- หน้าแรก
- ช่วยด้วย นักโทษสาวคนนี้โหดกว่าโจร
- บทที่ 16 - ญาติวีรชนบุก
บทที่ 16 - ญาติวีรชนบุก
บทที่ 16 - ญาติวีรชนบุก
บทที่ 16 - ญาติวีรชนบุก
ถ้าจะว่ากันตามจริง ตระกูลเสิ่นก็ไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องนักหรอก หลายปีมานี้อาศัยร่มเงาไม้ใหญ่ในวังหลวงกอบโกยผลประโยชน์ไปไม่น้อย ทรัพย์สมบัติที่นางกวาดมาจากคลังตระกูลเสิ่น ถ้าเอาไปเทียบค่าเงินในยุคปัจจุบัน คงอยู่กินสบายไปได้อีกห้าสิบปี
คนตระกูลเสิ่นสมควรได้รับบทเรียนบ้าง!
เสิ่นหลานซีนอนหลับสนิทตลอดคืน แต่ที่คอกม้าหลังเรือนเสียงดังจอแจจนถึงค่อนคืนกว่าจะเงียบลง ตอนเช้าแม่นมหวังไปส่งข้าวกลับมาพร้อมกับคำพูดฝากมาจากเสิ่นหยวนจิ่ง
"คุณชาย คุณชายหยวนจิ่งบอกว่าเงินที่คุณชายให้ไปเมื่อคืน ถูกฮูหยินผู้เฒ่ายึดไปหมดแล้ว อยากให้คุณชายส่งไปให้อีก!"
เสิ่นหลานซีกำลังกินมื้อเช้า ฟ้าเพิ่งจะสาง ได้เวลาที่นักโทษเนรเทศต้องออกเดินทางแล้ว
แม่นมหวังคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วล้วงตั๋วเงินใบละห้าสิบตำลึงออกมาวางบนโต๊ะ
"คุณหนู เงินร้อยตำลึงที่คุณหนูให้มาก่อนหน้านี้ บ่าวเอาไปซื้อเสบียงกับเกวียนวัวแล้ว นี่เป็นเงินเก็บส่วนตัวของบ่าว คุณหนูเอาไปซื้อของกินเถอะเจ้าค่ะ!"
เสิ่นหลานซีมองแม่นมหวังแวบหนึ่ง หยิบตั๋วเงินยัดใส่มือนาง แล้วสั่งให้ชุนเสวี่ยหยิบถุงเงินออกมาให้อีกถุง
"พวกเจ้ายกโขยงตามข้ามาตั้งขนาดนี้ ข้าจะไปเอาเงินเจ้าได้ยังไง เรื่องเงินข้าจะหาทางเอง เงินถุงนี้เจ้าเอาไปให้ท่านพ่อข้า บอกท่านว่าให้ประหยัดหน่อย!"
ชุนเสวี่ยขมวดคิ้ว "คุณหนู เงินเราเหลือไม่มากแล้วนะเจ้าคะ"
เสิ่นหลานซี "ใช้ไปก่อน ระหว่างทางค่อยหาทางใหม่!"
ชุนเสวี่ยอยากจะบ่นเรื่องนายท่านสักหน่อย ตระกูลเสิ่นตกอยู่ในสภาพนี้แล้ว ถึงจะเป็นความกตัญญู แต่ก็แบ่งให้แค่ครึ่งเดียวก็พอแล้วมั้ง ทำไมต้องให้ไปหมดเกลี้ยง พอให้ไปหมดแล้วบ้านใหญ่จะกินอะไร แต่สุดท้ายด้วยฐานะบ่าว นางเลยไม่กล้าพูด
"เตรียมออกเดินทาง!" พวกนักโทษถูกไล่ต้อนออกจากที่พักแล้ว
วันที่สองของการเดินทาง สภาพของพวกนักโทษดูอ่อนเปลี้ยเพลียแรงกว่าวันแรกอย่างเห็นได้ชัด ท่านผู้เฒ่าเสิ่นกับฮูหยินผู้เฒ่าเดินได้ประเดี๋ยวเดียวก็ไม่ไหว ต้องให้ลูกหลานผลัดกันแบก
ผู้ชายตระกูลเสิ่นเคยแต่อยู่ดีกินดี พอต้องมาแบกคนเดิน ต่างก็หมดแรงข้าวต้ม เปลี่ยนคนแบกทีก็พักที กินเวลาไปค่อนข้างมาก ถึงอย่างนั้นพอตกบ่าย เสียงบ่นก็ดังระงม
"ท่านแม่ ให้หลานซีไปคุยกับผู้คุมหน่อยดีไหม ให้ท่านกับท่านพ่อแล้วก็พวกเด็กเล็กไปนั่งรถม้าหรือเกวียนวัวก็ได้" เดินมาครึ่งวันเท้าเสิ่นฉงอี้แตกยับเยิน ตอนนี้ไม่สนความเจ็บปวดแล้ว รีบมาเจรจาก่อน ช่วงบ่ายเขาไม่อยากแบกคนแล้ว
ฮูหยินผู้เฒ่าก็มีความคิดนี้อยู่เหมือนกัน แต่เมื่อวานเสิ่นฉงเหวินลูกชายคนโตเพิ่งจะแจกแจงข้อดีข้อเสียต่อหน้าทุกคน บอกให้รักษาระยะห่างกับเสิ่นหลานซี อย่าให้ความลับแตก
ถ้าไปตีสนิทจนเกินงาม แล้วคนอื่นสงสัยขึ้นมาจะทำยังไง
"เจ้าไปถามพี่ใหญ่เจ้าดูสิ!"
เสิ่นฉงอี้เดินกลับมาพร้อมเสิ่นฉงเหวิน
"ท่านพ่อท่านแม่ ลูกคิดว่าทำแบบนั้นไม่เหมาะ ตอนนี้เราเพิ่งออกจากเมืองหลวงมาไม่ไกล ถ้าอยากนั่งรถก็ต้องรอให้ไกลกว่านี้อีกหน่อย นักโทษคนอื่นเริ่มเขม่นเราตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เมื่อกี้ตอนเดินมา ลูกได้ยินคนนินทาตระกูลเสิ่นเสียๆ หายๆ!"
พอได้ยินแบบนั้น คนตระกูลเสิ่นก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง
"พวกมันพูดว่าอะไร?"
เสิ่นฉงเหวิน "พวกมันบอกว่าตระกูลเสิ่นทำความผิดมหันต์ ทำให้ทหารหลายแสนนายต้องตาย ไม่สมควรได้รับการดูแลดีขนาดนี้!"
ฮูหยินผู้เฒ่าด่าเปิง "พวกมันปากพล่อย ตระกูลเราโดนใส่ร้าย รอให้ฝ่าบาทตรวจสอบความจริงได้เมื่อไหร่ ก็จะเรียกตัวเรากลับเมืองหลวง พวกมันต่างหากที่เป็นคนบาป สมควรตาย!"
เสิ่นฉงเหวินก้มหน้า แววตาหม่นหมอง ตรวจสอบความจริงงั้นหรือ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก
"ท่านแม่ เรารู้อยู่แก่ใจว่าเราบริสุทธิ์ แต่คนอื่นเขาไม่เชื่อ!"
ฮูหยินผู้เฒ่า "งั้นก็ปล่อยให้พวกมันสาดโคลนใส่เราหรือไง ได้ยินแล้วทำไมไม่ไปอธิบายกับผู้คุมให้รู้เรื่อง!"
เสิ่นฉงเหวินถอนหายใจไร้เสียง ดูเหมือนท่านแม่จะลืมสายตาที่พวกผู้คุมมองมาก่อนที่หลานซีจะยัดเงินสินะ
"ท่านแม่ รอไปก่อนเถอะ รอให้เดินไกลไปกว่านี้อีกหน่อย พอร่างกายพวกเราไม่ไหวจริงๆ ถึงตอนนั้นพวกผู้คุมกลัวว่าจะเดินทางล่าช้า เราค่อยยัดเงิน มันจะคุยง่ายกว่าตอนนี้!"
ท่านผู้เฒ่าเสิ่นเอ่ยปากบ้าง
"เชื่อเจ้าใหญ่เถอะ จากเมืองหลวงไปตงชวนต้องเดินตั้งแปดเดือน นักโทษคนอื่นเห็นพวกเราสบายเกินหน้าเกินตา ต้องก่อเรื่องแน่ ถ้าไปกวนใจพวกผู้คุมจนโมโห สั่งห้ามหลานซีส่งข้าวส่งน้ำ จะทำยังไง"
ฮูหยินผู้เฒ่าแม้หน้าตาจะไม่สบอารมณ์ แต่ก็ไม่พูดอะไรอีก
ท่านผู้เฒ่าเสิ่น "เด็กๆ เดินไม่ไหวก็ให้ผู้ใหญ่แบก ผู้หญิงเดินไม่ไหวก็ให้ผัวพยุง ยังไงพวกเราก็ยังสบายกว่าพวกที่ใส่โซ่ตรวน อย่าเป็นพวกได้คืบจะเอาศอก!"
น้องรอง น้องสาม น้องสี่ มองไปข้างหน้าที่เห็นนักโทษใส่โซ่ตรวนเดินโซซัดโซเซ ก็พากันเงียบกริบ
ตอนพักเที่ยง จู่ๆ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งวิ่งตรงเข้ามา
"ตามทันแล้ว อยู่นั่นไง ต้องเป็นพวกมันแน่!" เสียงตะโกนดังมาจากในกลุ่มคน
เสิ่นหลานซีรีบสั่งให้ชุนเสวี่ยกับชิวซวงไปดูสถานการณ์!
พอคนกลุ่มนั้นวิ่งเข้ามาใกล้ พวกผู้คุมก็ชักดาบออกมาเตรียมพร้อม
"ในนั้นมีคนตระกูลเสิ่นที่ทำร้ายกองทัพตระกูลเว่ยไหม?" ชายฉกรรจ์ถือสามง่ามไม้ตะโกนถาม!
แวบแรกพวกผู้คุมคิดว่าเป็นการปล้นนักโทษ แต่ดูจากการแต่งกายที่เป็นชาวนาชาวไร่ คงไม่ใช่โจรแน่ๆ
พี่เสือหลิวขมวดคิ้วตะโกนถาม "พวกเจ้าเป็นญาติวีรชนกองทัพตระกูลเว่ยรึ?"
ชายถือสามง่ามตอบ "ใช่ คนตระกูลเสิ่นทำบ้านข้าบ้านแตกสาแหรกขาด พี่ชายข้าสามคนเป็นทหารกองทัพตระกูลเว่ยตายหมด วันนี้ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็จะฆ่าคนตระกูลเสิ่นให้ได้!"
พี่เสือหลิวตะคอก "พวกเรากำลังจะไปตะวันตกเฉียงเหนือ ไม่มีคนตระกูลเสิ่น พวกเจ้าจำคนผิดแล้ว!"
ใครจะคิดว่าพูดยังไม่ทันขาดคำ ลูกชายสายรองบ้านสี่ของตระกูลเสิ่นก็แข้งขาอ่อนทรุดฮวบลงกับพื้น แหกปากร้องไห้เสียงดังลั่น
"ข้าไม่อยากตาย ท่านพ่อ ท่านแม่เล็ก ท่านปู่ท่านย่า ข้ายังไม่อยากตาย..."
กลุ่มญาติวีรชนตะโกนสวนทันที "พวกมันอยู่นั่น อย่าไปเชื่อพวกมัน มันอยู่นั่น!"
ถ้าไม่ใช่เพราะสถานการณ์ไม่อำนวย พี่เสือหลิวคงอยากจะลากไอ้เด็กปากสว่างนั่นมาตบให้ตายคาตีน
"เข้าใจผิดแล้ว เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว!"
พี่เสือหลิวพูดกับกลุ่มญาติวีรชนเสร็จ ก็หันไปตวาดขู่นักโทษทั้งหมด
"ใครบังอาจแหกปากร้องไห้หาศพใครอีก พ่อจะตัดลิ้นมันทิ้งซะ!"
ชุนเสวี่ยกลับมารายงาน ชิวซวงยังเฝ้าสังเกตการณ์ต่อ
"คุณหนู ญาติวีรชนกองทัพตระกูลเว่ยมาตามล้างแค้นตระกูลเสิ่นเจ้าค่ะ!"
เสิ่นหลานซีคาดไว้อยู่แล้วว่าระหว่างทางต้องมีคนคิดจะฆ่าตระกูลเสิ่น แต่ไม่คิดว่ายกแรกจะเล่นกันโต้งๆ แบบนี้!
"ไปดูซิว่าในกลุ่มคนพวกนั้นมีพวกวรยุทธ์ปนอยู่ไหม ถ้ามีก็ลากตัวออกมาส่งให้พี่เสือหลิว"
"เจ้าค่ะ!"
ตอนที่ชุนเสวี่ยกลับไปถึง ฝั่งนั้นก็เริ่มลงมือกันแล้ว
ผู้คุมยี่สิบกว่าคนปะทะกับชาวบ้านสี่สิบกว่าคน ตรงกลางมีนักโทษวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น มั่วซั่วไปหมด!
"แม่รึงเอ้ย ถ้าไม่หยุด อย่าหาว่าพ่อไม่เกรงใจนะโว้ย!" พี่เสือหลิวโมโหจัดชักดาบออกมา
"ใครกล้าลงมืออีก ถือว่าเป็นโจรปล้นนักโทษ ฆ่าทิ้งให้หมด!" พี่เสือหลิวตะโกนลั่น หลายคนชะงักมือ
"นักโทษทุกคน หมอบลงกับพื้นเดี๋ยวนี้ ใครกล้าวิ่งหนีพ่อฟันไม่เลี้ยง ฆ่าล้างโคตรเก้าชั่วคนแน่!"
คนส่วนใหญ่หยุดชะงัก
"อย่าไปฟังมัน คนตายไม่ใช่ญาติมันนี่!"
[จบแล้ว]