เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 64 - ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (3) [อ่านฟรีวันที่ 23/10/61]

บทที่ 64 - ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (3) [อ่านฟรีวันที่ 23/10/61]

บทที่ 64 - ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (3) [อ่านฟรีวันที่ 23/10/61]


บทที่ 64 - ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (3)

"..."

สถานที่นัดพบก็ยังคงเป็นร้านน้ำชาเหมือนกับในก่อนหน้านี้ คังมิเรย์ได้มาเจอเขาโดยที่ไม่ใส่หน้ากากอีกครั้งหนึ่ง และแบบนี้ยูอิลฮานก็เลยได้เห็นความเปลื่ยนแปลงทางใบหน้าของเธอเมื่อเธอได้อ่านค่าสเตตัสของคทา

"คุณยูอิลฮาน?"

"ว่าไง"

"นี่มัน.... ไม่"

คังมิเรย์ไม่สามารถจะปล่อยมือจากคทาได้เลย เธอได้สัมผัสมันแน่นและในท้ายที่สุดก็วางมันลงและมองมาที่เขา ใบหน้าของเขาถูกซ่อนเอาไว้แต่ว่าก็ยังมีสายตาของเขาที่เผยออกมาอยู่

"สิ่งนี้มันถูกสร้างขึ้นหลังจากฉันขอคุณจริงๆหรอ?"

"ใช่แล้ว ฉันคิดว่ามันมีออฟชั่นที่คุณคังมิเรย์ต้องการอยู่ทั้งหมดเลยนี่"

"ใช่ มันมีทั้งหมดแน่ แต่ว่าทั้งหมดนี่... มันมากไปนิด"

คังมิเรย์ได้รวบมือเข้าด้วยกันและถอนหายใจออกมา

"คุณได้มีความเกี่ยวข้องกับช่างที่สร้างอาร์ติแฟคหรอ? เขากระทั่งยอดเยี่ยมกว่าฉันจินตนาการซะอีก ฉันนี่มัน... น่าสงสารจริงๆ"

คังมิเรย์ได้ขบริมฝีปากของเธอเล็กน้อย

ตามมาด้วยความชื่นชนในอาร์ติแฟคที่เหนือยิ่งกว่าสมบูรณ์แบบ ผสมกับความอิจฉา ความรู้สึกด้อยค่า ความสงสัยและความรู้สึกแปลกๆที่เธอไม่เคยมาก่อน

"มันไม่ได้เป็นความสามารถของฉันซะหน่อยแต่เป็นของช่างคนนั้น ดังนั้นฉันไม่ได้มีอะไรเลยที่เยี่ยม"

"เรื่องที่ว่าคุณได้ติดต่อกับช่างที่มีความสามารถในการสร้างอาร์ติแฟคที่น่าทึ่งแบบนี้ คุณก็ยังจะขอให้คนๆนั้นสร้างอาร์ติแฟคให้คนอื่นได้อีกด้วย คุณนี่... คุณ"

คังมิเรย์ได้หลับตาของเธอลงไป เธอได้พยายามจะสงบหัวใจที่ตื่นเต้นของเธอเอาไว้ และเธอก็ดูเหมือนจะทำสำเร็จทำให้เธอเปิดตาขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาของเธออได้เปล่งแสงสีม่วงออกมาอย่างรุนแรง

"ก่อนอื่นเลยฉันคิดว่าฉันน่าจะแก้อะไรบางอย่างที่คุณอาจจะเข้าใจผิดหน่อย"

"เข้าใจผิดหรอ?"

"คุณคิดว่าอาวุธนี่มันมีราคาเท่าไหร่?"

"ประมาณ 20... 40 พันล้านมั้ง"

ยูอิลฮานอยากจะพูดไปว่า 20 พันล้านแต่ว่าคิ้วของคังมิเรย์ได้กระตุกทำให้เขาเพิ่มราคามันขึ้นไปสองเท่า แต่คังมิเรย์ก็ยังส่ายหัวของเธอด้วยใบหน้าที่เย็นชา

"ในช่วงเวลา 10 ปีที่แล้วคนบนโลกได้มีประสบการณ์กับสิ่งต่างๆมากมายบนต่างโลกและบางคนก็ยังได้รับอาร์ติแฟคที่น่าทึ่งด้วยโชคที่มหาศาล แต่ยังไงก็ตามฉันสามารถจะบอกได้เลยว่ามันไม่มีคทาอันไหนที่จะเหนือกว่าคทานี้แล้ว เป็นยังไงล่ะ? คุณคิดว่าความสามรถของคนบนโลกต่ำเกินไปหรือป่าว?"

"....เธอกำลังจะบอกว่าไม่มีใครที่ได้รับอาร์ติแฟคที่อยู่ในระดับเดียวกันกับคทาอาร์ติแฟคนี่ในต่างโลกหรอ?"

"ไม่น่าจะมีเลยซักคน ของระดับนี้น่าจะมีแค่ไม่กี่สิบอันเท่านั้นเอง"

ไม่กี่สิบอันในโลกจำนวนมากมาย นี่มันไม่มีทางเลยที่จะตกลงไปอยู่ในมือของคนบนโลก คังมิเรย์ได้พูดต่อออกมา

"มูลค่าของไอเทมนี้จะตัดสินยังไงล่ะ? ใช้อุปสงค์กับอุปทานงั้นหรอ? ถ้างั้นฉันจะถามอีกครั้งนะ ราคาของคทานี้มันควรจะเท่าไหร่?"

"เท่าที่ฉันต้องการสินะ"

"ถูกแล้ว"

จักรพรรดินีได้ยิ้มออกมาบางๆ จากนั้นเธอก็ส่งคทากลับมาฝั่งยูอิลฮาน เธอได้ทำอย่างนี้โดยไม่ลังเลใจ

"เพราะแบบนี้ฉันก็เลยซื้อมันไม่ได้ มันดูเหมือนว่าฉันจะขี้เหนียวมากไปนิด"

"หืมมม"

เธอน่าจะเจ้าเลห์กว่านี้นะ - ยูอิลฮานได้คิดออกมา

ยูอิลฮานก็ไม่ได้โง่ เขารู้ดีว่าสกิลของเขามันพิเศษ และรู้ด้วยว่าอาร์ติแฟคนี้มันมีความสามารถอย่างมาก ไม่ว่าคังมิเรย์จะมีชีวิตดียังไงเธอก็ไม่มีทางที่จะมีเงินพอซื้อของในระดับนี้แน่

ยังไงก็ตามเหตุผลที่เขาต้องการขายให้คังมิเรย์ก็คือเพื่อเพิ่มพลังการต่อสู้ของเธอ เงินมันก็แค่เรื่องรองเท่านั้น เธอก็แค่หลับตาข้างหนึ่งแล้วและยอมรับมันไปซะ แต่ว่าเธอกลับเข้มงวดกับมัน

เธอเข้มงวดกับตัวเองมากเท่ากับที่เธอเข้มงวดกับคนอื่นๆ เธอเป็นคนที่ดูจะไม่ชอบความไม่ซื่อตรง โดยไม่ต้องคำนึงเรื่องชายหญิง เขาก็อดไม่ได้ที่จะประทับใจกับตัวเธอ

"ประมาณ 100 พันล้านล่ะ?"

"มันไม่พอเลยซักนิด"

"ฉันบอกว่าฉันจะให้ราคานี้กับเธอ"

"ฉันขอปฏิเสธ"

ท่าทางของคังมิเรย์ได้น่าเกลียดลงไปเล็กน้อย ยูอิลฮานได้ตระหนักได้แล้วว่าเขาทำพลาดเมื่อเห็นท่าทางที่ไม่สบายใจของเธอ แต่ว่าเขาก็พูดในสิ่งที่เขาต้องพูด

"เธอก็เคยพูดถึงเรื่องความสามารถของฉันมาเมื่อตะกี้นี่"

"ฉันพูดแต่แล้วมันเกี่ยวอะไรกับอาวุธนี่ล่ะ?"

"ถ้าการที่ฉันติดต่อกับช่างที่น่าทึ่งมันเป็นความสามารถของฉัน ถ้างั้นมันไม่ใช่ว่าเธอ คุณคังมิเรย์การซื้ออาวุธนี้ไปในราคาถูกจากฉันมันก็เป็นความสามารถของเธอหรอ?"

"นั่นมันเป็นความสามารถของฉันยังไง?"

"คุณคังมิเรย์มีพลังเวทย์ที่มากพอที่จะสร้างความเสียหายรุนแรงให้กับเสือดาวเงาถึงแม้ว่าจะมีเลเวลที่ต่ำ มันเป็นเหตุผลที่ฉันคิดจะว่าจะขอคุณก็เพราะฉันคิดว่าเธอมีคุณสมบัติที่จะใช้อาวุธที่ดี เพราะแบบนี้การรับอาวุธนี้ไปมันก็เป็นความสามารถของเธอหรอ?"

คำพูดของยูอิลฮานได้ทำให้ท่าทางของคังมิเรย์อ่อนลงเล็กน้อย ความรู้สึกต่ำต้อยของเธอก็ยังลดลงไปหลังจากเธอได้รู้ว่ายูอิลฮานก็ตีค่าเธอไว้

ยังไงก็ตามเธอก็ได้ถามยูอิลฮานกลับไป

"ฉันก็ยังสงสัยอยู่ คุณคิดอะไรอย่างอื่นอีกหรอ? ทำไมถึงได้มาบังคับขายอาวุธนี้ให้กับฉันล่ะ?"

นี่มันไม่ได้ผล...

ยูอิลฮานได้เลียริมฝีปากของเขา ในตอนนี้มันมาแบบนี้แล้วมันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเผยความจริงออกไป

"ฉันอยากจะให้เธอแข็งแกร่งขึ้นเร็วๆ"

"ทำไมล่ะ"

"ตอนนี้คนบนโลกอ่อนแอเกินไป ฉันกลัวว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไปโลกจะจบลง"

"...."

คังมิเรย์ได้พูดไม่ออกไป เธอก็อยากจะแย้งคำพูดที่ยโสนี้แต่ว่าเมื่อคิดย้อนกลับไปถึงพลังที่ไม่น่าเชื่อที่เขาได้แสดงออกมาในระหว่างสู้กับเสือดาวเงา เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการยอมรับมัน

"เธอก็รู้สถานะของโลกในตอนนี้ดีใช่ไหมล่ะ? มันน่ารำคาญมากพออยู่แล้วที่ทุกๆอย่างมันเปลื่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่ในตอนนี้มันยังมีปัจจัยภายนอกเข้ามาอีกด้วย สิ่งเดียวที่ฉันจะไว้ใจได้ก็คือคนบนโลก แต่ว่าพวกเขาอ่อนแอ อ่อนแอจนเกินไป ยังไงก็ตามฉันคิดว่าเธอ คุณคังมิเรย์น่าจะแข็งแกร่งพอหากว่ามีอาวุธที่เหมาะสม มันเป็นเหตุผลที่ฉันติดต่อเธอ"

"ฟุ่"

คังมิเรย์ได้หายใจแปลกๆออกมา ยูอิลฮานก็คิดว่าเธอกำลังฝึกเทคนิคการหายใจแปลกๆ แต่ว่าจริงๆแล้วมันเป็นการเข้าใจผิดเพราะในเวลาไม่นานนักคังมิเรย์ก็ระเบิดหัวเราะออกมา

"ฟุ๊ ฟุ๊ฟุ๊ฟุ๊ฟุ๊ฟุ๊"

"เธอโอเคนะ?"

"ฟุ๊ฟุ๊ฟุ๊ฟุ๊ฟุ๊ฟุ๊ฟุ๊ฟุ๊ฟุ๊ฟุ๊"

มันดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้ปกติเลยสักคิด เขาได้คิดว่าหากเธอคนนี้บ้าไปจริงๆเขาจะต้องรีบหนีไปให้เร็วที่สุด แต่แล้วคังมิเรย์ก็หยุดหัวเราะลง

จากนั้นเธอก็ได้เอามือจับคทาแล้วดึงไปหาตัวเอง

"โอเค ฉันจะซื้อในราคา 100 พันล้านวอน! ฉันจะเอาความภาคภูมิใจที่ไร้ประโยชน์ทิ้งไปซะ และยอมรับในความปรารถนาของนาย"

"จริงนะ"

"ยังไงก็ตามจำสิ่งนี้เอาไว้"

คังมิเรย์ได้จับคทาแน่นและสายฟ้าก็ได้ส่องประกายออกมาจากตาเธอ หน้าของเธอได้กลายเป็นสีแดงและยูอิลฮานก็แทบจะไม่ตระหนักว่าเธอกำลังโกรธ

"ฉันจะต้องแข็งแกร่งกว่าคุณ แข็งแกร่งกว่าแน่นอน แข็งแกร่งกว่ามากๆจนคุณจะไม่มีทางพูดอะไรแบบนี้กับฉันได้อีก ในเวลานั้นคุณจะต้องไล่ฉันอย่างหมดหวัง เข้าใจแล้วนะ?"

"อ่า เข้าใจแล้ว ยังไงมันก็ไม่สำคัญเลย"

มันเป็นการประกาศออกมาที่สำคัญสำหรับคังมิเรย์ แต่สำหรับยูอิลฮานแล้วเขารู้สึกว่ามันไม่ได้สำคัญเลย มันก็สบายดีไม่ใช่หรอหากว่าโลกจะปลอดภัยได้โดยที่ยูอิลฮานไม่จำเป็นจะต้องมาทำอะไรในเมื่อคังมิเรย์แข็งแกร่งกว่าเขาจนพอจะดูแลโลกได้แล้ว

ตัวยูอิลฮานกับคังมิเรย์ต่างกันตั้งแต่แรกแล้ว คนหนึ่งกำลังเดือดและอีกคนเย็นอย่างมาก

บางทีนี่ก็อาจจะเป็นเเหตุผลทำให้ยูอิลฮานกลายเป็นตัวกระตุ้นคังมิเรย์ก็ได้ ยูอิลฮานไม่ได้รู้เรื่องนี้ เขาแค่ยิ้มออกมาอย่างสดใสเมื่อการทำธุรกรรมของเขาสำเร็จ

จากนั้นเขาก็หยิบเอาเสื้อคลุมออกมาจากกระเป๋าสะพายและพูดกับเธอ

"ถ้างั้นเธอจะเอาชุดคลุมด้วยไหม? โชคดีนะที่มันหยุดอยู่แค่ยูนีค"

"...."

คิมิเรย์ได้ตัวแข็งทื่อไปในท่าประกาศของเธอและในท้ายที่สุดเธอก็ยื่นมืออกมาตรวจสอบในข้อมูลของชุดคลุมที่ยูอิลฮานส่งให้ จากนั้นเธอก็พูดออกมาด้วยเสียงที่เบาเหมือนมด

"ฉันขอโทษนะ แต่ว่าฉันโทรไปหาเพื่อนได้ไหม? ฉันมีเงินไม่พอ"

"ตามสบาย"

ยูอิลฮานได้หยักหน้าเข้าใจ เขาจะไม่พูดแบบนี้แน่หากเขารู้ว่าคนที่เธอโทรไปเรียกเป็นใคร แต่ว่าเขาก็ไม่ได้รู้ในทุกๆสิ่งทำให้มันช่วยอะไรไม่ได้

และในเวลาไม่ถึง 10 ทีคนๆนั้นก็มาถึงซึ่งไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนายูนา

"ได้ไง!"

"อ่า นั่นอิลฮาน!"

"ฉันบอกว่าอย่ามาเรียกฉันเหมือนเพื่อน"

ยูอิลฮานได้โต้กลับนายูนาไปในขณะที่ขมวดคิ้วหลังจากได้เห็นเธอโบกมือมาด้วยรอยยิ้มสดใส เขาได้รู้ถึงความสนิทที่ชิดเชื้อกันของนายูนากับคังมิเรย์ แต่ว่าใครจะคิดว่าเพื่อนที่โทรไปขอยืมตังจะเป็นเธอคนนี้ล่ะ ในขณะที่ยูอิลฮานกำลังหดหู่ คังมิเรย์ก็ได้ดึงตัวนายูนาไปอย่างไร้ปราณีและให้ตัวนายูนานั่งลงข้างๆเธอเอง

"อย่าทำเป็นเด็กน่านายูนา"

"แต่ว่ามิเรย์ ตอนฉันถามเธอเธอบอกว่าไม่รู้จักยูอิลฮาน"

"ฉันพึ่งรู้จักเขาไง"

"โกหกกก ทั้งสองคนกำลังเดทกันหรอ? นี่มันไม่ดีเลย"

"ฉันพึ่งรู้จักเขา"

เมื่อคังมิเรย์ได้ย้ำกับตัวเองในขณะที่สร้างสายฟ้าขึ้นบนมือของเธอ นายูนาก็ได้ปิดปากในขณะที่หัวเราะไปด้วย คังมิเรย์ได้อธิบายสถานการณ์ของเธออกไปอย่างรวดเร็วและนายูนาก็ได้ตรวจสอบในความสามารถของคทาและชุดคลุมอย่างรวดเร็ว

จากนั้นเธอก็ตะโกนออกมาพร้อมกับมีดาวออกมาจากตาเธอ

"ได้โปรดทำมันให้ฉันด้วย"

"นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันบอกไง ไปหาหินศักดิ์สิทธิ์มา"

"อื้อ โอเค ถึงภารกิจจะยากก็เถอะนะ"

นายูนาได้หยักหน้าอย่างเชื่อฟังและตกไปอยู่ในความคิดทั้งๆที่กัดเล็บเหมือนกับเด็ก จากนั้นเธอก็พูดออกมา

"ไม่ใช่ว่าเราต้องเปิดบัญชีที่มีเงิน 150 พันล้านให้เขาแล้วก็มอบอาคารหรอ?"

"ที่ไหนล่ะ?"

"มีคุณปู่คนนึงที่เก็บพื้นที่ในกังนัมอยู่ แต่ว่าเขาน่าจะให้ฉันถ้าฉันให้เขาจุ๊บ"

"อ่า นั่นมันแน่นอน..."

เมื่อได้เห็นการที่ห่างไกลจากจิตสำนึกปกติระหว่างสองคน ยูอิลฮานก็แค่ตัดสินใจหยุดคิด

มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาที่จะคิดว่าคนพวกนี้แตกต่างจากเขา ระหว่างผู้ที่กลับมากับถูกทิ้ง มันชัดเจนมากใช่ไหม? ความจริงที่ว่าสองคนนี้เกิดมาพร้อมกับช้อนเพรชในปาก มีภาพลักษณ์ภายนอกที่สมบูรณ์แบบ และแม้กระทั่งความสามารถที่พิเศษมันทำให้ยูอิลฮานหงุดหงิดแต่เขาก็เก็บมันไว้

"คุณบอกว่าคุณจะทำให้ฉันกับพี่ฮาจินด้วยใช่ไหม? ถ้างั้นเราต้องให้คุณมากกว่านี้"

"นี่มันพอแล้ว ฉันไม่ได้คิดที่จะทำธุรกิจที่นี่"

"มันดูเหมือนว่าคุณจะดีจริงๆเลย ฉันคิดว่าบ้านของฉันมันดีที่สุดในเกาหลีแล้ว"

"ไม่"

การทำธุรกรรมมันได้จบลงในบันทึกที่ชัดเจน

มันได้จบลงด้วยการที่พวกเธอเปิดบัญชีที่มีเงินกว่า 150 พันล้านวอนและเขาก็ได้ตัดสินใจว่าเขาจะรับอาคารนั่น เขาคิดว่านี่มันจบแล้วแต่ว่าคังมิเรย์ได้พูดออกมาในขณะกอดคทาแน่น

"ไม่ต้องห่วงเรื่องภาษี พวกเราจะจัดการเอง"

"...งั้นสินะ"

หลังจากทำธุกิจเสร็จแล้วยูอิลฮานก็ได้จากไปและภายในห้องก็เหลือเพียงแค่คังมิเรย์กับนายูนา

คังมิเรย์ยังคงกอดคทาเธอเอาไว้อยู่และนายูนาก็ได้มองไปในที่ที่ยูอิลฮานจากไป

แล้วตอนนั้นเองจู่ๆนายูนาก็ถามออกมา

"เธอชอบอิลฮานหรอ? ในที่สุดนี่ก็เป็นรักแรกของเธอสินะ?"

"ม่มีทาง"

คังมิเรย์ได้ปฏิเสธในทันที

"คนๆนั้นคือคู่แข่งของฉัน แน่นอนว่าในอนาคตฉันจะก้าวข้ามเขาไป"

"แบบนั้นสินะ เอาเถอะเขาน่าสนใจจริงๆ แต่ว่าฉันคิดว่าเราควรจะเฝ้ามองเขาเอาไว้ตลอด"

"...เธอสนใจเขางั้นหรอ?"

"นิดหน่อยยย? ฉันคิดว่าเขาจะตอบสนยองในความต้องการของหลานชายของเธอได้ อืมม ก็แค่นิดหน่อยนะ"

"โอเค"

คังมิเรย์ได้หยักหน้าอย่างใจเย็น ส่วนนายูนาได้เริ่มเป่ากาแฟร้อนๆในแก้วด้วยใบหน้าไร้เดียงสา แต่ว่าคังมิเรย์ก็ไม่ได้รู้เลยว่าเธอคิดอะไรอยู่

นายูนาเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ไมไเคยมีใครรู้ในสิ่งที่อยู่ในใจเธอเลย

'แต่ว่าคนๆนั้นไม่ได้แย่ยูนา'

นายูนาได้คิดขึ้น

เธอไม่ได้อยากจะโกหกนายูนาจริงๆ ชอบยูอิลฮานหรอ? เธอเชื่อมั่นว่ามันไม่มีความสัมพันธ์แบบนั้นระหว่างพวกเธอ เนื่องจากว่าพวกเธอแค่ได้สู้ด้วยกันสองครั้งและมาเจอกันเพื่อทำธุรกิจเท่านั้นเอง

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็เป็นคนที่มีพรสวรรค์มากกว่าคนอื่นๆที่เธอเคยเจอมาจนตอนนี้ แม้ว่าความจริงแล้วเขาจะมากพอ ไม่สิ มีพลังมากเกินไป เขาได้ทำทุกๆอย่างโดยไม่หยุดเลย แต่ว่าเขาก็ไม่ได้เต็มที่ไปหมด ที่สำคัญที่สุดคือเขาหนักแน่นและผ่อนคลายไปในเวลาเดียวกันซึ่งมันได้แสดงออกมาผ่านการกระทำของเขา

ความสามารถของเขามันเหมาะสมแล้วกับความเชื่อมันและแม้กระทั่งเสน่ห์ มีเพียงชายแบบนี้เท่านั้นที่เหมาะสมจะพิชิตคังมิเรย์

'เขาเป็นคนที่เข้ากับฉันได้ บางทีเขาอาจจะทำได้มากกว่าที่ฉันมีก็ได้'

คังมิเรย์ก็อยากจะได้ตัวยูอิลฮานมา เมื่อมองไปที่เขาเธอก็อดไม่ได้ที่จะได้ตัวเขามา

ความปรารถนาแรกสำหรับการครอบครองบุคคล ผู้คนมักจะบอกว่าสายเลือดมันไม่มีทางปลอมกันได้และมันดูเหมือนว่าเธอจะเหมือนกับคังฮาจินในเรื่องนี้

ยังไงก็ตามเธอก็ไม่เชื่อว่านี่คือความรัก ถ้าหากไม่รวมในความสัมพันธ์แบบครอบครัวกับคังฮาจินแล้วก็นายูนาแล้ว เธอคิดว่าความสัมพันธ์กับมนุษย์คือการค้า

เพราะแบบนี้เพื่อที่จะได้ตัวยูอิลฮานมาเธอจำเป็นต้องเอาตัวเองไปอยู่ในเส้นทางเดียวกัน จากนั้นมันก็จะกลายเป็นการค้าที่ยุติธรรม ถ้าหากว่าเธอคิดว่ามันไม่พองั้นเธอก็จะพยายามเข้าหาเขาอีกครั้งหลังจากยกระดับคุณค่าของตัวเธอเอง พัฒนาขึ้นไปเหมือนกับที่เขาต้องการ ไม่สิ ต้องมากยิ่งกว่านั้น มากพอที่เขาจะหยักหน้ายอมรับเธอ

มันไม่มีทางแน่ที่เธอจะปล่อยให้นายูนาขโมยเขาไป

แน่นอนว่าเธอก็ไม่เคยรู้เลยว่าศัตรูที่ใหญ่ที่สุดของเธอกลับไม่ใช่แค่นายูนา

จบบทที่ บทที่ 64 - ฉันก็ยังเป็นเจ้าของตึก (3) [อ่านฟรีวันที่ 23/10/61]

คัดลอกลิงก์แล้ว