- หน้าแรก
- นิวนิว หนูน้อยวาจาสิทธิ์
- บทที่ 33 - ท่านแม่คือเทพสงคราม
บทที่ 33 - ท่านแม่คือเทพสงคราม
บทที่ 33 - ท่านแม่คือเทพสงคราม
บทที่ 33 - ท่านแม่คือเทพสงคราม
หญิงคนนั้นได้ยินเข้าก็โกรธจนแทบเต้นเร่าๆ สวนกลับว่า "ข้าไร้เหตุผลตรงไหน! ดูท่าเจ้าก็เป็นบัณฑิตเหมือนกัน แต่ลูกเต้าส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้านกลับไม่ดูแล เจ้าไม่แหกตาดูล่ะว่าในนี้เขามีคนอ่านหนังสือกันอยู่ ถ้าเสียสมาธิจนสอบไม่ติด เจ้าจะรับผิดชอบไหวเรอะ!"
กู้หมิงต๋าขมวดคิ้ว เขาเกลียดพวกชอบเอาศีลธรรมมาอ้างกดดันคนอื่นที่สุด
"ข้าไม่ยักเชื่อว่าเสียงเด็กๆ จะดังไปกว่าเสียงตะโกนด่าของท่านตอนนี้หรอกนะ ดูท่าท่านเองก็ไม่ได้กลัวว่าจะไปรบกวนคนอ่านหนังสือสักเท่าไหร่" กู้หมิงต๋าย้อน
หญิงคนนั้นเหมือนโดนบีบคอ อ้าปากพะงาบๆ เถียงไม่ออก
กู้หมิงต๋าซักต่อ "เด็กๆ ยังไม่ได้ก้าวเข้าไปในเรือนท่านเลย จะเสียงดังได้แค่ไหนกันเชียว ถ้ามีใครอ่านตำราปราชญ์ไม่ได้เพราะเรื่องแค่นี้จริงๆ ทำไมไม่เห็นเขาออกมาปกป้องท่านบ้างล่ะ"
นางโกรธจนตัวสั่น สิ่งที่นางหวงแหนที่สุดคือลูกชาย พอโดนกู้หมิงต๋าจี้ใจดำว่าลูกชายไม่แยแส นางก็ทนไม่ไหว หันไปตะโกนเรียกไปทางหลังบ้าน "เย่าซู่! เย่าซู่! ออกมาเร็วเข้า แม่แกจะโดนคนเขารังแกตายอยู่แล้ว!"
'เย่าซู่' ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไม่ออกมา แต่กลับเป็นหญิงสาววัยไม่ถึงยี่สิบเดินออกมาแทน
หญิงสาวรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาหมดจด แต่เพราะก้มหน้าก้มตาห่อไหล่อยู่ตลอดเวลา บุคลิกจึงดูหวาดกลัวไปเสียหมด
มิหนำซ้ำใบหน้ายังดูอมทุกข์ มองปราดเดียวก็รู้ว่าชีวิตคงไม่ได้สุขสบายอะไร ความตรอมใจฉายชัดทางแววตา ดูหม่นหมองยิ่งกว่ายายแก่จอมอาละวาดคนนี้เสียอีก
"ท่านแม่ กลับกันก่อนเถอะเจ้าค่ะ มีอะไรค่อยไปคุยกันข้างใน" หญิงสาวเอื้อมมือไปดึงแขนแม่สามี
แต่ยายแก่กลับโกรธจัด สะบัดมือสะใภ้ทิ้งอย่างแรง ตวาดลั่น "ทำไมเป็นแก! เย่าซู่ไปไหน! แม่บังเกิดเกล้าโดนรังแกขนาดนี้ ทำไมไม่ออกมาช่วย!"
หญิงสาวก้มหน้างุดด้วยความรู้สึกผิด
ยายแก่ไม่กล้าโทษลูกชายสุดที่รัก ก็มาลงที่ลูกสะใภ้แทน "ต้องเป็นเพราะแกขวางเขาไว้แน่ๆ นังคนจิตใจอำมหิต มิน่าล่ะถึงไม่มีปัญญาเบ่งลูกชายออกมาสักที!"
พูดไม่ทันขาดคำ ยายแก่ก็ตบหน้าลูกสะใภ้ฉาดใหญ่
หญิงสาวโดนตบจนหน้าหัน เอามือกุมแก้ม น้ำตาคลอเบ้า เจ็บจนพูดไม่ออก
จางอวิ๋นเหนียงรีบดึงนางมาหลบข้างหลัง ถามไถ่อย่างอ่อนโยน "เจ็บไหม ให้ข้าไปหายามาประคบให้เอาไหม"
พอได้รับความห่วงใย หญิงสาวก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้โฮออกมาทันที
"ร้องทำไม! มีอะไรน่าร้องหารือ! แต่งเข้าตระกูลหวังมากี่ปี ไข่สักใบก็ไม่เคยเบ่งออกมา! แล้วนี่ยังมาร้องไห้ให้คนนอกดูอีก อยากให้ตระกูลหวังขายขี้หน้าไปถึงไหน!" ยายแก่ด่าทออย่างหยาบคาย ราวกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ลูกสะใภ้ แต่เป็นศัตรูคู่อาฆาต
กู้หมิงต๋าขมวดคิ้วแน่น ถ้าเป็นเรื่องกับยายแก่เขายังพอเจรจาได้ แต่พอเรื่องลามไปถึงลูกสะใภ้ ผู้ชายอย่างเขาก็ไม่สะดวกจะเข้าไปยุ่ง จึงหันไปส่งสายตาให้ภรรยาจัดการ
จางอวิ๋นเหนียงก้าวออกมาข้างหน้า พูดว่า "ท่านป้า สะใภ้ท่านทำอะไรผิด นางก็แค่มาบอกความต้องการของลูกชายท่าน..."
ยายแก่สวนกลับทันควัน "ลูกข้าไม่มีทางทิ้งข้าหรอก! เป็นเพราะนังนี่มันยุยงตะหาก จะมาทำลายความสัมพันธ์แม่ลูกของข้า!"
เพราะเสียงทะเลาะเบาะแว้ง ทำให้ตอนนี้ในลานบ้านเต็มไปด้วยคนมุงดู แทบจะเป็นผู้เช่าทั้งหมด ยกเว้นก็แต่ลูกชายของยายแก่
จางอวิ๋นเหนียงตั้งใจจะพูดดีๆ ด้วย แต่เห็นอีกฝ่ายดื้อด้านไม่ฟังเหตุผล จึงพูดว่า "เสียงดังขนาดนี้ หูหนวกหรือไงถึงไม่ได้ยิน"
ยายแก่ทนให้ใครมาว่าลูกชายไม่ได้ ลืมตัวว่าฝ่ายตนคนน้อยกว่า พุ่งเข้าใส่จางอวิ๋นเหนียงทันที "นังแพศยา! กล้าแช่งลูกข้าหรือ ข้าจะฉีกปากแก!"
จางอวิ๋นเหนียงเวลาอยู่กับสามีและลูกจะเป็นแม่บ้านที่อ่อนโยนที่สุดในโลก แต่เวลาเจอคนนอก นางไม่เคยยอมใคร นางเบี่ยงตัวหลบวูบ คนยังดูไม่ทันชัด นางก็คว้าไม้กวาดที่วางอยู่แถวนั้นฟาดใส่ยายแก่ไม่ยั้ง
"โมโหก็ไปลงที่ลูกชายตัวเองสิ! มาลงที่ลูกสะใภ้ทำไม! ไม่ใช่ว่านางทิ้งท่านสักหน่อย!"
จางอวิ๋นเหนียงฟาดไปด่าไป
ยายแก่ไม่นึกว่าผู้หญิงท่าทางอ่อนแออย่างจางอวิ๋นเหนียง บทจะสู้คนขึ้นมาจะน่ากลัวขนาดนี้ เจอพายุไม้กวาดเข้าไปก็ได้แต่กุมหัววิ่งหนีหัวซุกหัวซุน
ตอนทำร้ายลูกสะใภ้นางดูดุร้ายเกรี้ยวกราด แต่พอมาเจอคนหนุ่มสาวแรงดีอย่างจางอวิ๋นเหนียง นางก็กลายเป็นแค่คนแก่ไร้ทางสู้
ต่อให้พยายามปัดป้องแค่ไหน ก็โดนหวดเข้าไปหลายที
ยายแก่ร้องโอดโอย พลางตะโกนด่า "นังสารเลว! เห็นแม่ผัวโดนคนนอกตีแล้วยังยืนเฉยอีกเรอะ!"
ลูกสะใภ้ได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าเลิ่กลั่ก มองซ้ายมองขวา ก้าวขาจะเข้าไปช่วย แต่ก็ชะงัก ใจหนึ่งก็รู้ว่าตามหน้าที่ต้องช่วยแม่ผัว แต่อีกใจหนึ่งก็รู้ว่าจางอวิ๋นเหนียงตียายแก่เพื่อช่วยนาง
ที่สำคัญ แต่งงานมาห้าปี เก็บกดมาห้าปี เห็นแม่ผัวโดนตีแบบนี้ ในใจลึกๆ กลับรู้สึกสะใจพิลึก
หญิงสาวสะบัดหัวไล่ความคิดชั่วร้าย ตั้งสติว่าต้องทำหน้าที่สะใภ้ที่ดี คิดแล้วคิดอีก จึงแกล้งขยับตัวเข้าไปทำท่าเหมือนจะห้ามแต่ก็ห้ามไม่ไหว ปากก็ร้องตะโกนว่า "อย่าตีกันเลย! หยุดเถอะ! เดี๋ยวก็ตายกันพอดี!"
จางอวิ๋นเหนียงควงไม้กวาดราวกับเทพเจ้าแห่งสงคราม กำลังได้เปรียบเห็นๆ ได้ยินเสียงห้ามก็ทำหูทวนลม
ยายแก่เป็นคนโดนตี จะโดนมากโดนน้อยก็ไม่ได้อยู่ที่ตัวเอง ได้ยินสะใภ้ร้องห้ามแต่ตัวไม่เข้ามาขวาง ก็ได้แต่กลอกตาบน ด่าสะใภ้ในใจว่าเป็นตัวไร้ประโยชน์
ทันใดนั้น หญิงสาวก็รู้สึกถึงแรงกระตุกที่ชายเสื้อ ก้มลงมองก็เห็นนิวนิวเงยหน้ามองตาแป๋ว
"ท่านน้า ทำไมไม่ช่วยท่านแม่ข้าตียายแก่คนนั้นล่ะเจ้าคะ" นิวนิวเอียงคอถามด้วยความไร้เดียงสา
กู้เจาผู้ไม่คิดอะไรมาก พยักหน้าสนับสนุนทันที "ใช่ๆ แม่ข้าอุตส่าห์ออกโรงช่วยท่าน ท่านจะเอาแต่ยืนตะโกนเชียร์อย่างเดียวหรือไง"
หญิงสาวได้ยินคำถามของเด็กๆ ก็สมองขาวโพลน อ้าปากค้าง ผ่านไปเนิ่นนานกว่าจะละล่ำละลักตอบว่า "ถึง...ถึงจะช่วยข้าก็เถอะ...แต่...แต่คนที่แม่เจ้าตีคือแม่ผัวข้านะ...ข้ากับนางเป็นคนครอบครัวเดียวกัน..."
ความคิดของนิวนิวนั้นเรียบง่ายมาก คนบ้านจางเคยตีนาง นางจึงออกจากบ้านจาง ตอนนี้ได้มาอยู่กับครอบครัวใหม่ที่ไม่ตีนาง นางจึงสรุปว่า "คนครอบครัวเดียวกันเขาไม่ตีท่านหรอกเจ้าค่ะ ถ้าเขาตีท่าน แสดงว่าเขาไม่ได้เห็นท่านเป็นคนในครอบครัวน่ะสิ"
คำพูดซื่อๆ ของเด็กน้อย กลับดังก้องในหูของหญิงสาวราวกับเสียงระฆังใบใหญ่ที่ถูกตีจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
[จบแล้ว]