เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ร่างกายฉันรักคุณก่อนที่หัวใจจะรักซะอีก

บทที่ 16 ร่างกายฉันรักคุณก่อนที่หัวใจจะรักซะอีก

บทที่ 16 ร่างกายฉันรักคุณก่อนที่หัวใจจะรักซะอีก


บทที่ 16 ร่างกายฉันรักคุณก่อนที่หัวใจจะรักซะอีก

"คุณย่าท่านคง..."

เฉิงเย่สัมผัสได้ถึงความกังวลในน้ำเสียงของเฉียวหร่าน เขายิ้มปลอบ "ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ย่าไม่เป็นไรหรอก"

เมื่อวานตอนที่ไม่มีใครรับสาย เขาก็กระวนกระวายทั้งวันเหมือนกัน

แต่พอวันนี้เขาบอกว่าจะกลับไปเยี่ยมย่า คนที่บ้านก็ไม่มีใครทักท้วงหรือมีท่าทีผิดปกติอะไร

อีกอย่าง ถ้าต้าหวงยังอยู่ ย่าก็ต้องอยู่

ทำไมน่ะเหรอ? เพราะถ้าย่าไม่อยู่แล้ว เขาต้องรับต้าหวงไปเลี้ยงแน่นอน

การทิ้งหมาไว้ที่นั่น ก็เพื่อให้อยู่เป็นเพื่อนย่าไงล่ะ

"ย่าผมแข็งแรงจะตาย ไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วย ปีนี้แกจะอายุครบแปดสิบแล้ว เมื่อวานซืนผมเพิ่งคุยกับแก แกยังบอกอยู่เลยว่าจะจัดงานวันเกิดใหญ่ เลี้ยงโต๊ะจีนคนทั้งหมู่บ้าน เดี๋ยวนี้ผมมีเงินแล้ว ผมจะเหมาโรงแรมจัดงานให้แกเลย พอครบแปดสิบ ก็เก้าสิบ แล้วก็ร้อยปี ถ้าย่าอายุร้อยปีเมื่อไหร่ คนคงแห่กันมาทั้งตำบล หมู่บ้านเราคนอายุยืนเยอะ แต่คนที่อยู่ถึงร้อยปีมีแค่สามคน หวังว่าย่าจะเป็นคนที่สี่นะ"

"ไม่รู้ว่าห้าปีมานี้ หมู่บ้านจะเปลี่ยนไปแค่ไหน คนเฒ่าคนแก่ที่รู้จักยังอยู่กันครบไหมนะ"

แสงไฟเหนือศีรษะส่องลงมากระทบใบหน้าเฉิงเย่ เกิดเป็นแสงนวลตา ทำให้ภาพของเขาดูนุ่มนวลราวกับภาพถ่ายสีซีดจางที่อัดแน่นไปด้วยความทรงจำ

เฉียวหร่านนั่งฟังเขาเล่าเรื่องบ้านมุงกระเบื้องที่เขาเคยอยู่ เรื่องหลังคารั่วทุกหน้าฝน

เรื่องหมาเหลืองตัวใหญ่ที่เขาเลี้ยงไว้จับหนู

เรื่องต้นปีแป๋ที่หน้าประตูรั้ว เรื่องชิงช้าที่เขากับย่าช่วยกันทำ

"ตอนเด็กๆ ผมชอบไปขุดปลาไหลในนา บางทีก็ดักปลาไหลได้ แต่บางทีก็ดึงงูขึ้นมาแทน"

"ดวงจันทร์สมัยนั้นทั้งดวงใหญ่ ทั้งกลม ทั้งสว่าง แทบไม่ต้องใช้ไฟฉายเลย หิ่งห้อยตามกอหญ้าก็เยอะแยะไปหมด"

"ย่าเลี้ยงแพะด้วย ผมชอบเอาแพะไปปล่อยกินหญ้าแล้วนั่งอ่านหนังสือ เงยหน้ามาอีกที แพะหายไปหมดฝูง"

"แล้วหาเจอไหม?" เฉียวหร่านถาม

เฉิงเย่ยิ้มมุมปาก "เจอครับ... ไปเดินเล็มหญ้าอยู่ข้างถนนโน่น"

ชีวิตในชนบทลำบาก ในความทรงจำของเขา ย่าทำงานไม่เคยหยุดหย่อน ตื่นตั้งแต่ไก่โห่มาหั่นผักเลี้ยงหมู หมูห้าตัวที่แกเลี้ยง อ้วนท้วนสมบูรณ์ขาวผ่องทุกตัว

นอกจากหมู ยังมีไก่ เป็ด ห่าน แพะ กระต่าย... อะไรที่ผ่านมือย่า โตวันโตคืนหมด รวมทั้งตัวเขาด้วย

"ช่วงนี้ปีแป๋ที่บ้านน่าจะสุกพอดี เดี๋ยวไปถึงผมจะปีนเก็บให้ คุณคอยถือตะกร้ารับอยู่ข้างล่างนะ"

"ต้องปีนด้วยเหรอ?"

"ครับ ต้นนี้ปลูกตั้งแต่ผมอยู่ประถม ห้าปีก่อนมันก็ต้นใหญ่มากแล้ว ตอนนี้น่าจะกลายเป็นต้นไม้ดึกดำบรรพ์ไปแล้วมั้ง" เขาทำมือประกอบท่าทางให้เห็นภาพ

เขาเล่าจนเห็นภาพเป็นฉากๆ สายตาของเฉียวหร่านมองตามนิ้วมือเขา แล้วเลื่อนไปหยุดที่ใบหน้า จินตนาการถึงภาพเด็กชายเฉิงเย่วิ่งเล่นในทุ่งนา วิ่งจนเติบใหญ่กลายเป็นชายหนุ่มตรงหน้า

เฉียวหร่านไม่เคยเจอย่าเฉิงเย่ ภาพจำเดียวที่มีคือรูปถ่ายเก่าๆ สีซีดจางไม่กี่ใบ

ตอนเด็กๆ เฉียวหร่านเคยไปอยู่กับปู่ย่าตายายช่วงสั้นๆ คุณตาเคยเป็นครูใหญ่ จึงเจ้าระเบียบและเข้มงวดมาก ดุกับคนในบ้านยิ่งกว่าดุนักเรียนเสียอีก

อยู่ต่อหน้าตา เธอต้องทำตัวอยู่ในกรอบระเบียบเป๊ะๆ วัยเด็กของเธอถูกก่อร่างสร้างตัวด้วยกองหนังสือ ไม่มีของเล่น ไม่มีเพื่อน

พอได้ฟังเรื่องราวของเฉิงเย่ เธอจึงรู้สึกโหยหา... อยากลองปีนเขา จับหิ่งห้อย เลี้ยงแพะดูบ้างจัง

"อี้อี้เหมือนคุณมากเลยนะ" เธอเอ่ย "ทั้งร่าเริง มองโลกในแง่ดี เข้มแข็ง แล้วก็รักเดียวใจเดียว... ฉันไม่เคยเจอเด็กคนไหนน่ารักเท่านี้มาก่อนเลย"

"คุณเคยเจอแล้วครับ" เฉิงเย่พูดเสียงจริงจัง

"ใครเหรอ?"

"คุณไง" เขาอยู่ห่างเพียงคืบ ส่งยิ้มละมุนผ่านทางสายตา

เฉียวหร่านสบตาเขาค้างอยู่สองวินาที ประกายตาวิบวับของเขาแทบจะหลอมละลายเธอ เธอรีบหลุบตาลง "เมื่อคืนหลับสบายไหม?"

พอพูดถึงเมื่อคืน ภาพความฝันนั้นก็ผุดขึ้นมาอีกจนได้ เฉิงเย่กลืนน้ำลาย "สบายครับ... หลับยาวถึงเช้าเลย"

"ฉันเป็นคนนอนดิ้นน่ะ" เฉียวหร่านแก้ตัว "เวลาอยู่คนเดียวฉันชอบกอดหมอนข้าง ไม่คิดว่าจะเผลอไปกอดคุณแทน..." ยิ่งอธิบายยิ่งเข้าตัว สุดท้ายเธอก็เริ่มงงตัวเอง ความรู้สึกตีกันยุ่งเหยิงไปหมด

ไม่ว่าจะตอนอยู่บนรถเมื่อวาน หรือตอนอยู่บนเตียงเมื่อคืน ร่างกายเธอมันฟ้องว่าต้องการเฉิงเย่มากกว่าที่เธอคิดเสียอีก

เธอเคยอ่านประโยคหนึ่ง: ร่างกายของฉันจดจำคุณได้ก่อนที่หัวใจจะรู้สึกเสียอีก แม้ความทรงจำจะหายไป แต่ฉันก็ยังรักคุณ

เธอไม่รู้ว่าความ "ชอบ" ที่มีต่อเฉิงเย่มันลึกซึ้งแค่ไหน รู้แต่ว่าเธอไม่รังเกียจอ้อมกอดของเขา เธอแอบชำเลืองมองเขาขายาว แขนยาว อะไรๆ ก็ยาวไปหมด...

เธอรีบตัดบทความคิดตัวเอง "เดี๋ยวลงเครื่องแล้ว อย่าลืมซื้อมีดโกนหนวดด้วยนะ"

"รับทราบครับ" เขาจำขึ้นใจแล้ว พลางสงสัยว่าไอ้ที่โกนหนวดที่เขาใช้เมื่อเช้า ตกลงมันเอาไว้ทำอะไรกันแน่

เฉิงเย่เหลือบมองแขนขาวเนียนไร้ขนของเฉียวหร่าน แล้วก้มมองขนแขนตัวเอง... หรือเธอเอาไว้โกนขนตัวเอง?

ไหนๆ เธอก็พูดเรื่องมีดโกนแล้ว เขาเลยถือโอกาสพูดเรื่องประตูห้องน้ำซะเลย

"คุณรู้หรือเปล่าว่าประตูห้องน้ำในห้องนอนเป็นกระจก?"

เฉียวหร่านย้อนถาม "คุณรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"

เฉิงเย่โกหกหน้าตาย "เมื่อเช้าครับ ตอนไปหยิบกระเป๋าเดินทาง"

เธอก็โกหกเหมือนกัน "ฉันก็เพิ่งรู้ตอนล้างหน้านี่แหละ"

"เราจะเปลี่ยนประตูไหมครับ?" ปล่อยไว้แบบนี้ เดี๋ยวได้มีเรื่องยุ่งยากตามมาแน่

"ไว้กลับไปค่อยว่ากัน ถ้าจู่ๆ เปลี่ยนเลย พ่อแม่คุณจะสงสัยเอาได้"

ใช้เวลาบินแค่ชั่วโมงเดียวก็ถึง หลังลงเครื่อง เฉิงเย่แวะซื้อเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตแถวนั้น

ยังต้องนั่งรถต่ออีกชั่วโมงกว่า แม้จะใจร้อนอยากกลับบ้านแค่ไหน แต่เขาก็ยอมแวะทานข้าวกลางวันก่อนเพราะเห็นแก่เฉียวหร่าน

ระหว่างทานข้าว มีสายเข้าจากร้านดอกไม้

"คุณเฉิงคะ?"

"พนักงานส่งดอกไม้บอกว่าวันนี้ภรรยาของคุณไม่ได้เข้าออฟฟิศ จะให้ส่งดอกไม้ไปไหมคะ?"

เขาเปิดลำโพงอยู่ เฉียวหร่านเลยได้ยินทุกคำ

เฉิงเย่กระพริบตาปริบๆ ไม่นึกว่าเฉิงเย่วัยสามสิบเอ็ดจะโรแมนติกขนาดนี้ ส่งดอกไม้ให้เมียทุกวันเลยเรอะ

"ไหนๆ ก็ไปส่งแล้ว ฝากไว้ที่ประชาสัมพันธ์ก็ได้ครับ"

"ได้ค่ะ"

วางสายแล้ว เฉียวหร่านก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาเลือกดอกไม้อะไรให้เธอ

"ดอกอะไรเหรอ?"

"ร้านส่งรูปมาให้ดู เดี๋ยวผมเช็กแป๊บ" เขาเปิดดูประวัติแชท: ส่งดอกไม้แทบทุกวันตลอดสามปี...

จบบท

จบบทที่ บทที่ 16 ร่างกายฉันรักคุณก่อนที่หัวใจจะรักซะอีก

คัดลอกลิงก์แล้ว