เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14

บทที่ 14

บทที่ 14


บทที่ 14

【ปีที่ยี่สิบ】

【ท่านทะลวงเข้าสู่ระดับเซียนเทียนขั้นกลางสำเร็จ】

【ในวันคล้ายวันเกิดอายุสามสิบแปดปี ลุงเฉิงและชิงเอ๋อร์ก็มาร่วมฉลองกับท่านด้วย และนับตั้งแต่รับเลี้ยงชิงเอ๋อร์มาหน้าที่เข้าครัวจึงตกเป็นของนาง และนั่นก็ทำให้อาหารการกินอุดมสมบูรณ์กว่าเมื่อก่อนมาก】

【และอาจจะเป็นเพราะอายุที่มากขึ้น ท่านจึงเริ่มคิดถึงพ่อแม่มากขึ้นตามไปด้วย จึงยื่นเรื่องต่อรองผู้บัญชาการต้วนเพื่อขอกลับไปเยี่ยมครอบครัว แต่กลับถูกปฏิเสธทันที แล้วให้เหตุผลว่า "ขอเพียงไม่ออกไปจากเมืองหลวง เรื่องอื่นๆข้าจะไม่ปฏิเสธ"】

【ท่านเพิ่งจะตระหนักเดี๋ยวนี้เอง ว่าแม้เวลาจะผ่านไปเป็นสิบปี สำนักวังหลวงก็ยังคงระแวงท่านอยู่เสมอ】

【ท่านถึงขั้นสงสัยว่า นอกรั้วบ้านของท่าน จะมีสายลับคอยจับตาดูอยู่หรือไม่?】

【ส่วนเรื่องของ "ยาโพธิสัตว์" นั้น เกรงว่าพวกเขาคงจะรู้กันแล้ว แต่เมื่อคิดว่านี่ไม่ใช่ความผิดของตนเองและสำนักวังหลวงก็น่าจะรู้เช่นกัน ท่านจึงทำตัวตามปกติ】

【หนึ่งเดือนต่อมา ก็มีข่าวร้ายแพร่สะพัดว่า—ราชครูถูกสั่งยึดทรัพย์และประหารล้างตระกูล แต่เฉิงเทียนรุ่ยกลับหลบหนีไปสำเร็จ】

【และอีกข่าวหนึ่งที่ทำให้ท่านเจ็บปวดยิ่งนัก ก็คือ—ระหว่างการยึดทรัพย์ เฉิงหรงหรงถูกฟางเฉินบีบคั้นจนต้องปลิดชีพตนเอง】

【ว่ากันว่าก่อนนางตาย นางกอดภาพอักษรอยู่สองภาพ—ภาพหนึ่งคือ "สี่ประโยคแห่งเหิงฉวี" อีกภาพคือบทกลอนที่ท่านเคยแต่งให้นางในปีนั้น】

เมื่อมองดูเนื้อหาในการจำลอง จมูกของฉินเฉินก็รู้สึกแสบร้อนขึ้นมา

แม้เขาจะไม่รู้ว่ารูปร่างหน้าตาของเฉิงหรงหรงเป็นอย่างไร และไม่มีความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งอย่างในการจำลอง แต่สายใยสัมพันธ์จากการจำลองทั้งสองครั้ง ก็ยังทำให้เขารู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาเช่นกัน

เหตุใดแม่นางผู้นั้น ถึงหลงใหลเขามากเช่นนี้ และยังเป็นถึงสองครั้งอีก?

เพียงเพราะความสามารถการแต่งกลอนที่เขาไปลอกคนอื่นมาอย่างนั้นรึ?

ส่วนความสามารถจริงๆ ของเขา แค่ให้แต่งชื่อกลอนเฉยๆ สำหรับเขาแล้ว มันก็ยังยากเลย?

และกลอนอย่าง "สี่ประโยคแห่งเหิงฉวี" นั้น ขอแค่คนเคยเรียนหนังสือมาบ้าง ใครบ้างจะไม่รู้กันเล่า

【ปีที่ยี่สิบสอง】

【เป็นดังที่ท่านคาดการณ์ไม่มีผิด ขั้วอำนาจในเมืองหลวงเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่—กองกำลังของพันธมิตรยุทธ์และบ้านกั๋วกงก็ผงาดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนแทบจะควบคุมเมืองหลวงทั้งหมด】

【และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ก็ทำให้ท่านรู้สึกสังหรณ์ไม่ดี แต่ท่านที่ไร้ซึ่งกำลังก็ต้องปล่อยเลยตามเลย】

【ในวันคล้ายวันเกิดครบรอบสี่สิบปี ชิงเอ๋อร์ทำอาหารเลิศรสเต็มโต๊ะ ลุงเฉิงก็มาร่วมฉลองกับท่านเหมือนเช่นเคย】

【ท่านยิ่งรู้สึกสงสัยในตัวลุงเฉิงมากขึ้นทุกวัน—เพราะเมื่อดูจากภายนอกแล้ว เขาที่มีอายุตั้งร้อยกว่าปี กลับดูกระฉับกระเฉง ไม่มีทีท่าว่าจะแก่ชราลงเลยสักนิด】

【ที่แปลกยิ่งกว่าก็คือ เขาไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ ซึ่งตามหลักแล้ว คนธรรมดาทั่วไปพออายุสักหกสิบ ก็ควรจะร่วงโรยกันแล้วไม่ใช่หรือ แต่เขากลับยังดูสดชื่นแข็งแรงดีอยู่เลย】

【ท่านถึงกับมีลางสังหรณ์ว่า—ต่อให้ท่านแก่ตายไปแล้ว ชายชราผู้นี้ ก็น่าจะยังอยู่ดีมีสุขต่อไป】

【ท่านจึงถามเขาว่า: "ลุงเฉิงท่านอายุเท่าไหร่กันแน่?"】

【ลุงเฉิงมองท่านอยู่ครู่หนึ่ง และราวกับคาดเดามาก่อนแล้วว่าท่านจะถาม จึงหัวเราะออกมา แล้วกล่าวว่า : "เจ้าหนูคนแก่ใจสู้อย่างข้า ย่อมอยู่นานกว่าคนปกติเยอะ"】

【"ความทุกข์โศกในโลกหล้า มีแต่คนไม่ยึดติดเยี่ยงข้าเท่านั้น ที่จะใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย"】

【ท่านพยักหน้าเห็นด้วย แต่ลึกๆ กลับคิดว่า—ชายคนนี้ จะต้องมีความลับบางอย่างปกปิดอยู่แน่】

【และทันใดนั้นเอง ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของท่าน ก่อนจะถามด้วยความตื่นเต้นว่า: "ลุงเฉิงหรือว่าท่านจะเป็น...ผู้บำเพ็ญเซียน?"】

【ลุงเฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่นออกมา: "ฮ่าๆๆ... เจ้าเคยเห็นเซียนคนไหนจนกรอบเหมือนกับข้าบ้างกันเล่า?"】

【ท่านหัวเราะตามเขาไปด้วย】

【แต่ในขณะเดียวกัน ท่านกลับมีความรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุปรุโปร่ง ราวกับความลับทุกอย่างถูกเปิดเผย】

【ปีที่ยี่สิบห้า】

【ในที่สุดท่านก็ทะลวงเข้าสู่ระดับเซียนเทียนขั้นปลายสำเร็จ และท่านก็รู้สึกว่าไม่เสียแรงเลย ที่ทนลำบากฝึกฝนมาหลายปี】

【บรรยากาศในเมืองหลวงตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับพายุใหญ่กำลังจะก่อตัว】

【วันนี้ ท่านติดตามรองผู้บัญชาการต้วนไปยังตลาดภูตพราย เพื่อสืบคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง】

【สมาชิกเก่าแก่ในหน่วย ตอนนี้ถ้าไม่ตายก็ลาออกกันไปหมดแล้ว ท่านจึงกลายเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสไปโดยปริยาย】

【ผู้ตายในคดีนี้ คือเถ้าแก่โรงพนันชิงอี นามว่า ฉางชิงอี】

【ท่านที่มากไปด้วยประสบการณ์ ขณะตรวจค้นจึงพบช่องลับและเจอวิชาเล่มหนึ่ง— ที่มีชื่อว่าเข็มล่าวิญญาณสิบแปดเล่ม และท่านก็รีบเก็บเข้าไปในอกเสื้ออย่างรวดเร็ว】

【วิชาดีๆ เช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่จะหาซื้อตามท้องตลาด】

【ท่านแสร้งทำเป็นค้นต่ออีกครู่หนึ่ง แล้วค่อยหันไปตรวจสอบศพ แล้วก็พบว่า—นิ้วมือของศพฉางชิงอีกำลังชี้ไปที่ผนังด้านหนึ่งอย่างมีนัยยะ!】

【"รองผู้บัญชาการต้วน ตรงนี้มีบางอย่างผิดปกติ!" ท่านรีบแจ้งทันที】

【รองผู้บัญชาการต้วนก็มางัดผนังด้านนั้นออก แล้วก็พบเอกสารและสมุดบัญชีซ่อนอยู่จริงๆ】

【ท่านแอบชำเลืองมองแวบหนึ่ง และแผ่นหลังของท่านก็พลันเย็นวาบขึ้นมาอย่างฉับพลัน—ที่แท้คดีฆ่าล้างตระกูลราชครูในปีนั้น กลับเป็นฝีมือของพันธมิตรยุทธ์และบ้านกั๋วกงที่ร่วมมือกันใส่ร้ายป้ายสีนี่เอง!】

【"แย่แล้ว..." อารมณ์ของท่านก็ปั่นป่วนขึ้นมาทันที】

【เวลานี้ พันธมิตรยุทธ์และบ้านกั๋วกงกำลังเรืองอำนาจราวกับตะวัน การล่วงรู้ความลับของพวกเขา ย่อมมีจุดจบที่เลวร้าย】

【และก็เป็นไปตามคาด วินาทีถัดมา นักฆ่าปิดหน้ากว่ายี่สิบคนก็บุกเข้ามาอย่างรวดเร็ว และการต่อสู้ตะลุมบอนนองเลือดก็ปะทุขึ้น!】

【นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ท่านเข้าร่วมสำนักวังหลวงมาสิบกว่าปี ที่ถูกปิดล้อมโจมตีกลางวันแสกๆ เช่นนี้!】

【ดักซุ่มโจมตีคนของสำนักวังหลวงกลางเมืองหลวงอย่างงั้นหรือ? นี่ช่างเป็นการกระทำที่เหิมเกริมไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองยิ่งนัก!】

【ท่านที่ซึ่งอยู่ในระดับเซียนเทียนขั้นปลายแล้ว จึงพอจะมีกำลังรับมือกับการรุมโจมตีของคนสามคนอยู่บ้าง แต่เด็กใหม่ระดับโฮ่วเทียนกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพียงพริบตาก็ถูกฟันจนคอขาดกระเด็น】

【รองผู้บัญชาการต้วนแม้จะเป็นถึงระดับปรมาจารย์ แต่เมื่อถูกยอดฝีมือระดับเดียวกันสองคนรุมโจมตี ก็ยังรู้สึกลำบากเช่นกัน และการต่อสู้ระหว่างระดับปรมาจารย์ นับว่าดุเดือดเลือดพล่านอย่างยิ่ง—ปราณเกราะคุ้มกายสั่นสะเทือนไม่หยุด ใครที่อยู่ใกล้ๆ ต่างก็ล้วนถูกกระแทกจนกระอักเลือดกันหมด!】

【"แยกย้ายกันหนี! แล้วกลับไปรายงานผู้บัญชาการเร็ว!" รองผู้บัญชาการต้วนก็ตะโกนใส่ทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่】

【ท่านไม่รอช้า รีบใช้วิชาย่างก้าวไร้ร่องรอยอย่างเต็มกำลัง แล้วหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่พวกนักฆ่ากลับไม่มีใครไล่ตามท่านเลยสักคน—เป้าหมายของพวกเขาช่างชัดเจนยิ่งนัก ซึ่งก็คือหลักฐานในมือของรองผู้บัญชาการต้วน】

【"ต้องเป็นคนของพันธมิตรยุทธ์และบ้านกั๋วกงแน่!" ท่านกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ】

【ส่งยอดฝีมือระดับเซียนเทียนมามากมายขนาดนี้ แถมยังมีปรมาจารย์อีกสองคน นอกจากสองกองกำลังใหญ่นั้นแล้ว จะยังมีใครมีความสามารถเช่นนี้อีก?】

【เมื่อหนีกลับมาถึงสำนักวังหลวง ท่านก็รีบไปรายงานต่อผู้บัญชาการเหลิ่งอู๋เฉินทันที】

【แต่ยังไม่ทันที่ท่านจะรายงานจบ ร่างของเขาก็วูบหายขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วกลายเป็นลำแสงพุ่งตรงไปยังตลาดภูตพรายเสียก่อน!】

【และเพียงไม่นาน ก็มีเสียงระเบิดปรากฏขึ้น แล้วขนทั่วทั้งร่างกายของท่านก็ลุกชันขึ้นมา—】

【มหาปรมาจารย์? บิน?!】

【วินาทีนี้เอง ท่านถึงเพิ่งจะตระหนักว่า ตัวท่านในอดีตนั้น สำหรับเหลิ่งอู๋เฉินแล้ว คงจะไม่ต่างจากมดปลวกเลยกระมัง?】

【ครู่ต่อมา เหลิ่งอู๋เฉินก็กลับมาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด พร้อมกับหิ้วร่างไร้วิญญาณของรองผู้บัญชาการต้วนกลับมาด้วย】

【เมื่อท่านเห็นร่างของรองผู้บัญชาการต้วน ขอบตาของท่านก็แดงก่ำขึ้นมา】

【แม้ตอนแรก รองผู้บัญชาการต้วนจะเคยทรมานท่านจนเกือบจะฆ่าท่านมาก่อน แต่หลายปีที่ผ่านมา เขาก็ปฏิบัติต่อท่านเป็นอย่างดี...】

【"ผู้บัญชาการ หลักฐานต้องถูกพวกนั้นแย่งไปแน่! เราจะปล่อยพวกนั่นไปจริงๆ หรือ?" ท่านเอ่ยถามด้วยความแค้น】

【เหลิ่งอู๋เฉินมองท่านอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างเรียบเฉยว่า: "ปากเปล่าไร้หลักฐาน พูดไปใครจะเชื่อกัน"】

【ท่านกำหมัดแน่น แต่ก็จนปัญญาเช่นกัน】

【ทั้งพันธมิตรยุทธ์และบ้านกั๋วกงต่างก็มีมหาปรมาจารย์คอยหนุนหลัง หากปะทะกันซึ่งๆ หน้า สำนักวังหลวงก็คงจะเสียเปรียบอย่างแน่นอน】

【จนถึงตอนนี้ ท่านก็เพิ่งจะมองเห็นความตื้นลึกหนาบางของห้ากองกำลังใหญ่แห่งราชวงศ์เยียน ซึ่งก็คือ—ราชวงศ์ราชครู สำนักวังหลวง พันธมิตรยุทธ์และบ้านกั๋วกง ซึ่งทั้งห้ากองกำลังก็คือห้ามหาปรมาจารย์!】

【"ไม่น่าเล่า เหตุใดเฉิงเทียนรุ่ยถึงหนีรอด..." ท่านครุ่นคิดว่า—จะต้องเป็นเพราะมหาปรมาจารย์ของตระกูลเฉิงที่เป็นคนลงมือแน่!】

【เมื่อดูจากสถานการณ์ทั้งหมด แล้วนึกย้อนถึงคำสั่งเสียของ "ยาโพธิสัตว์" ที่กล่าวถึงเรื่องก่อกบฏนั้น…ก็คงจะไม่ใช่ราชครูแล้ว—แต่หมายถึงพันธมิตรยุทธ์และบ้านกั๋วกงต่างหาก?】

【สามเดือนต่อจากนั้น ท่านก็ไม่กล้าก้าวเท้าออกจากสำนักวังหลวงแม้แต่ก้าวเดียว】

【และโชคดีที่ทุกคนต่างก็ยุ่งวุ่นวายกันไปหมดและหัวหน้าของท่านก็ตายไปแล้ว จึงไม่มีใครมาเฝ้ามองท่านอีก】

【ท่านจึงถือโอกาสนั้น ทุ่มเทฝึกฝนวิชาใหม่—เข็มล่าวิญญาณสิบแปดเล่ม】

【ท่านใช้เวลาถึงสามเดือน กว่าจะฝึกเข็มล่าวิญญาณสิบแปดเล่มจนบรรลุถึงขั้นพื้นฐาน】

จบบทที่ บทที่ 14

คัดลอกลิงก์แล้ว