- หน้าแรก
- รางวัลสิบเท่า ระบบเช็กอินเปลี่ยนข้าเป็นผู้ไร้เทียมทาน
- บทที่ 33 เจตจำนงแห่งสุริยา
บทที่ 33 เจตจำนงแห่งสุริยา
บทที่ 33 เจตจำนงแห่งสุริยา
บทที่ 33 เจตจำนงแห่งสุริยา
ปู่แซมมองออกว่าเอกอนไม่มีทางเชื่อคำพูดของเขาง่าย ๆ แววตาที่เต็มไปด้วยการต่อต้านนั้นทำให้เขานึกถึงเงาสะท้อนของตัวเองในอดีต
เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วเอ่ยว่า "นั่นก็เพราะเป็นเจ้าอย่างไรล่ะไอ้หนู สำหรับนางแล้ว เจ้าคือโลกทั้งใบ นางจะโกรธเจ้าลงได้อย่างไร? แต่สำหรับคนอื่นน่ะ... มันหนังคนละม้วนเลยล่ะ"
"ข้าก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี!" เอกอนหรี่ตาจ้องมอง "สรุปแล้วท่านไปทำอะไรมากันแน่?"
"ก็ได้ ๆ ข้ายอมแพ้แล้ว!" ปู่แซมถอนหายใจ "ข้าเคยทำบางอย่างที่แม้แต่ตัวข้าเองก็ยังให้อภัยตัวเองไม่ได้ ข้าถึงเข้าใจความโกรธของนางดี และข้าก็ไม่อยากจะไปสะกิดแผลนางให้มากกว่านี้"
"ลึกลับจังเลยนะ!" เอกอนทำปากยื่น "แล้วถ้าเรื่องนั้นมันกวนใจน้าซิ่วขนาดนั้น ทำไมท่านปู่อาร์โนลด์ถึงไม่เกลียดท่านด้วยล่ะ?"
"เจ้าไม่เห็นรึว่าตาแก่นั่นทำตัวอย่างไรเวลาอยู่กับข้า?" ปู่แซมกลอกตา "เขาน่ะรังเกียจข้าเข้ากระดูกดำเลยล่ะ"
"นั่นมันพฤติกรรมปกติของเพื่อนกันไม่ใช่หรือครับ? ข้ากับคาลีขัดคอกันหนักกว่าท่านสองคนอีก แต่พวกเราก็ยังเป็นเพื่อนรักกันมากนะ" เอกอนแย้ง
"เลิกเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระได้แล้ว!" ปู่แซมพ่นลมหายใจเพื่อเปลี่ยนประเด็น "ข้ามาที่นี่เพื่อตรวจดูอาการของเจ้า ตอนนี้เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?"
"ข้าสบายดีครับ แต่ข้ามีคำถามหนึ่ง... ทำไมข้าถึงรู้สึกคุ้นเคยกับท่านนัก?" เอกอนถาม เขาเลือกที่จะไม่เซ้าซี้เรื่องอดีตต่อเพราะไม่อยากกดดันอีกฝ่าย
"ก็เพราะเราเคยเจอกันมาสองสามครั้งแล้วไง"
"...ข้าควรจะไปบอกน้าซิ่วจริง ๆ นะว่าท่านแอบมาที่นี่"
"เจ้าไปเรียนรู้วิธีขู่กรรโชกแบบนี้มาจากไหนกันหือ?"
"ก็จากท่านไงครับ ปู่แซมไร้ยางอาย" เอกอนหัวเราะกับมุกเล่นคำของตัวเอง "เข้าใจไหมครับ? ไร้ยางอาย แต่ท่านชื่อแซมข้าเลยเรียกปู่แซมไร้ยางอาย... ฮ่า ๆ!"
"ให้ตายเถอะ พวกตระกูลออร์กัสตัสนี่มีอารมณ์ขันที่ยอดแย่พอกันทุกคนเลย" ปู่แซมบ่นอุบก่อนจะวางฝ่ามือลงบนหัวของเอกอน ซึ่งเด็กชายก็ไม่ได้ขัดขืน "ที่เจ้าสู้สึกคุ้นเคยกับข้า ก็เพราะข้าเองก็เดินบน 'วิถีแห่งสุริยา' เช่นกัน"
"หือ? วิถีพลังไม่ได้มีแค่สามสายหรอกหรือครับ?" เอกอนถามด้วยความงงงวย
"มันต่างกัน ไว้เจ้าก้าวมาถึงระดับเดียวกับข้า เจ้าจะเข้าใจเอง" ปู่แซมลูบหัวเขาเบา ๆ
กระแสความร้อนที่แสนอบอุ่นหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเอกอน มันปลอบประโลมทุกเส้นประสาท และทุกเซลล์จนเขารู้สึกผ่อนคลายอย่างถึงที่สุด เขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังละลายอยู่ภายในร่างกาย และไม่นานหน้าต่างโฮโลแกรมก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
[ร่องรอยที่หลงเหลือของคุกน้ำแข็งถูกชำระล้างด้วย เจตจำนงแห่งสุริยา!]
'เจตจำนงแห่งสุริยา!' เอกอนเงยหน้ามองปู่แซม 'ท่านเป็นใครกันแน่?'
"รู้สึกอย่างไรบ้างตอนนี้?" ปู่แซมถาม
"ดีขึ้นมากเลยครับ!" เอกอนตอบ "ท่านปู่ครับ บอกข้าได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ข้าจำอะไรแทบไม่ได้เลย"
"อย่าไปคิดมากเลย" ปู่แซมลุกขึ้นยืน "โอเลน่าทิ้งใครบางคนไว้เพื่อปกป้องเจ้า เจ้าปลอดภัยแล้ว นั่นคือทั้งหมดที่เจ้าต้องรู้"
'ท่านย่า? อะไรนะ? ท่านช่วยข้าได้อย่างไร?' เอกอนยิ่งสับสนหนักกว่าเดิม และเขาก็พลันนึกได้ "เดี๋ยวนะ! ท่านรู้จักท่านย่าของข้าด้วยหรือ?"
"พวกเราเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน" ปู่แซมตอบหลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง
"ถ้าอย่างนั้น เล่าเรื่องของท่านย่าให้ข้าฟังหน่อยได้ไหมครับ?" เอกอนถามอย่างกระตือรือร้น ดวงตาเป็นประกายด้วยความหวังจนแม้แต่ปู่แซมยังประหลาดใจ
"ทำไมเจ้าไม่ไปถามตาแก่ขี้ลืมของเจ้าล่ะ?"
"พวกเขามักจะเลี่ยงที่จะพูดถึงนางครับ และข้าก็ไม่อยากทำให้พวกเขาเศร้าโดยการพูดถึงท่านย่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า พวกเขาคงรักนางมาก ข้าไม่อยากไปสะกิดแผลเป็นของพวกเขา" เอกอนถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย
"แล้วเจ้านังบอกให้ข้าปฏิบัติกับเจ้าเหมือนเด็กห้าขวบนะ" ปู่แซมส่ายหัว "ที่พวกเขาทำแบบนั้นก็เพราะไม่อยากให้เจ้ารู้สึกเป็นภาระหรือรู้สึกผิด อย่างไรก็ตาม ข้าบอกอะไรเรื่องนี้ไม่ได้หรอก ไม่อย่างนั้นปู่ของเจ้าคงตามล่าข้าไปจนสุดขอบโลกแน่ ๆ"
เขาหันไปทางขวาแล้วยิ้ม "ดูเหมือนการประชุมลับของเราต้องจบลงแล้ว ดูแลตัวเองให้ดีนะเจ้าหนู ข้าจะรอวันที่เจ้าเติบโตขึ้น"
พูดจบ เขาก็เดินทะลุกำแพงหนาออกไปราวกับมันเป็นเพียงภาพลวงตา โดยไม่ทำให้สัญญาณเตือนภัยใด ๆ ทำงานเลย
เพียงวินาทีเดียวหลังจากเขาจากไป ประตูห้องก็เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นน้าซิ่วที่ถือถาดน้ำมะม่วงเข้ามา นางชะงักฝีเท้าแล้วขมวดคิ้ว "ตาแก่นั่นมาที่นี่อีกแล้วใช่ไหม?"
"ครับ!" เอกอนตอบตามความจริง
นี่คือสิ่งที่เขาตลกที่สุด มันไม่ใช่การประชุมลับเลยสักนิด ทั้งน้าซิ่ว และท่านปู่อาร์โนลด์ต่างรู้เรื่องการมาเยือนของปู่แซม และปู่แซมเองก็คงรู้ว่าพวกเขารู้
แต่พวกเขาทุกคนกลับแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ชิ! ตาแก่นั่นต้องการอะไรอีกนะ?" ซิ่วเดาะลิ้นก่อนจะนั่งลงบนเตียง "ช่างเถอะ อย่าไปคิดถึงเรื่องแย่ ๆ เลย เอ้า ดื่มน้ำมะม่วงนี่เสีย น้าสั่งมะม่วงมาจากหุบเขาแห่งหัวใจเชียวนะ"
เอกอนพยักหน้า และดื่มน้ำมะม่วงแสนอร่อยเงียบ ๆ ขณะที่น้าซิ่วจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความรักเช่นเคย
"ท่านปู่อยู่ที่ไหนครับ?" เขาถามหลังจากดื่มหมด
"เจ้าก่อเรื่องวุ่นวายไว้พอสมควรเลยล่ะ เขาเลยต้องไปจัดการเสียหน่อย" ซิ่วยิ้ม "เดี๋ยวเขาก็มาแล้ว"
"ข้าไปทำอะไรไว้หรือครับ?" เอกอนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นจริง ๆ
ซิ่วเพียงแค่หัวเราะ และดีดนิ้ว ทันใดนั้นเพดานห้องของเขาก็อันตรธานหายไป เผยให้เห็นท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่เบื้องบน พร้อมกับรอยแผลเป็นมหึมาที่สลักอยู่บนฟากฟ้า
เอกอนขยี้ตา และกะพริบตาถี่ ๆ นึกว่าตัวเองตาฝาด ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบจะสบถออกมา 'เชี้ยแล้ว! นั่นมันอะไรกันวะ?'
"เจ้าเผลอสร้างคุกน้ำแข็งที่แข็งแกร่งจนน่ากลัวขึ้นมารอบตัว ไม่ว่าพวกน้าจะทำอย่างไรมันก็ไม่แตก" ซิู่อธิบาย นางไม่เคยปิดบังอะไรเขา "ในที่สุด สหายร่วมสายเลือดของท่านแม่ก็ต้องมาช่วย"
"สหายร่วมสายเลือดของท่านแม่? มังกรน่ะหรือครับ?" เอกอนตกใจ
"ไม่ใช่แค่มังกรทั่วไป แต่คือราชินีมังกรออรานิธด้วยตัวนางเอง แต่ถึงจะเป็นนาง น้ำแข็งนั่นก็ยังแกร่งเกินไป นางเลยต้องกลืนมันลงไปแล้วแผดเผาฟากฟ้าเสียจนไหม้เกรียม นั่นแหละน้ำแข็งถึงได้ละลาย และเจ้าก็ออกมาได้อย่างปลอดภัย" ซิ่วเล่า สายตายังคงจับจ้องไปที่รอยแยกบนฟ้าด้วยความทึ่ง
'มิน่าล่ะ!' เอกอนคิด 'ระดับบรรพกาล นี่มันอยู่เหนือสามัญสำนึกจริง ๆ ขนาดราชินีมังกรยังต้องออกแรงขนาดนี้เพื่อทำลายสิ่งที่มันสร้างขึ้น ข้าจะไม่เอาของระดับนี้ออกมาใช้อีกเด็ดขาดจนกว่าจะแข็งแกร่งกว่านี้ ขืนใช้มั่ว ๆ มีหวังได้ไปเฝ้ายมบาลแน่'
"เจ้ารู้ไหมว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร?" ซิ่วถามตรง ๆ
นี่คือรูปแบบความสัมพันธ์ของพวกเขา ไม่มีการคิดซับซ้อน หากสงสัยก็ถาม และพวกเขารู้ว่าอีกฝ่ายจะตอบตามความจริง
"คราวที่แล้วข้าพยายามจะบอกน้าแล้ว แต่น้าก็ลืมมันไป น้าซิ่วครับ น้าจำรายละเอียดพวกนี้ไม่ได้หรอก... ไม่มีใครจำได้ทั้งนั้น"
จบตอนแล้วนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ หลังจากนี้จะพยายามอัพให้ได้ทุก ๆ วันนะครับ
ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox
https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr