เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44

บทที่ 44

บทที่ 44


บทที่ 44

【ปีที่หนึ่งร้อยยี่สิบ】

【ท่านเงยหน้ามองกระจกทองแดงบนท้องฟ้าซึ่งคล้ายกับดวงจันทร์ไม่มีผิด】

【"ถึงเวลาแล้ว!" ท่านไม่มีความลังเลอีกต่อไป 】

【แม้ว่าตอนนี้หนวดเคราและเส้นผมของท่านจะขาวโพลนไปหมด และแม้ว่าใบหน้าจะเต็มไปด้วยริ้วรอยจนดูเหมือนตาแก่โทรมๆ คนหนึ่ง แต่แววตาของท่านกลับยังคงร้อนแรง ทั่วทั้งร่างก็แผ่กลิ่นอายความแข็งแกร่งที่ไม่เข้ากับอายุออกมา】

【ท่านกัดฟันกรอด พลางกระทืบเท้าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับลูกธนูที่หลุดออกจากสาย!】

【สายลมพัดเสื้อผ้าของท่านจนส่งเสียงพั่บๆ พร้อมกับหนวดเคราที่กระดิกไปมา】

【ยิ่งท่านบินสูงเท่าไหร่ กระจกทองแดงบนท้องฟ้าก็ยิ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่านั้น—】

【กรอบของกระจกทองแดงที่มีคราบสนิมเกาะกรัง สลักลวดลายอักขระประหลาดเต็มไปหมด กระจกทั้งบานก็ใหญ่โตจนน่ากลัว】

【ท่านลอยอยู่ที่ด้านหลังของกระจกซึ่งมีหมอกสีขาวหนาๆปกคลุมอยู่ และแม้จะอยู่ระยะสามนิ้วแล้ว แต่ท่านก็ยังคงมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นสักนิด】

【และเมื่อท่านไม่รู้ว่าข้างในคืออะไรกันแน่ ท่านจึงรู้สึกหวาดกลัวจนขนทั่วทั้งร่างกายลุกชันขึ้น ความหนาวเหน็บก็แทรกผ่านกระดูกโดยพุ่งจากฝ่าเท้าขึ้นสู่สมองราวกับกำลังยืนอยู่บนภูเขาน้ำแข็งหมื่นปี】

【ท่านลอยนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะไม่มีความลังเลอีกต่อไป แล้วบินเข้าไปยังหมอกนั้น และยิ่งท่านเข้าใกล้มาเท่าไหร่  ข้างๆหูของท่านก็จะมีเสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้คนแววเข้ามามากขึ้นเท่านั้น!】

【และเมื่อท่านเข้ามาแล้ว เส้นทางข้างหน้าของท่านก็เริ่มหมุนคว้างไปมา พร้อมกับอวัยวะภายในที่ราวกับถูกมือขนาดใหญ่บีบขยี้...】

【เพียงแค่สามวินาทีสั้นๆ นั้น กลับรู้สึกทรมานยาวนานยิ่งกว่าสามร้อยปี】

【เมื่ออาการวิงเวียนจางหายไป ภาพเบื้องหน้าของท่านก็คือห้องโถงหยกที่สูงเสียดฟ้า—เพดานสูงถึงสามร้อยเมตรพร้อมกับประดับไปด้วยผ้าบางเบามากมาย บนพื้นก็ปูด้วยหยกที่เปล่งแสงระยิบระยับ】

【ท่านหันกลับไปมองที่ด้านหลัง ก็เห็นกระจกทองแดงขนาดสิบเมตรฝังอยู่บนเสาต้นหนึ่งซึ่งภายในกระจกมีหมอกหมุนวนอย่างเชื่องช้าอยู่】

【"หรือว่า... ทวีปเทียนฮวงจะอยู่ภายในกระจกนี่?" ท่านตกตะลึงกับความมหัศจรรย์ของกระจกตรงหน้าจนร่างกายแข็งทื่อ】

【"เฮ้ย!" เสียงตะโกนอย่างกะทันหัน ก็ทำให้ท่านที่กำลังเหม่อลอยอยู่รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลังขึ้นมาทันที】

【เมื่อท่านหันไปก็เห็นคนในชุดสีขาวสองคนนั่งอยู่บนเบาะรองนั่ง "ประสบการณ์ครั้งนี้เป็นอย่างไรบ้าง?"】

【ท่านสะดุ้งด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะรีบประสานมือคารวะ พลางกล่าวว่า"มหาเต๋าลึกล้ำพิสดาร จำต้องเก็บตัวเพื่อใช้เวลาครุ่นคิด"】

【"ฝึกฝนจนเลอะเลือนไปแล้วหรืออย่างไร?!" คนผอมก็แค่นหัวเราะเยาะ ก่อนจะกล่าวอีกครั้งว่า "ข้าถามเจ้าว่าแต่งอนุภรรยาไปกี่คน?"】

【ท่านรีบส่ายหน้าไปมา พลางกล่าวว่า "ไม่มี ไม่มีสักคน!"】

【ทั้งสองต่างก็หัวเราะใส่ท่าน ก่อนจะหลับตาลง】

【ท่านรีบข่มความตื่นตระหนกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องโถงพร้อมกับฝ่ามือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ】

【และชั่วขณะที่ผลักประตูห้องโถงออกไป แสงของดวงดาวมากมายที่อยู่เหนือศีรษะของท่านก็สาดส่องลงมา ราวกับเป็นหลอดไฟ—เหนือศีรษะของท่านกลับไม่ใช่ท้องฟ้า แต่เป็นวังวนที่ประกอบขึ้นจากดวงดาว!】

【ดวงดาวสามร้อยหกสิบห้าดวง ต่างโคจรตามวิถีของมันจนถักทอกันเป็นตาข่ายขนาดใหญ่...】

【ท่านรีบเกาะเสาข้างๆเพื่อพยุงร่างกายให้มั่นคง เพราะท่านพึ่งจะพบว่าสถานที่ที่ท่านยืนอยู่ตอนนี้ มันกลับเป็นหอคอยที่กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า—】

【ท่านมองไปรอบๆ ก็เห็นสะพานสายรุ้งที่เชื่อมต่อกับหอคอยลอยฟ้าอีกหลายแห่ง เห็นบุปผาแปลกตาและหญ้าวิเศษที่โยกเยกไปมาตามสายลมและน้ำพุวิญญาณที่ล้นทะลักออกมาจากสระจนกลายเป็นลำธาร...】

【และท่านยังรู้สึกถึงปราณวิญญาณภายในอากาศที่เข้มข้นจนแทบจะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำด้วย! และเมื่อท่านสัมผัสปราณวิญญาณรอบๆตัว ก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความตื่นตระหนก "บัดซบ พลังเข้มข้นยิ่งกว่าแก่นชีพจรวิญญาณเสียอีก! นี่... คงไม่ใช่แดนเซียนหรอกกระมัง..."】

【ท่านเดินสำรวจไปรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจนไปเจอเข้ากับกลุ่มองครักษ์เกราะสีเงิน ซึ่งพวกเขาต่างก็มองท่านที่มีท่าทีลุกลี้ลุกลนด้วยความสงสัย!】

【แต่หลังจากพวกเขาใช้จิตสำนึกกวาดผ่านหยกที่เอวของท่าน จู่ๆ พวกเขาก็คุกเข่าลงเพื่อทำความเคารพ จนเกิดเสียง "ตึง" พร้อมกัน】

【ท่านพยักหน้าอย่างแข็งทื่อ และรอจนกระทั่งพวกเขาเดินจากไปแล้ว ท่านจึงก้มลงสัมผัสหยกนั้น—ซึ่งก็คือหยกปลาคู่ที่หลิวไฉ่ผิงให้มานั้นเอง】

【"นี่ตาแก่! ทำตัวลับๆ ล่อๆ อะไรอยู่!" เสียงที่ใสแจ๋วของเด็กผู้หญิงก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน】

【ท่านหันขวับไปตามเสียง ก็เห็นเด็กผู้หญิงตัวน้อยอายุราวห้าขวบกำลังเอียงคอจ้องมองท่านอย่างสงสัยและบนไหล่ของนางก็ยังมีกระต่ายตัวน้อยสีขาวราวกับหิมะเกาะอยู่ด้วย】

【สายตาของนางกวาดมองท่านขึ้นลงและเมื่อนางเห็นหยกปลาคู่สีม่วงที่เอวของท่าน ดวงตาของนางก็พลันเป็นประกายขึ้นมาทันที "เอะ! ศิษย์หลักหรือ?"】

【ร่างกายของท่านก็พลันแข็งทื่อขึ้นมาทันที พลางเม้มปากเงียบกริบ เพราะท่านรู้ว่าหากพูดออกไป ความจะต้องแตกอย่างแน่นอน】

【"เจ้าไม่ใช่ศิษย์หลัก!" จู่ๆ นางก็เบิกตากว้างราวกับค้นพบเรื่องน่าสนุกบางอย่าง ก่อนจะเขย่งเท้า พลางใช้นิ้วชี้มาที่ท่าน พลางกล่าวว่า "ข้ารู้แล้ว!"】

【แผ่นหลังของท่านเกร็งขึ้นมาอย่างฉับพลัน ราวกับเตรียมพร้อมที่จะฆ่าคนปิดปาก】

【"เจ้าคือคนรับใช้ของศิษย์หลัก!" นางพยักหน้ามองท่านราวกับทุกสิ่งกระจ่างแล้ว】

【ท่านรู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันที ก่อนจะรีบพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม】

【แต่เมื่อท่านลองคิดดูอยู่ครู่หนึ่ง ก็รู้สึกสงสัยถึงบางอย่างจึงรีบกระซิบถามว่า "ทำไมถึงรู้ว่าข้าเป็นคนรับใช้หรือ?"】

【"เรื่องแค่นี้ง่ายจะตายไป?" นางหักนิ้วนับทีละข้อ พลางกล่าวว่า"ข้อแรก อายุเจ้ามากเกินไป ย่อมไม่ใช่ศิษย์แน่ๆ   ข้อสอง เจ้ามีหยกปลาสีม่วงของศิษย์หลัก แสดงว่าจะต้องเป็นคนสำคัญของเขาแน่ๆ!"】

【เมื่อท่านเห็นว่านางคิดว่าตนเองเป็นคนรับใช้ของศิษย์หลัก ท่านจึงปล่อยเลยตามเลย แล้วชูนิ้วโป้งให้แก่นาง พลางกล่าวชมเชยว่า"แม่หนูน้อยช่างฉลาดเสียจริง!"】

【"แน่นอนอยู่แล้ว!" นางเชิดคางขึ้นอย่างภาคภูมิ พลางกล่าวว่า "ข้าคือคนที่ฉลาดที่สุดของหอลอยสวรรค์สายรุ้งเชียวนะ!"】

【จากนั่น เด็กผู้หญิงตัวน้อยก็กระโดดโลดเต้นเข้ามาข้างๆท่าน พลางกระพริบตาปริบๆ พลางถามว่า "ตาแก่ คงไม่ใช้ว่าเจ้า... หลงทางเหมือนกันหรอกกระมัง?"】

【ท่านพยักหน้า แสร้งทำท่าทางงุนงงสับสน】

【"ตามข้ามา!" นางคว้ามือของท่าน แล้วลากท่านเดินไปข้างหน้า "เจ้าก็แยกแยะทิศทางไม่ออกใช่หรือไม่เล่า?"】

【ท่านปิดปากเงียบ ปล่อยให้นางลากท่านต่อไป】

【"โธ่ ไม่ต้องเขินหรอกน่า!" นางแกว่งมือท่านไปมา พลางหัวเราะคิกคัก พลางกล่าวว่า " หน้าตาภายในหอลอยสวรรค์สายรุ้งเหมือนกันไปหมด แม้แต่สะพานสายรุ้งก็ยังวนไปวนมา ใครที่มาก็ต้องเวียนหัวกันทั้งนั้น..."】

【ท่านฟังนางพูดพร่ำเพ้อไปเรื่อย จึงรู้ว่าหอคอยที่เชื่อมต่อกันไปมาด้วยสะพานสายรุ้งเจ็ดสีมีชื่อว่า "หอลอยสวรรค์สายรุ้ง"】

【หลังจากเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาไปมา ข้ามสะพานสายรุ้งที่เปล่งแสงระยิบระยับไปหลายแห่ง ในที่สุดพวกท่านก็มาถึงหอคอยอันเงียบสงบแห่งหนึ่ง】

【"วันข้างหน้า เจ้ามาเป็นคนรับใช้ของข้าดีหรือไม่?" นางหันกลับมามองท่านด้วยดวงตาที่เป็นประกายซึ่งเต็มไปด้วยความคาดหวัง】

【ท่านไม่เสียเวลาคิด ก็รีบพยักหน้าตกลงทันที】

【และเมื่อก้าวเข้าไปข้างในนั้นแล้ว ท่านถึงพบว่าภายในหอคอยอันกว้างใหญ่แห่งนี้ กลับมีเพียงนางและท่านแค่สองคนเท่านั้น】

【ครึ่งปีต่อมา】

【ในที่สุดท่านก็รู้เรื่องเกี่ยวกับตระกูลเซียนหลิวบ้างเล็กน้อย】

【ห้องโถงหยกที่ท่านออกมามีนามว่าห้องโถงชิงหมิง】

【และภายหลังท่านก็รู้ว่า หากไม่ใช่เพราะอาศัย "หยกปลาคู่สีม่วง" ที่หลิวไฉ่ผิงมอบให้ ท่านก็คงจะไม่มีโอกาสเดินออกจากห้องโถงชิงหมิงทั้งเป็นแน่】

【ส่วนกระจกทองแดงที่กลืนกินวิญญาณภายในห้องโถง ก็มีชื่อว่าคันฉ่องชิงหมิง—เป็นสมบัติวิเศษถ้ำสวรรค์ที่เสียหาย ภายในบรรจุโลกใบเล็กๆ อยู่ ซึ่งก็คือแดนลับเทียนฮวงนั่นเอง】

【ว่ากันว่าในมหาสงคราม วิญญาณอาวุธของคันฉ่องชิงหมิงบาดเจ็บสาหัส จึงแปลงกายเป็นกระจกทองแดงลอยอยู่เหนือทวีปเทียนฮวง】

【มันอาศัยการกลืนกินวิญญาณของคนตายเป็นสารอาหารเพื่อฟื้นฟูวิญญาณอาวุธ】

【และโลกใบเล็กของคันฉ่องชิงหมิง เป็นทั้งคุกสำหรับเนรเทศทาสนักโทษ เป็นทั้งสถานที่ที่ใช้เลี้ยงสัตว์วิญญาณ และยังเป็นสนามฝึกฝนแห่งโลกมนุษย์สำหรับศิษย์ระดับล่างอีกด้วย】

【และตระกูลเซียนหลิวก็ยังมีโลกใบเล็กที่เหมือนกับแดนลับเทียนฮวงอีกหลายสิบแห่ง!】

【โดยแดนลับเทียนฮวง เป็นเพียงสถานที่ที่แร้นแค้นที่สุดในบรรดาโลกเหล่านั้น—ซึ่งเป็นดินแดนที่ศิษย์สายตรงไม่แม้แต่จะชายตามองเลยด้วยซ้ำ】

【นอกจากนี้ ลำดับชั้นของตระกูลเซียนหลิวยังเข้มงวดยิ่งนัก—บรรพบุรุษ, ผู้นำตระกูล, ผู้อาวุโส, ศิษย์สายตรง, ศิษย์หลัก, ศิษย์เอก, สายรอง, สาขาย่อย, ผู้ติดตามนอกตระกูล, คนรับใช้...】

【ประชากรทั้งหมดรวมกัน—เกินกว่าสิบล้านคน!】

【และด้วยเหตุนี้เอง ความสัมพันธ์ภายในตระกูลจึงซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง】

【ว่ากันว่าเมื่อวันก่อน มีศิษย์สายตรงคนหนึ่งทุบตีผู้ติดตามนอกตระกูลจนตายกลางถนน ผลปรากฏว่าไม่มีใครกล้าพูดเพื่อทวงความยุติธรรมให้แก่เขาเลยแม้แต่คนเดียว】

【ส่วนหอลอยสวรรค์สายรุ้งที่ท่านอาศัยอยู่ในตอนนี้ แม้จะดูโอ่อ่าอย่างยิ่ง แต่ความจริงแล้วกลับเป็นเพียงแค่ที่พักของศิษย์ทั่วไปเท่านั้น】

【สถานที่ที่ดีจริงๆ คือถ้ำสวรรค์มงคลปฐพี ซึ่งถ้ำวิญญาณแต่ละแห่งจะครอบครองชีพจรวิญญาณเป็นของตนเอง  ส่วน"ถ้ำสวรรค์เก้าชั้นฟ้า" ที่ดีที่สุด จะถูกปกคลุมด้วยปราณเซียนตลอดทั้งปี】

จบบทที่ บทที่ 44

คัดลอกลิงก์แล้ว