- หน้าแรก
- ฉู่หยวน ระบบสำนักไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 35 อาวุโสลู่ผู้ลึกลับ
ตอนที่ 35 อาวุโสลู่ผู้ลึกลับ
ตอนที่ 35 อาวุโสลู่ผู้ลึกลับ
ตอนที่ 35 อาวุโสลู่ผู้ลึกลับ
ที่ด้านหนึ่งไม่ไกลนัก เหยียนสวี่และพรรคพวกยังคงรุกเร้าเซี่ยเยว่หลิงไม่เลิกรา
เหยียนสวี่เพียงส่งสัญญ์ด้วยแววตา บรรดาบริวารที่อยู่เบื้องหลังก็พลันเข้าใจ ต่างแยกย้ายโอบล้อมนางไว้โดยไร้สุ้มเสียง
เจตนาแจ่มชัด… คือไม่ต้องการปล่อยให้นางหลบหนี
เหยียนสวี่ก้าวเข้าหานางอีกเล็กน้อย ใบหน้ายิ้มอย่างคนลุ่มหลงในตนเอง พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเสแสร้งเป็นผู้ดี
“ข้าคือเหยียนสวี่ บุตรชายคนรองแห่งเจ้าสำนักเปลวเพลิง มิทราบแม่นางแซ่ใดนามใด?”
กล่าวพลางก็ยื่นดอกมายาจิรังในมือเข้าไปใกล้นาง
ไม่ไกลนัก ณ แผงบัญชีของหอการค้า ชายชราผู้หนึ่งกำลังก้มหน้าตรวจบัญชี มือพลิกหน้ากระดาษอย่างไม่ขาดตอน ทว่าหางตากลับจับจ้องสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงนั้นทุกอย่างโดยตลอด
ในแววตาของเซี่ยเยว่หลิงฉายแววรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายก็เผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
แม้นางจะเป็นสตรีจิตใจร่าเริงสดใส ทว่าย่อมมิใช่คนเขลา ไหนเลยจะมองไม่ออกว่าเหยียนสวี่มีจิตคิดอุบาทว์อันใด
นางเพียงลังเล ว่าควรลงมือหรือไม่
ยามนี้นางพึ่งหลุดจากวังหลวงออกมา ยังอยากเที่ยวเล่นให้ทั่วอยู่เลย
หากมือไวเกินไป ฆ่าคนต่ำช้าเช่นนี้เสีย แล้วเกิดเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา เกรงว่าอาจถูกพี่ชายเซี่ยเซียวจับกลับไปก่อนเวลาอันควรก็เป็นได้
เหยียนสวี่เห็นนางไม่ตอบ สีหน้าโลภละโมบในแววตาก็ยิ่งทวีขึ้น เขาจึงเอื้อมมือหมายแตะต้องไหล่นาง
“แม่นาง ข้าคุ้นเคยกับหอการค้าแห่งนี้ดีนัก หรือจะให้ข้าพาท่านชมทั่วทั้งร้านเป็นการส่วนตัว?”
แต่เพียงพริบตาก่อนมือจะเอื้อมถึง กลับมีคลื่นพลังลูกหนึ่งตบเข้าที่มือเขาโดยไม่ให้ทันตั้งตัว กระแทกจนมือของเขาเจ็บแปลบอย่างรุนแรง
และในเวลาเดียวกันนั้นเอง ฉู่หยวนก็เดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเซี่ยเยว่หลิง เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
“หอการค้าแห่งนี้ หากอยากเดินชม ก็เชิญชมเองเถิดเถิด อย่าได้คิดพาศิษย์ของข้าไปด้วยเป็นอันขาด”
เซี่ยเยว่หลิงเห็นฉู่หยวนปรากฏตัว สีหน้าที่เต็มไปด้วยความรังเกียจก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มสดใส ดวงตาเปล่งประกาย นางขยับร่างเข้าใกล้เขาโดยไม่รู้ตัว
เหยียนสวี่สะดุ้งเฮือก รีบชักมือกลับมากุมแน่นด้วยความเจ็บปวด ดวงหน้าแสดงออกถึงความเจ็บแค้น ขณะจ้องฉู่หยวนอย่างอาฆาต
“ศิษย์? เจ้าเป็นเจ้าสำนักหรือ?”
“มาจากสำนักใดกัน?”
ฉู่หยวนจ้องเขม็งไปยังเหยียนสวี่และพวกบริวารที่เริ่มตั้งท่าระวังตัว พร้อมเหยียดยิ้มเย้ยหยัน
“เมืองชิงหยุน สำนักเต้าเสวียน”
ไม่อยากจะเชื่อเลย…แค่เดินดูของในหอการค้า ยังเจอบทละครน้ำเน่าพ่อค้าทาสลูกหลานเศรษฐีลวนลามหญิงงามอีกด้วย!
คิดได้ดังนั้น ฉู่หยวนก็เหลือบตามองเซี่ยเยว่หลิงที่อยู่เคียงข้างตน
นางมีใบหน้าละมุนผ่องใสดั่งหยาดพิรุณ ผิวพรรณเนียนละไมราวหยกขาว
ทำให้ฉู่หยวนอดมิได้ที่จะถอนใจในใจเบาๆ — “สตรีงาม…แท้จริงแล้วคือเหตุแห่งภัยพิบัติ!”
ทางด้านเหยียนสวี่ ดวงตากลอกไปมาไม่หยุด คิดไตร่ตรองอย่างเร่งร้อนในใจ ว่า “สำนักเต้าเสวียน” นี้เป็นสำนักใดกันแน่
ถึงจะเป็นลูกเศรษฐีจอมเสเพล แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้จักบ้างเลยว่าใครที่ไม่ควรแตะต้อง
หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เหยียนสวี่ก็ฉุกใจขึ้นมาได้
แม้เขาจะไม่เคยได้ยินชื่อ “สำนักเต้าเสวียน” มาก่อน แต่เขาก็รู้จักเมืองชิงหยุนดี
พื้นที่แห่งนั้นถือว่าเป็นดินแดนกันดารที่สุดในเขตเฟิงอู่ ยากจะมีสำนักใดใหญ่โตตั้งหลักปักฐานได้
ครั้นรู้ว่าพื้นเพของอีกฝ่ายต่ำต้อยกว่าเขา ความระแวดระวังในใจของเหยียนสวี่ก็พลันหายสิ้น
“สำนักเต้าเสวียนจากเมืองชิงหยุนกระนั้นหรือ? ข้าเกรงว่าเจ้าคงยังไม่รู้ว่า ข้าเป็นใคร!”
ฉู่หยวนเพียงส่ายหน้าเบาๆ แสดงว่าเขารู้ดี
“เจ้าก็พูดแล้วมิใช่หรือ ว่าเป็นบุตรชายคนรองแห่งเจ้าสำนักเปลวเพลิง”
คำตอบของฉู่หยวนทำให้เหยียนสวี่แย้มยิ้มอย่างหยิ่งผยอง—สำนักเปลวเพลิงนั้นคือหนึ่งในสามสำนักใหญ่ของเขตเฟิงอู่ การจะบีบสำนักเล็กๆ เช่นนี้ก็เป็นเพียงเรื่องปลายนิ้วเท่านั้น
“รู้แล้วยังกล้าแตะต้องข้าอีกหรือ?”
“ข้าว่าพวกเจ้าคงไม่อยากให้สำนักยังคงอยู่แล้วกระมัง?!”
เมื่อกล่าวจบ เหยียนสวี่ก็สะบัดมือ ส่งสัญญาณให้เหล่าผู้ติดตามเคลื่อนไหว
แม้เขาจะเป็นบุตรเจ้าสำนัก แต่ชีวิตลุ่มหลงในสุราและหญิงงามมิเคยขาด จึงแม้จะสิ้นเปลืองทรัพยากรไปไม่น้อย บัดนี้ก็พอประคองตัวเข้าสู่ขอบเขตพลังแท้ขั้นต้นได้เท่านั้น
ด้วยเหตุนั้น เมื่อต้องเผชิญเหตุการณ์ทำนองนี้ คนที่ออกมือแทนเขาก็มักเป็นเหล่าผู้ติดตามทั้งสิ้น!
ในใจของเหยียนสวี่ ย่อมไม่ได้เห็นฉู่หยวนอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังเริ่มครุ่นคิดอย่างจริงจังว่าจะใช้วิธีใดพิชิตใจเซี่ยเยว่หลิงให้ตกเป็นของตน
ในความคิดของเขา…สตรีจากเมืองเล็กเช่นนี้ ย่อมไม่เคยพบเห็นโลกกว้าง หากเพียงเขาเผยให้เห็นถึงเบื้องหลังอันยิ่งใหญ่และทรัพย์สมบัติล้นฟ้า คงไม่ต้องเสียเวลามากก็สามารถครอบครองได้แล้ว
ฉู่หยวนเพียงยิ้มน้อยๆที่มุมปาก จ้องมองเหยียนสวี่ด้วยสายตาเย็นชา—ชัดเจนว่ามองอีกฝ่ายดั่งคนเขลา
“บุตรเจ้าสำนักเปลวเพลิง…ช่างไม่รู้เลยว่าอยู่มาได้ถึงป่านนี้ได้อย่างไร…”
ขณะที่เหล่าบริวารของเหยียนสวี่กำลังจะเคลื่อนไหวเข้าหาฉู่หยวน—
พลัน ณ แผงหน้าหอการค้า ก็มีเสียงเฒ่าชราคนหนึ่งดังขึ้นมาเบาๆ
“การประมูลของหอการค้าหมื่นทองกำลังจะเริ่มแล้ว หากยังไม่อยากถูกเชิญออกไป…”
“ก็อย่าคิดก่อเรื่องในเวลานี้จะดีกว่า”
เสียงของชายชราแม้ไม่ดังนัก แต่กลับชัดเจนดั่งกระซิบอยู่ข้างหูของเหยียนสวี่
สีหน้าของเหยียนสวี่พลันชะงักเล็กน้อย แล้วแค่นเสียงเย็นใส่ฉู่หยวน “ถือว่าเจ้าโชคดีไปก็แล้วกัน!”
เห็นได้ชัดว่าเขารู้จักกฎของหอการค้าแห่งนี้ดี—แม้จะคั่งแค้นเพียงใด เมื่อเสียงชราดังขึ้น เขาก็ไม่กล้าออกมืออีก
ฝูงชนที่มุงดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลเริ่มกระซิบกระซาบกันทันที
“อาวุโสลู่ลงมืออีกแล้ว!”
“ทุกครั้งที่มีคนถูกรังแกในหอการค้า อาวุโสลู่ก็มักจะยื่นมือช่วยเหลือเสมอ”
“จริงแท้! คนของสำนักเต้าเสวียนนี่ช่างโชคดีนัก หากเป็นผู้อาวุโสท่านอื่น เกรงว่าจะไม่เข้ามายุ่งแน่”
“อย่าพูดมากแล้ว! การประมูลจะเริ่มแล้วนี่นา! เดือนหนึ่งมีเพียงครั้งเดียว รีบขึ้นไปชั้นสองเถอะ!”
ผู้บ่มเพาะหลายคนเริ่มขยับตัว มุ่งหน้าไปยังชั้นสองของหอการค้า
เหยียนสวี่และพรรคพวกก็เช่นกัน—กล่าวจบคำข่มขู่ ก็พลันหันหลังขึ้นบันไดไป
ฉู่หยวนยืนนิ่ง ณ ที่เดิม พลางครุ่นคิดถึงคำพูดของเหล่าคนรอบข้างเมื่อครู่
[การประมูล?]
[อาวุโสลู่?]
[หึหึ…น่าสนใจดีนี่ ข้า…ได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่นเช่นนั้นหรือ?]
เขาหันกลับไปยังที่มาของเสียงชรานั้น แล้วก็แลเห็นชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ ณ แผงหน้าหอการค้า ก้มหน้าพลิกบัญชีอย่างเงียบงัน ประหนึ่งไม่เคยเอ่ยวาจาใดมาก่อน
ท่าทีลึกล้ำ…เกินกว่าจะหยั่งถึง
มุมปากของฉู่หยวนยกขึ้นเล็กน้อย พลางหัวเราะในใจเบาๆ
[น่าสนใจนัก แสร้งทำเป็นผู้ทรงฌานต่อหน้าข้าเชียวหรือ?]
เซี่ยเยว่หลิงที่อยู่ข้างกายเขาก็เริ่มเขย่าแขนฉู่หยวนเบาๆ พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ท่านเจ้าสำนัก พวกเราไปดูการประมูลกันเถอะ!”
ส่วนเรื่องเหยียนสวี่เมื่อครู่…นางหาได้สนใจอีกเลย
เพราะตอนนี้มีเจ้าสำนักอยู่ทั้งคน ไม่จำเป็นต้องลงมือเองให้เปลืองแรงแล้ว
ฉู่หยวนก็รู้สึกสนใจการประมูลไม่น้อย จึงพยักหน้าและจูงนางเดินขึ้นไปยังชั้นสอง
ทว่าเมื่อไปถึงทางขึ้น ก็ถูกผู้เฝ้าทางขวางไว้
“โปรดแสดงบัตรผ่านเข้าร่วมการประมูล”
บัตรผ่าน?
เขายังไม่มีของเช่นนั้น
กำลังครุ่นคิดว่าจะไปหาจากที่ใดดี พลันเสียงชราท่ามกลางความเงียบก็ดังขึ้นอีกครั้งจากด้านล่าง
“ยอดการใช้จ่ายของพวกเขาสูงพอแล้ว ถือว่าผ่านเกณฑ์ ให้เข้าไปได้”
ผู้เฝ้าประตูเมื่อได้ยินก็รีบประสานมือโค้งคำนับ “รับทราบขอรับ”
ฉู่หยวนเหลือบตามองไปยังแผงของชายชรา พลันสบตากับเขาโดยบังเอิญ—อีกฝ่ายก็มองขึ้นมาเช่นกัน
สายตาทั้งสองประสานกันครู่หนึ่ง
และในเวลานั้นเอง—เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหูของฉู่หยวน
【ภารกิจเสริม (ชั้นยอด) ถูกกระตุ้นแล้ว!】
【เนื้อหา: ภายในร่างของชายชราลู่มีบาดแผลเก่าซ่อนเร้น เลือดลมอัดแน่น เจ้าจำต้องรักษาอาการบาดเจ็บของชายชราลู่ให้หาย】
【รางวัล: แต้มสำนัก 500 แต้ม, พลังบ่มเพาะสามเดือน, แก่นแท้วิถีโอสถ 100 แต้ม】
(จบตอน)