บทที่ 27
บทที่ 27
บทที่ 27
【ปีที่หก】
【ท่านทำตัวสงบเสงี่ยม โดยวันๆ เอาแต่มุ่งมั่นฝึกยุทธ์เพียงอย่างเดียว และหลังจากฟางเฉินตาย ทั้งสำนักวังหลวงและบ้านกั๋วกงต่างก็ไล่ล่าคนที่อยู่เบื้องหลัง 】
【ที่ยุ่งยากยิ่งกว่าก็คือ ดูเหมือนทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกัน จึงรู้ว่ามีคนกำลังยุแยงให้ทั้งสองฝ่ายห้ำหั่นกันเองอยู่ 】
【ท่านรู้สึกกลัดกลุ้มเป็นอย่างมาก พลางครุ่นคิดว่า—ดูเหมือนความตายของฟางเฉิน จะยังไม่พอให้สองตระกูลเปิดศึกกัน 】
【"ดูท่าต้องคิดหาวิธีอื่นเสียแล้ว" ท่านเสี่ยงดวงไปเยือนตระกูลเฉิงของราชครู 】
【ในการจำลองทุกครั้ง ตระกูลเฉิงจะเป็นตระกูลมหาปรมาจารย์ตระกูลแรกที่ถูกกวาดล้างเสมอ ท่านจึงคาดเดาว่าพวกเขาน่าจะต้องระแคะระคายอยู่บ้างแน่ และคงต้องการพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างท่าน 】
【ค่ำคืนนั้น ท่านสวมหน้ากากลอบเข้าไปยังบ้านตระกูลเฉิง แล้วมาปรากฏตัวในห้องโถง ก่อนจะส่งเสียงเล็กน้อยเพื่อให้เฉิงเทียนรุ่ยรู้ตัว 】
【"กล้าบุกรุกตระกูลเฉิง เจ้ากำลังรนหาที่ตายอยู่รึ!" เฉิงเทียนรุ่ยไม่พูดพร่ำทำเพลง ก็ซัดหมัดเข้าใส่ท่าน 】
【ท่านยืนนิ่งไม่ขยับ แต่กลับยกมือขึ้นเพื่อต้านรับ— 】
【"ปัง!" โต๊ะเก้าอี้ภายในห้องโถงแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพราะแรงปะทะระหว่างพวกท่านทั้งสอง 】
【สีหน้าของเฉิงเทียนรุ่ยก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน: "ท่าน... คือมหาปรมาจารย์?" 】
【"ข้าเป็นคนฆ่าฟางเฉิน" จู่ๆ ท่านก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา 】
【"แล้วเกี่ยวอะไรกับตระกูลเฉิงของข้าด้วย?"】
【"ถ้าหากข้าบอกว่าตระกูลเฉิงเป็นคนบงการเล่า?" 】
【เฉิงเทียนรุ่ยถึงกับพูดไม่ออกกับข้อกล่าวหาที่ไร้มูลของท่าน แต่เขาก็รู้ดีเช่นกัน ว่าหากท่านกล่าวออกไปจริงๆ บ้านกั๋วกงจะต้องเป็นคนแรกที่เชื่อแน่ 】
【เวลานั้นเอง มหาปรมาจารย์เฉิงเหวินปั๋ว ก็เดินเข้ามาอย่างช้าๆ พร้อมกับหัวเราะไปด้วย: "ฮ่าฮ่าฮ่า...ท่านคือคนที่ประมือกับอ๋องเซียวหรือ?" 】
【"ข้าต้องการร่วมมือกับตระกูลเฉิง" ท่านกล่าวอย่างตรงไปตรงมา 】
【เฉิงเทียนรุ่ยแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา: "เหตุใดตระกูลเฉิงของข้าต้องร่วมมือกับคนไร้ที่มาอย่างท่านด้วย?" 】
【ท่านกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมว่า: "ตอนนี้กฎหมายไร้คุณธรรม เจ้าเมืองต่างๆ ก็เลี้ยงโจร ขุนนางผู้มีอำนาจก็กำลังแบ่งแยกดินแดนกันไม่หยุด เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ก็เริ่มกำเริบเสิบสานขึ้นทุกวัน..." 】
【"ซึ่งยุคโกลาหลเหล่านี้ ล้วนเกิดขึ้นเพราะบ้านกั๋วกงและพันธมิตรยุทธ์ที่คอยเติมเชื้อไฟ..." 】
【แต่ยังไม่ทันที่ท่านจะพูดจบ เฉิงเหวินปั๋วก็ขัดจังหวะท่านเสียก่อน: "แผ่นดินใต้หล้าเป็นของตระกูลเซียว เกี่ยวอะไรกับตระกูลเฉิงของข้ากัน?" 】
【ท่านหัวเราะออกมาทันที: "วิถีคิดของท่านจะพาตนเองไปตาย หากไม่ลงมือในตอนที่มีโอกาส หากไม่ปกครองพวกเขาในตอนที่มีกำลัง! ยามที่บ้านกั๋วกงลงมือจัดการกับพวกท่าน ข้าอยากจะดูนัก ว่าท่านจะช่วยตัวเองกันอย่างไร?" 】
【ทันใดนั้นเอง เฉิงหรงหรงที่แอบฟังอยู่หน้าประตูก็เดินเข้ามา: "ความทะเยอทะยานของท่านไม่เบาเลย ถึงกับคิดอยากเป็นจักรพรรดิรึ?" 】
【ท่านหัวเราะออกมาอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างห้าวหาญว่า: "บุรุษเช่นข้า ตั้งปณิธานเพื่อฟ้าดิน สร้างวิถีชีวิตเพื่อปวงประชา สืบสานสุดยอดวิชาของปราชญ์โบราณให้ลูกหลานไปชั่วชีวิต!" 】
【สิ้นเสียง 'สี่ประโยคแห่งเหิงฉวี' สีหน้าของคนตระกูลเฉิงทั้งสามก็เปลี่ยนไปทันที แววตาก็เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง】
【"เจ้าผู้ปกครอง ขุนศึกและแม่ทัพ ใช่ว่าจะเป็นกันโดยสายเลือด จักรพรรดิราชวงศ์เยียนข่าวโง่เขลาและไร้คุณธรรมแผ่นดินนี้ควรเป็นของผู้มีคุณธรรมที่มีสิทธิ์ครอบครอง" ท่านไม่ปิดบังความทะเยอทะยานของตนเองเลยแม้แต่น้อย ในการจำลองครั้งนี้ ท่านเองก็อยากลิ้มรสชาติของการเป็นจักรพรรดิดูบ้างเช่นกัน 】
【ดวงตาของเฉิงหรงหรงเป็นประกายระยิบระยับ แล้วเอ่ยถามออกมาว่า: "หากท่านครองแผ่นดิน จะปกครองอย่างไร?" 】
【"ข้ามีเจ็ดกุศโลบายในการปกครองแผ่นดิน" ท่านท่องเจ็ดกุศโลบายเดิมออกมาทีละคำอย่างไม่ตกหล่น 】
【เมื่อกล่าวจบ ดวงตาของท่านก็สาดประกายเจิดจ้า พลางกล่าวว่า : "หากยังส่งเสริมความทะเยอทะยานของบ้านกั๋วกงและพันธมิตรยุทธ์ให้เฟื่องฟูต่อไป ราชวงศ์เยียนจะต้องพินาศอย่างแน่นอน" 】
【หลังจากถกเถียงกันไปมา ในที่สุดพวกท่านก็บรรลุข้อตกลงร่วมกัน 】
【เมื่อท่านจากไป เฉิงเหวินปั๋วมองตามแผ่นหลังของท่านด้วยสายตาที่มีความหมาย: "ชายคนนี้... มีบารมีของจักรพรรดิ" 】
【ปีที่เจ็ด】
【ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เฉิงหรงหรงเทียวไปเทียวมาที่บ้านของท่านแทบจะวันเว้นวัน ซึ่งแต่ละครั้งที่มาล้วนสรรหาลูกเล่นใหม่ๆ มาเสมอ และแม้แต่ตัวท่านเองก็ยังนับถือข้ออ้างต่างๆ ที่ไม่รู้จักจบสิ้นของนางเช่นกัน 】
【ตระกูลเฉิงเริ่มดำเนินการตามแผน ด้านหนึ่งลอบเข้าหาบ้านกั๋วกง อีกด้านหนึ่งก็ดึงดูดพันธมิตรยุทธ์เข้ามา และอิทธิพลและความทะเยอทะยานของบ้านกั๋วกงก็ขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆราวกับก้อนหิมะที่กลิ้งลงจากภูเขา 】
【ในเวลาเพียงหนึ่งปี สถานการณ์ของราชวงศ์เยียนเปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบเชียบ ในราชสำนักเกิดสถานการณ์เผชิญหน้าระหว่างสองฝ่าย คือจักรพรรดิ และสามอำนาจอย่าง บ้านกั๋วกง ราชครูและพันธมิตรยุทธ์ 】
【ทว่าทั้งสองฝ่ายต่างยับยั้งความคิดของตนเอง ไม่ระเบิดความขัดแย้งออกมาในทันที 】
【ท่านรู้ดีว่า นี่เป็นเพียงความสงบก่อนพายุจะมา 】
【ทั้งสองฝ่ายต่างงัดข้อกันในที่ลับ เปรียบเสมือนสายธนูที่ถูกดึงจนตึงจนพร้อมจะขาดทุกเมื่อ 】
【และวันนี้ ก็ยังเป็นวันที่เฉิงหรงหรงมาหาท่านอีกครั้ง 】
【"คุณชายฉิน ท่านพ่อบอกว่าฝ่าบาทต้องการจะแต่งตั้งข้าเป็นจักรพรรดินี ท่านพ่อจึงอยากจะฟังความเห็นของท่าน" เฉิงหรงหรงก้มหน้าลง พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาราวกับเสียงยุงบิน 】
【"นี่เห็นชัดว่าเป็นแผนยุแยงของจักรพรรดิ" ท่านมองทะลุปรุโปร่งอย่างรวดเร็ว 】
【"หากเจ้ากลายเป็นจักรพรรดินี บ้านกั๋วกงและพันธมิตรยุทธ์ย่อมต้องลงมือจัดการตระกูลเฉิงอย่างไม่มีทางเลือก ถึงเวลานั้นเชื้อพระวงศ์จะต้องกอดอกมองดูอยู่ห่างๆแน่" 】
【"เช่นนั้นจะทำอย่างไรดี?" เฉิงหรงหรงเอ่ยถามด้วยความร้อนรน 】
【ท่านรู้ดีว่าตระกูลเฉิงกำลังหยั่งเชิงท่านอยู่ และต้องการให้ท่านเสียสละบางสิ่งบางอย่าง 】
【ท่านหัวเราะ พลางกล่าวว่า: "ง่ายนิดเดียว ก็แค่บอกไปว่าเจ้ากับข้ามีความรักต่อกัน พร้อมจะแต่งงานกันทุกเมื่อ" 】
【เฉิงหรงหรงก็ยิ้มแย้มขึ้นมาทันทีราวกับบุปผาในฤดูร้อน แก้มก็แดงระเรื่อราวกับผลแอปเปิ้ล ก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง แล้วกล่าวด้วยเสียงที่แผ่วเบาว่า: "อื้ม... ข้าจะรีบไปบอกท่านพ่อเดี๋ยวนี้!" 】
【ท่านส่ายหน้าอย่างปัญญา พลางครุ่นคิดว่า หากต้องการจะทำลายแผนยุแยงของจักรพรรดิ นี่นับว่าเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว 】
【ปีที่แปด】
【ฉางชิงอีมักจะมาหาท่านบ่อยๆ โดยนำข่าวต่างๆมาแจ้งท่านให้ทราบ 】
【และครั้งนี้ เขาก็มาเหมือนเช่นเคย "ผู้อาวุโส หัวหน้าสาขาเฉียวฝากข้ามาบอกกับท่านว่า ตามหาปรมาจารย์นักปรุงยาเจอแล้ว" 】
【"เป็นใคร?" ดวงตาของท่านก็เป็นประกายทันที 】
【"คนผู้นี้มีฉายาว่า ยาโพธิสัตว์ มีนามว่าจางเหรินจิ่ง เป็นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหมอหลวงแห่งสำนักหมอหลวง ทั้งยังเป็นเจ้าของหอไป๋เฉ่าด้วย" 】
【ท่านพยักหน้าตอบรับ: "ไม่เลว ระยะนี้เจ้าทำงานดีมาก" 】
【"ล้วนเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว" ฉางชิงอีตอบกลับอย่างนอบน้อม 】
【"ช่วยข้าสืบข่าวเรื่อง 'น้ำนมวิญญาณชีพจรปฐพี' อีกเรื่องหนึ่งด้วย" 】
【"ข้าขอตัวลา!" ฉางชิงอีรับคำสั่งแล้วจากไป 】
【ท่านขบคิดเรื่องของยาโพธิสัตว์อย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง และทันใดนั้นเอง ท่านก็พลันกระจ่างทันที 】
【"ไม่น่าเล่า ในการจำลองครั้งก่อนๆ ยาโพธิสัตว์ถึงถูกฆ่าเสมอ" 】
【"ดูท่าบ้านกั๋วกงและพันธมิตรยุทธ์จะพุ่งเป้าไปที่ยาทะลวงด่านและยาทำลายระดับ" 】
【"พวกเขาคงจะเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ จึงลงมือสังหาร" 】
【หากไร้ซึ่งยาเหล่านี้ ตระกูลเซียวก็จะหมดหนทางในการสร้างปรมาจารย์หน้าใหม่ และความแข็งแกร่งย่อมถดถอยลง และผู้ฝึกยุทธ์ที่มีอยู่แล้วก็จะย้ายไปยังกองกำลังอื่น 】
【ไม่น่าเล่า หลังจากยาโพธิสัตว์ตายไปแล้วสิบปี บ้านกั๋วกงถึงกล้าลงมือ 】
【"การปรุงยายากขนาดนั้นเชียวหรือ?" ท่านพึมพำด้วยความสงสัย พร้อมกับความรู้สึกที่ไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไหร่ 】
【หลังฟ้ามืด ท่านสวมหน้ากากพร้อมกับชุดดำ แล้วมุ่งหน้าไปยังบ้านตระกูลจาง 】
【หลังจากสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง ท่านก็ขมวดคิ้ว พลางคิดว่า—จางเหรินจิ่งมีภรรยาและอนุภรรยานับสิบคนเลยหรือชายชรานี่มีพลังขนาดนั้นเชียวหรือ? 】
【รอจนกระทั่ง จางเหรินจิ่งไปพักผ่อนที่ห้องนอนแล้ว ท่านจึงลอบเข้าไปยังห้องหนังสือของเขา 】
【แม้ท่านจะค้นหาอยู่นานครึ่งค่อนวัน แต่กลับต้องคว้าน้ำเหลว 】
【"เจ้าจิ้งจอกเฒ่านั้น เอาสูตรปรุงยาไปซ่อนที่ไหนกัน?" ท่านเริ่มร้อนรนขึ้นมาเล็กน้อย 】
【"ในการจำลอง เขายอมตายดีกว่าทรยศตระกูลเซียว เข่นนั้น การจับตัวเขาก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไรนัก ซึ่งรังแต่จะแหวกหญ้าให้งูตื่นเสียเปล่าๆ" ท่านวิเคราะห์อย่างละเอียด 】
【สิบกว่าวันต่อมา ท่านเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ที่ตระกูลจางทุกวัน 】
【และท่านก็พบเรื่องประหลาดอยู่เรื่องหนึ่ง—นั่นคือ ชายชราผู้นี้แม้จะมีอนุภรรยาเป็นฝูง แต่เขากลับไปนอนที่ห้องของอนุภรรยาคนเดิมทุกคืน 】
【"หรือว่าสูตรปรุงยาจะอยู่ที่นั่น?" ดวงตาของท่านก็เป็นประกายทันที 】
【วันรุ่งขึ้น ท่านฉวยโอกาสตอนจางเหรินจิ่งไม่อยู่ ลอบเข้าไปยังห้องของอนุภรรยาผู้นั้น 】
【ท่านค้นจนทั่วทุกซอกทุกมุม แต่ก็ยังหาไม่เจอเช่นเดิม 】
【แต่ขณะที่ท่านกำลังรู้สึกท้อแท้ อนุภรรยาผู้นั้นก็กลับมาที่ห้องเพื่อเตรียมงีบหลับกลางวัน 】
【ท่านหลบอยู่หลังฉากกั้น พลางมองดูนางปลดเปลื้องเสื้อผ้า 】
【และทันใดนั้นเอง ดวงตาของท่านก็หรี่ลง—ท่านเห็นบนเอี๊ยมของนาง ดูเหมือนจะปักตัวอักษรบางอย่างอยู่ด้วย! 】
【ท่านก็ถึงบางอ้อทันที ที่แท้สูตรปรุงยาก็ซ่อนอยู่บนเอี๊ยมนี่เอง 】
【ท่านย่องเข้าไปใกล้ แล้วซัดฝ่ามือใส่อนุภรรยาจนสลบ แล้วกระชากเอี๊ยมออกมาดู—แล้วมันก็เป็นสูตรปรุงยาของยาทะลวงด่านจริงๆเสียด้วย! 】
【"แล้วสูตรปรุงยาอื่นๆ เล่า?" 】
【มุมปากของท่านก็ยกขึ้นเล็กน้อย แล้วค่อยๆ มาค้นดูที่ตู้เสื้อผ้า แล้วท่านก็ต้องอุทานออกมาว่า—พระเจ้าช่วย บนเอี๊ยมนั้นล้วนเป็นสูตรปรุงยาทั้งหมด! 】
【ท่านกวาดเอี๊ยมนับสิบตัวยัดใส่ในอกเสื้อ แล้วจากไปอย่างเงียบๆ 】
【หนึ่งเดือนต่อมา ท่านจ้องมองยาที่ไหม้เกรียมภายในเตาปรุงยาด้วยหน้าที่ดำเมี่ยม 】
【"บัดซบ เหตุใดยาทะลวงด่านถึงปรุงยากเช่นนี้!" 】
【หนึ่งเดือนที่ผ่านมา ท่านผลาญสมุนไพรไปหลายสิบชุด และเงินที่ต้องจ่ายออกไปก็ทำเอาท่านเจ็บปวดเป็นอย่างมาก】
【"ช่างเถอะ เริ่มจากยาชำระร่างกายที่ง่ายที่สุดก่อนก็แล้วกัน" 】