- หน้าแรก
- รางวัลสิบเท่า ระบบเช็กอินเปลี่ยนข้าเป็นผู้ไร้เทียมทาน
- บทที่ 16 ของขวัญ
บทที่ 16 ของขวัญ
บทที่ 16 ของขวัญ
บทที่ 16 ของขวัญ
แม้บรรดาแขกเหรื่อจะส่งเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีจบลงแล้ว ทว่าซิ่วยังคงยืนประตระหง่านอยู่เบื้องบน นางเพียงรอให้เสียงพูดคุยจางหายไป ก่อนจะดีดนิ้วเพียงคราเดียว พลันทำให้ทั้งห้องโถงตกอยู่ในความเงียบงันชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงเข็มตกก็ยังได้ยิน
เอกอนเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความสงบ เขานึกสงสัยว่าท่านอาจะทำสิ่งใดต่อไป ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกขัดเขินอยู่บ้างที่ต้องตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งโถงเช่นนี้
นี่นับเป็นครั้งแรกในชีวิตใหม่ที่เขาต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้
"บัดนี้ถึงเวลาของขวัญแล้ว และในฐานะท่านอาคนโปรด ข้าจะเป็นคนแรกที่มอบของขวัญให้แก่เขา" ซิ่วเอ่ยพร้อมรอยยิ้มพลางหันมาทางเอกอน "เอาล่ะ ดวงตะวันน้อย เจ้าปรารถนาสิ่งใดหรือ?"
"แล้วแต่ท่านอาจะมอบให้ครับ" เอกอนตอบอย่างรู้ทัน เพราะเขารู้ดีว่าหากเขาเรียกร้องสิ่งใดไป นางอาจจะแกล้งยกเลิกของขวัญชิ้นนั้นเสียดื้อ ๆ
"ตกลงตามนั้น... และนี่คือของขวัญของข้า" ซิ่วเอ่ยพลางหยิบนกหวีดสีแดงออกมาจากความว่างเปล่า
เอกอนรับนกหวีดนั้นมาพิศมองด้วยความฉงน นกหวีดสีแดงนี้ทำจากโลหะประหลาดที่มีความยืดหยุ่น มีสายโซ่คล้องยาวออกมา ด้านหลังสลักเป็นรูปตราสัญลักษณ์หัวกะโหลกมนุษย์ที่ถูกโอบอุ้มด้วยดอกบัวอันงดงาม
‘ นี่คือสิ่งใดกัน? หากมาจากมือท่านอาซิ่ว ย่อมมิใช่ของธรรมดาแน่ หรือจะเป็นเทพศัสตรา? แล้วมันมีอานุภาพเช่นไร?’ เขาครุ่นคิด ‘บางทีมันอาจจะมอบการปกป้อง พละกำลัง หรือความเร็วให้ข้า... หรือจะเป็นอย่างอื่นกันแน่?’
ในขณะที่เอกอนกำลังสับสน เหล่าแขกเหรื่อต่างพากันอ้าปากค้างจนแทบติดพื้น หากที่นี่มิใช่งานเลี้ยงของตระกูลออกัสตัส พวกเขาคงจะตะโกนด่าซิ่วไปแล้วว่านางเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร!
แม้แต่อาร์โนลด์เองก็รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมาทันทีที่เห็นนกหวีดนั้น เขายกมือกุมขมับพลางคิดในใจ ‘ข้าน่าจะถามนางก่อนจริง ๆ ว่าจะมอบสิ่งใดให้เจ้าตัวเล็ก’
"ผิดหวังในตัวบุตรสาวงั้นหรือ?"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นข้างกาย อาร์โนลด์ได้แต่ถอนหายใจ "ใครเชิญเจ้ามา? ไสหัวไปเสีย!"
"นั่นไม่ใช่คำทักทายที่สหายเก่าควรจะมอบให้กันเลยนะ อาร์โนลด์"
อาร์โนลด์อยากจะซัดกำปั้นใส่หน้าอีกฝ่ายนัก ทว่าเมื่อคำนึงถึงว่ามันจะทำให้งานเลี้ยงพังทลาย เขาจึงจำต้องข่มโทสะไว้ เขาหันไปมองด้านข้าง พบบุรุษผู้หนึ่งที่ดูมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา
ชายผู้นั้นมีรูปร่างโปร่งบาง สวมหมวกปกปิดใบหน้า ทว่าอาร์โนลด์กลับมองเห็นเขาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เส้นผมสีเงิน และดวงตาสีทองคู่นั้น คือสิ่งที่เขาหรือใครก็ตามไม่มีวันลืมเลือน
และยังมีรอยยิ้มน่ารำคาญที่อาร์โนลด์เกลียดชังเข้าไส้... รอยยิ้มนั้นยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของชายคนนั้นไม่เสื่อมคลาย
อาร์โนลด์แค่นเสียงเย็น "ที่นี่ไม่ต้องการเจ้า"
"โอ้ ข้ากลับคิดตรงกันข้าม วันเกิดปีแรกของวาเลเรียคนสุดท้ายทั้งที ข้าจะพลาดได้อย่างไร?" ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ "แต่ก็นะ ข้าไม่นึกเลยว่ายัยหนูคนนั้นจะกล้ามอบตราศักดิ์สิทธิ์นั่นให้เขาจริง ๆ"
"ในปีที่ผ่านมา มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นมากมาย" อาร์โนลด์เอ่ยพลางเบนความสนใจกลับไปที่เอกอน ซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการพยายามใช้งานนกหวีด โดยมีซิ่วหัวเราะเยาะท่าทีเงอะงะของหลานชาย
ภาพนั้นทำให้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของอาร์โนลด์โดยอัตโนมัติ
"จะไม่ถามสารทุกข์สุกดิบกันหน่อยหรือ?" ชายคนนั้นแสร้งทำน้ำเสียงตัดพ้อ "ข้าเจ็บปวดนะรู้ไหม ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะหนีมาหลังจากโยนภาระทั้งหมดไว้บนบ่าข้า"
"นั่นมันภาระของเจ้าตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เจ้าแค่ขี้เกียจจะจัดการเองต่างหาก" อาร์โนลด์เอ่ยลอดไรฟันเมื่อนึกถึงอดีต
"สิ่งที่จำเป็นของข้า ก็คือของเจ้า นั่นแหละคือมิตรภาพ... สหายรักของข้า" ชายคนนั้นยิ้มกริ่ม
อาร์โนลด์อยากจะลืมสิ้นทุกสิ่งแล้วโยนหมอนี่ลงภูเขาไฟไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่เขารู้ดีว่าตาเฒ่าเจ้าเล่ห์นี่คงจะตะเกียกตะกายกลับมาในสภาพประหนึ่งเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เขาจึงเลือกที่จะเมินเฉยไปเสีย
"แต่มันก็ดีแล้วที่เจ้าละทิ้งภาระเหล่านั้นมา" ชายคนนั้นเอ่ย น้ำเสียงที่เคยขี้เล่นพลันจริงจังขึ้น
"เกิดเรื่องอันใดขึ้นงั้นหรือ?" อาร์โนลด์ถาม ใจเริ่มเต้นรัว
"ข้าคงอยู่ไม่สุขเช่นกัน หากจู่ ๆ ศัตรูได้วาเลเรียไปครอบครอง" ชายคนนั้นกล่าว "โอเลน่านั้นต่างออกไป นางเติบโตในหุบเขาอันห่างไกล ทว่าเด็กคนนี้... เขากำลังเติบโตขึ้นท่ามกลางหมู่ศัตรูของข้า"
อาร์โนลด์หรี่ตาลงก่อนจะแค่นยิ้ม "พวกมันอยากจะลองก็เชิญ หากพวกมันกล้าแม้แต่จะเข้าใกล้หลานชายข้า ข้าจะเตือนให้พวกมันระลึกเองว่า 'อาร์โนลด์ ออกัสตัส' คือใคร"
"ฮ่า ๆ พวกออกัสตัสนี่มันบ้าเลือดกันหมดจริง ๆ" ชายคนนั้นหัวเราะ "อย่าได้เครียดไปเลย บุตรชายของเจ้ากำลังยืนขวางกั้นระหว่างมนุษย์ และปีศาจประหนึ่งขุนเขาเหมันต์อันเย็นเยือก เจ้าหนูนั่นดูจะโหดเหี้ยมขึ้นกว่าเดิมมากหลังจากเจ้าจากมา"
อาร์โนลด์กำหมัดแน่น ทว่าก็คลายออกในเวลาต่อมา เขาอยากจะถามเรื่องราวให้มากกว่านี้จากสหายที่อ้างตัวว่าเป็นเพื่อนแท้คนนี้ ทว่าสุดท้ายกลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปาก
"อย่าคิดมากไปเลยสหายเก่า" ชายคนนั้นตบไหล่เขาเบา ๆ "สายเลือดของเจ้าควรจะได้พักผ่อนเสียบ้าง เจ้าควรจะอยู่เคียงข้างเขา... อยู่ที่นี่แหละ ส่วนที่เหลือ ข้าจะจัดการให้เอง"
"เจ้าเนี่ยนะ? จะรับผิดชอบงาน?" อาร์โนลด์กลอกตามอง
"นั่นคือสิ่งเล็กน้อยที่ข้าจะทำเพื่อพี่น้องได้" ชายคนนั้นหัวเราะหึ ๆ
ในขณะเดียวกัน เอกอนเริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับนกหวีดในมือ และโดยเฉพาะกับท่านอาของเขา นางเอาแต่หัวเราะในขณะที่เขาดิ้นรนพยายามหาวิธีเป่ามัน
‘หัวเราะไปเถอะ! ท่านอาคงสะใจสินะที่ในที่สุดก็มีสิ่งที่ข้าทำไม่ได้เสียที’ เอกอนนึกสงสัยจริง ๆ ว่าใครกันแน่ที่เป็นเด็ก เพราะซิ่วมักจะแสดงนิสัยเด็ก ๆ ออกมาบ่อยครั้ง
ในที่สุด ซิ่วก็หยุดหัวเราะหลังจากแกล้งจนพอใจ "วางนิ้ว และนิ้วโป้งลงตรงนี้... มันถึงจะทำงาน"
เอกอนพยักหน้า และทำตามที่นางบอก เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเป่านกหวีดสุดแรง เสียงนกหวีดดังสะท้อนไปทั่วโถงจัดเลี้ยง ทว่ากลับไม่มีสิ่งเหนือธรรมชาติใด ๆ เกิดขึ้นอย่างที่เขาหวังไว้
ทว่าในชั่วพริบตาถัดมา... เงาภายในโถงพลันเคลื่อนไหวประหนึ่งมีชีวิต พวกมันพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดิน และมารวมตัวกันที่โคนบันไดในพริบตา ก่อนจะก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายมนุษย์ คุกเข่าลงกับพื้น และก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม
แขกเหรื่อหลายคนถึงกับสั่นสะท้านเมื่ออุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว หรืออาจจะเป็นเพราะตัวตนของเงาเหล่านี้ที่เยือกเย็นเสียจนทำให้ยอดฝีมือทั้งหลายต้องสั่นกลัว
อาร์โนลด์ และสหายรักลอบมองเงาเหล่านั้นก่อนจะสบตากัน ทั้งคู่ต่างมองเห็นความกังวลในดวงตาของอีกฝ่าย
เอกอนเริ่มสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ตึงเครียด และความหวาดกลัวของแขกเหรื่อ ทว่าเขากลับไม่เข้าใจปฏิกิริยาเหล่านั้นเลย เพราะตัวเขาเองกลับไม่รู้สึกถึงอันตรายใด ๆ
เขาสั่งเกตเห็นเพียงกลุ่มเงาสีดำทมิฬเบื้องหน้า และได้แต่สงสัยในใจว่า... พวกเขาเป็นใครกันแน่?
จบตอนแล้วนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ หลังจากนี้จะพยายามอัพให้ได้ทุก ๆ วันนะครับ
ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox
https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr