- หน้าแรก
- ทำไงดี แฟนเก่าที่เป็นนักสืบดันย้ายมาอยู่ห้องข้างๆ
- บทที่ 25 สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงคำว่า "ไม่รู้จัก"
บทที่ 25 สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงคำว่า "ไม่รู้จัก"
บทที่ 25 สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงคำว่า "ไม่รู้จัก"
บทที่ 25 สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงคำว่า "ไม่รู้จัก"
ทำไม ฉีเหยียน ถึงมาที่นี่ได้?
พอเห็นเธอชะงักไป ถวนถวน ก็หยุดตามแล้วมองไปตามสายตาของเธอ "พี่อันอัน พวกเขามาหาพี่เหรอครับ?"
"อ๋อ เปล่าจ้ะ" หลี่อัน ได้สติกลับมา
"มีอะไรเหรอครับพี่อันอัน?"
เซวียนเซวียน เดินเข้ามาสมทบ แน่นอนว่าเขาก็เห็นฉีเหยียนกับผู้ชายคนข้าง ๆ เหมือนกัน
"พี่อันอันรู้จักพวกเขาเหรอครับ?"
ถวนถวน: "พี่อันอันบอกว่าไม่รู้จักครับ เราไปเล่นกันต่อเถอะ"
หือ?
หลี่อันอึ้งไปเลย เธอไปพูดตอนไหนว่าไม่รู้จัก?
เธอแค่บอกว่าพวกเขาไม่ได้มาหาเธอต่างหาก
แต่จะให้อธิบายตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว
จะบอกว่ารู้จักเหรอ?
แล้วรู้จักในฐานะอะไรล่ะ?
เพื่อนบ้าน หรือแฟนเก่า?
ช่างเถอะ
อีกอย่าง อยู่ห่างกันขนาดนี้ เขาคงไม่ได้ยินหรอกมั้ง?
เป็นครั้งแรกที่ฉีเหยียนนึกอยากให้หูตัวเองไม่ดีขนาดนี้
คบกันมากว่าสี่ปี เลิกกันไปห้าปี รวมแล้วเกือบสิบปี แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมามีเพียงคำว่า "ไม่รู้จัก"
"หัวหน้า นั่นมัน..." สวี่เจี้ยน จำได้ว่าหลี่อันคือผู้หญิงที่เจอหน้าสถานีตำรวจ แต่พอเห็นสีหน้าของฉีเหยียน เขาก็หุบปากฉับ
เขาชอบพูดมากก็จริง แต่ก็ดูสถานการณ์เป็น ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะพูด
เอาเข้าจริง แม้ปกติฉีเหยียนจะดูเคร่งขรึม แต่สวี่เจี้ยนเพิ่งเคยเห็นเขาเป็นแบบนี้ครั้งแรก
"พวกคุณคือ...?" ผู้อำนวยการได้รับแจ้งข่าวจึงออกมาต้อนรับ
ฉีเหยียนแจ้งสถานะพร้อมโชว์ตราประจำตัวตำรวจ
"ไม่ต้องตกใจครับ เรามาสอบถามข้อมูลนิดหน่อย"
"งั้นเชิญด้านในเลยค่ะ"
ผู้อำนวยการไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง แต่ก็เชื้อเชิญพวกเขาเข้าไปในห้องทำงาน
"เชิญนั่งค่ะ" เธอรินน้ำมาให้สองแก้ว "รับเครื่องดื่มอะไรไหมคะ?"
"ขอบคุณครับ ไม่ต้องลำบากหรอก"
"ได้ค่ะ อยากทราบเรื่องอะไรคะ?"
"คุณรู้จักคนคนนี้ไหมครับ?" สวี่เจี้ยนยื่นรูปถ่ายให้ดู
"นี่... นี่มัน หลินชิง นี่คะ"
"ใช่ครับ คุณรู้อะไรเกี่ยวกับเธอบ้าง?" ฉีเหยียนเอ่ยถาม
สำหรับหลินชิง ผู้อำนวยการพอรู้เรื่องอยู่บ้าง
"เด็กคนนี้น่าสงสารค่ะ เธอถูกทิ้งไว้ที่สถานสงเคราะห์ของเราตั้งแต่แรกเกิด อยู่จนถึงสี่ขวบก็มีคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งมารับไปเลี้ยง"
"พวกเขาดูแลเธอดีไหมครับ?"
ผู้อำนวยการยิ้มเจื่อน ๆ โดยไม่พูดอะไร "แปลกดีนะคะ สามีภรรยาคู่นั้นพยายามมีลูกมาเจ็ดแปดปีแต่ไม่สำเร็จจนถอดใจไปแล้ว เลยมารับอุปการะเธอ แต่พอปีถัดมาพวกเขากลับมีลูกชาย พอมีลูกแท้ ๆ ของตัวเอง ความใส่ใจที่มีให้เธอก็ลดน้อยลง หลังจากนั้นหลินชิงก็มักจะหนีกลับมาที่นี่บ่อย ๆ บางทีก็มานั่งเฉย ๆ บางทีก็มากินข้าว มาช่วยทำงานจิปาถะ ถามอะไรเธอก็ไม่ตอบ พักหลังเราเลยเลิกถามไป"
ฉีเหยียน: "ดูเหมือนเธอจะเป็นคนเก็บตัวสินะครับ"
"ใช่ค่ะ เป็นคนเงียบ ๆ เก็บความรู้สึกเก่ง"
"แล้วหลังจากนั้นล่ะครับ?"
"ก็เป็นแบบนั้นจนเรียนจบอาชีวะ ฉันเคยได้ยินเธอหลุดปากมาว่าจริง ๆ แล้วเธอสอบติดมัธยมปลาย แต่พ่อแม่บุญธรรมไม่ยอมให้เรียน บังคับให้ไปเรียนสายอาชีพแทน พอเรียนจบเริ่มทำงานเธอก็มาที่นี่น้อยลง จะมาก็เฉพาะวันหยุดมาช่วยดูแลเด็ก ๆ ทำงานทั่ว ๆ ไป" เธอหยุดไปครู่หนึ่ง "ถึงนิสัยจะไม่สดใสร่างเริง แต่เธอเป็นเด็กดีมากคนหนึ่งค่ะ"
ฉีเหยียน: "แล้วความสัมพันธ์กับพ่อแม่บุญธรรมเป็นยังไงบ้างครับ?"
"ไม่ดีเท่าไหร่ค่ะ หลังเรียนจบเธอก็แทบไม่กลับไปที่นั่นเลย"
พูดมาถึงตรงนี้ ผู้อำนวยการก็เริ่มลังเล "เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับหลินชิงหรือเปล่าคะ?"
ฉีเหยียน: "เธอเสียชีวิตแล้วครับ"
"เสียชีวิต? เป็นไปได้ยังไงคะ?" ผู้อำนวยการแทบไม่อยากเชื่อหู "เธอยังมาที่นี่เมื่อไม่นานมานี้เอง เป็นไปไม่ได้! ต้องมีอะไรเข้าใจผิดแน่ ๆ"
"เราตรวจสอบอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตแล้วครับ เป็นเธอแน่นอน"
ฉีเหยียนส่งสายตาให้สวี่เจี้ยน อีกฝ่ายรีบไปเอาน้ำมาให้ผู้อำนวยการ
เธอจิบน้ำเพื่อสงบสติอารมณ์ลงบ้าง แต่ก็ยังทำใจยอมรับได้ยาก ตอนที่ฉีเหยียนมาถึงเธอก็สังหรณ์ใจไม่ดีอยู่แล้ว แต่พอรู้ว่าเป็นคนใกล้ตัว ความรู้สึกมันต่างกันลิบลับ
"ช่วยเล่าเหตุการณ์ครั้งสุดท้ายที่เจอเธอให้ฟังหน่อยครับ"
ผู้อำนวยการนึกย้อน "น่าจะปลายเดือนที่แล้วค่ะ เธอขนของขวัญมาให้เด็ก ๆ เยอะมาก ก่อนกลับเธอบอกฉันว่า ต่อไปอาจจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ ไม่ได้แล้ว ฉันถามว่างานยุ่งเหรอ ถ้างานยุ่งก็ไม่ต้องมาบ่อยก็ได้ เธอบอกว่าจะแต่งงาน แฟนเป็นคนต่างถิ่น เธอต้องย้ายตามเขาไป คงกลับมาลำบาก"
"เธอบอกไหมครับว่าแฟนเป็นใคร หรือจะย้ายไปที่ไหน?"
"ไม่ค่ะ ฉันถามแล้ว แต่เธอบอกแค่ว่าถ้ากำหนดวันแน่นอนแล้วจะบอกอีกที"