- หน้าแรก
- เจียงเยี่ยนเทียน ระบบอัปยศพระเอก
- ตอนที่ 10 เขตแดนปีศาจในฝ่ามือ
ตอนที่ 10 เขตแดนปีศาจในฝ่ามือ
ตอนที่ 10 เขตแดนปีศาจในฝ่ามือ
ตอนที่ 10 เขตแดนปีศาจในฝ่ามือ
เมื่อเปลวเพลิงจางหายไป ศิษย์ทุกคนเบื้องล่างต่างตกตะลึงจนแทบลืมหายใจ
บนท้องฟ้า ปรากฏร่างของสัตว์อสูรยืนตระหง่าน!
มันมีร่างกายประหนึ่งสิงโต แต่บนศีรษะกลับมีเขาสองข้าง เกล็ดสีทองปกคลุมทั้งร่าง เปลวเพลิงโหมกระหน่ำล้อมรอบตัว
นัยน์ตาของมันเป็นลูกไฟลุกโชน แม้แต่ลมหายใจที่พ่นออกมายังร้อนระอุ
“นั่นมัน…!”
“หนึ่งในสิบสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์—กิเลนอัคคีทองคำ!”
“ช่างน่าสะพรึงนัก! ผู้อาวุโสเจียงถึงกับใช้สัตว์อสูรร้ายเป็นสัตว์เลี้ยง!”
เสียงแตกตื่นดังไปทั่ว
เจียงเยี่ยนเทียนหัวเราะเบาๆ ก่อนยกมือขึ้นลูบคาง “ข้าตั้งชื่อมันว่า ‘เบื่อโลก’ เช่นนั้น… ขอให้หงส์ฟ้าขนนิลของอาจารย์ ได้โปรดชี้แนะมันด้วยแล้วกัน!”
เย่เฟิงที่อยู่ด้านล่าง ถึงกับเข่าอ่อนแทบทรุดลงไปกับพื้น
นี่มัน… ศึกอันใดกัน!?
แค่เห็นภาพตรงหน้า นางก็หมดหวังจะต่อสู้แล้ว!
เดิมทีนางยังคิดจะล้างแค้นเจียงเยี่ยนเทียน
แต่ตอนนี้เพียงแค่สัตว์อสูรของเขา นางยังมิอาจเอาชนะได้!
อสูรร้ายตนนั้น เพียงปลดปล่อยกลิ่นอายออกมา ก็คงสามารถสังหารตนได้ในพริบตา!
“สหายน้อย! จงรักษาจิตวิถีให้มั่น!”
เสียงของผู้อาวุโสหลงดังขึ้นจากกระจกหลอมวิญญาณ เขาสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวของเย่เฟิง
“หากเจ้าคิดดูถูกตนเองมากเกินไป แล้วจิตใจเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร!?”
เย่เฟิงสะดุ้งเฮือก ก่อนสูดหายใจลึก “ผู้อาวุโสหลงวางใจ ข้าจะควบคุมตนเองให้ได้!”
“ดีแล้ว! เจ้าต้องจำไว้—เจียงเยี่ยนเทียนคืออัจฉริยะระดับที่มิอาจเทียบได้”
“ข้าไม่เกินจริงแม้แต่น้อย… หากเขาสามารถบรรลุถึงขอบเขตแปรวิญญาณ แม้เพียงขั้นต้น ก็สามารถไร้ผู้ต้านทานทั่วทั้งเก้าแดน!”
“หากถึงขั้นนั้น เขาก็คือผู้ไร้เทียมทานของโลกใบนี้!”
เย่เฟิงขนลุกซู่ ไร้เทียมทานในเก้าแดน!?
เช่นนั้นมิเท่ากับว่าไร้ผู้ใดต่อกรได้ในโลกมนุษย์อีกต่อไป!?
แล้วตนเองเล่า?
ตนยังอยู่เพียงขอบเขตก่อตั้งรากฐาน…
อีกกี่ปีถึงจะไล่ตามเขาทัน?
แล้วเมื่อถึงตอนนั้น ข้ายังจะมีโอกาสแก้แค้นได้อีกหรือไม่?
หรือว่า…
ตลอดช่วงเวลาที่เหลือในชีวิต นางจะต้องถูกเขาย่ำยีเย้ยหยันเช่นนี้ตลอดไป!?
หากเป็นเช่นนั้นแล้ว…
เช่นนั้นข้าตายไปเสียเลยจะดีกว่าหรือไม่!?
“สหายน้อย เจ้ามิต้องกังวลไป แดนมนุษย์หาใช่สถานที่กว้างใหญ่ไม่
ในแดนสวรรค์ มีอัจฉริยะเช่นเจียงเยี่ยนเทียนนับไม่ถ้วน!
หากมีข้าอยู่ ข้าจะทำให้เจ้าก้าวข้ามเขาไปให้ได้!”
ผู้อาวุโสหลงกล่าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
เย่เฟิงถึงกับถอนหายใจโล่งอก นางกำหมัดแน่น “ผู้อาวุโสหลง เช่นนั้นข้าขอฝากตัวด้วย!”
ระหว่างที่ทั้งสองสนทนา การต่อสู้ด้านบนก็ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง!
“โฮกกกกก!!!”
กิเลนอัคคีทองคำคำรามกึกก้อง เปลวเพลิงแผ่ซ่านออกไปทั่วท้องฟ้า ก่อนพุ่งเข้าใส่หงส์ฟ้าขนนิลของลั่วซิงฉาย!
การต่อสู้ของสัตว์อสูร มิได้ด้อยไปกว่าศึกระหว่างสองผู้อาวุโสเลยแม้แต่น้อย!
“อาจารย์… เรายังต้องสู้กันต่อหรือไม่?” เจียงเยี่ยนเทียนกล่าวพลางยิ้มเยาะ
ลั่วซิงฉายได้ยินดังนั้น นางพลันนึกถึงสิ่งที่เขากล่าวเย้ยหยันเมื่อตอนก่อนหน้านี้
“ลองดูสิ ท่านสมควรต้องสวมชุดที่แน่นขนาดนี้หรือ!?”
เมื่อนึกถึงวาจานั้น ไฟโทสะของลั่วซิงฉายพลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง!
“เจ้าสารเลว ศิษย์ทรยศ!” นางคำรามพลางสะบัดกระบี่พุ่งเข้าโจมตี
“ดี! เช่นนั้นข้าจะแสดงให้ท่านเห็นเองว่า… สิ่งใดคือ ‘เขตแดนปีศาจในฝ่ามือ’!”
เจียงเยี่ยนเทียนค่อยๆยกมือขวาขึ้น ห้านิ้วแผ่กว้าง ก่อนจะบิดงอเล็กน้อย
ในชั่วพริบตา ดวงตาของเขาส่องประกายเจิดจ้า ประกายแสงพุ่งตรงเข้าฝ่ามือของเขา!
ฟุ่บ—!!!
ทั่วทั้งฟากฟ้าบิดเบี้ยว พายุหมุนคุกคามทุกสรรพสิ่ง เมฆาบนท้องฟ้าถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ!
“เขตแดนปีศาจในฝ่ามือ!”
ลั่วซิงฉายรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนรุนแรงทั่วทั้งร่าง ก่อนที่ม่านหมอกสีดำจะพุ่งเข้าปกคลุมตัวนางโดยสิ้นเชิง!
เมื่อม่านหมอกค่อยๆจางลง ภาพที่ปรากฏต่อหน้านางคือสถานที่ที่มิใช่โลกแห่งความจริงอีกต่อไป!
ทุกทิศทางถูกห้อมล้อมด้วยม่านหมอกทมิฬ
เบื้องหน้าเป็นเพียงซากปรักหักพัง
เหนือศีรษะของนาง ไร้ท้องฟ้า มีเพียงเงาสีแดงฉานราวกับโลหิต
นี่คือสถานที่อันไร้จุดสิ้นสุด!
ความรู้สึกเช่นนี้… ราวกับสามารถมีสิ่งชั่วร้ายมากมายพุ่งออกมาจากม่านหมอกได้ทุกเมื่อ!
ลั่วซิงฉายตวัดกระบี่น้ำแข็งสวรรค์ทันที ประกายกระบี่หลายร้อยสายแหวกม่านหมอกออกไปทุกทิศทาง!
แต่ทว่า—
ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง!
ราวกับว่ากระบี่ของนางกำลังฟาดฟันลงบนความว่างเปล่า!
นางขมวดคิ้วก่อนเก็บกระบี่ แล้วพุ่งทะยานออกไปด้วยวิชาตัวเบาขั้นสูงสุด
แต่ไม่ว่าจะพุ่งออกไปไกลเพียงใด ทุกสิ่งที่นางเห็นก็ยังคงเหมือนเดิม
“เป็นไปมิได้!”
นางกัดฟันแน่น ต่อให้นางเคลื่อนที่ไปนับพันลี้ ก็ยังคงอยู่ที่เดิม!
นี่มันอะไรกัน!?
นี่มิใช่แค่ค่ายกล! นี่มันมิใช่แค่ภาพลวงตา!
นี่มันคือโลกอีกใบ!
“นี่มันวิชาอันใดกันแน่!?” ลั่วซิงฉายเอ่ยเสียงเย็น ดวงตาเต็มไปด้วยความตระหนก
นี่มิใช่ศาสตร์พลังธรรมดา!
แต่มันคือสิ่งที่มิอาจต้านทานได้ง่ายๆ!
ลั่วซิงฉายถูกขังอยู่ใน “เขตแดนปีศาจในฝ่ามือ” ของเจียงเยี่ยนเทียน นางมิได้รู้เลยว่า บัดนี้เจียงเยี่ยนเทียนมิได้อยู่ในสำนักอีกแล้ว
ในขณะที่เขาใช้สุดยอดวิชานี้ ร่างของเขาก็ถูกย้ายมายังริมทะเลสาบแห่งหนึ่ง
เจียงเยี่ยนเทียนทอดสายตามองไปยังม่านหมอกสีดำในฝ่ามือ รอยยิ้มแห่งชัยชนะเผยขึ้นบนใบหน้า
“เขตแดนปีศาจในฝ่ามือ” เป็นหนึ่งในสุดยอดวิชาที่ระบบมอบให้เขา เป็นสุดยอดวิชาที่สามารถใช้เพื่อเคลื่อนย้ายเป้าหมายเข้าสู่มิติพิเศษ
แม้ว่าเขาจะอยู่เพียงขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด แต่วิชานี้แข็งแกร่งถึงขั้นที่แม้แต่ผู้บ่มเพาะขอบเขตแปรวิญญาณก็ยังมิอาจทำลายมันได้โดยง่าย!
หากเขาบรรลุระดับที่สูงขึ้น นี่จะเป็นพลังอันน่าสะพรึงกลัว!
เมื่อเห็นว่าเพียงพอแล้ว เจียงเยี่ยนเทียนก็สะบัดมือ ยกเลิกวิชา นำลั่วซิงฉายออกมาจากเขตแดนแห่งนั้น
ลั่วซิงฉายปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง นางถึงกับรู้สึกเวียนศีรษะเล็กน้อย
สถานที่นั้น… ราวกับไร้กาลเวลา
แม้ว่านางจะเข้าไปเพียงชั่วครู่ แต่นางกลับรู้สึกว่าติดอยู่ในนั้นมาเนิ่นนาน
ดวงตาคู่คมของนางกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดลงที่เจียงเยี่ยนเทียน
“เจ้า… เจ้าฝึกวิชาอันใดกันแน่!?”
ลั่วซิงฉายยังไม่อาจลืมความรู้สึกเมื่ออยู่ในนั้นได้ มันมิใช่เพียงค่ายกล ไม่ใช่เพียงสมบัติวิเศษ แต่มันคือโลกอีกใบหนึ่ง!
ในนั้น ไม่มีที่ยืน ไม่มีที่หนี ไม่มีจุดหมาย
ต่อให้ปลดปล่อยพลังออกไป ทุกสิ่งก็จะหายไปในอากาศ ไร้ซึ่งเป้าหมาย ไร้ซึ่งหนทาง
หากข้ายังถูกกักขังต่อไป แม้พลังจะมิหมดลง ข้าก็อาจเสียสติไปเอง!
เจียงเยี่ยนเทียนหัวเราะเบาๆ “ก็แค่วิชาเล็กๆน้อยๆ เท่านั้นเอง อาจารย์ ข้ามิได้ตั้งใจล่วงเกินท่าน”
แต่ในขณะที่กล่าวเช่นนั้น สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ส่วนเว้าส่วนโค้งของลั่วซิงฉายอย่างโจ่งแจ้ง
ลั่วซิงฉายจับสังเกตได้ทันที โทสะของนางปะทุขึ้นอีกครั้ง!
“เจ้าศิษย์ทรยศ! บุรุษไร้ยางอาย!”
เพี๊ยะ!
ฝ่ามืออันทรงพลังของนางพุ่งตรงไปยังเจียงเยี่ยนเทียน!
เจียงเยี่ยนเทียนมิได้ถอย แต่ยกมือขึ้นรับการโจมตีนั้นทันที!
ทั้งสองมิได้ใช้ศาสตราวุธ แต่กลับแลกเปลี่ยนกระบวนท่าอย่างดุเดือดริมทะเลสาบ!
ภายในพริบตา ผ่านไปกว่าหลายสิบกระบวนท่า
แต่แล้ว…
ปัง!
ฝ่ามือของลั่วซิงฉายพุ่งกระแทกเข้าสู่หน้าอกของเจียงเยี่ยนเทียนโดยตรง!
“อึก…”
เจียงเยี่ยนเทียนถอยหลังไปหลายก้าว ยกมือขึ้นกุมหน้าอก ใบหน้าเผยสีหน้าทรมาน!
“เจ้า…”
ลั่วซิงฉายเห็นดังนั้น นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวไปข้างหน้า นางมิได้ต้องการจะทำร้ายเขาหนักเกินไป
แต่ก่อนที่นางจะเข้าใกล้ เจียงเยี่ยนเทียนยกมือขึ้นห้ามไว้
เขาไม่ได้กล่าวสิ่งใด เพียงแค่ร่างของเขาหายวับไปจากที่เดิม!
ลั่วซิงฉายถอนหายใจเบาๆ นางมิได้ไล่ตาม
นางกำลังจะเดินจากไป แต่พลันสายตาของนางก็มองเห็นสิ่งหนึ่งที่พื้น
เป็นแผ่นผ้าไหม…
ภายในมีบางสิ่งถูกห่อหุ้มไว้
เป็นสิ่งที่เจียงเยี่ยนเทียนทำตกไว้ก่อนจากไป!
นี่ต้องเป็นสิ่งที่เจียงเยี่ยนเทียนทำตกไว้ระหว่างการต่อสู้กับนางเป็นแน่
ลั่วซิงฉายโบกมือเบาๆ แผ่นผ้าไหมลอยขึ้นมาอยู่ในมือของนาง
ด้วยความยึดมั่นในหลัก “ของผู้อื่น มิควรเปิดดูโดยพลการ”
นางตั้งใจจะเก็บมันไว้ แล้วหาจังหวะคืนให้เจียงเยี่ยนเทียนในภายหลัง
แต่แล้ว…
ช่างบังเอิญเสียจริง!
เพียงแค่หยิบขึ้นมา แผ่นผ้าไหมก็คลี่ออกเองโดยมิได้ตั้งใจ
สิ่งที่ห่อหุ้มไว้ภายในร่วงหล่นลงมาเบื้องหน้า
ลั่วซิงฉายก้มลงมอง แล้วพลันชะงักไปครู่หนึ่ง
“นี่มัน… เมล็ดถั่วแดง?”
ของที่ห่อไว้ภายใน หาใช่สิ่งล้ำค่าหรือสมบัติวิเศษใดๆ
มันเป็นเพียง เมล็ดถั่วแดงธรรมดาเท่านั้น
แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของนาง มิใช่ถั่วแดงพวกนี้
หากแต่เป็น อักษรที่เขียนอยู่บริเวณมุมของแผ่นผ้าไหม
ลั่วซิงฉายมิอาจห้ามตนเอง นางกวาดสายตามองข้อความนั้น
อักษรไม่กี่แถว ค่อยๆปรากฏต่อหน้านาง
เป็นบทกวี…
ลั่วซิงฉายอ่านออกเสียงเบาๆโดยมิรู้ตัว
“ถั่วแดงเกิดจากแดนใต้ ฤดูใบไม้ผลิช่อแรกผลิบาน”
“ขอให้เจ้าจงเก็บเกี่ยว เพราะสิ่งนี้แทนความคิดถึง”
“…”
ลั่วซิงฉายชะงักไปเล็กน้อย
“เจียงเยี่ยนเทียน… ถึงกับมีความสามารถทางกวีถึงเพียงนี้หรือ?”
นางมิคิดเลยว่า เขาจะมีพรสวรรค์ทางด้านกวีเช่นนี้
บทกวีนี้แฝงความหมายของความคิดถึง…
แต่ประโยคสุดท้าย กลับดูแปลกแยกจากบทก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง
“ข้าบริสุทธิ์ดั่งจันทรา แต่ไยจันทราสาดแสงสู่คลองโสโครก!”
“…”
ลั่วซิงฉายเบิกตากว้าง นางตกตะลึงไปชั่วขณะ
แต่สิ่งที่ทำให้นางแน่ใจที่สุด มิใช่เพียงเนื้อหาของมัน
แต่เป็นข้อความสุดท้ายที่เขียนไว้ด้านล่าง—
“มอบแด่อาจารย์ผู้อคติ”
“….”
ลั่วซิงฉายยืนนิ่ง ไม่อาจกล่าวสิ่งใดออกมาได้ชั่วขณะ
ไม่มีข้อสงสัยอีกต่อไป…
เจียงเยี่ยนเทียนเป็นคนเขียนมันขึ้นมาเอง
และเมล็ดถั่วแดงเหล่านี้ คือสัญลักษณ์ของความคิดถึงในบทกวี
ลั่วซิงฉายรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวบนใบหน้า นางมิจำเป็นต้องเดาให้มากความ
ความหมายของมันชัดเจนยิ่งนัก…
“เจ้าเด็กสารเลว…” ลั่วซิงฉายแค่นเสียงออกมาเบาๆ
นางกำแผ่นผ้าไหมไว้แน่น ตั้งใจจะโยนมันทิ้งไป
แต่แล้ว…
มือที่ยกขึ้นชะงักอยู่กลางอากาศ
สุดท้าย นางก็ถอนหายใจแผ่วเบา
ก่อนจะเก็บผ้าไหมและถั่วแดงเหล่านั้นกลับไปเช่นเดิม…
ราวกับว่านางไม่เคยเห็นมันมาก่อน
แต่แล้ว บทกวีนั้น ยังคงก้องสะท้อนอยู่ในจิตใจของนาง…
“ข้าบริสุทธิ์ดั่งจันทรา แต่ไยจันทราสาดแสงสู่คลองโสโครก…”
นางรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร
และนั่นทำให้นางมิอาจตอบโต้ได้เลยแม้แต่น้อย
(February 5th 2025: เอาไป10ตอน เดี๋ยวเรื่องเย่หยุนอีก 30 ตอนก็ชนต้นฉบับแล้ว ไว้จะมาต่อเรื่องนี้
ส่วนเรื่องเฟิงชิงหยาง ผู้เขียนไม่อัปเดตเลยจนถึงวันนี้)