- หน้าแรก
- ราชันย์เสริมแกร่งสะท้านภพ
- บทที่ 24 อีกาสมอง
บทที่ 24 อีกาสมอง
บทที่ 24 อีกาสมอง
บทที่ 24 อีกาสมอง
หยางซวนเริ่มทดสอบโดยส่งก๊อบลินตัวแรกออกไปสำรวจในระยะ 500 เมตร เพื่อขยายขอบเขตการสำรวจ
เวลาผ่านไปอีกระยะหนึ่ง ในที่สุดหยางซวนก็เริ่มรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาบ้างแล้ว
สะพานเหล็กแห่งนี้ยาวเหยียดจนน่าเหลือเชื่อ เขาตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถ้ารู้แบบนี้ สู้เดินเลาะหน้าผาไปอีกหน่อยยังจะดีกว่า
แต่พูดไปตอนนี้ก็ไร้ประโยชน์ แม้หยางซวนจะร้อนใจ แต่เขาก็ไม่หยุดส่งตัวหมากออกไปสำรวจ คราวนี้เขาสั่งให้ก๊อบลินอีกตัวล่วงหน้าไปสำรวจในระยะ 1,000 เมตรทันที
วิธีนี้จะช่วยลดเวลาในการสำรวจลงครึ่งหนึ่ง และทำให้กลุ่มเดินทางได้เร็วขึ้นเรื่อย ๆ
ผ่านไปอีกพักใหญ่ ขณะที่หยางซวนเริ่มชินชากับหมอกขาวรอบตัว จู่ ๆ หูของเขาก็กระดิก เขารีบหันขวับไปมองทิศทางหนึ่งทันที
จากม่านหมอกสีขาวทางด้านขวาบน เสียงร้องประหลาดดังขึ้นกะทันหัน ตามมาด้วยเงาดำที่ปรากฏขึ้นราง ๆ ในสายหมอก
"แย่แล้ว!"
หัวใจของหยางซวนกระตุกวูบ ตอนนี้เขาอยู่สูงเสียดฟ้า และนี่คือสถานการณ์ที่เขากลัวที่สุด เขาคิดว่าจะรีบข้ามสะพานนี้ไปได้ไว ๆ ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอมอนสเตอร์โจมตีกลางทางแบบนี้
"คาเทลาชิ!"
หยางซวนตะโกนเรียก อีกฝ่ายได้ยินก็หันมองตามทิศทางที่หยางซวนจ้องเขม็งทันที เธอดึงคทาออกมาเตรียมพร้อมรบอย่างรวดเร็ว
เพียงอึดใจเดียว เงาดำประหลาดเหล่านั้นก็เข้ามาใกล้กลุ่มของพวกเขา ในที่สุดหยางซวนก็เห็นชัดว่าเงาดำพวกนี้คือสัตว์ปีกสีดำทมิฬ!
【เผ่าพันธุ์: อีกากินสมอง】
【พลังรบ: 790】
【เลเวล: 10】
【กายภาพ: 50】
【จิตวิญญาณ: 37】
【ความว่องไว: 55】
【พละกำลัง: 40】
【คำวิจารณ์โดยรวม: สายพันธุ์โหดเหี้ยมที่กินสมองเป็นอาหาร เมื่อพวกมันได้กลิ่นเนื้อสมองของคุณ รับรองว่าคุณจะไม่เหลือแม้แต่กระดูก!】
วินาทีนั้น คาเทลาชิเปิดฉากโจมตีทันที เธอชูคทาขึ้น พริบตาเดียวหัวของอีกากินสมองตัวหน้าสุดก็ระเบิดกระจาย ร่วงตกลงจากฟากฟ้า
กลิ่นสมองที่แตกกระจายทำให้อีกากินสมองฝูงนี้ยิ่งบ้าคลั่ง ความเร็วในการบินของพวกมันเพิ่มขึ้น อีกาหลายตัวพุ่งโฉบลงไปไล่ตามซากศพที่ร่วงหล่น ดูเหมือนพวกมันจะเล็งไปที่เนื้อสมองของพวกเดียวกัน!
หยางซวนสังเกตเห็นพฤติกรรมนี้ หัวใจพองโตด้วยความยินดี เขารีบสั่งคาเทลาชิ:
"เล็งที่หัวของพวกมัน ทำให้ฝูงแตกกระจาย!"
ได้ยินดังนั้น คาเทลาชิก็สะบัดคทาอีกครั้ง อีกากินสมองอีกตัวร่วงลงจากกลุ่มทันที พร้อมกับลากฝูงเงาดำกลุ่มย่อม ๆ ให้บินตามลงไป
หยางซวนเองก็รีบกวาดซื้อก้อนหินจาก 'จุดแลกเปลี่ยน' แม้ก้อนหินจะเป็นของหาง่าย แต่การอยู่บนท้องฟ้าสูงแบบนี้ มันกลับกลายเป็นของหายาก
โชคดีที่มีคนขายก้อนหินในจุดแลกเปลี่ยนจริง ๆ แถมยังมีจำนวนไม่น้อย
แสงสีขาววาบขึ้นในมือหยางซวน ก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นปรากฏขึ้นทันที เขาขว้างมันสุดแรงเกิดใส่อีกากินสมองกลางอากาศ!
ด้วยพละกำลังมหาศาล ห้อนหินที่ขว้างออกไปกลายเป็นภาพเบลอ พุ่งเข้าใส่ฝูงอีกาอย่างรวดเร็ว
ทว่าอีกากินสมองที่บินอยู่กลางอากาศมีความคล่องตัวสูงเป็นพิเศษ พวกมันมักจะม้วนตัวหลบก้อนหินของหยางซวนได้ เห็นได้ชัดว่าสำหรับพวกมันที่มีความว่องไวไม่น้อย มีเพียงเวทมนตร์ของคาเทลาชิเท่านั้นที่ได้ผลที่สุด
ถึงกระนั้น หยางซวนก็ไม่ยอมแพ้ เขาคว้ากำก้อนกรวดขึ้นมาอีกกำมือ แล้วปาใส่ฝูงอีกาต่อไป
คราวนี้ผลลัพธ์ดีกว่ามาก กรวดในมือหยางซวนพุ่งกระจายราวกับกระสุนลูกปราย ครอบคลุมพื้นที่เป็นวงกว้าง
ทันใดนั้น อีกากินสมองหลายตัวหลบไม่ทัน ถูกกรวดซัดเข้าเต็มเปา ส่งเสียงร้องแหลมระงม พวกมันกระพือปีกอย่างรุนแรงอยู่กับที่ครู่หนึ่ง ก่อนจะร่วงดิ่งลงสู่เบื้องล่างในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกาบางตัวตั้งหลักได้และพุ่งเข้าใส่หยางซวนกับพวกต่อ แม้ความเร็วจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะอาการบาดเจ็บ
"ได้ผล!"
เห็นดังนั้น หยางซวนไม่โกรธแต่กลับดีใจ เขารีบสะบัดมือรัว ๆ กรวดในมือพุ่งออกไปราวกับห่ากระสุน เสียง "ฉึก! ฉึก!" ของวัตถุกระทบเนื้อดังมาจากเบื้องหน้า ด้วยความช่วยเหลือจากคาเทลาชิ อีกากินสมองจำนวนมากร่วงลงจากฟ้า ท้องฟ้าที่เคยมืดครึ้มพลันสว่างขึ้นทันตา
ก๊อบลินผิวเขียวทั้งสามตัวที่เหลือ เมื่อเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์บินได้เลเวลสูงขนาดนี้ ก็ได้แต่กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ถ้าหยางซวนไม่สั่งให้รออยู่ตรงนั้น ป่านนี้พวกมันคงวิ่งหนีเตลิดไปแล้ว
แม้การโจมตีของหยางซวนและคาเทลาชิจะสกัดกั้นอีกาส่วนใหญ่ไว้ได้ แต่ก็ยังมีอีกจำนวนมากที่ฝ่าแนวป้องกันเข้ามาโจมตีกลุ่มคนบนสะพานเหล็ก
สายตาของหยางซวนเย็นเยียบ เขาชักดาบยาวมือใหม่ออกมาอีกครั้ง ในการตะลุมบอนแบบนี้ ความยาวของอาวุธยังคงมีความสำคัญต่อสถานการณ์
"วูบ!"
ดาบยาวกวัดแกว่งกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ถักทอเป็นตาข่ายดาบ การเสียดสีอย่างรุนแรงกับอากาศทำให้เกิดเสียงหวีดหวิวบาดหูสะท้อนก้องไปทั่ว
อีกากินสมองนับสิบตัว ทันทีที่เข้าใกล้หยางซวนในระยะสามฟุต ก็ถูกฟันขาดสองท่อน เลือดสาดกระเซ็น ก่อนจะถูกคมดาบตัดผ่านจนกลายเป็นละอองเลือดฟุ้งกระจายกลางอากาศ!
จู่ ๆ คาเทลาชิก็ชูคทาขึ้น พยางค์ประหลาดหลุดออกมาจากปาก อีกากินสมองในรัศมีร้อยเมตรพลันสั่นสะท้านพร้อมกัน ดวงตาไร้แวว ร่างร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่างอย่างไม่อาจควบคุม
เพียงการโจมตีครั้งเดียว สถานการณ์ตึงเครียดก็คลี่คลายลงอย่างสิ้นเชิง
ทว่าหลังจากการร่ายเวทบทนี้ คาเทลาชิก็ดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ร่างสูงระหงสั่นเทาเล็กน้อย เธอต้องใช้คทายันพื้นไว้ เห็นได้ชัดว่าสูญเสียพลังงานไปมหาศาล
โชคดีที่ดูเหมือนความยากลำบากในการรับมือกับทั้งสองคน ทำให้อีกากินสมองที่เหลือบนท้องฟ้าเริ่มถอยร่น หลังจากส่งเสียงเรียกพวกพ้อง พวกมันก็หันหลังกลับและหายลับเข้าไปในหมอกขาวอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นดังนั้น มือที่กำด้ามดาบแน่นของหยางซวนก็คลายลงเล็กน้อย ขณะที่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาก็รีบหันไปดูพวกก๊อบลินตัวอื่น
คาเทลาชิแค่ดูอ่อนเพลีย แต่ก๊อบลินตัวอื่นนั้นดูน่าเวทนายิ่งนัก
ตัวหนึ่งถูกอีกาจิกท่อนบนจนเละเทะ นอนร้องครวญครางอยู่บนพื้น อีกสองตัวก็บาดเจ็บมากน้อยต่างกันไป ชัดเจนว่าเมื่อต้องเผชิญกับอีกากินสมองที่เลเวลสูงกว่ามาก ก๊อบลินชั้นต่ำพวกนี้ทำได้แค่เป็นเป้านิ่งให้พวกมันยำ
หยางซวนขมวดคิ้ว หยิบสมุนไพรห้ามเลือดออกมาจากกระเป๋าเป้ ขยี้ในฝ่ามือ แล้วให้พวกก๊อบลินช่วยกันทาแผลให้กันเอง
ไม่ใช่ว่าหยางซวนใจดีเป็นแม่พระ แต่ถ้าก๊อบลินพวกนี้ตาย การจะกลับไปที่ค่ายเพื่อหาตัวใหม่มาทดแทนคงเป็นเรื่องยาก หนทางข้างหน้ายังไม่รู้จะเป็นอย่างไร ตัวตายตัวแทนสำหรับลาดตระเวนชั้นดีพวกนี้จะมาตายตอนนี้ไม่ได้
ระหว่างทายา หยางซวนเอ่ยถามคาเทลาชิในที่สุด:
"เวทมนตร์เมื่อกี้คืออะไร?"
"นายท่าน มันคือ 'พายุจิต' ข้าสามารถควบคุมความคิดของสิ่งมีชีวิตในระยะที่กำหนดได้ หากค่าจิตวิญญาณของพวกมันไม่สูงกว่าข้า"
คาเทลาชิตอบ
"ควบคุมได้นานแค่ไหน?"
"ขึ้นอยู่กับความต่างชั้นของค่าจิตวิญญาณค่ะ สำหรับอีกากินสมองพวกนี้ ข้าควบคุมพวกมันได้แค่ประมาณ 3-4 วินาทีเท่านั้น"
คาเทลาชิตอบอย่างนอบน้อม
"อืม เป็นสกิลที่ดี"
หยางซวนพยักหน้า จากนั้นมองท้องฟ้านอกสะพานด้วยความเสียดาย เขาเห็นแสงดรอปจากอีกาพวกนี้ร่วงลงไปตั้งเยอะ แต่เพราะอยู่กลางอากาศ เขาเลยไม่ได้ของแม้แต่ชิ้นเดียว
แถมตอนที่คาเทลาชิใช้ท่าไม้ตายในระลอกสุดท้าย แม้อีกานับร้อยจะร่วงลงไป แต่พวกมันคงไม่ตกตายแน่ ๆ พวกมันต้องได้สติตอนกำลังร่วง ไม่อย่างนั้นป่านนี้เขาคงเลเวลอัพไปแล้ว
ถ้าอยู่บนพื้นดิน อีกาที่ติดสตั๊นพวกนั้นไม่มีทางรอดไปได้สักตัว!
"ต่อจากนี้ ฉันจะไม่มีวันสู้ศึกที่เสียเปรียบแบบนี้อีกเด็ดขาด"
หยางซวนเจ็บปวดใจเหลือเกิน