- หน้าแรก
- ร้านสัตว์เลี้ยงของเซียนฝึกอสูร
- ตอนที่ 31 : กลัวเมีย
ตอนที่ 31 : กลัวเมีย
ตอนที่ 31 : กลัวเมีย
ตอนที่ 31 : กลัวเมีย
ย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อน
ณ โรงน้ำชาส่วนตัวที่เงียบสงบและหรูหราใจกลางเมือง ในห้องรับรอง "ถิงอวี่เก๋อ"
กลิ่นหอมของชาลอยอวลในอากาศ ชายวัยกลางคนสองคนนั่งตรงข้ามกัน
คนซ้ายสวมสูทสั่งตัดดูภูมิฐาน ข้อมือใส่ปาเต็ก ฟิลลิป เขาคือ "ซูหงเหว่ย" สามีของคุณนายซู ส่วนคนที่นั่งตรงข้าม ผมบางเล็กน้อย หน้าตาใจดีและค่อนข้างท้วม คือ "ผอ.หลิว" แห่งสำนักงานกำกับดูแลตลาดประจำอำเภอ
"เหล่าหลิว เรื่องประเมินความปลอดภัยอาหารของนิคมอุตสาหกรรมใหม่ทางใต้เมือง คงต้องรบกวนคุณช่วยดูแลเป็นพิเศษหน่อยนะ ทางกลุ่มเราให้ความสำคัญกับโปรเจกต์เรือธงนี้มาก" ซูหงเหว่ยรินชาให้ผอ.หลิวด้วยตัวเอง ท่าทางคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติ
"โธ่ เหล่าซู เกรงใจกันเกินไปแล้ว" ผอ.หลิวยิ้มรับถ้วยชา "ผมเชื่อมั่นในการบริหารจัดการที่ได้มาตรฐานของกลุ่มคุณอยู่แล้ว ตราบใดที่ขั้นตอนถูกต้อง เราสนับสนุนเต็มที่แน่นอน นี่ถือเป็นการช่วยดึงดูดการลงทุนเข้าอำเภอเราด้วยซ้ำ"
เมื่อคุยธุระเสร็จ ท่าทีของชายทั้งสองก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
หลังจิบชาร้อนไปไม่กี่ถ้วย บทสนทนาก็เปลี่ยนจากเรื่องงานแห้งแล้งมาเป็นเรื่องในบ้านโดยธรรมชาติ
"เหล่าซู ช่วงนี้ดูหน้าตาสดใสขึ้นนะ เมียไม่บ่นแล้วหรือไง?" ผอ.หลิวจิบชาแซว
ซูหงเหว่ยยิ้มขื่นๆ โบกมือ "อย่าพูดถึงเลย ช่วงก่อนเพราะเรื่องแมวตัวเดียวนั่น เมียผมนอนไม่หลับกินไม่ได้ พาลให้ผมอยู่บ้านไม่เป็นสุขไปด้วย ตอนนี้แมวหายป่วยแล้ว อารมณ์เธอดีขึ้น ผมถึงกล้าออกมานั่งจิบชากับคุณได้เนี่ยแหละ"
"ฮ่าฮ่า! เข้าใจเลย เข้าใจเลย!"
ผอ.หลิวรู้สึกเหมือนเจอพวกเดียวกัน เขาตบต้นขาฉาดใหญ่แล้วบ่นอุบ "คนอย่างพวกเราดูภายนอกโก้หรู แต่พอกลับบ้านก็เป็นแค่คนรับใช้นั่นแหละ 'ท่านผู้นำ' ที่บ้านผมยิ่งเอาใจยากกว่าอีก ผิดนิดผิดหน่อย หูชาไปสามวัน"
ทั้งสองมองหน้ากันแล้วหัวเราะ แบ่งปันความรู้สึกเห็นอกเห็นใจในฐานะ "สมาคมพ่อบ้านใจกล้า" เหมือนกัน
เมื่อบรรยากาศเข้าที่ ซูหงเหว่ยก็หมุนถ้วยชาในมือเล่น แล้วพูดขึ้นเหมือนเปรยๆ
"พูดถึงเรื่องนี้ เหล่าหลิว ผมมีเรื่องเล็กๆ อยากขอคำแนะนำหน่อย"
"ว่ามาเลย"
"เกี่ยวกับพ่อหนุ่มที่รักษาแมวให้บ้านผมน่ะ เขาเปิดร้านสัตว์เลี้ยงชื่อ... 'หรานหราน' เด็กคนนี้ฝีมือดี ผมค่อนข้างชื่นชมเขา ได้ยินว่าช่วงนี้เขายื่นขอจดแจ้งอาหารสัตว์เลี้ยงทำเอง เอกสารส่งไปนานแล้ว แต่เรื่องเงียบกริบ"
ซูหงเหว่ยรินชาเติมให้ผอ.หลิว น้ำเสียงเรียบเรื่อย "คุณก็รู้เมียผม ติดหนี้บุญคุณใครแล้วนอนไม่หลับ เลยคะยั้นคะยอให้ผมมาถาม ช่วยดูให้หน่อยสิ... เป็นไปได้ไหมว่าคนข้างล่างทำงานช้าไปหน่อย? ถ้าไม่มีปัญหาใหญ่ผิดหลักการอะไร ช่วยกระทุ้งให้หน่อยได้ไหม?"
พอได้ยินชื่อ 'ร้านสัตว์เลี้ยงหรานหราน' ผอ.หลิวที่กำลังผ่อนคลายก็ชะงักกึก
รอยยิ้มบนหน้าแข็งค้างไปครึ่งวินาที ตามด้วยสีหน้าจนปัญญาอย่างที่สุด เจือความลำบากใจ
"เหล่าซู..."
ผอ.หลิวถอนหายใจ วางถ้วยชาลง มองซ้ายมองขวา แล้วลดเสียงลง "เราเพื่อนกันมาสิบกว่าปี ผมไม่พูดอ้อมค้อมนะ เรื่องนี้ไม่ใช่เพราะลูกน้องทำงานช้า และไม่ใช่ว่าผมไม่ไว้หน้าคุณ"
"แล้วเพราะ?" ซูหงเหว่ยเลิกคิ้ว
ผอ.หลิวชี้ไปทางทิศที่ตั้งบ้านตัวเอง แล้วยิ้มแห้งๆ "เรื่องนี้... 'ท่านผู้นำ' ที่บ้านผมลงมาดูเอง"
ซูหงเหว่ยอึ้ง "ภรรยาคุณ? เธอไปมีเรื่องอะไรกับคนเปิดร้านสัตว์เลี้ยง?"
"เธอไม่รู้จักเถ้าแก่ร้านหรอก" ผอ.หลิวส่ายหัว "แต่คุณอาจจะไม่รู้ จางต้าเฉียง ที่เปิดเชน 'โนเบิลเพ็ท' ในย่านการค้า... เป็นน้องเมียผม น้องชายแท้ๆ ของภรรยาผมเอง"
แค่ประโยคเดียว ซูหงเหว่ยเข้าใจความสัมพันธ์ภายในทั้งหมดทันที
ผอ.หลิวแบมืออย่างจนใจ "น้องเมียผมกลับมาบ่นที่บ้านเมื่อสองวันก่อน บอกว่ามีเด็กใหม่ไม่รู้กฎ นอกจากจะแย่งลูกค้าแล้ว ยังทำการตลาดออนไลน์อะไรสักอย่างกระทบธุรกิจร้านเขา เขาเลยอยากสั่งสอนเด็กมันหน่อย ให้รู้ว่าวงการนี้มันลึกแค่ไหน แล้วเมียผม คุณก็รู้ เป็นพวก 'บราเธอร์คอมเพล็กซ์' ตัวแม่ คืนนั้นมากระซิบข้างหูผม สั่งห้ามไม่ให้เซ็นอนุมัติเด็ดขาด..."
ถึงตรงนี้ ผอ.หลิวมองซูหงเหว่ยอย่างรู้สึกผิด "เหล่าซู คุณก็รู้สถานการณ์ผม ถ้าเรื่องแค่นี้ผมยังไม่ช่วยน้องเมีย กลับบ้านไปผมคงโดนข่วนตายแน่ ระหว่างหน้าตาเพื่อนเก่าอย่างคุณกับความสงบสุขในครอบครัว ผมลำบากใจจริงๆ"
ซูหงเหว่ยเงียบไป
ในฐานะจิ้งจอกเฒ่าที่โลดแล่นในวงการธุรกิจมานาน การคำนวณผลได้ผลเสียในหัวเสร็จสิ้นในพริบตา
ฝ่ายหนึ่งคือเด็กหนุ่มไร้แบ็คกราวด์ที่แค่เคยรักษาแมวให้ อีกฝ่ายคือน้องเมียที่ผูกติดกับ 'ความถูกต้องทางการเมืองในบ้าน' ของผอ.หลิว รวมถึงหน้าตาของผอ.หลิวเอง
เทียบกันไม่ได้เลย
เพื่อช่วยเจ้าของร้านเล็กๆ คนหนึ่ง เขาควรจะไปจุดไฟเผาหลังบ้านผอ.หลิว หรือติดหนี้บุญคุณก้อนโตขนาดนั้นไหม?
ไม่คุ้ม ไม่คุ้มอย่างยิ่ง
"ฮ่า! นึกว่าเรื่องใหญ่อะไร"
สีหน้าของซูหงเหว่ยกลับมาร่าเริงทันที ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ในเมื่อเป็นเรื่องในครอบครัว ผมไม่ยุ่งหรอก พี่น้องอย่างเรา จะให้คนนอกมาทำลายความสัมพันธ์ได้ไง? อีกอย่าง เด็กหนุ่มน่ะ เจออุปสรรคบ้างถือเป็นการเติบโต"
"เข้าใจ! เข้าใจผมจริงๆ!" ผอ.หลิวถอนหายใจโล่งอก ยกมือคารวะอย่างซาบซึ้ง "ขอบใจที่เข้าใจนะเหล่าซู! มา ดื่มชา ดื่มชา!"
กลิ่นชายังคงหอมอบอวล แต่ประตูสู่ความถูกต้องตามกฎหมายบานนั้น ถูกปิดตายสนิทลง ณ วินาทีนี้... กลับมาที่ปัจจุบัน
ในร้านสัตว์เลี้ยง จี้หรานถือโทรศัพท์ ฟังคำอธิบายที่เจือความรู้สึกผิดของคุณนายซูจากปลายสาย
คุณนายซูเป็นคนตรงไปตรงมา แม้จะไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องน้องเมีย แต่ก็สื่อความหมายชัดเจน
"เสี่ยวจี้... น้าช่วยไม่ได้จริงๆ สามีน้าบอกว่าเบื้องหลังมีเรื่องเครือญาติของท่านผอ.เข้ามาเกี่ยว และมี 'คำสั่งจากเบื้องบน' (เมียสั่ง) อีกฝ่ายตั้งใจจะสกัดขาเธอ และตาแก่ซูของน้าก็คงไปแตกหักกับผอ.เพราะเรื่องนี้ไม่ได้..."
"ขอโทษจริงๆ นะ ทั้งที่น้ารับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะแท้ๆ..."
เสียงคุณนายซูเต็มไปด้วยความละอายใจ สำหรับคนระดับเธอ สิ่งที่แย่ที่สุดคือการรับปากแล้วทำไม่ได้—มันเสียหน้า
ขณะฟัง จี้หรานกลับรู้สึกว่าหินก้อนหนักในใจถูกยกออก
เป็นอย่างที่คิดจริงๆ
ไม่ใช่ปัญหาที่ขั้นตอน ไม่ใช่ปัญหาที่เอกสาร มีเหตุผลเดียว : ผู้จัดการจางคือน้องเมียผอ.
นี่สินะที่เขาเรียกว่า 'คนในทำอะไรก็ง่าย'
ในเครือข่ายความสัมพันธ์ของอำเภอเล็กๆ นี้ เส้นสายชั้นนี้คือกำแพงสูงตระหง่านที่ข้ามไปไม่ได้
แต่ตราบใดที่ไม่ใช่การสอบตกเพราะผิดหลักการ มันก็ยังมีทางไปต่อ
จี้หรานไม่แสดงความโกรธ กลับสงบนิ่งอย่างประหลาด
"คุณน้าซูครับ อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ"
จี้หรานขัดคำขอโทษของคุณนายซูอย่างนุ่มนวล "ผมขอบคุณมากแล้วครับที่คุณน้าช่วยสืบให้ขนาดนี้ อย่างน้อยผมก็รู้ว่าใครเล่นงานผมอยู่ข้างหลัง จะได้ไม่ต้องวิ่งเต้นมั่วซั่วเหมือนแมลงวันหัวขาด สำหรับผม นี่คือความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วครับ"
"แต่เรื่องใบอนุญาต..."
"เรื่องใบอนุญาต เดี๋ยวผมหาทางอื่นครับ คนเราไม่ยอมอดตายเพราะฉี่รดที่นอนหรอกครับ" จี้หรานยิ้ม น้ำเสียงสบายๆ "ตราบใดที่ผมยังมีฝีมือ ก็ยังมีทางหากิน คุณน้าช่วยแนะนำลูกค้าเกรดพรีเมียมแบบคุณน้าให้ผมอีกสักสองสามคน ผมก็ไม่อดตายแล้วครับ"
"แน่นอนอยู่แล้ว!" เห็นจี้หรานรู้ความขนาดนี้ คุณนายซูยิ่งรู้สึกผิด รีบประกาศทันที "สุดสัปดาห์นี้ น้าจะเกณฑ์คนในกลุ่มแชทพากันไปเปย์ที่ร้านเธอให้หมดเลย! ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร!"
วางสายไป
รอยยิ้มบนหน้าจี้หรานค่อยๆ จางหายไป
เขามองความมืดมิดนอกหน้าต่าง นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ
"น้องเมียผอ...."
"ดูท่าเส้นทางราชการปกติจะถูกปิดตายถาวรแล้วสินะ"
เขาหันไปมอง "ยาวิเศษ" บนชั้นวางที่ยังไม่ได้แปะฉลาก แล้วมองเถียจู้ที่กำลังป้อนนมลูกแมว
"ในเมื่อทางตรงไปไม่ได้..."
แววตาของจี้หรานวูบไหวเล็กน้อย ขณะที่สายตาไปหยุดอยู่ที่แผงระบบที่มีเพียงเขาคนเดียวที่มองเห็น
"งั้นก็คงต้องใช้ทางมารแล้วล่ะ"