เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ความล้มเหลวในฐานะมารดา?

บทที่ 10 ความล้มเหลวในฐานะมารดา?

บทที่ 10 ความล้มเหลวในฐานะมารดา?


บทที่ 10 ความล้มเหลวในฐานะมารดา?

ตามกิจวัตรปกติ อาร์โนลด์มักจะใช้เวลาว่างไปกับการอ่านตำราในหอสมุด หลังจากเกษียณตัวเองจากกองทัพ และย้ายมาพำนักที่อาณาจักรจันทราฉาย ชีวิตในแต่ละวันของเขาก็ดูจะเรียบง่ายจนเกือบจะว่างเปล่า

ส่วนเรื่องการเลี้ยงดูหลานชายนั้น ซิ่วได้ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจทำหน้าที่นั้นอย่างเต็มที่ จนเขาแทบไม่มีโอกาสได้ยื่นมือเข้าไปช่วย

ทว่าเขาก็ไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่าย เพราะเขาสามารถหาความสงบใจได้ในหอสมุดแห่งนี้ ทั้งที่แต่ก่อนเขาไม่เคยชอบการอ่านหนังสือเลยแม้แต่น้อย เขาถนัดที่จะกวัดแกว่งดาบนับพันครั้งมากกว่าจะยอมเปิดอ่านตำราเพียงหน้าเดียวเสียอีก

แต่ชีวิตมักจะพลิกผันอย่างคาดไม่ถึงเสมอ เขาถึงได้มาพบกับสตรีอย่างโอเลน่า ผู้ซึ่งรักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจ อันที่จริง ตำรากว่าครึ่งในหอสมุดแห่งนี้ล้วนเป็นของนาง นางเป็นนักสะสมตัวยง ทำให้ที่นี่มีหนังสือแทบจะทุกประเภท

นั่นคือเหตุผลที่เอกอนชอบมาคลุกตัวอยู่ที่นี่ เพราะเขาสามารถหาความรู้ได้แทบทุกเรื่องที่ต้องการ

โอเลน่ามีนิสัยต่างจากอาร์โนลด์ราวฟ้ากับดินในทุก ๆ ด้าน ทว่าพวกเขากลับผูกพันกันอย่างลึกซึ้งจนการจากไปของนางสร้างบาดแผลในใจให้อาร์โนลด์มากกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้

อย่างไรก็ตาม สิ่งของที่นางทิ้งไว้เบื้องหลังล้วนบรรจุไว้ด้วยความทรงจำ และพวกมันมักจะนำความปลอบประโลมมาให้เขาเสมอ เขารู้สึกสงบราวกับอยู่ในอ้อมกอดของนาง แม้ว่าอ้อมกอดนั้นจะหลงเหลือเพียงในหน้ากระดาษเหล่านี้ก็ตาม

แต่ช่างน่าเสียดาย... ที่มักจะมีคนชอบมาขัดจังหวะความสงบของเขาเสมอ และเป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

"ท่านพ่อ!!!!"

อาร์โนลด์ถอนหายใจยาวพลางหันไปทางประตูที่พายุหมุน กำลังพุ่งพ่านเข้ามาในหอสมุด เขานวดคลึงขมับพลางถามว่า "เจ้าหัดเคาะประตูให้เป็นนิสัยไม่ได้หรืออย่างไร ที่นี่คือหอสมุดนะ"

"ท่านแม่เป็นคนสร้างที่นี่ เพราะฉะนั้นไม่เป็นไรหรอกค่ะ"

"นางเป็นภรรยาของข้า ก่อนที่จะมาเป็นแม่ของเจ้านะ"

"โถ่ เรื่องเล็กน้อยน่า" ซิ่วโบกมืออย่างไม่ใส่ใจก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามเขา "ข้ามีเรื่องจะถามท่านหน่อย"

"เรื่องดอกไม้งั้นรึ?" อาร์โนลด์ถามสวนขึ้นทันที "แค่ระวังอย่าให้พวกมันสูญพันธุ์ไปจากสวนของข้าก็พอ"

"ท่านนี่ชอบวางหูวางตาไว้ทั่วคฤหาสน์จริง ๆ เลยนะ" ซิ่วพึมพำ

"ข้าไม่อาจยอมเสี่ยงได้อีกแล้ว" อาร์โนลด์ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ซิ่วรู้ดีว่าเขายังคงมีแผลเป็นในใจจากเหตุการณ์ครั้งก่อนที่เกือบจะสูญเสียเอกอนไปเพราะความประมาทของคนอื่น และเหตุการณ์นั้นเองที่ทำให้เขาต้องสูญเสียภรรยาไป

แล้วเขาจะกล้าปล่อยให้มีความเสี่ยงใด ๆ เกิดขึ้นอีกได้อย่างไร?

"บอกมาเถอะว่าอะไรที่กวนใจเจ้าอยู่" อาร์โนลด์เอ่ยพลางปิดตำรา และวางมันไว้ด้านข้าง

"ท่านพูดเรื่องอะไรกัน?"

อาร์โนลด์ปรายมองนาง "จริงรึ? เจ้าคิดว่าพ่อคนนี้จะดูไม่ออกว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่?"

ซิ่วเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะขยับลงมานั่งบนพื้นข้าง ๆ เขา และเอนศีรษะซบลงบนตักของบิดา "ท่านพ่อ... ท่านคิดว่าข้าเป็นแม่ที่ไม่เอาไหนไหมคะ?"

อาร์โนลด์ขมวดคิ้วกับคำถามนั้น ขณะที่นางยังคงเอ่ยต่อไปด้วยเสียงแผ่วเบา "ข้ารู้สึกเหมือนตัวเองล้มเหลว... ดูเหมือนเอกอนจะเติบโตขึ้นมาได้ด้วยตัวเองมากกว่าที่ข้าจะสั่งสอนอะไรเสียอีก เขาดูรู้ความเกินไป ราวกับถูกบังคับให้ต้องโตเป็นผู้ใหญ่เร็วเกินวัย ข้ากลับทำอะไรให้เขาไม่ได้เลยสักอย่าง"

สีหน้าของนางดูเศร้าหมองลงขณะเสริมว่า "ใคร ๆ ก็เคยบอกว่าข้าต้องเป็นแม่ที่แย่แน่ ๆ ตอนนั้นข้าไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ เพราะไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องมาเลี้ยงดูเด็กจริง ๆ แต่บางทีพวกเขาอาจจะพูดถูก... ข้าเลี้ยงเด็กให้ดีไม่ได้จริง ๆ"

อาร์โนลด์ลูบหัวนางอย่างอ่อนโยนก่อนจะหัวเราะเบา ๆ "ทำไมเจ้าไม่ลองไปถามเรื่องนี้กับเขาล่ะ? พ่อเชื่อว่าเจ้าจะได้คำตอบที่น่าสนใจทีเดียว"

นางตอบกลับมาเพียงเสียงครางในลำคอ

"พ่อจะเล่านิทานเรื่องหนึ่งให้ฟัง... เป็นเรื่องของเด็กสาวคนหนึ่ง นางเป็นมนุษย์ แต่กลับพยศยิ่งกว่าสัตว์ป่าในแดนเหนือเสียอีก" อาร์โนลด์เอ่ยพลางลูบผมลูกสาว

"ท่านกำลังพูดถึงข้าชัด ๆ!" ซิ่วพึมพำพลางกรอกตา

"ชู่ว! ฟังให้จบก่อน" เขาปราม

อาร์โนลด์เอนหลังเล็กน้อย แววตาดูเหม่อลอยไปไกลราวกับกำลังเห็นภาพเหตุการณ์ในอดีตฉายซ้ำ "เด็กสาวคนนั้นดื้อรั้นเกินกว่าจะจินตนาการได้ นางรักอิสระเสียจนยอมลาออกจากกองทัพหลังจากเข้าประจำการได้เพียงปีเดียว โดยอ้างว่าระเบียบวินัยทำให้รู้สึกเหมือนถูกล่ามโซ่ นางไม่เคยฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา ไม่เคยทำตามกฎเกณฑ์ และไม่เคยค้อมหัวให้ใครนอกจากพี่ชายของนาง ชีวิตตัวเองก็นับว่าไร้ความหมาย นางมักจะเอาตัวเข้าแลกความเสี่ยงที่ไม่มีทหารสติแข็งที่ไหนเขาทำกัน สำหรับนาง สนามรบก็แค่ลานเล่นอีกแห่งที่ไว้ใช้ทดสอบขีดจำกัดของตัวเองเท่านั้น"

เขาหัวเราะขลุกขลัก "พ่อยังจำตอนที่นางไปขโมยสัตว์สงครามของท่านแม่ทัพมาเพียงเพราะอยากจะรู้ว่ามันจะวิ่งได้เร็วแค่ไหน นางเกือบจะควบมันเข้าไปในเขตแดนศัตรูอยู่แล้วเชียว ก่อนจะหักเลี้ยวกลับมาในวินาทีสุดท้ายพลางหัวเราะร่าตลอดทาง ทั้งที่มีห่ากระสุนเวทไล่หลังมาเป็นตับ"

ซิ่วยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดหน้า แก้มของนางขึ้นสีระเรื่อ "ท่านพ่อจะขุดเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกทำไมเนี่ย?"

อาร์โนลด์ไม่สนใจ และเล่าต่อ "นางทั้งมุทะลุ ไร้ความเกรงกลัว และน่าปวดหัวที่สุด นางชอบแอบเข้าไปในเทือกเขาเหมันต์เพียงลำพังเพื่อท้าสู้กับพวกเผ่าอสูรที่ตัวใหญ่กว่านางเป็นเท่าตัว เพียงเพื่อความสะใจชั่วครั้งชั่วคราว นางกลับมาพร้อมกระดูกที่หักนับครั้งไม่ถ้วน แต่รอยยิ้มไม่เคยจางหายไปจากใบหน้า นางเป็นคนมีเมตตา แต่ไม่เคยแคร์ว่าใครจะมองนางอย่างไร นางเหมือนกับพายุหมุนลูกใหญ่ที่กวาดทุกอย่างที่ขวางหน้า ไร้ผู้ควบคุม และไม่มีใครหยุดยั้งได้"

ซิ่วแอบมองลอดซอกนิ้วมือ ทั้งอับอายแต่ก็ไม่อาจหยุดฟังได้

"ไม่มีใครคาดหวังอะไรจากเด็กสาวคนนั้น แม้แต่ตัวนางเอง ผู้คนต่างซุบซิบว่านางไม่มีวันลงหลักปักฐาน ไม่มีวันรับผิดชอบอะไรได้ และไม่เคยแยแสสิ่งใดนอกจากอิสรภาพของตัวเอง แม้แต่นางเองยังเคยบอกว่าเกลียดเด็กที่สุด บอกว่าพวกเด็ก ๆ ทั้งเสียงดัง น่ารำคาญ และมีแต่ภาระ"

น้ำเสียงของอาร์โนลด์อ่อนโยนลง มือที่ลูบผมของนางหยุดชะงัก "ทว่าทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป... ในวันที่นางได้รับทารกน้อยมาไว้ในอ้อมแขน สตรีที่นางเคารพรักที่สุด... มารดาของนางเอง ได้ฝากฝังให้ดูแลทารกคนนี้เป็นคำขอสุดท้ายก่อนสิ้นใจ"

"เดี๋ยวก่อน! อย่าทำให้มันฟังดูเหมือนข้าเลี้ยงเอกอนเพียงเพราะมันเป็นหน้าที่ที่ท่านแม่ฝากไว้สิคะ" ซิ่วขัดขึ้นทันควัน น้ำเสียงจริงจัง "ท่านก็รู้ว่าข้าไม่เคยสนเรื่องหน้าที่ ดังนั้นข้าก็ไม่สนหน้าที่นี้เหมือนกัน ข้าเลี้ยงเขาเพราะข้าอยากเลี้ยง และเพราะข้ารักเขา ไม่มีเหตุผลอื่น"

"พ่อรู้จ้ะ ยัยเด็กโง่" อาร์โนลด์ส่ายหัวพร้อมรอยยิ้มเอ็นดู "แต่มันก็คือเรื่องจริงที่ว่า เด็กสาวที่ไม่เคยยอมให้ใครหรือสิ่งใดมาผูกมัด กลับยอมผูกมัดตัวเองด้วยความเต็มใจ... เพื่อเขา นางที่เคยใช้ชีวิตอย่างทิ้งขว้าง กลับเริ่มเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ นางยอมเปลี่ยนวิถีชีวิตที่มุทะลุของตัวเอง ทั้งหมดก็เพื่อเด็กที่นางเลือกจะเลี้ยงดูราวกับเป็นลูกในไส้... บอกพ่อที คนแบบนั้นจะเป็นแม่ที่แย่ได้อย่างไร?"

ซิ่วไม่ตอบคำถามนั้น ไม่ใช่ว่านางไม่เข้าใจสิ่งที่บิดาจะสื่อ แต่นางยังไม่อาจสลัดความรู้สึกผิดลึก ๆ ที่ว่าตนเองยังทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ ความรู้ความฉลาดเกินวัยของเอกอนนั้น สำหรับนางแล้ว มันคือหลักฐานที่คอยตอกย้ำถึงความล้มเหลวของตนเอง

นั่นคือเหตุผลที่นางพยายามวิ่งวุ่นทำทุกอย่างเพื่อเขา นางอยากเป็นส่วนหนึ่งในทุกช่วงเวลาของวัยเด็กของเขา และอยากมั่นใจว่าเขาจะไม่มีวันรู้สึกโดดเดี่ยวแม้เพียงเสี้ยววินาที

จบตอนแล้วนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ หลังจากนี้จะพยายามอัพให้ได้ทุก ๆ วันนะครับ

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox

https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr

จบบทที่ บทที่ 10 ความล้มเหลวในฐานะมารดา?

คัดลอกลิงก์แล้ว