- หน้าแรก
- ร้านสัตว์เลี้ยงของเซียนฝึกอสูร
- ตอนที่ 36 : เข้าฝันสำเร็จ
ตอนที่ 36 : เข้าฝันสำเร็จ
ตอนที่ 36 : เข้าฝันสำเร็จ
ตอนที่ 36 : เข้าฝันสำเร็จ
สิบนาทีต่อมา
"ธูป" สีม่วงเข้ม ยาวแค่นิ้วก้อย หนาบ้างบางบ้าง ดูเหมือนบุหรี่มวนเองเกรดต่ำ ปรากฏขึ้นในมือจี้หราน
แม้หน้าตาจะขี้ริ้วขี้เหร่ แต่กลิ่นหอมเย็นจางๆ นั้นก็ทำให้จี้หรานรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าแล้ว
"หวังว่าจะได้ผลนะ"
จี้หรานถือ "ธูปนำฝัน" ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้ เดินไปที่กรงหมาข้างล่าง
ในร้านเปิดเพียงโคมไฟตั้งโต๊ะสีเหลืองนวล
ในกรง อาการของ "พราน" โกลเด้นแก่ดูไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด
ลมหายใจแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน เหลือเพียงดวงตาที่แม้จะปรือลงครึ่งหนึ่ง แต่ก็ยังฉายแววดื้อรั้นที่ไม่ยอมดับมอด
"เพื่อนยาก ขอโทษที่ให้รอนานนะ"
จี้หรานเปิดกรง ลูบขนแห้งกรังของมันเบาๆ "หลับซะ ในความฝัน แกจะได้เจอคนที่แกตามหา และได้ยินคำที่แกอยากฟัง"
เขาหาถ้วยสแตนเลสใบเล็กที่ปกติใช้ใส่อาหารแมวมาวาง ปักธูปสีม่วงลงไปตรงกลาง
แกร๊ก
เปลวไฟสีส้มสว่างวาบจากไฟแช็ก
จี้หรานยื่นเข้าไปจุด
หนึ่งวินาที สองวินาที สามวินาที... คิ้วของจี้หรานค่อยๆ ขมวดมุ่น
ตามเหตุผลแล้ว นี่เป็นแค่ใบไม้แห้งผสมกับโกฐจุฬาลัมพาที่ติดไฟง่ายสุดๆ น่าจะลุกพรึ่บตั้งแต่โดนไฟแล้ว
แต่ตอนนี้ เปลวไฟเลียยอดธูปอย่างตะกละตะกลาม แต่ธูปสีม่วงกลับนิ่งสนิท!
อย่าว่าแต่ติดไฟเลย แม้แต่รอยไหม้ดำๆ ก็ไม่มี ราวกับเปลวไฟร้อนระอุเป็นแค่สายลมพัดผ่าน
"จุดไม่ติด?"
จี้หรานไม่เชื่อ ลองจุดอีกหลายรอบ เร่งไฟแช็กจนสุดจนมือร้อน แต่ธูปก็ยังคงเย็นชา ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่มีควันลอยออกมาสักนิด
"มีอะไรผิดปกติ..."
จี้หรานเก็บไฟแช็ก จ้องมองธูปจอมดื้อนี้อย่างครุ่นคิด
"เถาวัลย์คืนฝันสู่ปรภพนี่ ยังไงก็ไม่ใช่พืชธรรมดาบนโลก กฎฟิสิกส์คงใช้กับมันไม่ได้"
เขาเผลอแตะกระเป๋า ปลายนิ้วสัมผัสกับหินวิญญาณอุ่นๆ
ประกายความคิดแล่นผ่านสมองจี้หราน
"ของสิ่งนี้งอกเพราะน้ำวิญญาณ โตเต็มที่เพราะฉันอัดปราณวิญญาณเข้าไป... ตั้งแต่ต้นจนจบ มันกิน 'ปราณวิญญาณ' ซึ่งเป็นพลังงานระดับสูง"
จี้หรานมองไฟแช็กในมือ แล้วมองหินวิญญาณ พึมพำกับตัวเอง:
"ในเมื่อใช้พลังวิญญาณเร่งโต ตอนจุดก็ต้องใช้พลังวิญญาณด้วยหรือเปล่า?"
เปลวไฟบิวเทนธรรมดาเป็นแค่ปฏิกิริยาเคมี ระดับพลังงานไม่สูงพอจะเจาะเกราะป้องกันผิวของพืชวิญญาณนี้ได้ อย่าว่าแต่จะกระตุ้นสรรพคุณยาข้างในเลย
ต้องอัปเกรดไฟ
ตาจี้หรานลุกวาว รู้สึกว่าข้อสันนิษฐานนี้เข้าท่ามาก
เขาหลับตาอีกครั้ง กำหินวิญญาณแน่น และดึงพลังงานภายในออกมา
แต่คราวนี้ เขาไม่ได้อัดปราณวิญญาณใส่วัตถุ แต่พยายามทำตามเทคนิค "ควบคุมไฟ" จากวิชาปรุงยา ค่อยๆ นำทางปราณวิญญาณไปที่หัวฉีดไฟแช็ก
"ลองใช้ปราณวิญญาณเป็นเชื้อเพลิงดู"
แกร๊ก
กดสวิตช์อีกครั้ง
วินาทีที่เปลวไฟสีส้มพุ่งออกมา มันปะทะเข้ากับปราณวิญญาณที่ถูกนำทางมาอย่างพอดิบพอดี
ฟู่—
เปลวไฟไม่ได้ใหญ่ขึ้น แต่กลับหดตัวลงอย่างน่าประหลาด สีเปลี่ยนจากส้มเป็นสีขาวซีดโปร่งแสงทันที
อุณหภูมิรอบๆ ไม่ได้สูงขึ้น ตรงกันข้าม จี้หรานกลับรู้สึกเย็นวาบที่มือข้างที่ถือไฟแช็ก
"ได้ผลจริงๆ!"
จี้หรานดีใจ ถือ "ไฟวิญญาณ" ที่ได้รับการเสริมพลังนี้เข้าไปใกล้ธูปอีกครั้ง
คราวนี้
ซู่...
เสียงแผ่วเบาเหมือนน้ำแข็งละลายดังขึ้น
ยอดธูปที่เมื่อกี้ยังคงกระพัน ในที่สุดก็สว่างวาบขึ้นเป็นจุดแสงสีม่วงเท่าปลายเข็ม
ทันใดนั้น ควันสีม่วงเส้นเล็กเท่าเส้นด้ายแต่เข้มข้นไม่แตกซ่านก็ค่อยๆ ลอยขึ้นมา
ควันไม่ได้กระจายออก แต่ราวกับมีชีวิต มันวนเวียนในอากาศรอบหนึ่ง แล้วแยกออกเป็นสองสาย
สายหนึ่งลอยเข้าไปในรูจมูกของโกลเด้นแก่อย่างแผ่วเบา
พรานที่ยังหอบหายใจอยู่ จู่ๆ ก็เกร็งตัว แล้วก็อ่อนยวบลงทันที
เปลือกตาปิดลง ลมหายใจที่ถี่กระชั้นเปลี่ยนเป็นยาวและมั่นคง ราวกับตกอยู่ในห้วงความฝันลึกซึ้งในพริบตา
ควันอีกสายเปลี่ยนรูปร่างไปมาในอากาศ ก่อนจะค่อยๆ ลอยมาที่หน้าผากของจี้หราน
จี้หรานไม่หลบ
เขานั่งบนเก้าอี้ตัวเล็ก จ้องมองควันสายนั้น แล้วสูดหายใจลึก
ตูม—
ไม่มีเสียงดังสนั่น แต่จี้หรานรู้สึกเหมือนมีอะไรระเบิดขึ้นในหัว
ทุกสิ่งรอบตัว—โคมไฟสีเหลืองนวล กรงเหล็กเย็นเฉียบ ร้านที่คุ้นเคย—เริ่มบิดเบี้ยวและยืดออกในวินาทีนั้น จางหายและพังทลายลงอย่างรวดเร็วเหมือนภาพสีน้ำมันที่โดนน้ำสาด
ความรู้สึกไร้น้ำหนักถาโถมเข้ามา เหมือนเขากำลังร่วงหล่นจากที่สูงอย่างรวดเร็ว
จากนั้น เศษเสี้ยวแสงและเงาทั้งหลายก็พุ่งเข้ามาหาเขา!
ภาพนับไม่ถ้วนฉายผ่านไปด้วยความเร็วสูง เร็วซะจนมองเนื้อหาไม่ชัด
เหมือนฟิล์มหนังที่หมุนติ้วก่อนฉาย หรือหน้าหนังสือการ์ตูนที่ถูกพลิกรัวๆ ในฉากเปิดของหนังมาร์เวล
ภาพถ่ายเก่าเหลือง ฝุ่นทรายตลบฟ้า เสียงเห่ากรรโชก ร่างคนเลือนราง เลือดสีแดงฉาน... เศษเสี้ยวที่ยุ่งเหยิงแต่อัดแน่นด้วยอารมณ์ กลายเป็นกระแสข้อมูลมหาศาล กระโดดและรวมตัวกันใหม่อย่างบ้าคลั่งบนจอประสาทตาของจี้หราน
เสียงลมดังเข้าหู—เสียงลมหวีดหวิวปนกับเสียงตะโกนและคำรามที่แยกไม่ออก ดังมาจากห้วงลึกของกาลเวลาและอวกาศอันไกลโพ้น
เมื่อสติของจี้หรานกลับคืนมา เขารู้สึกเพียงความมืดมิดที่น่าอึดอัดรอบตัว หนาทึบจนไม่จางหาย
"แค่ก... แค่ก แค่ก..."
กลิ่นฉุนกึกพุ่งเข้าจมูก
กลิ่นฝุ่นปูน กลิ่นสนิม และกลิ่นคาวเลือดชวนคลื่นไส้ผสมปนเปกัน
จี้หรานอยากจะเอามือปิดจมูกโดยสัญชาตญาณ แต่กลับพบว่าเขาควบคุมมือไม่ได้เลย
ความรู้สึกแปลกประหลาด เหมือนเป็นวิญญาณสิงร่างคนอื่น เขาถึงกับรับรู้จังหวะการเต้นของหัวใจและความตึงเครียดของกล้ามเนื้อทุกมัดในร่างนี้ได้อย่างชัดเจน แต่สั่งการไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
มุมมองของเขาต่ำมาก แนบชิดกับพื้นเย็นเฉียบ สายตาขยับขึ้นลงเล็กน้อยตามจังหวะหายใจของร่างนี้
【สามพันความฝัน ดวงจิตออกจากร่าง เจ้าสำนักใช้อำนาจแห่งการคืนฝันสู่ปรภพ ฝากวิญญาณไว้ในทะเลแห่งจิตของสัตว์วิญญาณ เพื่อสัมผัสกรงกรรมและอุปสรรคที่ถูกปิดผนึกไว้นั้นอีกครั้ง】
【หมายเหตุ : นี่คือวิชาเพ่งกสิณ ทำได้เพียงดู เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ทำได้เพียงรู้สึก พูดไม่ได้】
"เป็นอย่างนี้นี่เอง..."
จี้หรานเข้าใจแล้ว ตอนนี้เขาคือ "พราน" เมื่อหลายปีก่อน ติดอยู่ในมุมมืดที่ไม่รู้จักแห่งนี้ และกำลังสัมผัสอดีตนี้อีกครั้งในฐานะผู้สังเกตการณ์
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึงมือข้างหนึ่ง
มือหยาบกร้านแต่อบอุ่น เต็มไปด้วยรอยด้าน กดแน่นอยู่บนหลังเขาด้วยแรงมหาศาล ราวกับพยายามถ่ายทอดความเข้มแข็งนี้เข้าสู่ร่างกายเขา
"ชูว์... พราน อย่าขยับ"
เสียงผู้ชายหนุ่ม แผ่วเบา แต่หนักแน่นเป็นพิเศษดังขึ้นข้างหู
จี้หรานอึ้ง
เสียงฟังดูเหมือนคนอายุยี่สิบต้นๆ แต่ความสงบนิ่งในน้ำเสียงนั้น ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะมีได้ในสถานการณ์สิ้นหวังแบบนี้แน่นอน
"ไม่ต้องกลัว หัวหน้าหมู่กับคนอื่นต้องกำลังขุดอยู่แน่"
ชายหนุ่มดูเหมือนกำลังปลอบมัน หรืออาจจะปลอบตัวเอง
"หัวหน้าหมู่? ขุด?"
แม้จี้หรานจะขยับไม่ได้ แต่เขาจับคีย์เวิร์ดสองคำนี้ได้อย่างแม่นยำ
เขาถูกบังคับให้รับรู้สภาพแวดล้อมผ่านประสาทสัมผัสของพราน
แม้จะมองไม่เห็น แต่เขารู้สึกได้ถึงสภาพร่างกาย—กล้ามเนื้อเกร็งแน่นดั่งเหล็ก ไม่มีอาการสั่นแม้แต่น้อย และหูที่ตั้งชันอย่างตื่นตัว ดักจับทุกความเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ
วินัยที่ยังคงรักษาไว้ได้แม้ในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้... "สุนัขทหาร? หรือว่า... สุนัขกู้ภัย?" จี้หรานคาดเดา