เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ชำระหนี้ใจ แล้วเราก็ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก

บทที่ 15 ชำระหนี้ใจ แล้วเราก็ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก

บทที่ 15 ชำระหนี้ใจ แล้วเราก็ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก


บทที่ 15 ชำระหนี้ใจ แล้วเราก็ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก

ในวันแรกและวันที่สองของการทดสอบ ซูลั่วและพรรคพวกวุ่นวายอยู่กับการต่อสู้กับหลินซวน

วันที่สามเป็นวันพักผ่อน

เข้าสู่วันที่สี่ กลุ่มของซูลั่วออกล่าสัตว์อสูรอย่างราบรื่น จนเก็บแต้มสะสมได้ถึง 20 คะแนนแล้ว

การมีคนเยอะก็ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นแบบนี้

ในขณะที่ทุกคนกำลังแยกย้ายกันหาสัตว์อสูร จู่ๆ คุณชายคนหนึ่งก็พบร่างของคนเจ็บนอนพิงต้นไม้อยู่

ดูจากสภาพแล้วอาการสาหัสไม่น้อย นอนนิ่งไม่ไหวติง จนเขาคิดว่านางคงสิ้นลมไปแล้ว

"เจ้าเป็นอะไรไหม?"

เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ เขาก็ต้องตกตะลึง

"หลี่..."

ยังไม่ทันจะเอ่ยชื่อจบ ปลายกระบี่คมกริบก็จ่อเข้าที่ลำคอ ทำให้เขาต้องกลืนคำพูดลงคอไปทันที

คนเจ็บที่ไหนจะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วปานนี้?

หลี่ซืออี๋เอ่ยเสียงเรียบ "คนที่ข้ารอไม่ใช่เจ้า ไปพาซูลั่วมาที่นี่ แล้วก็... ลืมไปซะว่าเจอข้า เข้าใจที่พูดใช่ไหม?"

"ขะ... เข้าใจแล้วขอรับ"

ไม่เข้าใจก็ต้องเข้าใจ เพราะสัมผัสเย็นยะเยือกที่จ่อคอหอยอยู่นั้นของจริง

หลี่ซืออี๋พยักหน้า เก็บกระบี่ แล้วกลับไปนั่งพิงต้นไม้แสร้งทำเป็นเจ็บหนักเช่นเดิม

ความจริงแล้ว การที่หลี่ซืออี๋มาที่นี่ก็เพื่อสานสัมพันธ์กับซูลั่วให้ดีขึ้น และถือโอกาสมอบโอสถวิเศษรักษาแขนซ้ายของเขา

แม้ตอนนี้ซูลั่วจะทำตามคำสั่งนางทุกอย่าง แต่นางรู้ดีว่านั่นคือการเสแสร้ง และนางเองก็เคยแสดงท่าทีรังเกียจเขาไว้มาก

การจะกลับมาชอบพอกันปุบปับ ซูลั่วคงไม่เชื่อแน่

ดังนั้น หลี่ซืออี๋จึงวางแผนที่จะค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์ทีละขั้น แล้วค่อยคุยเรื่องอื่นกันทีหลัง

หลังจากไตร่ตรองอยู่นาน นางจึงตัดสินใจแกล้งบาดเจ็บอยู่ที่นี่ เมื่อซูลั่วมาเห็น เขาจะต้องแสดงความห่วงใยต่อหน้านางและทุกคนอย่างแน่นอน

และเมื่อเขาแสดงความห่วงใย นางก็จะถือโอกาสนี้ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น

แผนการสมบูรณ์แบบ

แม้คุณชายคนนั้นจะยังงุนงงกับคำสั่ง แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี

เมื่อกลับไปรวมกลุ่ม เขาจึงพาซูลั่วมาทางที่หลี่ซืออี๋อยู่ได้อย่างแนบเนียน

และแล้วพวกเขาก็พบหลี่ซืออี๋

ซูลั่วรู้สึกงุนงงเล็กน้อย มาเจอหลี่ซืออี๋ที่นี่ได้ไงเนี่ย?

แต่ต่อหน้าทุกคน ซูลั่วไม่อาจแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นได้

เขารีบถลาเข้าไปดูอาการของหลี่ซืออี๋ทันที

"ซืออี! เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง!"

น้ำเสียงของเขาเจ็บปวดราวกับใจจะขาด

ทว่าเมื่อซูลั่วตรวจดูอาการกลับพบว่านางไม่ได้เจ็บหนักอย่างที่เห็น บาดแผลภายนอกถูกแต่งเติมให้ดูน่ากลัวเกินจริง

ดูเหมือนใกล้ตาย แต่ความจริงไกลห่างจากคำนั้นมาก

"ข้าบาดเจ็บ... ขอติดตามพวกเจ้าไปด้วยชั่วคราวได้ไหม?"

อา... ซูลั่วไม่คิดว่าหลี่ซืออี๋จะขอแบบนี้

"ไม่ได้ เจ้าเจ็บหนักขนาดนี้ ต้องยุติการทดสอบเดี๋ยวนี้ คนของตระกูลหลี่อยู่ไหน! ออกมารับหลี่ซืออี๋กลับไปรักษาเดี๋ยวนี้!"

ซูลั่วย่อมไม่เต็มใจ นี่ไม่ใช่ฉากที่จำเป็นต้องมี ถ้าตกลง เขาไม่ต้องคอยตามเลียนางต่อหน้าลูกน้องไปตลอดทางหรือไง?

ก่อนหน้านี้แค่ตามจีบนิดหน่อยนางยังไม่เล่นด้วย ตอนนี้มาเสนอตัวให้เอง เขาไม่ต้องกลายเป็นคนรับใช้ส่วนตัวไปหลายวันเลยรึ?

แค่คิดก็แทบเก็บทรงไม่อยู่แล้ว

"ไม่ เอาข้าไปด้วยเถอะนะ"

หลี่ซืออี๋คว้ามือซูลั่วไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย

บรรยากาศเริ่มแปลกประหลาด

ไม่มีใครเข้าใจว่าหลี่ซืออี๋คิดจะทำอะไร ทั้งเมืองชิวเฟิงต่างรู้ดีว่าหลี่ซืออี๋รังเกียจซูลั่วเข้าไส้

แต่วันนี้กลับตาลปัตร นางเป็นฝ่ายขอติดตามซูลั่วเสียเอง

แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถาม

ซูลั่วหน้าถอดสี สุดท้ายเมื่ออยู่ภายใต้สายตากดดันของทุกคน เขาจึงจำใจต้องพยักหน้า

หลี่ซืออี๋ลุกขึ้นยืน แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองต้องบทเจ็บหนัก "ซูลั่ว พยุงข้าหน่อย ข้าเหมือนจะเดินเองไม่ไหว"

ซูลั่ว: ...

การแสดงห่วยแตกชะมัด เมื่อกี้ตอนลุกขึ้นมาน่ะ คล่องปร๋อเชียวนะ

แต่ไม่มีใครกล้าพูดขัด

ซูลั่วได้แต่จำยอมเข้าไปพยุงนาง

"ขอบคุณนะ ถ้าไม่ได้เจ้า ข้าคงไม่รู้จะมีชีวิตรอดในป่านี้ยังไงในสภาพนี้" หลี่ซืออี๋มองซูลั่วด้วยสายตาซาบซึ้ง

แม้จะดูเว่อร์ไปหน่อยก็ตาม

มือของซูลั่วสั่นเทา เจ้าเป็นใครกันแน่? หลี่ซืออี๋ตัวจริงไม่มีทางพูดกับข้าแบบนี้แน่ๆ

"เอ๊ะ มือเจ้าบาดเจ็บนี่นา" หลี่ซืออี๋ทักขึ้นด้วยความตกใจ

อันที่จริง แขนซ้ายของซูลั่วยังไม่หายดี แต่นี่เป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับเขาจนไม่เคยเก็บมาใส่ใจ

"ไม่เป็นไรหรอก"

"ไม่เป็นไรได้ยังไง ข้ามียา 'หยางวิญญาณ' อยู่เม็ดนึง กินสิ มันรักษาได้ดีมากเลยนะ"

ซูลั่วมองหน้าหลี่ซืออี๋ พูดไม่ออกไปชั่วขณะ

เจ้าได้ยินที่ตัวเองพูดไหมเนี่ย?

ตัวเองเจ็บ (ปลอมๆ) เต็มตัว ทำไมไม่กินเองล่ะ?

แล้วนั่นมันยาหยางวิญญาณนะ! เจ้ารู้ไหมว่ามันคืออะไร? ทั้งเมืองชิวเฟิงมีไม่ถึงสิบเม็ดด้วยซ้ำ

มันคือยาวิเศษที่ต่อให้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้

ดูหน้าตาตื่นตะลึงของพวกคุณชายรอบๆ สิ พวกมันแทบไม่เชื่อสายตา

ยาหยางวิญญาณ!

มันไม่ใช่ยารักษาทั่วไป อย่าว่าแต่กินเลย แค่ได้กลิ่นก็อายุยืนขึ้นแล้วมั้ง

(แน่นอนว่านั่นเว่อร์ไปหน่อย แต่ความล้ำค่าของมันนั้นของจริง)

คุณชายคนหนึ่งอดใจไม่ไหว "โอ้ย... ข้าก็บาดเจ็บเหมือนกัน จะมีใครใจดีมอบยาหยางวิญญาณให้ข้าบ้างไหมน้า?"

คนอื่นๆ เริ่มรับลูกต่อ

"ทำไงดี ถ้าไม่ได้ยาหยางวิญญาณ ข้าต้องตายแน่ๆ อยากให้พี่สาวใจดีมอบยาหยางวิญญาณให้สักเม็ดจังเล้ย~"

"ข้าไม่ต้องกินก็ได้ ขอแค่ได้จูบเม็ดยาสักครั้งก็ตายตาหลับแล้ว"

"ข้าขอดมก็พอ พี่ซูลั่ว ได้โปรดแบ่งปันความเมตตาให้ข้าเถอะ ข้าอยากได้"

เมื่อได้ยินเสียงแซว หลี่ซืออี๋ก็เริ่มเขินอาย นางรีบยัดยาใส่ปากซูลั่วแล้วรีบแก้ตัว "อย่าเข้าใจผิดนะ ข้า... ข้าไม่ได้คิดอะไรกับซูลั่วทั้งนั้น"

"นี่แค่... เพราะเมื่อก่อนซูลั่วดีกับข้ามาก ข้ารู้สึกผิดก็เลยอยากชดเชยให้ ตอนนี้ถือว่าหายกัน ไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว ไม่ใช่อย่างที่พวกเจ้าคิด อย่าเข้าใจผิดเชียวล่ะ"

ซูลั่วกุมขมับ หยุดพูดเถอะ ยิ่งพูดยิ่งเละ

ชั่วขณะหนึ่ง เหล่าคุณชายต่างรู้สึกอิจฉาริษยาจนตาลุกเป็นไฟ แต่ภายนอกยังต้องปั้นหน้ายิ้มแสดงความยินดี

ส่วนหวังโม่ ผู้เดียวที่รู้ความจริง (ในแบบของเขา) ทำหน้าเหมือนเพิ่งกินอุจจาระเข้าไป

แค่ยาหยางวิญญาณ ใครจะไม่มีกัน?

แต่!

แล้วยังจะมาบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกันอีก!

อะไรคือหายกัน? ของที่ซูลั่วให้ก่อนหน้านี้ เจ้าไม่เคยรับเลยไม่ใช่เรอะ? มาตอนนี้จะใช้ข้ออ้างนี้ คิดว่าพวกข้าโง่หรือไง?

มิน่าล่ะ แผนยุแยงตะแคงรั่วของข้าถึงไม่ได้ผล ที่แท้ก่อนหน้านี้ก็แค่เล่นละคร จริงๆ แล้วแอบคบกันอยู่สินะ

ข้ามันโง่เองที่ดูไม่ออก

หวังโม่แทบกระอักเลือด ที่แท้ตัวตลกก็คือเขานี่เอง

หลังจากซูลั่วถูกบังคับให้กลืนยา ฤทธิ์ยาก็สำแดงผลทันที แขนซ้ายของเขาหายเป็นปลิดทิ้ง พลังยาที่เหลือไหลเวียนไปทั่วร่าง ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสบายตัวอย่างประหลาด

"เอาล่ะ ไปกันเถอะ พวกเจ้าต้องทำภารกิจไม่ใช่หรือ?" หลี่ซืออี๋เร่งเร้า

ภาพเหตุการณ์จึงกลายเป็นเช่นนี้:

ซูลั่ว เดินคู่กับ หลี่ซืออี๋

ตามด้วยฝูงชน... หวังโม่... และฝูงชน

หวังโม่: ทำไมกัน? ทั้งที่มีคนสนับสนุนข้ามากมาย ทั้งที่ข้าควรจะเป็นจุดสนใจที่สุดในตอนนี้ แต่ทำไมข้าถึงไม่มีความสุขเลย!

(╬◣д◢)

คนอื่นๆ ในใจก็คิดไม่ต่างกัน

เรื่องที่ซูลั่วตามจีบหลี่ซืออี๋ มันควรจะเป็นเรื่องตลกขบขันของคนทั้งเมืองไม่ใช่เหรอ แล้วไหงมันกลายเป็นเรื่องจริงไปได้?

จะให้ทำใจยอมรับยังไงไหว พี่ชาย... ข้ากลัวท่านตกอับก็จริง แต่ข้าก็กลัวท่านได้ดีเกินหน้าเกินตาเหมือนกันนะโว้ย

อย่างไรก็ตาม หลังจากติดตามพวกเขาไปได้หนึ่งวัน หลี่ซืออี๋ก็ขอแยกตัวออกไป

นางรู้ดีว่าการฟื้นฟูความสัมพันธ์นั้นรีบร้อนไม่ได้

ตลอดทั้งวัน ซูลั่วคอยดูแลเอาใจใส่นางไม่ต่างจากเมื่อก่อน แต่คราวนี้หลี่ซืออี๋กลับรู้สึกเพลิดเพลินไปกับมัน บางครั้งถึงกับหยอกล้อเขากลับบ้าง

มีเพียงหลี่ซืออี๋เท่านั้นที่รู้ว่า ทั้งหมดนี้คือของปลอม ซูลั่วเพียงแค่สวมหน้ากากแสดงละคร

วันที่ซูลั่วถอดหน้ากากนั้นออก เมื่อนั้นแหละ คือจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของพวกเขา

ช้าๆ แต่ชัวร์

คนอย่างซูลั่ว ไม่มีทางที่ใครจะมาชอบได้ง่ายๆ หรอก

เพื่อนสมัยเด็ก แถมตระกูลเสมอกัน

แต้มต่ออยู่ที่ข้า!

จบบทที่ บทที่ 15 ชำระหนี้ใจ แล้วเราก็ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก

คัดลอกลิงก์แล้ว