เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27

บทที่ 27

บทที่ 27


บทที่ 27

【ปีที่หก】

【ท่านทำตัวสงบเสงี่ยม โดยวันๆ เอาแต่มุ่งมั่นฝึกยุทธ์เพียงอย่างเดียว และหลังจากฟางเฉินตาย ทั้งสำนักวังหลวงและบ้านกั๋วกงต่างก็ไล่ล่าคนที่อยู่เบื้องหลัง 】

【ที่ยุ่งยากยิ่งกว่าก็คือ ดูเหมือนทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกัน จึงรู้ว่ามีคนกำลังยุแยงให้ทั้งสองฝ่ายห้ำหั่นกันเองอยู่ 】

【ท่านรู้สึกกลัดกลุ้มเป็นอย่างมาก พลางครุ่นคิดว่า—ดูเหมือนความตายของฟางเฉิน จะยังไม่พอให้สองตระกูลเปิดศึกกัน 】

【"ดูท่าต้องคิดหาวิธีอื่นเสียแล้ว" ท่านเสี่ยงดวงไปเยือนตระกูลเฉิงของราชครู 】

【ในการจำลองทุกครั้ง ตระกูลเฉิงจะเป็นตระกูลมหาปรมาจารย์ตระกูลแรกที่ถูกกวาดล้างเสมอ ท่านจึงคาดเดาว่าพวกเขาน่าจะต้องระแคะระคายอยู่บ้างแน่ และคงต้องการพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างท่าน 】

【ค่ำคืนนั้น ท่านสวมหน้ากากลอบเข้าไปยังบ้านตระกูลเฉิง แล้วมาปรากฏตัวในห้องโถง ก่อนจะส่งเสียงเล็กน้อยเพื่อให้เฉิงเทียนรุ่ยรู้ตัว 】

【"กล้าบุกรุกตระกูลเฉิง เจ้ากำลังรนหาที่ตายอยู่รึ!" เฉิงเทียนรุ่ยไม่พูดพร่ำทำเพลง ก็ซัดหมัดเข้าใส่ท่าน 】

【ท่านยืนนิ่งไม่ขยับ แต่กลับยกมือขึ้นเพื่อต้านรับ— 】

【"ปัง!" โต๊ะเก้าอี้ภายในห้องโถงแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพราะแรงปะทะระหว่างพวกท่านทั้งสอง 】

【สีหน้าของเฉิงเทียนรุ่ยก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน: "ท่าน... คือมหาปรมาจารย์?" 】

【"ข้าเป็นคนฆ่าฟางเฉิน" จู่ๆ ท่านก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา 】

【"แล้วเกี่ยวอะไรกับตระกูลเฉิงของข้าด้วย?"】

【"ถ้าหากข้าบอกว่าตระกูลเฉิงเป็นคนบงการเล่า?" 】

【เฉิงเทียนรุ่ยถึงกับพูดไม่ออกกับข้อกล่าวหาที่ไร้มูลของท่าน แต่เขาก็รู้ดีเช่นกัน ว่าหากท่านกล่าวออกไปจริงๆ บ้านกั๋วกงจะต้องเป็นคนแรกที่เชื่อแน่ 】

【เวลานั้นเอง มหาปรมาจารย์เฉิงเหวินปั๋ว ก็เดินเข้ามาอย่างช้าๆ พร้อมกับหัวเราะไปด้วย: "ฮ่าฮ่าฮ่า...ท่านคือคนที่ประมือกับอ๋องเซียวหรือ?" 】

【"ข้าต้องการร่วมมือกับตระกูลเฉิง" ท่านกล่าวอย่างตรงไปตรงมา 】

【เฉิงเทียนรุ่ยแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา: "เหตุใดตระกูลเฉิงของข้าต้องร่วมมือกับคนไร้ที่มาอย่างท่านด้วย?" 】

【ท่านกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมว่า: "ตอนนี้กฎหมายไร้คุณธรรม เจ้าเมืองต่างๆ ก็เลี้ยงโจร ขุนนางผู้มีอำนาจก็กำลังแบ่งแยกดินแดนกันไม่หยุด เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ก็เริ่มกำเริบเสิบสานขึ้นทุกวัน..." 】

【"ซึ่งยุคโกลาหลเหล่านี้ ล้วนเกิดขึ้นเพราะบ้านกั๋วกงและพันธมิตรยุทธ์ที่คอยเติมเชื้อไฟ..." 】

【แต่ยังไม่ทันที่ท่านจะพูดจบ เฉิงเหวินปั๋วก็ขัดจังหวะท่านเสียก่อน: "แผ่นดินใต้หล้าเป็นของตระกูลเซียว เกี่ยวอะไรกับตระกูลเฉิงของข้ากัน?" 】

【ท่านหัวเราะออกมาทันที: "วิถีคิดของท่านจะพาตนเองไปตาย หากไม่ลงมือในตอนที่มีโอกาส หากไม่ปกครองพวกเขาในตอนที่มีกำลัง! ยามที่บ้านกั๋วกงลงมือจัดการกับพวกท่าน ข้าอยากจะดูนัก ว่าท่านจะช่วยตัวเองกันอย่างไร?" 】

【ทันใดนั้นเอง เฉิงหรงหรงที่แอบฟังอยู่หน้าประตูก็เดินเข้ามา: "ความทะเยอทะยานของท่านไม่เบาเลย ถึงกับคิดอยากเป็นจักรพรรดิรึ?" 】

【ท่านหัวเราะออกมาอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างห้าวหาญว่า: "บุรุษเช่นข้า ตั้งปณิธานเพื่อฟ้าดิน สร้างวิถีชีวิตเพื่อปวงประชา สืบสานสุดยอดวิชาของปราชญ์โบราณให้ลูกหลานไปชั่วชีวิต!" 】

【สิ้นเสียง 'สี่ประโยคแห่งเหิงฉวี' สีหน้าของคนตระกูลเฉิงทั้งสามก็เปลี่ยนไปทันที แววตาก็เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง】

【"เจ้าผู้ปกครอง ขุนศึกและแม่ทัพ ใช่ว่าจะเป็นกันโดยสายเลือด จักรพรรดิราชวงศ์เยียนข่าวโง่เขลาและไร้คุณธรรมแผ่นดินนี้ควรเป็นของผู้มีคุณธรรมที่มีสิทธิ์ครอบครอง" ท่านไม่ปิดบังความทะเยอทะยานของตนเองเลยแม้แต่น้อย ในการจำลองครั้งนี้ ท่านเองก็อยากลิ้มรสชาติของการเป็นจักรพรรดิดูบ้างเช่นกัน 】

【ดวงตาของเฉิงหรงหรงเป็นประกายระยิบระยับ แล้วเอ่ยถามออกมาว่า: "หากท่านครองแผ่นดิน จะปกครองอย่างไร?" 】

【"ข้ามีเจ็ดกุศโลบายในการปกครองแผ่นดิน" ท่านท่องเจ็ดกุศโลบายเดิมออกมาทีละคำอย่างไม่ตกหล่น 】

【เมื่อกล่าวจบ ดวงตาของท่านก็สาดประกายเจิดจ้า พลางกล่าวว่า : "หากยังส่งเสริมความทะเยอทะยานของบ้านกั๋วกงและพันธมิตรยุทธ์ให้เฟื่องฟูต่อไป ราชวงศ์เยียนจะต้องพินาศอย่างแน่นอน" 】

【หลังจากถกเถียงกันไปมา ในที่สุดพวกท่านก็บรรลุข้อตกลงร่วมกัน 】

【เมื่อท่านจากไป เฉิงเหวินปั๋วมองตามแผ่นหลังของท่านด้วยสายตาที่มีความหมาย: "ชายคนนี้... มีบารมีของจักรพรรดิ" 】

【ปีที่เจ็ด】

【ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เฉิงหรงหรงเทียวไปเทียวมาที่บ้านของท่านแทบจะวันเว้นวัน ซึ่งแต่ละครั้งที่มาล้วนสรรหาลูกเล่นใหม่ๆ มาเสมอ และแม้แต่ตัวท่านเองก็ยังนับถือข้ออ้างต่างๆ ที่ไม่รู้จักจบสิ้นของนางเช่นกัน 】

【ตระกูลเฉิงเริ่มดำเนินการตามแผน ด้านหนึ่งลอบเข้าหาบ้านกั๋วกง อีกด้านหนึ่งก็ดึงดูดพันธมิตรยุทธ์เข้ามา  และอิทธิพลและความทะเยอทะยานของบ้านกั๋วกงก็ขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆราวกับก้อนหิมะที่กลิ้งลงจากภูเขา 】

【ในเวลาเพียงหนึ่งปี สถานการณ์ของราชวงศ์เยียนเปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบเชียบ ในราชสำนักเกิดสถานการณ์เผชิญหน้าระหว่างสองฝ่าย คือจักรพรรดิ และสามอำนาจอย่าง บ้านกั๋วกง ราชครูและพันธมิตรยุทธ์ 】

【ทว่าทั้งสองฝ่ายต่างยับยั้งความคิดของตนเอง ไม่ระเบิดความขัดแย้งออกมาในทันที 】

【ท่านรู้ดีว่า นี่เป็นเพียงความสงบก่อนพายุจะมา 】

【ทั้งสองฝ่ายต่างงัดข้อกันในที่ลับ เปรียบเสมือนสายธนูที่ถูกดึงจนตึงจนพร้อมจะขาดทุกเมื่อ 】

【และวันนี้ ก็ยังเป็นวันที่เฉิงหรงหรงมาหาท่านอีกครั้ง 】

【"คุณชายฉิน ท่านพ่อบอกว่าฝ่าบาทต้องการจะแต่งตั้งข้าเป็นจักรพรรดินี ท่านพ่อจึงอยากจะฟังความเห็นของท่าน" เฉิงหรงหรงก้มหน้าลง พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาราวกับเสียงยุงบิน 】

【"นี่เห็นชัดว่าเป็นแผนยุแยงของจักรพรรดิ" ท่านมองทะลุปรุโปร่งอย่างรวดเร็ว 】

【"หากเจ้ากลายเป็นจักรพรรดินี บ้านกั๋วกงและพันธมิตรยุทธ์ย่อมต้องลงมือจัดการตระกูลเฉิงอย่างไม่มีทางเลือก ถึงเวลานั้นเชื้อพระวงศ์จะต้องกอดอกมองดูอยู่ห่างๆแน่" 】

【"เช่นนั้นจะทำอย่างไรดี?" เฉิงหรงหรงเอ่ยถามด้วยความร้อนรน 】

【ท่านรู้ดีว่าตระกูลเฉิงกำลังหยั่งเชิงท่านอยู่ และต้องการให้ท่านเสียสละบางสิ่งบางอย่าง 】

【ท่านหัวเราะ พลางกล่าวว่า: "ง่ายนิดเดียว ก็แค่บอกไปว่าเจ้ากับข้ามีความรักต่อกัน พร้อมจะแต่งงานกันทุกเมื่อ" 】

【เฉิงหรงหรงก็ยิ้มแย้มขึ้นมาทันทีราวกับบุปผาในฤดูร้อน แก้มก็แดงระเรื่อราวกับผลแอปเปิ้ล ก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง แล้วกล่าวด้วยเสียงที่แผ่วเบาว่า: "อื้ม... ข้าจะรีบไปบอกท่านพ่อเดี๋ยวนี้!" 】

【ท่านส่ายหน้าอย่างปัญญา พลางครุ่นคิดว่า หากต้องการจะทำลายแผนยุแยงของจักรพรรดิ นี่นับว่าเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว 】

【ปีที่แปด】

【ฉางชิงอีมักจะมาหาท่านบ่อยๆ โดยนำข่าวต่างๆมาแจ้งท่านให้ทราบ 】

【และครั้งนี้ เขาก็มาเหมือนเช่นเคย "ผู้อาวุโส หัวหน้าสาขาเฉียวฝากข้ามาบอกกับท่านว่า ตามหาปรมาจารย์นักปรุงยาเจอแล้ว" 】

【"เป็นใคร?" ดวงตาของท่านก็เป็นประกายทันที 】

【"คนผู้นี้มีฉายาว่า ยาโพธิสัตว์ มีนามว่าจางเหรินจิ่ง เป็นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหมอหลวงแห่งสำนักหมอหลวง ทั้งยังเป็นเจ้าของหอไป๋เฉ่าด้วย" 】

【ท่านพยักหน้าตอบรับ: "ไม่เลว ระยะนี้เจ้าทำงานดีมาก" 】

【"ล้วนเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว" ฉางชิงอีตอบกลับอย่างนอบน้อม 】

【"ช่วยข้าสืบข่าวเรื่อง 'น้ำนมวิญญาณชีพจรปฐพี' อีกเรื่องหนึ่งด้วย" 】

【"ข้าขอตัวลา!" ฉางชิงอีรับคำสั่งแล้วจากไป 】

【ท่านขบคิดเรื่องของยาโพธิสัตว์อย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง และทันใดนั้นเอง ท่านก็พลันกระจ่างทันที 】

【"ไม่น่าเล่า ในการจำลองครั้งก่อนๆ ยาโพธิสัตว์ถึงถูกฆ่าเสมอ" 】

【"ดูท่าบ้านกั๋วกงและพันธมิตรยุทธ์จะพุ่งเป้าไปที่ยาทะลวงด่านและยาทำลายระดับ" 】

【"พวกเขาคงจะเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ จึงลงมือสังหาร" 】

【หากไร้ซึ่งยาเหล่านี้ ตระกูลเซียวก็จะหมดหนทางในการสร้างปรมาจารย์หน้าใหม่ และความแข็งแกร่งย่อมถดถอยลง และผู้ฝึกยุทธ์ที่มีอยู่แล้วก็จะย้ายไปยังกองกำลังอื่น 】

【ไม่น่าเล่า หลังจากยาโพธิสัตว์ตายไปแล้วสิบปี บ้านกั๋วกงถึงกล้าลงมือ 】

【"การปรุงยายากขนาดนั้นเชียวหรือ?" ท่านพึมพำด้วยความสงสัย พร้อมกับความรู้สึกที่ไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไหร่ 】

【หลังฟ้ามืด ท่านสวมหน้ากากพร้อมกับชุดดำ แล้วมุ่งหน้าไปยังบ้านตระกูลจาง 】

【หลังจากสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง ท่านก็ขมวดคิ้ว พลางคิดว่า—จางเหรินจิ่งมีภรรยาและอนุภรรยานับสิบคนเลยหรือชายชรานี่มีพลังขนาดนั้นเชียวหรือ? 】

【รอจนกระทั่ง จางเหรินจิ่งไปพักผ่อนที่ห้องนอนแล้ว ท่านจึงลอบเข้าไปยังห้องหนังสือของเขา 】

【แม้ท่านจะค้นหาอยู่นานครึ่งค่อนวัน แต่กลับต้องคว้าน้ำเหลว 】

【"เจ้าจิ้งจอกเฒ่านั้น เอาสูตรปรุงยาไปซ่อนที่ไหนกัน?" ท่านเริ่มร้อนรนขึ้นมาเล็กน้อย 】

【"ในการจำลอง เขายอมตายดีกว่าทรยศตระกูลเซียว เข่นนั้น การจับตัวเขาก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไรนัก ซึ่งรังแต่จะแหวกหญ้าให้งูตื่นเสียเปล่าๆ" ท่านวิเคราะห์อย่างละเอียด 】

【สิบกว่าวันต่อมา ท่านเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ที่ตระกูลจางทุกวัน 】

【และท่านก็พบเรื่องประหลาดอยู่เรื่องหนึ่ง—นั่นคือ ชายชราผู้นี้แม้จะมีอนุภรรยาเป็นฝูง แต่เขากลับไปนอนที่ห้องของอนุภรรยาคนเดิมทุกคืน 】

【"หรือว่าสูตรปรุงยาจะอยู่ที่นั่น?" ดวงตาของท่านก็เป็นประกายทันที 】

【วันรุ่งขึ้น ท่านฉวยโอกาสตอนจางเหรินจิ่งไม่อยู่ ลอบเข้าไปยังห้องของอนุภรรยาผู้นั้น 】

【ท่านค้นจนทั่วทุกซอกทุกมุม แต่ก็ยังหาไม่เจอเช่นเดิม 】

【แต่ขณะที่ท่านกำลังรู้สึกท้อแท้ อนุภรรยาผู้นั้นก็กลับมาที่ห้องเพื่อเตรียมงีบหลับกลางวัน 】

【ท่านหลบอยู่หลังฉากกั้น พลางมองดูนางปลดเปลื้องเสื้อผ้า 】

【และทันใดนั้นเอง ดวงตาของท่านก็หรี่ลง—ท่านเห็นบนเอี๊ยมของนาง ดูเหมือนจะปักตัวอักษรบางอย่างอยู่ด้วย! 】

【ท่านก็ถึงบางอ้อทันที ที่แท้สูตรปรุงยาก็ซ่อนอยู่บนเอี๊ยมนี่เอง 】

【ท่านย่องเข้าไปใกล้ แล้วซัดฝ่ามือใส่อนุภรรยาจนสลบ แล้วกระชากเอี๊ยมออกมาดู—แล้วมันก็เป็นสูตรปรุงยาของยาทะลวงด่านจริงๆเสียด้วย! 】

【"แล้วสูตรปรุงยาอื่นๆ เล่า?" 】

【มุมปากของท่านก็ยกขึ้นเล็กน้อย แล้วค่อยๆ มาค้นดูที่ตู้เสื้อผ้า แล้วท่านก็ต้องอุทานออกมาว่า—พระเจ้าช่วย บนเอี๊ยมนั้นล้วนเป็นสูตรปรุงยาทั้งหมด! 】

【ท่านกวาดเอี๊ยมนับสิบตัวยัดใส่ในอกเสื้อ แล้วจากไปอย่างเงียบๆ 】

【หนึ่งเดือนต่อมา ท่านจ้องมองยาที่ไหม้เกรียมภายในเตาปรุงยาด้วยหน้าที่ดำเมี่ยม 】

【"บัดซบ เหตุใดยาทะลวงด่านถึงปรุงยากเช่นนี้!" 】

【หนึ่งเดือนที่ผ่านมา ท่านผลาญสมุนไพรไปหลายสิบชุด และเงินที่ต้องจ่ายออกไปก็ทำเอาท่านเจ็บปวดเป็นอย่างมาก】

【"ช่างเถอะ เริ่มจากยาชำระร่างกายที่ง่ายที่สุดก่อนก็แล้วกัน" 】

จบบทที่ บทที่ 27

คัดลอกลิงก์แล้ว