เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 การผสานจิต

บทที่ 4 การผสานจิต

บทที่ 4 การผสานจิต


ฉู่เหอส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน "โม่ไป๋เป็นคู่หมั้นของฉัน ไม่ใช่อาวุธ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา"

คุณหมอหนุ่มเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ "เมื่อก่อนคุณเห็นคู่หมั้นที่เหลืออีกสามคนเป็นแค่ขยะไม่ใช่เหรอ ทำไมจู่ๆ ถึงเปลี่ยนใจล่ะ"

เธอไม่ได้เปลี่ยนใจสักหน่อย เธอก็แค่แพะรับบาปต่างหาก

ฉู่เหอรู้สึกหดหู่ใจเล็กน้อย "ไม่ต้องห่วงหรอกน่า"

"ไม่ได้หรอก"

คุณหมอมองเธอด้วยแววตาซับซ้อนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบบัตรประจำตัวออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ในช่องชื่อระบุชัดเจนว่า 'หลี่โยวน์'

"ผมเป็นอาของโม่ไป๋" เขายกมือขึ้นเสยผมที่ยุ่งเหยิงให้พ้นหน้าผาก "ถ้าเมื่อกี้คุณตอบผิด รู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น"

ฉู่เหอ "..."

นี่มันคำขู่ซึ่งๆ หน้าชัดๆ

หลี่โยวน์ขยี้ผมที่ยุ่งอยู่แล้วให้ยุ่งเข้าไปอีก "น่าเสียดาย ผมเกือบจะทำให้อัยการซ่งตัดสินโทษคุณได้แล้วเชียว กะว่าจะยื่นเรื่องขอตัวคุณมาผ่าตัดทดลองสักหน่อย"

เขาเห็นเธอเป็นตัวอะไรกันแน่? ฉู่เหอแอบบังคับเถาวัลย์ฟาดเขาเงียบๆ ไปทีหนึ่ง

อัยการซ่งเวอริทัสสังเกตเห็นเถาวัลย์ที่ห้อยอยู่ข้างเตียงด้านหลังเธอขยับไหวๆ สองครั้ง เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยขณะมองใบหน้าอ่อนเยาว์และใสซื่อของเธอ

หลี่โยวน์เปิดประตูห้องผู้ป่วยเพื่อส่งแขก "การผสานจิตกับเซนติเนลระดับ S ต้องใช้เวลา ผมจะตรวจร่างกายโม่ไป๋อย่างละเอียดก่อน แล้วจะให้เขาไปหาคุณเพื่อให้ช่วยชี้แนะ"

ฉู่เหอดึงเถาวัลย์สีเขียวออกจากตัวหลี่โม่ไป๋ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจนัก ก่อนจะเดินตามอัยการซ่งออกจากแผนกการแพทย์

"เอาล่ะ เลิกแกล้งหลับได้แล้ว พวกเขาไปกันหมดแล้ว"

หลี่โยวน์ยืนอยู่ข้างเตียงคนไข้

หลี่โม่ไป๋ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ก่อนจะยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า สายตาของเขายังดูเลื่อนลอยเล็กน้อย

"กลิ่นอายพลังจิตของเธอเปลี่ยนไปครับคุณอา คุณอาเคยบอกว่าร่างภูตคือสิ่งที่ใกล้ชิดกับจิตวิญญาณของคนคนนั้นมากที่สุด ถ้าอย่างนั้น... ตอนนี้เธอเป็นใครกัน?"

แม้แต่น้ำเสียงของเขาก็ยังฟังดูอ่อนโยน

หลี่โยวน์พาเขาเดินไปที่เครื่องตรวจร่างกาย "ใครจะไปรู้ล่ะ"

"ลูกชายของประธานกิลด์ก็น่าจะถูกผมฆ่าตายไปแล้วเหมือนกัน" หลี่โม่ไป๋เสริมขึ้นมา

"เธอติดค้างเราอยู่" หลี่โยวน์ตบไหล่หลานชายเบาๆ "ไม่ต้องกังวลไปหรอก"

...

อัยการซ่งพาฉู่เหอเข้าไปในห้องขังเดี่ยว เขาปลดกุญแจมือออกแต่กลับสวมปลอกคอให้เธอแทน อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ทำการสอบสวนใดๆ

ฉู่เหอรู้สึกไม่มั่นใจจึงร้องเรียกเขาไว้ "ในห้องมีกล้องวงจรปิดนะคะ มันสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นเพราะผลึกนั่นที่ทำให้ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้"

และมันมีมากกว่าหนึ่งชิ้นด้วย

ดูเหมือนว่าเจ้าของร่างเดิมเองก็ขี้ระแวงและขาดความมั่นใจอยู่มาก นอกจากพื้นที่ส่วนตัวอย่างห้องนอนแล้ว บริเวณอื่นๆ ล้วนติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้

"ไม่จำเป็น"

อัยการซ่งปรายตามองเธอแวบหนึ่งก่อนจะปิดประตู เสียงรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นเป็นจังหวะดังห่างออกไปเรื่อยๆ ตามทางเดิน

ฉู่เหอ "..."

เธอยิ่งไม่อยากฝากชีวิตไว้กับการตัดสินของคนพวกนี้เข้าไปใหญ่

เธอคลำหาปุ่มกลไกบนแหวนตามความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ใต้อัญมณีมรกตเม็ดงามมีชิปเก็บข้อมูลขนาดจิ๋วซ่อนอยู่

เมื่อมีหลักประกันความปลอดภัยอยู่ในมือ ฉู่เหอจึงค่อยมีกะจิตกะใจสำรวจห้องพัก

หอคอยขาวช่างใจดีกับไกด์สายรักษาจริงๆ แม้แต่ห้องขังเดี่ยวก็ยังเป็นห้องพักแบบหนึ่งห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัว

เธอรีบอาบน้ำลวกๆ ก่อนจะขดตัวนอนที่มุมเตียงด้วยความปวดท้องและหลับไปตลอดทั้งคืน

เช้าวันต่อมา เวลาประมาณเก้าโมง ประตูห้องขังเดี่ยวก็ถูกเปิดออก

ผู้การหลี่เซียวเดินมายืนที่หน้าประตู เขจ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่งด้วยสายตาที่อ่านยาก ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบเผยให้เห็นเซนติเนลผมบลอนด์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง

เขาหาผู้ชายคนอื่นมาให้คู่หมั้นตัวเองจริงๆ ด้วย

"สวัสดีครับ ผมชื่อเวย์น เป็นหัวหน้ากองพันรบภาคพื้นดินหน่วยที่สอง ส่วนโม่ไป๋เป็นรองหัวหน้าหน่วยของผมครับ"

เซนติเนลหนุ่มผมบลอนด์มีใบหน้าหล่อเหลาและดูสุภาพอ่อนโยน ท่าทางคุยง่าย

"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อฉู่เหอ"

หลังจากทักทายเสร็จ ฉู่เหอก็มองผ่านไหล่เขาไปยังผู้การหลี่เซียวที่ยังคงยืนพิงประตูอยู่ แล้วเอ่ยขึ้นว่า "รบกวนช่วยปิดประตูให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ..."

ยังพูดไม่ทันจบประโยค เธอก็รู้สึกถึงสัมผัสเปียกชื้นที่น่องจนต้องรีบถอยหลังหนี

เมื่อก้มลงมอง ก็เห็นสุนัขพันธุ์เยอรมันเชเพิร์ดขนสีทองแซมดำกำลังแลบลิ้นแฮ่ๆ ดวงตาฉ่ำน้ำจ้องมองมาที่เธอ หางของมันกระดิกไปมาอย่างบ้าคลั่ง

"ทำให้ตกใจเหรอครับ? ขอโทษด้วยครับ"

เวย์นรีบเอาตัวมาบังเจ้าสุนัขเยอรมันเชเพิร์ดไว้อย่างเก้ๆ กังๆ พร้อมอธิบาย "นี่คือร่างภูตของผมครับ ปกติมันไม่กัดคน สงสัยคงไม่ค่อยได้เจอไกด์ พอเห็นคุณเลยตื่นเต้นไปหน่อย"

"ไม่เป็นไรค่ะ" ฉู่เหอชอบของนุ่มนิ่มฟูฟ่องเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงอดถามไม่ได้ว่า "ขอลูบได้ไหมคะ"

รอยยิ้มอ่อนโยนของเวย์นชะงักไปเล็กน้อย เขาหันกลับไปมองผู้การหลี่เซียว

ผู้การหลี่เซียวกระแทกประตูปิดเสียงดังปังแล้วเดินจากไปทันที

เมื่อเห็นว่าฉู่เหอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสนใจด้วยซ้ำ เวย์นจึงพยักหน้าเบาๆ "เป็นเกียรติของมันที่คุณชอบครับ คุณหนูไกด์"

"เรียกฉันว่าฉู่เหอเถอะค่ะ"

ฉู่เหอประคองหน้าเจ้าหมาน้อย ขยี้หูมันเบาๆ แล้วก้มหน้าลงไปซุกไซ้สูดดมความหอมของขนสุนัขอย่างเพลิดเพลิน

หางของเจ้าเยอรมันเชเพิร์ดส่ายไปมาเร็วเสียจนมองเห็นเป็นภาพเบลอ มันอยากจะกระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของเธอใจจะขาด แต่เพราะยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้านาย จึงได้แต่ส่งเสียงครางงึดๆ อยู่กับที่

ท่าทางน่าสงสารเหลือเกิน

ช่างเป็นสุนัขที่แสนรู้จริงๆ

ในที่สุดฉู่เหอก็ลูบแผ่นหลังที่โค้งมนและแข็งแกร่งของมันสองสามที ความรู้สึกกังวลและหงุดหงิดค่อยๆ จางหายไป "เอาล่ะ ไม่แกล้งแกแล้ว"

เธอลุกขึ้นยืน แต่เมื่อหันกลับไปมองเวย์นอีกครั้ง ก็พบว่าสีหน้าของเขาดูแปลกไป เส้นผมสีทองที่ปรกหน้าผากดูชื้นเหงื่อ

"เป็นอะไรไปคะคุณแคลร์? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า"

"เวย์น... เรียกผมว่าเวย์นเถอะครับ"

เวย์นยกมือกำหมัดหลวมๆ ปิดริมฝีปาก พยายามกลืนน้ำลายลงคอเพื่อข่มเสียงหอบหายใจที่เริ่มควบคุมไม่อยู่ เขามองมาที่เธอแล้วเอ่ยว่า "ร่างภูตมีความรู้สึกเชื่อมโยงกับร่างต้นครับ เพราะงั้น..."

ฉู่เหอ "หืม?"

หมายความว่า... ตอนที่เธอสัมผัสร่างภูตของเขาที่เป็นสุนัข ก็เท่ากับว่าเธอกำลังสัมผัสตัวเขาอยู่เหรอ?

"ขอโทษทีค่ะ! ตอนที่ไม่ได้ใช้พลังจิต เถาวัลย์ของฉันจะไม่ได้เชื่อมความรู้สึกกับตัวฉัน ฉันเลยไม่รู้ว่าสถานการณ์ของคุณต่างออกไป ขอโทษจริงๆ นะคะ!"

"ไม่ครับ ผม... มันชอบมาก เป็นผมเองที่เสียมารยาท"

เวย์นเก็บร่างภูตกลับคืน พยายามปรับอารมณ์ให้กลับมาสุขุมอ่อนโยนดังเดิม "เรื่องการผสานจิต ถ้าคุณต้องการให้ผู้การหลี่เซียวมาแทน เดี๋ยวผมไปตามเขาให้ครับ"

"...ก็แค่ช่วยชีวิตโม่ไป๋ เหมือนทำงานนั่นแหละค่ะ ใครก็ได้ทั้งนั้น"

ฉู่เหอพูดประโยคนี้ไม่ใช่เพื่อบอกเวย์น แต่เพื่อเป็นการเตรียมใจให้ตัวเองมากกว่า

เวย์นยิ้มบางๆ อย่างอ่อนโยนพลางตอบรับ "ผมเข้าใจครับ"

จากความรู้ที่มีอยู่น้อยนิดของเจ้าของร่างเดิม ฉู่เหอพอจะสรุปได้ว่า ในระหว่างการชำระล้างขั้นสูง ตราบใดที่ระดับของไกด์สูงกว่าหรือเท่ากับระดับของเซนติเนล ไกด์จะเป็นฝ่ายคุมเกม

แต่หากใช้วิธีการ 'ผสานจิต' สิทธิ์ในการนำจะตกไปอยู่ในมือของเซนติเนล

เธอหันหน้าหนีเล็กน้อยแล้วกระซิบเสียงเบา "ฉันไม่เคยทำพันธสัญญาผสานจิตมาก่อน อาจจะทำได้ไม่ดีนักนะคะ"

เมื่อสามเดือนก่อน เจ้าของร่างเดิมเป็นไกด์สายโจมตีระดับ S ที่หยิ่งยโส แม้แต่การชำระล้างขั้นสูงให้คนอื่นเธอยังไม่อยากทำ นับประสาอะไรกับการผสานจิต

แต่เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ นี้ไว้ เธอต้องทุ่มสุดตัว!

เวย์นชะงักไปครู่ใหญ่ เขามองเสี้ยวหน้าขาวผ่องงดงามของเธอ สายตาไล่ไปหยุดอยู่ที่ติ่งหูเล็กๆ ที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ

ผ่านไปครู่หนึ่ง ฝ่ามือหนาก็วางลงบนศีรษะของฉู่เหออย่างแผ่วเบา เขาลูบผมเธอเพื่อปลอบโยนแล้วเอ่ยว่า

"ถึงผมจะไม่มีประสบการณ์ในการปรนนิบัติไกด์มาก่อนเหมือนกัน แต่ผมจะทำอย่างเบามือนะครับ ตกลงไหม?"

ฉู่เหอพยักหน้า

เวย์นช้อนตัวอุ้มเธอขึ้น แล้วเดินตรงไปที่โซฟา

จบบทที่ บทที่ 4 การผสานจิต

คัดลอกลิงก์แล้ว