- หน้าแรก
- ทำไงดี แฟนเก่าที่เป็นนักสืบดันย้ายมาอยู่ห้องข้างๆ
- บทที่ 14 ทำไมไม่โทรเรียกฉัน
บทที่ 14 ทำไมไม่โทรเรียกฉัน
บทที่ 14 ทำไมไม่โทรเรียกฉัน
บทที่ 14 ทำไมไม่โทรเรียกฉัน
หลี่อันได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวแว่ว ๆ จึงหันกลับไปมอง เห็นเพียงฉีเหยียนยืนพิงรถอยู่ เมื่อไม่เห็นสิ่งผิดปกติใด ๆ หล่อนจึงเดินหน้าต่อไป
ฉีเหยียนดึงซองบุหรี่ออกจากกระเป๋าด้วยความหงุดหงิด หยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ในปากจุดไฟแล้วสูบเข้าไปสองเฮือกใหญ่
เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังโมโหเรื่องบ้าอะไร!
แค่เพราะหล่อนไม่เอ่ยปากชวนเขาเข้าไปด้วยงั้นเหรอ?
หล่อนก็โตจนป่านนี้แล้ว มีอะไรที่จัดการเองไม่ได้บ้าง? เขาไม่เห็นจำเป็นต้องขับรถมาส่งหล่อนด้วยซ้ำ!
เขามักคิดว่าตัวเองเป็นคนควบคุมอารมณ์ได้ดีมาตลอด แต่พอต้องเผชิญหน้ากับหล่อนหลังกลับมาเจอกันครั้งนี้ เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนบ้า
ทุกอิริยาบถของหลี่อันมีผลต่ออารมณ์ของเขาทั้งสิ้น
สงสัยเขาจะโดนหล่อนทำของใส่เข้าให้แล้ว!
เมื่อเข้ามาในโรงพยาบาล หลี่อันตรงไปลงทะเบียนที่ห้องฉุกเฉินเป็นอันดับแรก
ทุกอย่างราบรื่นดี รออยู่ประมาณสิบนาที พยาบาลก็เรียกชื่อหล่อน
หมอตรวจดูบาดแผลของหล่อนก่อน
"ทำแผลเบื้องต้นมาแล้วใช่ไหมครับ?"
"ค่ะ"
"ทำเองเหรอครับ?"
"ค่ะ" หลี่อันตอบสั้น ๆ ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่ม
"ทำยังไงครับ?" หมอถามต่อ
หล่อนจึงอธิบายขั้นตอนที่ฉีเหยียนทำให้เมื่อครู่ให้หมอฟัง
"ล้างแผลได้ดีครับ"
จากนั้นหมอก็สอบถามอาการของลูกแมว หลี่อันก็ตอบคำถามจนครบถ้วน
"เคสนี้จัดอยู่ในกลุ่มสัมผัสโรคระดับ 3 นะครับ นอกจากวัคซีนพิษสุนัขบ้าแล้ว ต้องฉีดอิมมูโนโกลบูลิน เพิ่มด้วย"
"ค่ะ"
หลี่อันไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้นัก ในเมื่อหมอว่าอย่างนั้น หล่อนก็แค่ปฏิบัติตาม
"ยาตัวนี้ฉีดแล้วจะปวดหน่อยนะครับ ทนหน่อยนะ"
"ค่ะ"
ตอนนั้นหลี่อันไม่ได้ใส่ใจคำเตือนนี้นัก
จะปวดสักแค่ไหนเชียว หล่อนคิดในใจ!
ก็แค่ฉีดยา ต่อให้หล่อนจะเป็นคนกลัวเจ็บ แต่แค่ฉีดยาแค่นี้คงไม่ถึงกับทนไม่ไหวหรอก
แต่พอเข็มจิ้มลงไปจริง ๆ หล่อนถึงรู้ซึ้งว่าหมอไม่ได้พูดเล่นเลยแม้แต่คำเดียว
ที่บอกว่าปวด ก็คือปวดจริง ๆ
ทันทีที่เดินยา น้ำตาของหลี่อันก็ไหลพราก ทำไมมันถึงได้ปวดร้าวขนาดนี้?
แต่หล่อนอายเกินกว่าจะร้องออกมาเสียงดัง โตป่านนี้แล้ว ร้องไห้เพราะฉีดยามันน่าขายหน้าจะตาย!
ทว่าพยาบาลกลับคุ้นชินกับภาพนี้ดี "ปวดมากใช่ไหมคะ?"
หลี่อันยิ้มแหย ๆ ทั้งน้ำตา
"ถ้าปวดก็ร้องออกมาเถอะค่ะ ไม่เป็นไรหรอก ใคร ๆ เขาก็ร้องระงมกันทั้งนั้น"
"อือ... ยังไม่เสร็จอีกเหรอคะ?"
ทำไมนานจัง หล่อนอยากให้มันจบ ๆ ไปสักที
"เข็มนี้ใกล้เสร็จแล้วค่ะ แต่คุณยังต้องฉีดอีกสามเข็มนะ"
คราวนี้หลี่อันถึงกับตะลึงงัน "หา?"
...ฉีเหยียนรออยู่ข้างนอกนานสองนาน เห็นหลี่อันยังไม่ออกมาสักที กลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น จึงเดินตามเข้ามาดู
เขาเจอหลี่อันนั่งอยู่ที่หน้าห้องฉีดยา
"ทำไมถึงนานนัก?"
"ฉันโดนฉีดไปหลายเข็มเลย ตอนนี้ต้องนั่งรอสังเกตอาการน่ะ"
เสียงของหล่อนอู้อี้เหมือนคนเป็นหวัด ตอนนั้นเองฉีเหยียนถึงสังเกตเห็นว่าตาของหล่อนแดงก่ำ
"ร้องไห้เหรอ?"
พอไม่ทักก็ยังพอทน แต่พอเขาเอ่ยถาม น้ำตาที่หลี่อันเพิ่งจะกลั้นไว้ได้ก็พาลไหลออกมาอีกรอบ
"คุณพูดถูก คนเราไม่ควรหาเรื่องทำอะไรเกินตัวจริง ๆ"
หล่อนเริ่มนึกเสียใจขึ้นมาตงิด ๆ!
รู้แค่ว่าต้องมาฉีดวัคซีน แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่ามันจะปวดทรมานขนาดนี้!
ฉีเหยียนเกือบจะหลุดขำ แต่พอเห็นสภาพร้องไห้ขี้มูกโป่งของหล่อน เขาก็เพียงแค่ยกมุมปากขึ้นนิด ๆ ก่อนจะกลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิม
เขาล้วงกระเป๋าเสื้อกางเกง หวังจะหาทิชชูส่งให้หล่อน แต่ควานหาอยู่นานก็เจอแค่บุหรี่ครึ่งซองกับไฟแช็กอันหนึ่ง
หลี่อันเดาไว้แล้ว เขาเป็นผู้ชายหยาบกระด้างแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร
ในกระเป๋าสะพายหล่อนมีทิชชูอยู่ หล่อนจึงหยิบออกมาซับคราบน้ำตาบนใบหน้า
"นั่งสิ"
ดึกป่านนี้คนในโรงพยาบาลบางตา ตรงนี้มีแค่พวกเขาสองคน ที่นั่งจึงว่างเหลือเฟือ
ฉีเหยียนทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ หล่อน
"หมอว่าไงบ้าง?"
"หมอบอกว่าคุณทำแผลได้ดีมาก ขอบคุณนะ"
หล่อนกล่าวขอบคุณเขาอย่างจริงใจอีกครั้ง
"ทำไมมันบวมเป่งขนาดนั้น?" ฉีเหยียนข้ามคำขอบคุณของหล่อน สายตาจับจ้องไปที่มือซึ่งวางอยู่บนหน้าตักของหญิงสาว
หลี่อันก้มมองตาม "สงสัยยาที่เพิ่งฉีดไปเมื่อกี้ยังไม่กระจายตัวมั้งคะ"
"ไม่ได้ฉีดที่ไหล่เหรอ?"
"วัคซีนพิษสุนัขบ้าฉีดที่ไหล่ค่ะ แต่อิมมูโนโกลบูลินฉีดที่มือ"
อย่างนี้นี่เอง!
มิน่าล่ะหล่อนถึงได้เจ็บขนาดนั้น!
คิ้วที่ขมวดอยู่แล้วของฉีเหยียนยิ่งขมวดแน่นขึ้นไปอีก
"ทำไมไม่โทรเรียกฉัน?" คำพูดหลุดออกจากปากไปโดยไม่ทันยั้งคิด แต่พอพูดจบเขาก็นึกเสียใจทันที
ทำไมหล่อนต้องโทรหาเขาด้วย?
พวกเขาเป็นอะไรกันงั้นเหรอ!
หลี่อันเองก็คิดเช่นเดียวกัน
เลิกกันไปตั้งนานแล้ว เขาก็มีคนใหม่ไปแล้ว
หล่อนมีสิทธิ์อะไร ในฐานะอะไร ที่จะไปเรียกเขาเข้ามา?
ความสัมพันธ์ตอนนี้มันคลุมเครือจนหาคำจำกัดความไม่ได้ด้วยซ้ำ
พออารมณ์เริ่มเย็นลง หล่อนจึงเริ่มทบทวนสถานการณ์ทั้งหมดอีกครั้ง และตระหนักได้ว่ามันไม่เหมาะสมเอาเสียเลย
"คุณกลับไปเถอะค่ะ เดี๋ยว ผู้กองซ่ง จะเข้าใจผิด หล่อนอาจจะไม่พอใจเอานะ"
หล่อนฝืนยิ้ม พยายามทำตัวให้ดูเป็นปกติที่สุด
"ผู้กองซ่ง?" ฉีเหยียนทวนชื่อนั้น น้ำเสียงฟังดูแปร่งหูชอบกล
"อืม ก็พวกคุณสองคน..."
ฉีเหยียนรู้ว่าหล่อนกำลังเข้าใจผิด แต่ก็ไม่ได้คิดจะอธิบาย "หล่อนไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยขนาดนั้นหรอก"
งั้นเหรอ?
ได้ยินแบบนั้น หลี่อันก็หลุบตาลง ซ่อนความน้อยใจไว้ภายใน
ช่างเถอะ ดูเหมือนหล่อนจะเอาไม้บรรทัดของคนใจแคบไปวัดใจสุภาพบุรุษเสียแล้ว หล่อนจึงเลือกที่จะเงียบ
จู่ ๆ เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดก็ดังลั่นออกมาจากห้องฉีดยาด้านหลัง ทั้งสองคนหันขวับไปมองพร้อมกัน
แวบแรกฉีเหยียนดูตกใจ แต่แล้วเขาก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้
"เมื่อกี้เธอก็ร้องแบบนี้เหรอ?"
"อือ... ไม่ใช่นะ..." ไม่ได้เล่นใหญ่ขนาดนั้นสักหน่อย แต่... ก็ไม่ได้เบากว่ากันเท่าไหร่หรอก เพียงแต่หลี่อันไม่อยากยอมรับ
ทำไมต้องถามจี้ใจดำด้วยนะ!
หล่อนเหลือบมองเขาค้อน ๆ สายตาแฝงแววตัดพ้อโดยไม่รู้ตัว
ไม่รู้ทำไม สายตาค้อนวงเล็ก ๆ ของหล่อนกลับทำให้ฉีเหยียนอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างประหลาด
"สังเกตอาการเสร็จแล้วกลับได้เลยใช่ไหม?" เขาถามต่อ
"ยังต้องฉีดกันบาดทะยักอีกเข็มค่ะ!"
"ยังต้องฉีดอีกเหรอ?"
"อือ"
"เดี๋ยวฉันเข้าไปเป็นเพื่อน"
"ไม่ต้องหรอกค่ะ"
"ทำไม? ยังจะทำเก่งอีกเหรอ?" ฉีเหยียนเริ่มทำเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย
"เปล่าค่ะ คือตำแหน่งที่ฉีดมันค่อนข้างเฉพาะเจาะจง... มันไม่ค่อยสะดวกน่ะค่ะ"
พยาบาลเพิ่งบอกตำแหน่งที่จะฉีดให้หล่อนรู้ จะว่าไปหล่อนก็ไม่ได้ฉีดยาตรง 'จุดนั้น' มานานมากแล้วเหมือนกัน มันน่าอายจะตายไป
พอได้ยินหล่อนพูดแบบนั้น ฉีเหยียนก็นึกขึ้นได้
เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ นั่นสินะ เขาจะลืมเรื่องนั้นไปได้ยังไง?
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไรต่อ ประตูห้องฉีดยาด้านหลังก็เปิดออก คู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่งเดินประคองกันออกมา
ฝ่ายหญิงร้องไห้สะอึกสะอื้นตัวโยน
พอออกมา ทั้งคู่ก็นั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ หญิงสาวยังคงร้องไห้ไม่หยุด ส่วนชายหนุ่มก็คอยปลอบประโลมอยู่ไม่ห่าง
"ไม่ร้องนะคนเก่ง เดี๋ยวเสร็จแล้วเค้าพาไปกินของอร่อย ๆ นะ"
"เค้าจะซื้อเค้กที่เตงชอบให้กินด้วย!"
"รสสตรอว์เบอร์รีไง"
"เค้กชั้นนึง สลับกับแยมสตรอว์เบอร์รี แล้วก็โปะด้วยวิปครีมหนา ๆ อ้อ ด้านบนมีสตรอว์เบอร์รีลูกโต ๆ วางอยู่อีกชั้นนึงด้วยนะ"
คำบรรยายของเขาเห็นภาพจนหลี่อันรู้สึกเหมือนมีเค้กวางอยู่ตรงหน้า แถมยังได้กลิ่นหอมลอยมาแตะจมูก
"อื้ม~ หอมจังเลย! เตงไม่กินเหรอ? ไม่กินจริง ๆ เหรอ? งั้นเค้ากินคนเดียวนะ"
"เค้ากินแล้วนะ กินแล้วจริง ๆ นะ งั่ม... งั่ม..."
เขาแกล้งทำท่าถือเค้กกินจริงจัง แถมยังทำท่าทางตลก ๆ ประกอบ
ในที่สุดหญิงสาวก็หลุดขำออกมาทั้งน้ำตา "เชอะ! เกลียดเตงที่สุดเลย! น้ำมูกเกือบไหลออกมาแล้วเนี่ย! ความผิดเตงเลยนะ!"
หลี่อันเผลอยิ้มตามภาพตรงหน้าอย่างลืมตัว
แต่พอยิ้มได้ครู่เดียว ความเศร้าก็ตีตื้นขึ้นมาจุกอก
ถ้าบอกว่าไม่นึกอิจฉาเลยสักนิด ก็คงโกหก
หล่อนกับฉีเหยียนเคยมีช่วงเวลาดี ๆ แบบนั้นเหมือนกัน แต่มันผ่านไปนานแสนนานแล้ว เหลือไว้เพียงความทรงจำที่ชวนให้ใจหายยามนึกถึง