เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 65 - ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (4) [อ่านฟรีวันที่ 25/10/61]

บทที่ 65 - ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (4) [อ่านฟรีวันที่ 25/10/61]

บทที่ 65 - ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (4) [อ่านฟรีวันที่ 25/10/61]


บทที่ 65 - ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (4)

 

ยูอิลฮานที่ได้กลับบ้านมาเป็นอย่างแรกได้ตกตะลึงไปกับทะเลรูปภาพที่ถูกส่งเข้ามาทางแอพพลิเคชั่นของมือถือเขาซึ่งมันมาจากนายูนาที่เพิ่มเพื่อนเข้าเองโดยอัตโนมัติจากการแลกเบอร์กัน

ภาพนั่นเป็นข้อมูลของตึกภายในกังนัมที่เขาจะได้รับมา ในท้ายสุดของข้อความก็ยังมีคำสาปส่งที่เธอบอกไว้ว่าจะติดต่อมาหาเขาบ่อยๆด้วย เขาได้รู้สึกอยากจะลบเบอร์ของเธอทิ้งๆไปแต่ว่าด้วยเป้าหมายเดิมทำให้เขาต้องเก็บเบอร์ของเธอเอาไว้

นายูนาก็ยังรู้เรื่องนี้เช่นกันทำให้เธอทำเป็นส่งอีโมจิกวนๆมาเพื่อที่พยายามจะใกล้ชิดเขา

ยิ่งไปกว่านั้นเอง

"ฉันควรจะทำยังไงดี..."

ยังไงก็ตามในตอนนี้เขาได้กลายเป็นเจ้าของดึกแล้ว แถมมันไม่ใช่ตึกธรรมดา แต่ว่าเป็นภายในกังนัมภูมิภาคที่ได้รับการเสริมกำลังจากผู้ใช้พลังจำนวนมาก ผู้ที่มีอำนาจและทรงพลังทำให้มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

[เปิดให้เช่าแล้วคุณจะกลายเป็นคนรวย] (ลิต้า)

[มันดูตลกมากเลยนะที่พวกนั้นบอกว่ามันเป็น 'เขตเสริมกำลัง' ในเมื่อพวกคนที่ป้องกันมีเลเวลอยู่ประมาณ 40 เท่านั้นเอง แต่ว่าเป็นเรื่องแน่นอนว่าที่นี่จะเป็นศูนย์กลางของเกาหลีอีกซักพัก การเป็นเจ้าของมันก็ไม่ได้แย่ใช่ไหมล่ะ] (เอิลต้า)

นี่มันก็คือความจริงการขายคทากับชุดคลุมได้ทำให้ยูอิลฮานได้เข้ามาใจกลางของเกาหลีได้ในทันที

เพียงแค่มีเงินตามปกติก็ไม่มีทางจะเข้ามาในเขตเสริมกำลังกังนัมได้ เหนือสิ่งอื่นใดก็คือคนที่มีส่วนใดส่วนเสียจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นแบบนี้แต่

แต่ยังไงก็ตามเพราะยูอิลฮานได้มีความเกี่ยวพันกับคังมิเรย์ที่เป็นหนึ่งในอันดับต้นๆของประเทศที่มีทั้งพลังอำนาจทำให้เขาเข้ามาภายในศูนย์กลางเกาหลีได้อย่างง่ายดาย

แต่ปัญหาก็คือยูอิลฮานไม่เห็นว่ามันมีประโยชน์อะไรเลย

"แต่ตึกนี่มันก็พังลงจากการเหยียบของมอนสเตอร์อยู่ดีนี่?"

โลกในปัจจุบันนี้มันไม่มีอะไรที่พลาดไปกว่าสมบัติที่มีอยู่แน่ แน่นอนว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้โลภในตัวเงินอยู่แล้วทำให้ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก

คนพวกนั้นจะรู้ไหมนะว่าพื้นที่ที่พวกเขาทุ่มเทป้องกันมันจะพังลงไปจากแค่การปรากฏตัวของเสือดาวเงาเพียงตัวเดียวนะ

"ฉันคิดว่าเขาคงจะไม่รู้สินะหรือต่อให้พวกเขาจะรู้ก็ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อพวกเขาก็เคยไปโลกอื่นกันมาหมดแล้วนี่นา"

[คนที่มีเลเวลมากกว่า 50 มันไม่ใช่เรื่องธรรมดานะ] (เอิลต้า)

[การพัฒนาของมนุษยชาติมันได้เป็นไปอย่างเร็วมากๆแล้ว ไม่ใช่ว่ากองกำลังป้องกันก็แข็งแกร่งมากแล้วหรอ?] (ลิต้า)

ยูอิลฮานก็อยากจะให้มันเป็นแบบนั้นเหมือนกัน และเขาได้เคลื่อนไหวไปตามเป้าหมายของเขาเช่นกัน

ในตอนนี้เองลิต้าได้ปรบมือของเธอและพูดกับยูอิลฮาน

[บางทีการที่ผู้หญิงคนนั้นให้ตึกกับอิลฮานก็เพื่อดึงเขามาอยู่ข้างเธอก็ได้นะ?] (ลิต้า)

"ใช่แล้ว มันก็อาจจะเป็นแบบนั้น"

ยูอิลฮานก็คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้เหมือนกัน เธออาจจะคิดว่ายูอิลฮานจะทำอะไรบ้างถ้าหากว่ากังนัมอยู่ในอันตรายหรือแม้กระทั่งขอความช่วยเหนือด้วยตัวเอง

"20 พันล้านมันก็ไม่เป็นไรเหมือนกัน"

แน่นอนว่าจะมีเพียงแค่คนโลภเท่านั้นที่จะต่อต้านเรื่องนี้ ยูอิลฮานต้องการก็แต่เสริมพลังให้กับจักรพรรดินีแต่แรกแล้วดังนั้นมันก็ไม่มีทางที่เขาจะกลายมาเป็นคนที่หมกหมุ่นกับการปกป้องตึกแน่ เขาไม่ได้สนใจแม้แต่นิดเลย แต่ว่าเขาก็คิดว่าเขาก็อาจจะทำอะไรกับตึกนี่ได้บ้างเช่นกัน

"ตึกนี่มันจะได้รับความสนใจจากทุกๆคน"

[ใช่แล้ว มันเป็นจุดที่อยู่ในศูนย์กลางการค้าของเกาหลี] (เอิลต้า)

[ดังนั้นมันก็จะมีร้านค้าแบรนด์ดังบางแห่งมด้วยแต่ว่าในตอนนี้มันหายไปแล้วจากการที่หายนะครั้งใหญ่ได้สั่นสะเทือนมาตราฐานปกติ] (ลิต้า)

ใช่แล้ว อุตสาหกรรมจำนวนมากได้เริ่มถดถอยลงไปมาก โลกในตอนนี้กำลังพัฒนาไปและทำให้เกิดมาตราฐานที่ต่างออกไป

ยังไงก็ตามยังมีอุตสาหกรรมอย่อย่างหนึ่งที่ไม่เคยจะพังลงไปเลยต่อให้จะมีมอนสเตอร์ปรากฏมาบนโลกก็ตามนั่นก็คืออุตสาหกรรมอาวุธ

"ดีล่ะ งั้นฉันก็แค่ขายอาวุธที่นี่"

[คุณมั่นใจว่ามันจะดีนะ?] (ลิต้า)

"ไม่ว่ายังไงถ้าเราลังเลมันก็จะไม่จบสักที ฉันควรจะทำให้มันจบให้เร็วที่สุดแล้วก็ไปทำอย่างอื่น"

[ทำงานโดยไม่พักอีกแล้วงั้นหรอ!?] (เอิลต้า)

ใช่แล้ว มันยังมีอีกหลายๆอย่างที่เขาจะต้องทำ

[โว้ว นี่มันมีตั้ง 14 ชั้นแน๊ะ!] (ลิต้า)

[มีชั้นใต้ดินอีก 5 ชั้นด้วย จนกระทั่งชั้น B3 จะเป็นชั้นจอดรถ แต่ว่าจากชั้นที่ 4 และลงไปต่ำกว่านั้นดูจะถูกล็อคอยู่] (เอิลต้า)

[คุณควรจะไปติดต่อบริษัทการจัดการนะ] (ลิต้า)

[เครื่องประดับนั่นก็ดูดีจริงๆ] (เอิลต้า)

[อิลฮานให้สร้อยนี่กับพี่สาวคนนี้นะ] (ลิต้า)

เหล่าทูตสวรรค์ที่แม้่จะไม่มีความปรารถนาในสิ่งของบนโลกแล้วก็ยังรู้สึกยินดีหลังจากได้เห็นรายละเอียดของตึกนี่ มันดูเหมือนว่าผู้หญิงจะเป็นเหมือนๆกันไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตขั้นสูงก็ตามที มากยิ่งไปกว่านั้นพวกเธอก็ยังพูดคุยเกี่ยวกับโครงการทั้งหมดของนายูนาแล้วด้วย

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ไม่ได้หยุดพวกเธอ แต่ในหัวของเขาก็มีแผนอื่นอยู่แล้ว เขาจะใช้ตึกนี้เป็นศูนย์กลางในการเสริมพลังของคนบนโลก

"มาตั้งชื่อแบรนด์กันดีกว่า"

[เกี่ยวกับความรักของทูตสวรรค์เป็นไง?] (ลิต้า)

[เอาให้มันมีเอกลักษณ์สิ] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้ปฏิเสธข้อเสนอบ้าๆของลิต้าและแนะนำออกมา ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้ส่ายหัวของเขา

"ไม่ดีกว่า ฉันอายนะ"

[Y&L เป็นไง?] (ลิต้า)

[ฉันเห็นความตั้งใจของเธอได้อย่างชัดเจนจากชื่อนี้เลย งั้นเอาเป็นผู้กอบกู้] (เอิลต้า)

หลังจากนั้นก็มีความรักทูตสวรรค์ ค้อนแห่งเฮเฟตัส ปีกขนนก ก็อดแฮน และอะไรที่น่าอายอีกมากมาย แต่ว่ายูอิลฮานก็ปฏิเสธมันทั้งหมด

"เอาเป็นแวนการ์ด (แนวหน้า)"

[พวกเขาจะไม่ขายบัตรหรอ?] (ลิต้า)

[อย่าไปบอกใครว่าเธอเป็นทูตสวรรค์นะ น่าอายจริงๆเลย] (เอิลต้า)

แวนการ์ดหรือทหารแนวหน้าส่วนใหญ่ของสนามรบ ชื่อนี่มันเต็มไปด้วยความปรารถนาเบื้องลึกของยูอิลฮาน เนื่องจากว่าตัวเขาต้องไปอยู่แนวหน้าของคนส่วนใหญ่บนโลกโดยบังเอิญ

ทันทีที่เขาตัดสินใจจะทำแบบนี้เขาก็ได้เริ่มทำอย่างรวดเร็ว ก่อนอื่นเลยเขาได้เริ่มจัดการปัญหาที่เกี่ยวกับการถ่ายโอนสิทธิของตึกนี้ก่อนและได้ไปพบกับคนที่เกี่ยวข้องกับตึก เนื่องจากว่าหน้ากากกระโหลกหมาป่ามันเป็นที่รู้จักดีในนามของบุรุษความเร็วแสงดังนั้นเขาจึงเลือกใช้หน้ากากอันอื่นแทน

ไม่มีคนที่คิดเลยว่าเขาจะเป็นคนผู้มีความสามารถที่เก่งที่สุดในเกาหลี ผู้เช่าทั้งหมดได้มาคุยกับเขาจนเสร็จสิ้น

ยูอิลฮานก็ยังได้ซื้ออพาร์ทเม้นท์ใกล้ๆกับตึกที่เขาได้รับมาอีกด้วย อพาร์ทเมนต์ที่ได้รับการยกย่องว่ามีราคาที่แพงที่สุุดในเกาหลีและในตอนนี้มันก็ยิ่งแพงมากขึ้นไปอีกเนื่องจากว่าได้อยู่ในเขตเสริมกำลังกังนัม แต่ว่าเนื่องจากยูอิลฮานมีเงิงถึง 150 พันล้านวอนทำให้เขาสามารถจะซื้อชั้นบนสุดมาได้ เงินนับสิบพันล้านได้ลอยออกไปเพราะอย่างนี้แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรเลย

[อิลฮานของเขาก็ใช้เงินได้เยี่ยมเหมือนกัน เท่จังเลย] (ลิต้า)

[นั่นมันก็เพราะว่าเขาไม่มีความต้องการในเงินไงล่ะ] (เอิลต้า)0

และเนื่องจากว่าเขาไม่เคยจัดการกับตึกแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิตดังนั้นเขาก็เลยจัดการจ้างบริษัทการจัดการเข้ามาเหมือนกับอย่างที่คังมิเรย์ได้แนะนำเขาและตัดสินใจที่จะไม่สนใจเรื่องนี้อีกต่อไป สิ่งที่สำคัญก็คือเขาจะต้องมีที่สำหรับของตัวเองและใช้มันจัดการทำสิ่งที่ต้องการ

เขายังย้ายที่ทำงานของเขาเองไปที่ชั้นใต้ดินชั้นที่ 5 ของตึกอีกด้วย ทูตสวรรค์ก็ได้มาช่วยเขาในเรื่องนี้ ด้วยบางอย่างทำให้มีแต่ทูตสวรรค์ชายถูกอัญเชิญมาแต่พวกเขาทั้งหมดต่างก็แสดงต่อยูอิลฮานอย่างดี

[อ่า งั้นคนๆนี้คือคนที่มีแนวโน้มสินะ?]

[ฉันคิดว่าคุณอาจจะสามารถกลายมาเป็นทูตสวรรค์ได้ในสักวัน]

[ไม่ พวกเขาไม่สสามารถจะพูดแบบนี้ได้]

[นั่นก็จริง]

ทุกๆอย่างที่อยู่ในห้องทำงานของเขาได้ถูกย้ายไปอยู่ชั้นใต้ดินในตึกเขตกังนัมและในไม่ใช่แค่นั่นแต่พวกทูตสวรรค์ยังได้เสริมเวทย์ป้องกันลงไปบนอาคารและบางชั้นอีกด้วย! ที่เป็นแบบนี้ต้องขอบคุณที่ยูอิลฮานเป็นคู่หูทูตสวรรค์ทำให้เขาได้รับความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆในทุกๆสิ่งที่ทำ

"สภาพแวดล้อมที่ดี"

เมื่อมองไปที่ทำงานชั้นใต้ดินที่เงียบสนิทเพราะเวทย์กั้นเสียงรบกวนและเพลิงนิรันดร์ที่รุนไหม้อย่างรุนแรงอยู่ภายในเตาเผาไหม้ที่ใหญ่ยิ่งขึ้นทำให้ยูอิลฮานยิ้มขึ้นมา

"แล้วฉันควรจะเริ่มตรงไหนดี?"

เขาไม่ได้ใช้มันผ่านหัตถกรรมมานา ด้วยการใช้สิ่งของที่ได้มาจากมอนสเตอร์ระหว่างเลเวล 30 กับ 40 ซึ่งมีอยู่เป็นกองภายในกระเป๋าของเขา เขาได้ทำดาบ หอก ขวาน ค้อน โล่ เกราะอก เกราะไหล่ เกราะเข่า รองเท้า ถุงมือ อื่นๆ

เนื่องจากว่าเขาไม่ได้ใช้ของที่ได้มาจากหัวใจโลหะหรือของเคว๊กน่าทำให้ของทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่ได้ทำขึ้นมาจากกระดูกหรือหนัง แต่ว่าถึงแม้อย่างนั้นผลงานที่ออกมามันก็อยู่ในจุดที่ไม่สามารถจะมองผ่านไปได้เลยต่อให้อยู่ในโลกอื่นก็ตาม ยกตัวอย่างเช่นแบบนี้

[ถุงมือหนัง 'แข็ง' 'น่าหวาดหวั่น']

[ระดับ - แรร์]

[ป้องกัน - 1,900]

[ออฟชั่น - เพิ่มพลังโจมตี 10% ในการต่อสู้ระยะประชิด]

[ความทนทาน - 1,500/1,500]

[เกราะที่ทำขึ้นมาจากช่างที่ดีที่สุดในโลกที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพต่ำสร้างขึ้น หากช่างตีเหล็กคนอื่นมาเห็นก็คงจะสาปส่งในความสามารถของตนเองแน่นอน]

อาวุธที่มีความสามารถอย่างมากที่ไม่สมกับวัตถุดิบของมันได้ถูกสร้างขึ้นแบบนี้เป็นสิบชิ้นต่อวัน เพราะยูอิลฮานไม่ได้ใส่ใจมันงั้นหรอ? ยูอิลฮานไม่เคยใส่ใจในอะไรเลยและต่อให้เขาใส่ใจมันก็ไม่มีทางที่ช่างตีเหล็กคนเดียวจะผลิตอาวุธได้สิบชิ้นต่อวันแน่

การทำงานของยูอิลฮานได้หลุดออกมาจากขอบเขตของมนุษย์ปกติไปนานแล้ว เขาดูเหมือนกับจะไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเร็วนัก แต่แม้แบบนั้นมันก็ยังคงมีดาบ โล่ และเกราะอกปรากฏออกมาเรื่อยๆ

[ฉันไม่คิดเลยว่าเขามาถึงจุดนี้ด้วยการแค่ทุบโลหะอย่างเดียวเป็นเวลาหลายร้อยปี แถมนี่เขาไม่ได้ใช้แม้แต่โลหะเลยด้วยซ้ำ] (เอิลต้า)

[เธอเพิ่งจะมารู้ว่ามันแปลกหรอ?] (ลิต้า)

ยูอิลฮานได้คิดว่าตอนนี้มันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาแล้ว โลกในตอนนี้มันบ้าไปแล้วและมันดูเหมือนว่าหายนะครั้งที่สองที่วางแผนไว้ว่าจะมาในอีก 150 ปีในอนาคตก็อาจจะใกล้เข้ามาแล้ว เรต้าคาร์อิฮ่าห์ก็ยังเร่งให้เขาพัฒนาขึ้นไปอย่างรวดเร็วและกองกำลัพที่เขาไม่รู้ก็ยังมุ่งเป้ามาที่โลกจากต่างโลกนอกจากมังกรอีกด้วย

แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังคงทุบค้อนต่อไปฃ

เขาได้ใช้ชีวิตมาเป็นเวลานานมากๆแล้วในตอนที่เวลาของโลกได้หยุดลงและในระหว่างช่วงเวลาหลายเป็นั้นเขาก็ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตที่ถูกต้องและไม่เร่งรีบ การเร่งรีบเกินไปมันจะทำให้ทุกๆอย่างพังพินาศ

ยูอิลฮานได้คิดว่าตอนนี้มันได้ถึงเวลานั่นก็คือในตอนที่เขาได้รับข่าวที่น่าทึ่งจากเรต้าคาร์อิฮ่าห์เพื่อที่จะเดินไปในทางที่ถูก

การทุบค้อนของเขาที่ไม่สิ้นสุดลงไปได้ยกระดับเทคนิคของเขาให้เหนือยิ่งไปกว่าความสมบูรณ์แบบแล้ว ยกระดับเพลิงนิรันดร์ พยายามที่จะรู้สึกถึงมานาด้วยการอยู่ใกล้กับทูตสวรรค์ให้มากที่สุดเทาที่เป็นไปได้ พยายามที่จะฟังเสียงของวิญญาณอื่นๆนอกจากเรต้าคาร์อิฮ่าห์ และตรวจสอบในสกิลที่เขาได้เรียนรู้มา

เขาได้ยืนยันในฉายาอีกครั้ง ดูขีดจำกัดของแต้มเสตตเสัสของเขา มองย้อนกลับไปในเทคนิคที่ฝังอยู่ในร่างและตรวจสอบในอุปกรณ์อีกครั้ง

จากนั้นเขาก็ไม่ได้คิดในสิ่งที่เขาต้องทำแต่เป็นสิ่งที่เขาทำได้มากมาย

วายร้ายที่มักปรากฏตัวมาตามการ์ตูนมักจะพูดว่าพลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง แต่ว่ายูอิลฮานคิดว่าพลังที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบมันไม่ได้แข็งแกร่งเลย

สำหรับยูอิลฮานแล้วพลังมันไม่ใช่สิ่งที่จะปกป้องวันนี้แต่เป็นพลังในการทำให้มีวันพรุ่งนี้ต่างหาก

ในระหว่างที่ยูอิลฮานทำงานของเขาภายนอกก็มีสิ่งต่างๆมากมายเกิดขึ้นเหมือนกัน

มีการบูรณะภายในชั้นที่ 13 กับ 14 ของตึก ได้มีบริษัทจัดตั้งขึ้นมา แบรนด์แวนการ์ดได้ถูกลงทะเบียน ลิตาาได้ทำการฝึกพิเศษของเธอ และการก่อสร้างภายในชั้นบนสุดของอพาร์ตเมนต์ก็ได้สิ้นสุดลง เขาได้จ้างคนมาทำงานในร้านและทำหนังสือเดินทางด้วย

ช่วงเวลา 2 สัปดาห์ได้ผ่านไปแบบนี้ เพียงแค่ยูอิลฮานกำลังจะไปพักหลังจากทำหอกเสร็จก็ได้มีข้อความปรากฏขึ้นมาให้เห็น

[เทพแห่งช่างตีเหล็ก ??? จากมิติที่ไกลออกไปได้ค้นพบคุณ]

[เทพเจ้าได้ตกใจในความสามารถที่สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นโดยที่ไม่มีพลังแห่งปาฏิหาริย์ เขาต้องการที่จะมอบพรให้กับคุณ]

[ถ้าหากว่าเติมเต็มงานมากกว่าสองอย่างพรของเทพแห่งช่างตีเหล็ก ??? จะตกเป็นของคุณ เนื้อหาของงานคือ...]

ยูอิลฮานได้รู้สึกมึนงงจากสิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อนทำให้เขาก้มลงไปอ่านข้อความอีกครั้งหนึ่ง

ยังไงก็ตามเขาไม่ได้อ่านผิดเลย และมันก็ไม่ใช่ภาพลวงตา เขาไม่ได้รู้ว่าเทพแห่งช่างตีเหล็กคือใคร แต่ว่ามันเป็นเรื่องจริงที่เทพองค์นั้นต้องการจะมอบพรให้กับยูอิลฮานอย่างฉับพลันในตอนที่เขาทำงานอยู่ มันดูเหมือนว่าเทพจะมีเวลาว่างมากจริงๆ

"เอิลต้า มันบอกว่าเทพแห่งช่างตีเหล็กจะมอบพรให้ฉันหลังจากฉันได้ทำการบ้านบางอย่างนะ"

[...ฮ่า ฉันไม่ได้แปลกใจเลยซักนิด] (เอิลต้า)

เอิลต้าที่กลิ้งอยู่บนหัวของยูอิลฮานได้ตกลงมาจากหัวของเขา ยูอิลฮานได้รับเธอไว้อย่างใจเย็นและถามออกไป

"เทพแห่งช่างตีเหล็กกับเทพที่เธอทำงานให้อยู่ใช่คนๆเดียวกันปะ?"

[ไม่] (เอิลต้า)

"พวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระดับเดียวกันหรอ?"

[ไม่เลยสักนิด เทพเจ้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดจะเหมือนในโลกทั้งหมด แต่ว่าเทพแห่งช่างตีเหล็กไม่ใช่แบบนั้น] (เอิลต้า)

"นั่นมันหมายความว่าพวกเขาไม่ได้เหมือนกันใช่ไหม? มีแบบเทพแห่งช่างตีเหล็กอีกหลายร้อยคนงั้นหรอ?"

[ไม่ คุณถูกแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น]

เอิลต้าได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเล็กๆ

[เทพแห่งช่างตีเหล็ก เทพแห่งนักรบ เทพแห่งความงาม... พวกเขาแต่ล่ะคนต่างก็เป็นเอกเทศกัน แต่ว่าพวกเขาก็ไม่ได้ดำรงอยู่]

"โอ้"

[พวกเขาไม่ได้มีตัวตนอยู่ในความเป็นจริง พวกเขาเป็นเพียงอัตลักษณ์ที่เกิดขึ้นมาหลังจากที่บันทึกจำนวนนับไม่ถ้วนในพื้นที่ที่พิเศษได้รวมเข้าด้วยกัน จะเรียกว่าพวกเขาได้เกิดขึ้นมาจากผลของบันทึกแห่งอคาชิคก็ได้]

"เรื่องไร้สาระแบบนี้มันเป็นไปได้ด้วย?"

[ทำไมคุณถึงมีชีวิตและหายใจได้ล่ะ?] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้หมดคำพูดไป ดังนั้นเขาก็เลยถามเรื่องอื่นแทน

"แล้วเขาจะให้พรอะไรฉันล่ะ?"

[สิ่งที่เกิดมาจากบันทึกจะให้อะไรล่ะ แน่นอนสิว่ามันจะต้องเป็นบันทึก มันเป็นสิ่งที่แตกต่างไปจากพรที่เป็นรางวัลของเควสสวรรค์ที่พวกเราได้เพิ่มพลังลงไปในบันทึกที่คุณมีอยู่ นี่มันจะเป็นการเพิ่มบันทึกใหม่เข้ามาให้คุณอย่างสมบูรณ์] (เอิลต้า)

"ทำไมล่ะ?"

[เพราะว่ามีบันทึกที่เกี่ยวกับการตีเหล็กจำนวนมากที่จะเพิ่มความคืบหน้าให้กับคุณอย่างมากในฐานะของช่างตีเหล็กไงล่ะ] (เอิลต้า)

บันทึกทั้งหมดและความสำเร็จของยูอิลฮานในฐานะช่างตีเหล็กจะได้รับการเพิ่มความสามารถของเทพแห่งช่างตีเหล็กลงไป เขาไม่แน่ใจนักว่าพรจะเกี่ยวกับอะไร แต่ว่ามันก็น่าจะเสริมในความสามารถการตีเหล็กของเขา

เพราะแบบนี้มันจึงเป็นรูปแบบวิน-วิน ทั้งสองฝ่าย

เขาได้ยอมรับในจุดๆนี้แต่ว่ามันก็ยังมีบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจ

"ถ้าหากว่าเทพเป็นแค่เพียงอัตลักษณ์ แล้วถ้างั้นเรื่องบ้าๆอย่างพลังศักดิ์สิทธิ์ล่ะ? พลังที่นายูนาใช้รักษาและเสริมพลังร่างกาย"

[ฉันจะอธิบายให้คุณฟังในครั้งต่อไปดังนั้นในตอนนี้คุณก็แค่รู้ว่ามันเป็นรูปแบบของมานาก็พอ ยังไงก็ตามถ้าหากเป็นคุณมันก็คงไม่มีช่วงเวลาที่คุณจะใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพแห่งช่างตีเหล็กแน่ ดังนั้นคุณอย่าไปหวังแบบนั้นเลย] (เอิลต้า)

"ฉลาดเหมือนเคยเลย..."

ยูอิลฮานได้จินตนาการถึงตัวเองที่เป็นทั้งแทงค์ คนสร้างความเสียหายและฮีลเลอร์ทั้งหมดด้วยตัวเขาเอง แต่ว่าความคาดหวังของเขาก็ได้พังลงไปเป็นชิ้นๆ เพียงแค่ยูอิลฮานยืดตัวถอนหายใจเอิลต้าก็เอียงหัวถามกลับมา

[แล้วงานที่ต้องทำคืออะไรล่ะ? คุณคงไม่บอกว่าเขาจะให้พรกับคุณฟรีๆหรอกนะ?] (เอิลต้า)

"ไม่บอก"

[คุณอยากจะสู้กับฉันงั้นหรอ?] (เอิลต้า)

"ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น"

มันได้จบลงด้วยการที่ยูอิลฮานหัวเราะออกมา ยังไงก็ตามเสียงหัวเราะของเขามันเต็มไปด้วยความโกรธด้วยเช่นกัน

"ไอ้เจ้าบ้านั่นมันไม่ได้บอกฉันว่างานคืออะไร"

[....]

มันโชคดีที่เทพเป็นเพียงอัตลักษณ์เท่านั้น

ถ้าหากไม่ใช่แบบนั้นงั้นเขาก็คงจะตระเวนไปตามโลกต่างๆเพื่อหาเทพแห่งช่างตีเหล็กเพื่อทุบละบายความแค้นไปแล้ว!

จบบทที่ บทที่ 65 - ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (4) [อ่านฟรีวันที่ 25/10/61]

คัดลอกลิงก์แล้ว