บทที่ 41
บทที่ 41
บทที่ 41
【ส่วนหลิวไฉ่ผิงและจี้ปิน เป็นผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐาน 】
【ทว่าผู้บำเพ็ญเซียนจะมีความแข็งแกร่งที่มากกว่า เมื่อต่อสู้กับคนระดับเดียวกัน ก็แทบจะบดขยี้ผู้ฝึกยุทธ์อย่างง่ายดาย 】
【หากระดับมหาปรมาจารย์คิดจะสังหารผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐาน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญอย่างยิ่ง แต่หากผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐานคิดจะสังหารระดับมหาปรมาจารย์ นั้นก็นับว่าเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งนัก 】
【ท่านครุ่นคิดว่า : ไม่น่าเล่า เหตุใดสัตว์อสูรเหล่านั้นถึงผิดมนุษย์มนานัก—รวดเร็ว พลังป้องกันสูง แถมยังมีวิธีการประหลาดพิสดารสารพัดอีกมากมาย! 】
【ส่วนเรื่องการบำเพ็ญเพียรช้าเหมือนกับหอยทากนั้นนะหรือ? 】
【สำหรับท่านที่มีตัวช่วยโกงแล้ว ย่อมไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด! 】
【ทันใดนั้นเอง ท่านก็คว้าข้อมือของนาง พลางกล่าวว่า"ช่วยหายาเบิกวิญญาณให้ข้าสักเม็ดที ข้าอยากจะลองฝืนลิขิตเพื่อเปลี่ยนชะตาของตัวเอง!"】
【นางมองท่านด้วยสีหน้างุนงง】
【"ชะตาข้า ข้าจะลิขิตด้วยตนเอง ไม่ใช่สวรรค์!"ท่านตะโกนลั่นขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับอาการจูนิเบียวกำเริบ 】
【จากนั้นท่านก็แสร้งกล่าวเสริมไปอีกประโยคว่า"เมื่อข้าประสบความสำเร็จ ข้าจะขอเจ้าแต่งงาน และเหล่าเซียนมากมายก็จะมาร่วมงานเลี้ยงของเรา" 】
【นางครุ่นอย่างจริงจังอยู่สามวินาที ก่อนจะพยักหน้า พลางกล่าวว่า"ตกลง แต่หลังจากที่ข้าไป ท่านห้ามเปิดเผยตัวตนเด็ดขาด..."】
【พูดจบ นางก็หยิบหยกที่เป็นรูปปลาคู่สีม่วง ยัดใส่มือของท่าน พลางกล่าวว่า"เก็บมันให้ดี มันจะคุ้มครองท่านให้ปลอดภัย"】
【ท่านก็ฉวยโอกาสถามถึงที่มาของนาง"ภรรยา ข้าคิดว่าตอนนี้…คงถึงเวลาที่เจ้าจะต้องบอกความจริงเกี่ยวกับฐานะของเจ้าให้ข้าฟังแล้วกระมัง?"】
【หลิวไฉ่ผิงกัดริมฝีปากแน่น และในที่สุดก็เอ่ยว่า"ความจริงแล้ว...ข้าไม่ใช่คนของโลกนี้" 】
【คำพูดของนาง ก็ราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางศีรษะของท่าน ซึ่งทำเอาท่านชาไปทั้งร่างเลยทีเดียว! แล้วเมื่อท่านปรับอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก็ครุ่นคิดว่า :ไม่น่าเล่า เหตุใดโลกนี้ถึงไม่เคยมีเรื่องราวของสำนักเซียนอยู่เลย 】
【นางเปิดเผยข้อมูลต่อว่า"ข้าเป็นคนของตระกูลเซียนหลิว..." 】
【"และสิ่งที่เรียกว่าทวีปเทียนฮวง แท้จริงแล้วเรียกว่าแดนลับเทียนฮวง..." 】
【"ซึ่งเป็นเพียงโลกใบเล็ก ที่ตระกูลของพวกเราควบคุมอยู่..." 】
【"แท้จริงแล้ว แดนลับเทียนฮวงทั้งหมดตั้งอยู่ภายในโลกใบเล็กของสมบัติวิเศษถ้ำสวรรค์ชิ้นหนึ่ง..." 】
【"ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่รุ่นแรก ล้วนเป็นลูกหลานของนักโทษที่ถูกตระกูลของพวกเราเนรเทศมา..." 】
【ข้อมูลที่มากมายเหล่านี้ ก็ทำให้ท่านรู้สึกเหมือนฟ้าดินกำลังจะถล่มลง! 】
【ที่แท้แล้วทวีปนี้ เป็นเพียงแค่คุกสุดหรูอย่างงั้นหรือ? 】
【และผู้บำเพ็ญเซียนเหล่านั้นก็เป็นผู้คุม? 】
【ส่วนสัตว์อสูรก็เป็นสัตว์เลี้ยงเฝ้าประตูใช่หรือไม่? 】
【ท่านรู้สึกหน้ามืดตามัวไปหมด พลางครุ่นคิดว่า—นี่มันความยากระดับนรกชัดๆ! 】
【สถานการณ์เช่นนี้จะหนีออกไปอย่างไรเล่า???】
【ปีที่สอง】
【หลังจากหลิวไฉ่ผิงจากไป ท่านก็ออกจากราชวงศ์ต้าเยียน มายังเมืองหลวงของราชวงศ์เยียน 】
【ท่านกลับมาที่นี่ด้วยเหตุผลสองประการ หนึ่ง คือท่านไม่คุ้นเคยกับราชวงศ์ต้าเยียน สอง ที่ที่อันตรายที่สุดก็คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด 】
【ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ ท่านยังมีธุระที่ต้องจัดการ】
【ท่านเช่าบ้านเล็กๆสองหลังติดกัน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับสำนักวิถียุทธ์】
【ท่านใช้วิธีการเดิม โดยสยบฉางชิงอีให้ยอมจำนน แล้วสั่งให้เขาจับตาดูคนที่ชื่อจางรุ่ย พลางบอกเขาว่า—คนผู้นี้จะเข้าเมืองภายในหนึ่งปี】
【คืนหนึ่ง ท่านสวมหน้ากากหน้ายิ้มสีขาวมาที่หอวิหคเพลิง】
【"ท่านเป็นใคร? มาโดยไม่รับเชิญมีธุระอะไรกันแน่?"เย่อู๋เหินมองท่านอย่างระแวดระวัง】
【แต่แม้ว่าท่านจะบุกรุกหอวิหคเพลิงมาในยามวิกาล แต่ท่านก็ไม่เผยจิตสังหารออกมา เขาจึงไม่รู้สึกตึงเครียดมากเท่าไหร่นัก】
【แต่ขณะนั้นเอง จู่ๆท่านก็ปลดปล่อยจิตสังหารออกมา— 】
【สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที และรีบซัดอาวุธลับ"ฟุ่บฟุ่บฟุ่บ"เข้าใส่คุณ】
【ท่านรู้สึกขบขันกับการโจมตีของเขาเป็นอย่างยิ่ง ท่านยืนนิ่งอยู่กับที่ พลางขยับมืออย่างรวดเร็ว"ขวับ ขวับ ขวับ" แล้วก็จับอาวุธลับที่พุ่งเข้ามาทั้งหมดอย่างง่ายดาย】
【ด้วยระดับมนุษย์สวรรค์ การรับมือกับเขาที่เป็นระดับปรมาจารย์ นับว่าเป็นการรังแกกันอย่างไม่ต้องสงสัย 】
【หลังจากเห็นความแข็งแกร่งของท่านแล้ว เขาก็มีหน้าซีดเผือดขึ้นมา ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไป】
【แต่เขาเพิ่งจะก้าวไปเพียงสองก้าว ท่านก็มายืนขวางอยู่ตรงหน้าของเขาเสียแล้ว】
【เขาตื่นตระหนกจนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระโดดถอยหลังไปหลายเมตรราวกับกระต่ายตื่นตูม พร้อมกับเหงื่อที่อาบเต็มแผ่นหลัง】
【"ผู้อาวุโส โปรดเมตตาด้วย!"เขาทรุดตัวลงคุกเข่าจนเกิดเสียง"ตุบ" พลางกล่าวว่า"ข้าสำนึกผิดแล้ว จากนี้ไปจะเปลี่ยนอาชีพแน่นอน!"】
【ท่านกดเสียงให้แหบพร่า พลางกล่าวว่า"เห็นแก่ที่เจ้ารู้ความ ข้าจะละเว้นโทษตายให้แก่เจ้า"】
【"ขอบคุณผู้อาวุโส! ขอบคุณผู้อาวุโส!"เขาก็โขกศีรษะไปมาไม่หยุด】
【ท่านมองดูท่าทางของเขา ก็ลอบแสยะอย่างเงียบๆ —ในการจำลองครั้งก่อนๆ เขาล้อเลียนท่านไปไม่น้อย ท่านจึงต้องการจะเอาคืนเขาบ้าง 】
【ท่านสั่งบางอย่าง ก่อนจะหายตัวไป"ตรวจสอบสถานการณ์ที่เมืองหลงหยางให้ข้า อีกสามเดือนข้าจะมาใหม่" 】
【เย่อู๋เหินพยักหน้าไปมาอย่างรวดเร็ว แล้วรีบออกเดินทางไปยังเมืองหลงหยางทันที 】
【สามเดือนต่อมา ท่านมาเยือนหอวิหคเพลิงในยามวิกาลอีกครั้ง】
【และก็เป็นอย่างที่ท่านคิด—ตระกูลฉินถูกทำลายแล้ว 】
【แม้นี่จะเป็นการจำลอง แต่ข่าวนี้ก็ยังทำให้ท่านเจ็บปวดราวกับมีมีดกรีดลงที่กลางอกอยู่ดี 】
【ปีที่สาม】
【ท่านสวมหน้ากากหน้ายิ้มสีขาวสังหารจางรุ่ยที่หน้าประตูสำนักวิถียุทธ์ แล้วช่วงชิงยาชิงสวรรค์เหมือนเช่นเดิม】
【และเซียวเทียนซื่อก็โผล่หัวออกมาทันที เขาพิจารณาท่านอย่างระแวดระวัง เพราะเขาสัมผัสถึงจิตสังหารที่ท่านปลดปล่อยออกมาอย่างชัดเจน】
【และไม่เปิดโอกาสให้เขาลงมือ ท่านก็เข้าประชิดตัวเขาอย่างฉับพลัน พลางซัดฝ่ามือออกไป】
【และเกราะแก่นแท้ที่เขารีบปลดปล่อยออกมา ก็ถูกท่านทำลายลงอย่างง่ายดาย แล้วเขาก็ปลิวกระเด็น ก่อนจะตกลงมากลิ้งคลุกฝุ่นอยู่บนพื้นอีกหลายตลบ】
【"ผู้อาวุโส ยั้งมือก่อน!"เขารีบตะโกนอย่างลนลาน "ข้าขอใช้แก่นชีพจรวิญญาณแลกชีวิต!"】
【แต่เขากลับไม่รอให้ท่านตอบกลับ ก็ดีดตัวกระโดดขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วกลายเป็นลำแสงพุ่งหนีไปเสียก่อน】
【แต่ระดับมหาปรมาจารย์จะเร็วกว่าระดับมนุษย์สวรรค์อย่างงั้นหรือ? 】
【ร่างของท่านรวดเร็วอย่างยิ่ง เพียงพริบตาก็ไล่ตามเขาทันเสียแล้ว จากนั้นท่านก็ซัดฝ่ามือออกไปอีกครั้ง และเสียงคำรามของมังกรก็กึกก้องสะเทือนท้องฟ้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลง】
【ท่านหิ้วศพของเขามายังบ้านตระกูลเฉิง】
【และเมื่อเฉิงเหวินปั๋วเห็นศพของเซียวเทียนซื่อ ขาทั้งสองข้างของเขาก็สั่นเทาไปมาทันที】
【ส่วนเฉิงเทียนรุ่ยก็เข่าอ่อนจนล้มลงไปกองกับพื้น】
【แต่ทันใดนั้นเอง จู่ๆ ร่างเล็กๆอันบอบบางก็บุกเข้ามา】
【และนางก็คือเฉิงหรงหรงนั่นเอง】
【นางใช้ดายฟันใส่ท่านโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง—】
【"เคร้ง!"แต่ดาบของนางกลับหักสะบั้นเสียอย่างงั้น】
【และผิวหนังของท่าน ก็มีเพียงรอยตื้นๆอยู่เล็กน้อยเท่านั้น】
【ท่านรู้ว่านางคือเฉิงหรงหรงจึงยิ้มให้กับนาง】
【แต่ดวงตาที่ยิ้มแย้มของท่าน เมื่อลอดผ่านหน้ากากหน้ายิ้มสีขาวนั้นไป มันกลับช่างน่าขนลุกยิ่งนัก จนถึงขั้นทำให้นางกลัวจนตัวสั่นไปเลยทีเดียว】
【เฉิงเหวินปั๋วที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก็ตกตะลึงจนแทบจะสิ้นสติ】
【แต่เมื่อเขาพบว่าท่านไม่มีจิตสังหาร ดวงตาของเขาก็กลิ้งกรอกไปมา พร้อมกับสมองก็สับสนวุ่นวายไม่หมด】
【ปากน้อยๆของเฉิงหรงหรงก็อ้าค้าง】
【พลางมองดาบที่หักอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา】
【เฉิงเทียนรุ่ยรีบกล่าวขอร้องชีวิตว่า"ผู้อาวุโส โปรดเมตตาด้วย!"】
【"บุตรสาวของข้าไม่รู้ความ ขอท่านโปรดเมตตา!"】
【ท่านกลับโบกมือ พลางกล่าวว่า"ไม่เป็นไร"】
【ท่านหันไปทางเฉิงหรงหรงอีกครั้ง พลางกล่าวด้วยเสียงที่อ่อนโยนว่า"คุณหนูเฉิงกลับไม่กลัวความตาย ช่างน่านับถือยิ่งนัก"】
【เฉิงหรงหรงเบิกตากว้าง】
【โดยยืนตะลึงงันอยู่ตรงนั้น พร้อมกับสมองที่อื้ออึงไปหมด】
【ท่านหันกลับไปมองเฉิงเหวินปั๋ว พลางถามตรงๆว่า"รู้จักแก่นชีพจรวิญญาณหรือไม่?"】
【"พอรู้บ้างเล็กน้อย"เขาตอบท่านด้วยเสียงที่สั่นเทาไปมา"ของสิ่งนั้นหายากยิ่ง ราชวงศ์หนึ่งๆมีสะสมอยู่ไม่เกินสองขวด" 】
【"ไปสืบข่าวมาให้ข้า และข้าจะมาหาเจ้าทุกครึ่งปี "พูดจบ ท่านก็หายตัวไปพร้อมกับศพ】
【และด้วยวิธีการเดียวกัน ท่านก็ใชัมันกับเยว่เทียนสง ฟางเยี่ยนปั๋วและเหลิ่งอู๋เฉินเช่นกัน】
【เมื่อเห็นจุดจบของเซียวเทียนซื่อ พวกเขาต่างก็หวาดผวา จนยอมทำตามความต้องการของท่านทุกอย่าง】
【ท่านจำต้องเชือดไก่ให้ลิงดู เพื่อจะสยบพวกเขาให้เร็วที่สุด เพราะตอนนี้ท่านไม่มีอารมณ์จะมาเสียเวลากับพวกเขาแล้ว】
【กองกำลังต่างๆมีหูตามากมาย จึงสะดวกต่อการทำงานของท่าน อีกทั้งท่านก็ยังจำเป็นจะต้องปกปิดสถานะของตนเองด้วย 】
【และเพียงไม่กี่วัน ท่านก็ควบคุมราชวงศ์เยียนทั้งหมด】
【โดยไม่มีใครรู้เลยว่าท่านกลายเป็นผู้บงการที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังราชวงศ์นี้ไปเสียแล้ว 】
【ปีที่สี่】
【ท่านก้าวเข้าประตูบ้านของตระกูลเฉิงเป็นครั้งที่หก】
【และคนทั้งสี่ ซึ่งก็คือเฉิงเหวินปั๋ว เยว่เทียนสง ฟางเยี่ยนปั๋วและเหลิ่งอู๋เฉิน ก็มารอท่านอยู่ก่อนแล้ว จากนั้นก็ยื่นแก่นชีพจรวิญญาณขวดหนึ่งให้ท่านอย่างนอบน้อม】
【ท่านรู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก—เพราะเมื่อมีของล้ำค่านี้ ความเร็วในการฝึกฝนของท่านจะเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน 】
【"ไม่เลว เจ้าไปเอาแก่นชีพจรวิญญาณนี้มาจากที่ไหนหรือ?"ท่านถามไปด้วย พลางหมุนขวดหยกเล่นไปด้วย】
【ทั้งสามคน ก็หันขวับไปมองเฉิงเหวินปั๋วอย่างพร้อมเพรียงกัน】
【พวกเขาสงสัยมาตลอดเช่นกัน :ว่าเหตุใดท่านถึงมาที่บ้านตระกูลเฉิงเสมอ? หรือว่าจะมีความสัมพันธ์บางอย่างกับตระกูลเฉิง?】
【ส่วนเฉิงเหวินปั๋วกลับมองออกมาตั้งนานแล้ว—ว่าท่านมาที่นี่เพื่อเฉิงหรงหรง】
【เฉิงเหวินปั๋วก้าวออกมา พลางประสานมือคารวะ พลางกล่าวว่า"ผู้อาวุโส นี่คือสิ่งที่พวกเรารวบรวมมาจากสายแร่สิบกว่าแห่ง บวกกับของสะสมในวังหลวงทั้งหมด"】
【ท่านเลิกคิ้วขึ้น พลางกล่าวว่า"หายากขนาดนั้นเชียวหรือ?" 】
【"ผู้อาวุโสอาจจะไม่ทราบ ว่าสิ่งนี้หายากยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นทั้งปริมาณหรือการผลิต เว้นเสียแต่จะไปแย่งชิงมาจากราชวงศ์เพื่อนบ้านที่สะสม..." แต่เยว่เทียนสงกลับพูดไปเพียงแค่ครึ่งเดียว ก่อนจะรีบหุบปากลงทันที】
【ท่านโบกมือ พลางกล่าวว่า"ข้าเกลียดการเข่นฆ่าสังหาร ต่อไปพวกเจ้าก็อยู่กันเงียบๆเถิด" 】
【"ขอรับ ขอรับ ขอรับ!"ทั้งสี่คน ต่างก็พยักหน้าหงึกหงักราวกับไก่จิกข้าวสาร】