองผลไม้ เค้ก แล้วก็คุกกี้พวกนี้หรอกนะ!

"ไม่ได้บอกว่าจะให้กินข้าวที่บ้านซะหน่อย! ออกไปกินข้างนอกก็ได้นี่คะ! เอาไว้วันหลังแล้วกัน วันหลังฉันจะเลี้ยงของอร่อย ๆ ชดเชยให้นะคะ"

"ผมจะจำไว้"

"แน่นอนค่ะ"

"มือไปโดนอะไรมา?" ในที่สุดเหอมู่ก็สังเกตเห็นแผลที่หลังมือของหล่อน

"อ้อ โดนลูกแมวข้างล่างกัดเอาน่ะค่ะ"

"มิน่าล่ะถึงได้กระเช้าผลไม้มา"

"ใช่ค่ะ"

"โดนกัดตั้งแต่เมื่อไหร่?"

"เพิ่งเมื่อวานซืนเองค่ะ"

"ฉีดวัคซีนหรือยัง?"

"เรียบร้อยแล้วค่ะ อย่าไปบอกแม่หรือคุณลุงเหอนะคะ"

"รู้แล้วน่า คุณเองก็ระวังหน่อยเถอะ ให้ตายสิ" เหอมู่ถอนหายใจด้วยความอ่อนใจ "ทำไมถึงชอบหาเรื่องเจ็บตัวอยู่เรื่อยเลยนะ?"

หลี่อันยิ้ม "นั่นสินะคะ! นี่ หมอเหอ พอจะมีวิธีเปลี่ยนร่างกายใหม่ให้ฉันบ้างไหมคะ? ฉันไม่อยากได้ร่างนี้แล้ว!"

ร่างกายที่ผุพังใกล้จะแตกสลาย—นั่นคือความรู้สึกของหล่อนในตอนนี้

อาการบาดเจ็บหลายอย่างไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ต่อให้วันหนึ่งหล่อนจะหายดี แต่ก็ไม่รู้ว่าร่างกายนี้จะประคองตัวเองไปได้อีกนานแค่ไหน

"เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว กินให้อิ่ม นอนให้หลับ ดีกว่าอะไรทั้งนั้นแหละ"

"หมอเหอก็ลองไปศึกษาวิจัยดูสิคะ หนทางยังอีกยาวไกล!" หลี่อันพูดติดตลก

เหอมู่หัวเราะตาม "ได้เลย เดี๋ยวผมจะลองไปศึกษาดู คุณก็รอหน่อยแล้วกัน"

"โอเคค่ะ"

เหอมู่พิจารณาดูหล่อน

"ดูเหมือนช่วงนี้อาการคุณจะดีขึ้นเยอะนะ"

รอยยิ้มบนริมฝีปากของหลี่อันค่อย ๆ จางลง "ไม่รู้สิคะ มันก็ดี ๆ ร้าย ๆ สลับกันไป กลางวันก็ดีหน่อย แต่พอกลางคืนก็แย่หน่อย"

"ค่อยเป็นค่อยไป อย่าใจร้อน"

"อือ" หลี่อันพยักหน้า

ขณะที่หล่อนจัดการเค้กจนหมด เหอมู่ก็ช่วยแพ็คคุกกี้ใส่ถุงแยกเป็นชิ้น ๆ

"เอาล่ะ งั้นผมกลับก่อนนะ คุณต้องไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไม่ใช่เหรอ? รีบไปหน่อยก็ดี"

"ค่ะ งั้นเดี๋ยวฉันเดินไปส่ง"

"ไม่ต้องหรอก คุณไปทำธุระของคุณเถอะ"

"งั้นก็ได้ค่ะ"

"ไปนะ"

พอเหอมู่ทำท่าจะเดินออกไป หลี่อันก็นึกถึงคุกกี้กับเค้กชิ้นเล็กที่สัญญาว่าจะให้เขา

หล่อนรีบหยิบใส่ถุงแล้ววิ่งตามออกไป

"เดี๋ยวก่อนค่ะ"

"หือ?"

"นี่ค่ะ ของคุณ"

"เกือบลืมไปเลย" เหอมู่รับถุงขนมมา

"เอาไว้ทานตอนเข้าเวรดึกนะคะ ถ้าทานหมดแล้วบอกนะ เดี๋ยวฉันอบให้ใหม่"

"อันอัน เอาอย่างนี้ดีไหม เดี๋ยวผมไปคุยกับตาแก่นั่นให้ ให้เขาเลิกกับน้าเสวี่ย แล้วเรามาคบกันเถอะ"

"พอเลย เลิกเล่นได้แล้ว"

"ไปล่ะนะ" เหอมู่หัวเราะ

"อือ"

พอมองส่งเขาเข้าลิฟต์ไปแล้ว หลี่อันก็กลับเข้าห้อง

หล่อนเก็บข้าวของแล้วมุ่งหน้าไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

ขาของหล่อนดีขึ้นมากแล้วจึงขับรถไปเองได้ แต่การจราจรค่อนข้างติดขัด ทำให้ไปถึงช้ากว่ากำหนดเล็กน้อย

พอเลี้ยวรถเข้าประตูรั้ว ก็เห็นผู้อำนวยการยืนอยู่ข้างนอกพอดี เห็นหล่อนหอบข้าวของพะรุงพะรัง ผู้อำนวยการก็รีบเข้ามาช่วยถือ

"คุณหลี่"

"เรียกอันอันเถอะค่ะ"

"ได้จ้ะ อันอัน" ผู้อำนวยการยิ้ม "เด็ก ๆ ไปรวมตัวกันที่โรงอาหารแล้ว เราไปที่นั่นกันเลยดีกว่า"

"ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่มาช้า"

"ไม่เป็นไรจ้ะ พวกแกก็เพิ่งจะเดินเข้าไปกันเอง"

เด็ก ๆ ที่นี่อายุไม่มากนัก คนโตสุดก็แค่อายุสิบสองสิบสามปี

ก่อนที่หลี่อันจะมาถึง พวกเขานั่งเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบในโรงอาหาร รอคอยเวลาอาหารเริ่มอย่างเงียบเชียบ

ทันทีที่เห็นหล่อนเดินเข้ามา ดวงตาของเด็ก ๆ ก็เป็นประกาย "น้าอันอัน!"

"เรียกพี่สาวสิ!" หลี่อันแกล้งทำเสียงดุ

"พี่สาวอันอัน!" พวกเด็ก ๆ หัวเราะคิกคักแล้วรีบแก้คำเรียกขาน

เซวียนเซวียน: "พี่อันอัน ผมนึกว่าพี่จะไม่มาซะแล้ว"

"จะไม่มาได้ยังไงกัน? ก็เราสัญญากันแล้วนี่นา ว่าวันนี้พี่จะมาฉลองวันเกิดให้เรา"

เซวียนเซวียน: "อื้อ"

"พี่ทำเค้กมาให้ด้วยนะ"

เซวียนเซวียน: "ขอบคุณครับ พี่อันอัน"

"ไม่เป็นไรจ้ะ"

"อ้อ จริงสิ แล้วพี่ก็ทำพวกนี้มาด้วย อบเองกับมือเลยนะ ไม่ได้ใส่น้ำตาลเยอะด้วย" พูดพลางหล่อนก็โชว์คุกกี้และขนมอื่น ๆ ให้ผู้อำนวยการดู

"คุณนี่ใส่ใจจริง ๆ เลยนะ หยางเทา ถวนถวน มาช่วยพี่อันอันแจกขนมหน่อยเร็ว"

"ครับผม/ค่า!"

ในระหว่างนั้น หลี่อันก็นำเค้กวันเกิดออกมาวาง พร้อมกับจาน ส้อม และหมวกวันเกิดที่สั่งซื้อออนไลน์เตรียมไว้ล่วงหน้า

ระหว่างที่หยางเทากับถวนถวนช่วยกันแจกขนม หลี่อันก็ปักเทียนลงบนเค้ก

"ผอ.คะ เริ่มกันเลยไหมคะ?"

"เริ่มเลยสิ! คุณเป็นคนนำนะ"

"ไม่เอา ๆ ผอ.นำเถอะค่ะ"

"งั้นก็ได้จ้ะ" ผู้อำนวยการไม่ปฏิเสธ

"ทุกคนเห็นแล้วใช่ไหมว่าพี่อันอันเอาเค้กวันเกิดมาฝาก รู้ไหมเอ่ยว่าวันนี้วันเกิดใคร?"

"วันเกิดเซวียนเซวียน!" ทุกคนตะโกนตอบพร้อมกัน

"ถูกต้องจ้ะ วันเกิดของเซวียนเซวียนคนเก่งของเรานั่นเอง ตอนนี้งานวันเกิดของเซวียนเซวียนเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว! ทุกคน ปรบมือหน่อยเร็ว"

หลี่อันจุดเทียน

"อธิษฐานสิลูก เซวียนเซวียน" ผู้อำนวยการบอก

ท่ามกลางเสียงเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ เซวียนเซวียนหลับตาลง พนมมือขึ้น ในแสงเทียนวูบไหว ใบหน้าของเด็กน้อยดูจริงจังและศรัทธา เขาอธิษฐานในใจเงียบ ๆ ก่อนจะลืมตาแล้วเป่าเทียน

"เอาล่ะ คราวนี้หนูก็ช่วยแจกเค้กให้เพื่อน ๆ นะลูก"

"ครับ"

หลังจากงานวันเกิดและมื้อเที่ยงจบลง

ก็ได้เวลาพักกลางวันของเด็ก ๆ หลี่อัน เจ้าหน้าที่ และผู้อำนวยการต่างก็มาช่วยดูแลเด็ก ๆ เข้านอน

"แม่ผอ. ครับ วันนี้ไม่ต้องนอนกลางวันได้ไหมครับ?"

"ไม่ได้จ้ะ ต้องนอนให้พอนะ จะได้มีแรงทำกิจกรรมตอนบ่าย"

"โห~" เสียงโอดครวญดังระงมไปทั่วห้องพัก

"งั้นพี่อันอันจะกลับเมื่อไหร่คะ?" ถวนถวนถาม

"อืม..." หลี่อันครุ่นคิด "ตอนพวกหนูตื่น พี่ก็น่าจะยังอยู่นะ"

"จริงเหรอคะ?"

"อื้อ" หลี่อันพยักหน้า

ผอ.: "ทีนี้นอนหลับสบายใจกันได้แล้วใช่ไหม?"

"คร้าบ/ค่า!" เด็ก ๆ ตอบรับพร้อมรอยยิ้ม

"งั้นก็นอนกันได้แล้วจ้ะ"

หลังจากกล่อมเด็ก ๆ จนหลับหมดแล้ว หลี่อันกับผู้อำนวยการก็เดินออกมาข้างนอก

ระหว่างเดิน ผู้อำนวยการก็ชวนหลี่อันคุยสัพเพเหระ

"พวกแกกลัวว่าคุณจะกลับน่ะค่ะ"

"ค่ะ"

หลี่อันเข้าใจดี เด็กเหล่านี้ไม่ค่อยได้พบปะคนภายนอก แม้หล่อนจะมาบ่อย แต่ก็ไม่ได้มาทุกวัน

เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะรู้สึกผูกพันเป็นพิเศษ

ตอนที่หล่อนมาที่นี่ครั้งแรก ผู้อำนวยการเคยถามว่าหล่อนจะมาได้สม่ำเสมอไหม ถ้าไม่ ก็อย่าทำตัวสนิทสนมกับเด็ก ๆ มากเกินไป เพราะเด็ก ๆ จะยึดติด

จนกระทั่งหล่อนรับปากอย่างหนักแน่น ผู้อำนวยการถึงอนุญาตให้หล่อนคลุกคลีกับเด็ก ๆ ได้

"อันอัน ฉันอยากบอกคุณมาตลอด ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณแทนเด็ก ๆ พวกนั้นด้วย"

"ไม่หรอกค่ะ อย่าพูดแบบนั้นเลย"

ความจริงแล้ว หล่อนก็มีเหตุผลที่เห็นแก่ตัวของตัวเองเหมือนกัน

การได้อยู่กับเด็ก ๆ ช่วยให้จิตใจของหล่อนสงบลง

ตอนที่เริ่มป่วยใหม่ ๆ หล่อนเอาแต่เหม่อลอย หมดความสนใจในทุกสิ่งรอบตัว

เอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้องไม่ออกไปไหน

จิตแพทย์บอกว่าหล่อนต้องก้าวออกมาถ้ายากจะหายดี

ต้องพยายามหาสิ่งที่ตัวเองสนใจทำ

แต่จะให้ทำอะไรล่ะ?

หล่อนไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น และรู้สึกว่าคนป่วยอย่างหล่อนคงทำอะไรดี ๆ ไม่ได้

จนกระทั่งได้มาเป็นอาสาสมัครที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากับคนรู้จัก หล่อนถึงรู้สึกว่าตัวเองยังมีค่าอยู่บ้าง

ต่อมาพอได้คลุกคลีกับเด็ก ๆ หล่อนก็พบว่าการได้อยู่กับพวกเขาทำให้หล่อนลืมความทุกข์ไปได้ชั่วขณะ

ดังนั้น เจตนาของหล่อนไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องอะไร และไม่คิดว่าตัวเองสมควรได้รับคำขอบคุณจากผู้อำนวยการ

ระหว่างที่เด็ก ๆ นอนหลับ หลี่อันก็ช่วยเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดสถานที่ ซักล้างและฆ่าเชื้อข้าวของเครื่องใช้ของเด็ก ๆ

พอเด็ก ๆ ตื่น หล่อนก็ใช้เวลาอ่านหนังสือและเล่านิทานให้พวกเขาฟัง

"พี่อันอัน มาเล่นเกมกับพวกเราไหมครับ?"

"เอาสิ จะเล่นอะไรกันดีล่ะ?"

"เล่นงูกินหางกันเถอะ! พี่อันอันเป็นแม่ไก่ ให้เซวียนเซวียนเป็นพ่องู แล้วพวกเราเป็นลูกไก่"

"แต่พี่วิ่งไม่ค่อยเร็วนะ พวกหนูต้องออมมือให้พี่ด้วยล่ะ"

"ตกลง!" เด็ก ๆ รับปากเป็นมั่นเหมาะ

"งั้นก็ไปกันเลย"

"ลุย!"

เหมือนหัวหน้าแก๊งเด็ก หลี่อันพากลุ่มลูกเจี๊ยบตัวน้อยวิ่งพล่านไปทั่วลาน

แต่ไม่นานหล่อนก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยหอบ ร่างกายนี้ช่างไร้ประโยชน์ลงทุกวันจริง ๆ

"พี่ไม่ไหวแล้ว พักก่อนเถอะนะ"

"เพิ่งเล่นได้แป๊บเดียวเอง! พี่อันอันเหนื่อยแล้วเหรอ?"

"พี่อันอันห้ามอู้นะ! พวกเรายังไม่เหนื่อยเลย!"

"พี่อันอัน เล่นต่ออีกหน่อยนะ"

"ใช่ ๆ อีกหน่อยนะ!"

เจอสายตาอ้อนวอนของเด็ก ๆ เข้าไป หลี่อันก็ใจแข็งปฏิเสธไม่ลง "ก็ได้ ๆ อีกรอบเดียวนะ แล้วให้พี่พัก พวกหนูค่อยเล่นกันเองต่อนะ"

"โอเค ได้เลย!"

ทุกคนเข้าประจำที่ กำลังจะเริ่มเล่นต่อ ทันใดนั้น เงาร่างที่คุ้นตาก็ปรากฏขึ้นในคลองจักษุของหลี่อัน

จบบทที่ บทที่ 24 เงาร่างที่คุ้นเคย

คัดลอกลิงก์แล้ว