- หน้าแรก
- ทำไงดี แฟนเก่าที่เป็นนักสืบดันย้ายมาอยู่ห้องข้างๆ
- บทที่ 23 งั้นเรามาคบกันเองดีไหม?
บทที่ 23 งั้นเรามาคบกันเองดีไหม?
บทที่ 23 งั้นเรามาคบกันเองดีไหม?
บทที่ 23 งั้นเรามาคบกันเองดีไหม?
หลี่อันหันไปมองตามเสียง "นายมาได้ยังไง?"
คนที่มาคือ เหอมู่ ที่เพิ่งเดินออกมาจากลิฟต์นั่นเอง
"งั้นผมไม่รบกวนแล้วนะครับ"
เมื่อเห็นสถานการณ์ ช่างติดตั้งจึงกล่าวลาเธอแล้วเดินจากไป
"เขามาทำอะไรน่ะ?"
เหอมู่เดินสวนกับช่างคนนั้นเข้ามา เขาเหลียวมองแผ่นหลังของช่างแวบหนึ่งแล้วเอ่ยถาม
"ฉันเปลี่ยนมาใช้กลอนประตูดิจิทัลแบบมีกล้องวงจรปิดน่ะ ช่างเขาเลยมาช่วยติดตั้งให้"
"อ๋อ ติดเสร็จแล้วสินะ"
"อื้ม"
เรื่องนี้เธอเคยปรึกษาเหอมู่มาก่อนแล้ว และเขาก็เป็นคนแนะนำยี่ห้อและรุ่นของกลอนประตูนี้ให้เธอเอง
"แล้วเพื่อนบ้านเธอว่ายังไงบ้าง?" เขาพยักพเยิดหน้าไปทางห้องของฉีเหยียนที่อยู่ตรงข้าม
"ฉันบอกเขาแล้ว เขาไม่ได้ว่าอะไร"
"อืม"
"เข้ามาสิ" หลี่อันเอ่ยชวนพร้อมกับพาเขาเดินเข้าไปในห้อง
"ฉันซื้อผลไม้มาฝาก อย่าลืมกินให้หมดด้วยล่ะ"
หลี่อันมองถุงผลไม้ที่เขาวางลงบนโต๊ะแล้วส่งเสียงครวญครางพร้อมขมวดคิ้ว "อ่า~"
"เป็นอะไรไป? น้อยไปเหรอ?"
"เปล่า เมื่อวานฉันเพิ่งได้รับกระเช้าผลไม้มา วันนี้นายยังซื้อมาให้อีกเยอะแยะขนาดนี้ ฉันต้องกินไปถึงเมื่อไหร่กว่าจะหมดเนี่ย?"
ตอนนี้เธอมองกองผลไม้ด้วยความกลัดกลุ้มใจจริง ๆ
"งั้นก็ค่อย ๆ กิน อันไหนเก็บได้ไม่นานก็กินก่อน"
"อื้อ" คงต้องทำแบบนั้นแหละ "ไม่งั้นขากลับนายแบ่งกลับไปกินบ้างไหม?"
"จะบอกความจริงให้ก็ได้ เมื่อกี้เห็นว่ามันสดดี ฉันก็เลยซื้อส่วนของตัวเองมาแล้วเหมือนกัน ทิ้งไว้ในรถน่ะ"
"โอเค งั้นก็ตามนั้น"
"จริงสิ เมื่อกี้เธอถามฉันว่าอะไรนะ?"
"ฉันไม่ได้ถามอะไรนี่? อ๋อ หมายถึงตอนอยู่ข้างนอกใช่ไหม? ฉันถามว่านายมาได้ยังไง"
"พ่อฉันกับน้าเสวี่ยเป็นห่วงเธอ ก็เลยให้ฉันแวะมาดู พอดีวันนี้ฉันหยุดด้วยก็เลยมาหา"
หลี่อันหลุบตาลงหัวเราะเบา ๆ "มีอะไรน่าเป็นห่วงกัน?"
"แล้วเธอคิดว่าพวกท่านต้องห่วงเรื่องอะไรล่ะ?"
คำพูดของเขามีความนัยแฝงอยู่เต็มเปี่ยม
หลี่อันก้มหน้ายิ้มบาง ๆ โดยไม่ตอบรับคำพูดนั้น
"ช่วงนี้กินข้าวเป็นยังไงบ้าง?"
"ก็ดีนะ"
เหอมู่เปิดตู้เย็นของเธอออกดูทันที "นี่เหรอที่เรียกว่า 'ก็ดี' ของเธอ?"
นอกจากผลไม้แล้ว ข้างในมีเพียงน้ำเปล่าไม่กี่ขวด
แถมผลไม้พวกนี้ เธอก็บอกเองว่าเพิ่งเอาใส่ตู้ไปเมื่อวาน
"หลี่อัน ถ้าเธอยังเป็นแบบนี้ต่อไป ฉันจะเสนอแม่เธอให้จับเธอแอดมิทเข้าโรงพยาบาลเลยนะ" เหอมู่พูดเสียงเข้ม
"ฉันกินจริง ๆ นะ แค่กินคนเดียวมันไม่ค่อยหมด ก็เลยซื้อกินเป็นมื้อ ๆ ไป" เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เหอมู่ "ดูสิ ช่วงนี้หน้าตาฉันสดใสขึ้นตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ?"
"ถอยไปเลย! ถ้าห้องไม่มีกระจก เดี๋ยวฉันลงไปซื้อให้เอาไหม!"
"โอเค ๆ กินน้ำก่อน กินน้ำก่อน"
หลี่อันหยิบน้ำขวดหนึ่งจากตู้เย็นยัดใส่มือเขา ไม่อยากคุยเรื่องนี้ต่อ
เหอมู่รู้ทันความคิดเธอ เขาปรายตามองเธอแวบหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงต่อ
เขากวาดสายตามองในตู้เย็นของหลี่อันอีกครั้ง ก็เห็นเค้กชิ้นหนึ่งที่ถูกกินไปแล้วครึ่งก้อนวางอยู่ ไม่รู้ว่าเป็นของเหลือตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ดูสภาพแล้วน่าจะนานพอสมควร
"เค้กนี่ฉันทิ้งให้นะ มันกินไม่ได้แล้ว"
"เดี๋ยวก่อน!"
ทันทีที่เขาหยิบมันขึ้นมา หลี่อันก็รีบพุ่งเข้าไปห้ามด้วยความไวแสง
"เป็นอะไรไป?"
เหอมู่งงเป็นไก่ตาแตก ก็แค่เค้กขยะชิ้นหนึ่ง จำเป็นต้องตื่นตระหนกขนาดนี้เลยเหรอ?
ถ้าไม่รู้มาก่อน คงนึกว่าเป็นสมบัติล้ำค่าอะไรสักอย่าง
หลี่อันเองก็รู้ตัวว่าปฏิกิริยาของเธอออกจะเกินเหตุไปหน่อย เธอส่งยิ้มเจื่อน ๆ แก้เก้อ "เอ่อ... วางไว้ก่อนเถอะ เดี๋ยวตอนลงไปข้างล่างฉันค่อยเอาไปทิ้งเอง"
เหอมู่รู้สึกทะแม่ง ๆ แต่ก็ไม่ได้ถามเซ้าซี้
หลี่อันฉวยโอกาสแย่งเค้กมาจากมือเขา แล้วบรรจงวางกลับเข้าไปที่เดิมอย่างระมัดระวัง
"คราวที่แล้วลืมให้เงินเขาเลยแฮะ" เธอพึมพำกับตัวเองขณะเก็บของ
"อะไรนะ?"
"อ๋อ เปล่า" จู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าวันนั้นตกลงจะจ่ายค่ารถให้ฉีเหยียน แต่สุดท้ายก็ลืมไปซะสนิท "จริงสิ เมื่อกี้ฉันเพิ่งอบคุกกี้เสร็จ นายมาลองชิมดูสิ"
เหอมู่เดินตามเธอไป พอถึงหน้าห้องทานอาหาร กลิ่นหอมของขนมอบก็ลอยมาเตะจมูก
"หอมดีนี่!"
"ใช่ไหมล่ะ?"
พอเข้าไปดู ก็เห็นว่าบนโต๊ะในครัวไม่ได้มีแค่คุกกี้ แต่ยังมีคัพเค้กชิ้นเล็ก ๆ วางอยู่อีกด้วย
เหอมู่หยิบคุกกี้ขึ้นมาชิมชิ้นหนึ่ง "ไม่เลว อร่อยเลยนะเนี่ย"
"งั้นเดี๋ยวขากลับฉันห่อให้นายเอากลับไปกินด้วย"
"ได้สิ แต่เธออบขนมพวกนี้ทุกสองสามวัน แถมตัวเองก็ไม่กิน หรือว่าเอาไปทิ้งหมด?"
"จะทิ้งได้ยังไงล่ะ? ฉันเอาไปแจกต่างหาก... ให้รปภ.ในหมู่บ้านบ้าง ป้าแม่บ้านบ้าง... แล้วพวกนี้กะว่าจะเอาไปให้เด็ก ๆ ที่บ้านเด็กกำพร้า"
"อันอัน งั้นเราอย่าให้พ่อฉันกับแม่เธอลงเอยกันเลย เรามาคบกันเองดีกว่าไหม?"
"ล้อเล่นหรือไง?"
"ฉันพูดจริงนะ ฉันว่าเธอดีมากเลย จะไปหาผู้หญิงจิตใจดีแบบเธอได้จากที่ไหนอีก?"
"งั้นนายไปบอกลุงเหอสิ"
"งั้นช่างเถอะ! พ่อฉันต้องตีขาฉันหักแน่ ๆ!"
หลี่อันยิ้มขำ เธอกะไว้แล้วเชียว
"เข้าเรื่องนะ พ่อฉันกับน้าเสวี่ยก็คบกันมาพักใหญ่แล้ว เมื่อไหร่เธอจะยอมให้น้าเสวี่ยมอบสถานะอย่างเป็นทางการให้พ่อฉันสักที?"
"เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ? ถ้าพวกท่านอยากแต่งงานกัน ฉันก็ไม่ได้คัดค้านอะไรสักหน่อย!"
"แต่เท่าที่ฉันดูท่าทีน้าเสวี่ย เหมือนท่านจะกังวลว่าเธอจะไม่ยอมนะ"
"จะเป็นไปได้ยังไง? แต่ว่า... นายไม่มีปัญหาอะไรเหรอ? ด้วยสภาพของฉันตอนนี้..."
ยังไม่ทันพูดจบ เหอมู่ก็พูดแทรกขึ้นมา "พูดอะไรน่ะ? ฉันจะมีปัญหาอะไรได้? ฉันอยากให้พวกท่านรีบแต่งงานกันจะแย่ พ่อฉันจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียวสักที"
"งั้นวันหลังฉันจะลองคุยกับแม่เรื่องนี้ดู"
"อืม"
"นี่ ช่วยฉันแพ็คพวกนี้หน่อยสิ!"
ตอนนี้ทั้งคุกกี้และคัพเค้กเย็นตัวลงหมดแล้ว
"อุตส่าห์มาหาถึงที่ ยังจะกล้าใช้แรงงานฉันอีกเหรอ?"
"ทำไมจะไม่กล้าล่ะ นายไม่ใช่คนอื่นคนไกล อีกเดี๋ยวเราก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว"
"ก็จริง ต้องทำยังไงบ้าง?"
"เอาคุกกี้ใส่ถุงนี้ แล้วใช้เครื่องนี้ซีลปากถุง"
"แบบนี้เหรอ?" เหอมู่ลองทำดูหนึ่งอัน
"อื้ม หัวไวใช้ได้นี่นา"
เหอมู่หัวเราะในลำคอเบา ๆ
เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มลงมือช่วยงานแล้ว หลี่อันจึงเดินไปหยิบวิปครีมและผลไม้บางส่วนออกมาจากตู้เย็น
"จะเอามาทำอะไรน่ะ?" เหอมู่ถาม
"ทำเค้กวันเกิด"
"วันเกิดใคร?"