เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 รางวัลห้าสิบเท่า! สยบฟ้านพดล!

บทที่ 18 รางวัลห้าสิบเท่า! สยบฟ้านพดล!

บทที่ 18 รางวัลห้าสิบเท่า! สยบฟ้านพดล!


บทที่ 18 รางวัลห้าสิบเท่า! สยบฟ้านพดล!

เอกอนยังคงครุ่นคิดถึงของขวัญของอาร์โนลด์อยู่ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกายท่านปู่ เมื่อเงยหน้าขึ้นจึงสังเกตเห็นบุรุษร่างสูงสวมหมวกยืนประชิดติดกับอาร์โนลด์

‘อะไรกัน... ตาเฒ่านี่มายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?’ เอกอนอุทานในใจ

เขามิได้สังเกตเห็นการคงอยู่ของชายผู้นี้เลยจนกระทั่งอีกฝ่ายเอ่ยวาจา ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้เขาไม่น้อย เพราะปกติเขามักจะมีนิสัยช่างสังเกตผู้คนรอบกายอยู่เสมอ

เอกอนหาได้ใส่ใจถ้อยคำอันแหลมคมของซิ่ว เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีทองของชายผู้นั้น ชั่วครู่หนึ่งเขาเผลอคิดไปว่าดวงตาคู่นั้นช่างคล้ายกับเขาเหลือเกิน ทว่าก็สลัดความคิดนั้นทิ้งไป

ด้วยเหตุผลบางประการ เขาสัมผัสได้ว่ามันมีบางสิ่งที่แตกต่างออกไป เพียงแต่เขายังมิอาจระบุได้ชัดเจนว่าเป็นสิ่งใด

"โอป้า!" เอกอนเรียกปู่ของเขาก่อนที่ชายผู้นั้นจะทันได้ตอบโต้ซิ่ว "ท่านผู้นี้คือพี่ชายของท่านย่าหรือครับ?"

"หึ! ย่าของเจ้าไม่มีวันมีพี่ชายที่เนื้อตัวเหม็นโฉ่เช่นนี้หรอก" อาร์โนลด์แค่นเสียงตอบ "เขาเป็นสหายเก่าจากบ้านเกิดของปู่ ไม่นึกเลยว่าเขาจะถ่อมาถึงที่นี่จริง ๆ"

"อ้อ ที่แท้ก็เป็นสหายของโอป้านี่เอง สวัสดีครับข้าชื่อเอกอน" เขาแนะนำตัวอย่างสุภาพ

"สวัสดีสหายตัวน้อย เจ้าจะเรียกข้าว่า 'ปู่แซม' ก็ได้หากเจ้าต้องการ" ชายผู้นั้นยิ้มพลางเอ่ย " และสุขสันต์วันเกิดนะ ขอให้สุริยันจันทราประทานพรให้เจ้ามีอายุมั่นขวัญยืนนับพันปี"

"ขอบคุณครับปู่แซม" เอกอนรักษามารยาทต่อสหายของปู่อย่างเป็นธรรมชาติ

"ข้าจะไม่รบกวนเวลาของเจ้ามากนัก" ปู่แซมหยิบจี้เส้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วคล้องลงบนลำคอน้อย ๆ อันจ่ำม่ำของเอกอน "นี่คือของขวัญจากข้า ส่วนมันคือสิ่งใดนั้น ไว้เจ้าค่อยถามโอป้าของเจ้าในภายหลังเถิด"

"ไม่ว่ามันจะเป็นสิ่งใด ข้าก็ยินดีรับไว้ครับ" เอกอนเอ่ยพลางลูบไล้จี้รูปดวงตะวันที่ส่องประกาย "อีกอย่าง ท่านอุตส่าห์เดินทางไกลมาจากอาณาจักรจักรพรรดิเพื่อมาหาข้า เพียงเท่านี้ข้าก็ซาบซึ้งยิ่งนักแล้ว"

"ข้าไม่นึกเลยจริง ๆ ว่ายัยหนูนั่นจะสอนเด็กให้มีกิริยามารยาทดีงามได้ถึงเพียงนี้" ปู่แซมหัวเราะเบา ๆ

ในขณะนั้น เอกอนจ้องมองดวงตาของเขาอีกครั้ง มันมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด และเขามีลางสังเกตที่รุนแรงว่าชายผู้นี้คือ ยอดฝีมือไร้เทียมทาน

เขามั่นใจได้อย่างไรน่ะหรือ? นั่นเป็นเพราะรางวัลที่เขาเคยได้รับมาอย่างไรเล่า

[ติ๊ง! สัมผัสที่หก วิวัฒนาการเป็น เนตรลิขิตฟ้า!]

นับตั้งแต่นั้นมา เขาก็เริ่มไวต่อกระแสแห่งโชคชะตา และความเป็นไปได้ในอนาคตโดยสัญชาตญาณ ประหนึ่งว่าประสาทสัมผัสของเขากำลังเล่าขานบทกวีแห่งพรหมลิขิต แม้ว่ามันจะเกิดขึ้นอย่างสุ่ม และคาดเดาไม่ได้ก็ตาม

ทว่ายามนี้ สัมผัสนั้นกำลังตะโกนบอกเขาว่า ชายคนนี้มิได้สามัญธรรมดาอย่างที่แสร้งทำ

เขาจึงตัดสินใจใช้สิทธิ์การลงชื่อเข้าใช้อันล้ำค่ากับบุคคลผู้นี้ทันที!

"ปู่แซมครับ ข้าอยากได้รับพรจากท่าน ช่วยลูบหัวข้าหน่อยได้ไหมครับ? โอป้าทำแบบนี้ให้ข้าเสมอเลย" เอกอนเอ่ยพลางก้มศีรษะลง

นั่นมิใช่เรื่องปดเสียทีเดียว เพราะปู่เคยบอกเขาว่าพรจากผู้ใหญ่นั้นเป็นสิริมงคลยิ่ง

ปู่แซมยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะลูบศีรษะเขาเบา ๆ "พรของข้าจะสถิตอยู่กับเจ้าเสมอ ดวงตะวันน้อย โดยที่เจ้ามิจำเป็นต้องร้องขอเลย"

เอกอนลอบยิ้มในใจก่อนจะสั่งการระบบทันที ลงชื่อเข้าใช้!

[ติ๊ง! ท่านได้ทำการลงชื่อเข้าใช้ ณ 'ศาลาบัวพิสุทธิ์'!]

[ติ๊ง! ท่านได้รับ 'เศษเสี้ยวเทพศัสตรา: สยบฟ้านพดล' ระดับตำนาน!]

[ติ๊ง! เปิดใช้งานโบนัสรางวัลห้าสิบเท่า!]

[ติ๊ง! ท่านได้รับ 'เทพศัสตรา: สยบฟ้านพดล' ระดับก้าวข้ามอาณาจักร!]

โชคดีที่เอกอนก้มหน้าอยู่ มิฉะนั้นผู้คนคงได้เห็นดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงของเขาเป็นแน่ เขาฉีกยิ้มกว้างพลางคิดในใจ ‘นี่มันบ้าไปแล้ว! ข้าว่าแล้วว่าตาแก่คนนี้ต้องไม่ธรรมดา’

เขาไม่ทราบแน่ชัดว่าระดับของเทพศัสตราในโลกนี้แบ่งแยกกันอย่างไร แต่คำว่า ระดับก้าวข้ามอาณาจักร ย่อมบ่งบอกถึงพลังอำนาจอันล้นพ้น เขาจำได้ว่าตอนเริ่มแรกเขาต้องใช้โบนัสมากมายกว่าจะได้กายาข้ามภพมาครอง

ทว่าเพียงแค่ลงชื่อเข้าใช้กับปู่แซมผู้นี้ เขากลับได้เทพศัสตราที่สูงส่งกว่าระดับตำนานเสียอีก นี่มันช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!

‘ข้าต้องหาโอกาสตรวจสอบดูว่าข้าจะสามารถควบคุมมันได้หรือไม่... เฮ้อ! มีของล้ำค่าล้นมือทว่ากลับยังใช้งานมิได้ ช่างน่าขัดใจนัก แต่เอาเถอะ ข้าจะรอวันที่ข้าแข็งแกร่งพอจะกวัดแกว่งมัน!’

ปู่แซมมองเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินลงไปพร้อมกับอาร์โนลด์ หลังจากนั้นพิธีมอบของขวัญก็เริ่มขึ้น บรรดาแขกเหรื่อต่างพากันนำของล้ำค่ามามอบให้เอกอนอย่างล้นหลาม

หลังจากได้เห็นความใจปล้ำของซิ่ว พวกเขาทราบดีว่าหากมอบของขวัญพื้น ๆ ย่อมต้องอับอายขายหน้า หลายคนจึงจำต้องเปลี่ยนของขวัญกะทันหันเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนั้นแทน

อาจกล่าวได้ว่า ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจว่าเหตุใดซิ่วถึงยืนกรานจะมอบของขวัญเป็นคนแรก นางเพียงต้องการบีบบังคับให้คนอื่นต้องควักของดีออกมาให้หลานชายของนางนั่นเอง!

ทว่าหากซิ่วล่วงรู้ความคิดเหล่านั้น นางคงจะปฏิเสธเสียงแข็ง เพราะนางเพียงแค่อยากเป็นคนแรกในใจหลานชายเท่านั้น อีกทั้งหากเอกอนปรารถนาสิ่งใด นางย่อมพลิกแผ่นดินหามาให้ได้อยู่แล้ว ของขวัญจากคนพวกนี้หาได้มีความหมายในสายตานางไม่

อย่างไรก็ตาม นางก็ยังคงมีความสุขที่เห็นหลานชายหัวแก้วหัวแหวนได้รับการปฏิบัติอย่างสมเกียรติ

อีกด้านหนึ่ง อาร์โนลด์ลอบมองปู่แซมด้วยสายตาแปลก ๆ ทว่าชายผู้นั้นยังคงนั่งนิ่งประหนึ่งไม่มีสิ่งใดในโลกสั่นคลอนเขาได้

ในที่สุด อาร์โนลด์ก็ทนความสงสัยไม่ไหวจึงถามขึ้น "เหตุใดเจ้าถึงมอบจี้นั่นให้เขา?"

"ก็แค่อยากให้น่ะ" ปู่แซมตอบสั้น ๆ ทำเอาอาร์โนลด์ฟาดหลังอีกฝ่ายเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้

"เจ้าหาเรื่องให้ข้าอยากฆ่าเจ้าได้ทุกเมื่อจริง ๆ เลยนะ" อาร์โนลด์คำรามในลำคอ

"ใจเย็นก่อนสหายรัก" ปู่แซมหัวเราะ "เดิมทีข้ามิได้คิดจะมอบสิ่งนั้นให้เขาหรอก ทว่าลึก ๆ ในใจกลับมีบางอย่างผลักดันให้ข้าต้องทำ และข้าเชื่อในสัญชาตญาณของตนเอง... เด็กคนนั้น จะกลายเป็นสุริยันที่แท้จริงในภายภาคหน้า"

"ข้าเพียงอยากให้เขาใช้ชีวิตอย่างสงบ และไร้กังวลก็พอ" อาร์โนลด์ถอนหายใจ "การเป็นดวงตะวัน... มันแบกรับภาระหนักอึ้งเกินไป ข้าไม่อยากให้เขาต้องทนแบกมัน"

"ให้เขาเป็นคนตัดสินใจเองเถิด พวกเราคนแก่มีหน้าที่เพียงเฝ้ามองเขาก็พอ" ปู่แซมเอ่ยพลางลุกขึ้น "เอาล่ะ ข้าไปละ ข้าต้องรีบกลับก่อนที่พวกนั้นจะรู้ตัวว่าข้าหายไป มันคงดูไม่ดีนักหากข้าราชบริพารหาตัวข้าไม่เจอ"

"เจ้าหนีมาโดยมิได้บอกกล่าวใครเลยงั้นหรือ?" อาร์โนลด์ถามด้วยสีหน้าปกติ เพราะเขาชินชากับนิสัยของสหายผู้นี้เสียแล้ว

สหายรักคนนี้มักจะชอบหนีจากทุกสิ่ง ทว่าสุดท้ายก็จะหวนกลับไปด้วยความเต็มใจของตนเองเสมอ แม้จะเป็นคุณปู่แล้วทว่านิสัยก็มิได้เปลี่ยนไปเลย

"ไม่มีใครออกคำสั่งข้าได้" ปู่แซมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยอำนาจอันล้นพ้น "แต่การที่ข้าหายไปเฉย ๆ อาจทำให้ข้าดูอ่อนแอในสายตาผู้อื่น การรักษาภาพลักษณ์นั้นสำคัญยิ่ง"

"ภาพลักษณ์บ้านเจ้าน่ะสิ!" อาร์โนลด์กลอกตา "งั้นข้าฝากเรื่องชายแดนไว้กับเจ้าด้วยก็แล้วกัน"

เมื่อเอ่ยจบ เขาก็เบนความสนใจกลับไปยังบันได ซึ่งกลุ่มเอลฟ์กำลังก้าวออกมามอบของขวัญให้แก่เอกอน

ยามนี้เขารู้สึกสนใจยิ่งนักว่าเผ่าเอลฟ์จะมอบสิ่งใดให้หลานชายของเขา เพราะนี่นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เผ่าเอลฟ์ยอมมาร่วมงานเลี้ยงของมนุษย์เช่นนี้

จบตอนแล้วนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ หลังจากนี้จะพยายามอัพให้ได้ทุก ๆ วันนะครับ

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox

https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr

จบบทที่ บทที่ 18 รางวัลห้าสิบเท่า! สยบฟ้านพดล!

คัดลอกลิงก์แล้ว