เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 - ของขวัญชิ้นใหญ่

บทที่ 14 - ของขวัญชิ้นใหญ่

บทที่ 14 - ของขวัญชิ้นใหญ่


บทที่ 14 - ของขวัญชิ้นใหญ่

ลูกสาวเอามาให้ ดูยังไงก็เป็นหมั่นโถวผสมแป้งสาลีชั้นดี แถมยังทำมาใหม่ๆ กลิ่นหอมของธัญพืชเตะจมูก มาถึงขั้นนี้แล้ว จะมามัวถือทิฐิอะไรอยู่อีก

เสิ่นฉงเหวินปลงตก ท้องร้องโครกคราก กำลังจะเอาหมั่นโถวเข้าปาก ก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายมาจากฝั่งบ้านน้องชาย

"แค่นี้จะไปพอยาไส้อะไร? หยวนจิ่ง เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ จะกินอิ่มกันเองแล้วไม่สนหัวพวกอาเลยหรือไง?"

"หยวนจิ่ง เจ้าทำแบบนี้ไม่ถูกนะ มีของกินทำไมไม่เอาไปกตัญญูปู่ย่าก่อน เจ้านี่มันอกตัญญูจริงๆ..."

...

เสิ่นหลานซีกลับขึ้นรถม้ากินมื้อเที่ยง ตอนนี้เพิ่งเข้าฤดูใบไม้ผลิ อากาศยังไม่ร้อนมาก แต่ถึงอย่างนั้นอาหารสำเร็จรูปที่เตรียมมาก็เก็บได้ไม่เกินสามวัน สามวันนี้ยังพอสบายหน่อย แต่หลังจากนี้ต้องก่อไฟหุงหาอาหารเอง กว่าจะได้กินข้าวทีคงต้องรอกันเป็นชั่วโมง

กัดหมั่นโถวน้ำตาลคำโต แกล้มด้วยผักดองและเต้าหู้ยี้ เสิ่นหลานซีมองเหม่อไปทางเมืองหลวง

ป่านนี้ของขวัญชิ้นใหญ่ที่นางทิ้งไว้ให้โจวหรูยวน คงจะมีคนเปิดกล่องแล้วกระมัง!

พอนึกถึงสภาพดูไม่จืดของโจวหรูยวนกับไป๋ชิงหลิง นางก็เจริญอาหารจนกินหมั่นโถวเพิ่มไปอีกตั้งลูก

~

โจวหรูยวนกับไป๋ชิงหลิงกลับถึงจวนก็เกือบสว่าง

องครักษ์ในจวนบาดเจ็บกันระนาว ตอนนี้มีคนจับตาดูจวนอ๋องอยู่เพียบ ขืนตามหมอในจวนมาดูอาการกันโครมคราม อาจจะมีหนอนบ่อนไส้ที่แฝงตัวอยู่คาบข่าวไปบอกข้างนอกได้

โจวหรูยวนกัดฟันทนเจ็บจนเหงื่อกาฬไหลพราก รอจนฟ้าสาง บ่าวไพร่เริ่มตื่นมาทำงาน ถึงค่อยสั่งให้พาองครักษ์ที่บาดเจ็บไปที่ลานฝึกยุทธ์

โจวหรูยวนอ้างว่าประลองยุทธ์กับองครักษ์จนบาดเจ็บ ถึงค่อยเรียกหมอในจวนมาดูอาการได้

"ท่านอ๋องแค่กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกไม่เป็นอะไรมากขอรับ พักใช้งานแขนขวาสักครึ่งเดือน ก็จะหายเป็นปกติ!"

ไป๋ชิงหลิงพอนึกถึงเสิ่นหลานซีก็โกรธจนตัวสั่น คอยซับเหงื่อให้โจวหรูยวนอย่างเบามือ น้ำตาไหลพรากด้วยความสงสาร

"ท่านอ๋อง เสิ่นหลานซีช่างใจดำอำมหิตนัก กล้าทำร้ายท่านอ๋องหนักขนาดนี้"

"ท่านอ๋องเห็นว่านางเป็นผู้หญิงบอบบาง เลยยอมอ่อนข้อให้ ไม่นึกว่านางจะฉวยโอกาสทำร้ายท่านอ๋องจนสาหัส!"

โจวหรูยวนมองนิ้วมือที่ยังสั่นระริกของตัวเอง แววตาเคร่งเครียด มีแต่เขาที่รู้ดีว่าตัวเองใส่สุดแรงแล้วจริงๆ ตอนที่เสิ่นหลานซีฟาดพลองลงมา มันเหมือนหินยักษ์หนักพันชั่งหล่นทับ แขนเขาไม่หักสะบั้นเหมือนพวกองครักษ์ ก็เพราะเขาหลบเร็วต่างหาก!

เสิ่นหลานซีซ่อนคมมาตลอด!

พอนึกถึงคำพูดดูถูกเหยียดหยามตอนนางจากไป โจวหรูยวนก็หน้าแดงก่ำ กำหมัดแน่น ความเจ็บปวดที่แขนขวายังเทียบไม่ได้กับความเจ็บใจที่ปะทุขึ้นมา

นางไปเก่งกาจมาจากไหน ทำไมไม่เคยบอกเขา?

"ท่านอ๋อง ท่านอ๋อง รีบปล่อยมือเจ้าค่ะ หมอบอกว่าห้ามออกแรงแขนขวา!" ไป๋ชิงหลิงเห็นโจวหรูยวนโกรธจัด ก็นึกว่าเขาเกลียดเสิ่นหลานซีเข้ากระดูกดำ

ใจหนึ่งก็สงสารท่านอ๋อง แต่อีกใจก็สะใจพิลึก!

ท่านอ๋องตัดใจจากเสิ่นหลานซีแล้ว จุดจบที่ดีที่สุดของนางคือตายห่าไปซะระหว่างทางเนรเทศ ให้ครอบครัวนางเห็นนางตายต่อหน้าต่อตานั่นแหละสาสมที่สุด!

"แย่แล้วขอรับท่านอ๋อง..." บ่าวรับใช้ในจวนวิ่งหน้าตื่นมารายงาน

โจวหรูยวนตื่นจากภวังค์ ตวาดเสียงเกรี้ยว "มีเรื่องอะไร?"

บ่าวรับใช้ตกใจจนตัวสั่น ก้มหน้าแทบติดอก อู้อี้ตอบ "ข้างนอกมีข่าวลือเกี่ยวกับท่านอ๋องเต็มไปหมดเลยขอรับ"

บ่าวไม่กล้าพูดต่อ

โจวหรูยวนสังหรณ์ใจไม่ดี ตบโต๊ะตวาดลั่น "ถ้ายังอึกอักอีก ข้าจะสั่งโบยยี่สิบไม้ก่อนค่อยมาพูด!"

บ่าวรีบหมอบกราบกับพื้น โขกหัวรัวๆ "ชาวบ้านลือกันว่าคืนเข้าหอ ท่านอ๋องไปนอนค้างที่เรือนเมียน้อย แถมยังเริงรักกันถึงสามยก..."

โจวหรูยวนลุกพรวดด้วยความโกรธ ปัดโต๊ะล้มโครม ถ้วยชาแตกกระจายเกลื่อนพื้น บ่าวไพร่ในห้องพากันตัวสั่นงันงก

ไป๋ชิงหลิงตอนแรกก็โกรธ แต่พอคิดได้หน้าก็ซีดเผือด

นี่มันเรื่องอื้อฉาวของราชวงศ์ เรื่องบานปลายขนาดนี้ฝ่าบาทคงไม่ทำอะไรลูกชายตัวเอง แต่คนที่จะซวยคือตัวนางเอง!

ไป๋ชิงหลิงก้มมองท้องที่ยังแบนราบ แววตาฉายแววมุ่งมั่น

"ท่านอ๋อง ข้ามีแผนเจ้าค่ะ..."

วันนั้นโจวหรูยวนทูลขออาสานำทัพไปปราบกบฏทางตะวันตกเฉียงเหนือด้วยตัวเอง แต่น่าเสียดายที่ช้าไปก้าวหนึ่ง ในที่ประชุมเช้าฝ่าบาททรงแต่งตั้งแม่ทัพใหญ่ไปแล้ว ถ้าโจวหรูยวนจะไป ก็ต้องไปในฐานะรองแม่ทัพ อยู่ใต้บังคับบัญชาของแม่ทัพใหญ่

โจวหรูยวนยืนรอหน้าประตูวังอยู่หนึ่งชั่วโมงเต็ม ก่อนจะตัดสินใจเข้าไปในวังอีกรอบ พอออกมาก็ได้หนังสือแต่งตั้งรองแม่ทัพ สั่งระดมพลทันที อีกสามวันออกเดินทางสู่ตะวันตกเฉียงเหนือ!

กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งอาศัยจังหวะก่อนประตูเมืองปิด ปะปนไปกับชาวบ้าน มุ่งหน้าสู่ตงชวนอย่างเงียบเชียบ!

~

ในขบวนเนรเทศ นอกจากคนตระกูลเสิ่น ผู้ชายที่อายุเกินสิบห้าปีล้วนต้องใส่ตรวนคอและโซ่ตรวนขา ทำให้เดินได้ช้า

ผู้คุมรู้ฐานะของตระกูลเสิ่น เลยไม่กล้ากลั่นแกล้งออกนอกหน้า แต่นักโทษคนอื่นไม่โชคดีอย่างนั้น

"ใต้เท้า โปรดเมตตาด้วย ย่าของข้ากระหายน้ำ อยากจะขอน้ำสักชาม..."

นักโทษพูดยังไม่ทันจบ ก็โดนถีบล้มคว่ำ แล้วโดนแส้ฟาดซ้ำ

"กินน้ำ? พวกแกเป็นนักโทษนะ นึกว่าเป็นเจ้านายหรือไง น้ำไม่มี มีแต่เยี่ยว จะกินไหม?"

เสียงด่าทอเคล้าเสียงร้องไห้ดังระงม

"ร้อง ร้องเข้าไป รอให้มีคนตายก่อนค่อยร้อง ถ้าข้าได้ยินเสียงใครร้องอีก พ่อจะฟาดให้หลังลาย..." แส้ฟาดลงบนตัวนักโทษอีกหลายคน จนเสียงร้องเงียบกริบ

ต่อให้อยากร้องไห้ ก็ต้องกลืนเสียงลงคอไป!

วันแรกของการเนรเทศ ร่างกายนักโทษยังพอทนไหว นอกจากบางคนที่ยังปรับตัวไม่ได้จนโดนซ้อม นอกนั้นก็ยังกัดฟันทนกันได้

มื้อเย็นได้กินหมั่นโถวแป้งผสมขนาดเท่ากำปั้นเด็กคนละลูก นั่นคืออาหารเย็นทั้งหมด

นักโทษทุกคนถูกต้อนไปนอนในคอกม้า ส่วนผู้คุมนอนห้องพักรวมราคาถูก นี่คือมาตรฐานที่ทางราชการจัดให้ ไม่ต้องเสียเงิน

พอผู้คุมจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อย เสิ่นหลานซีก็คำนวณเวลาเดินเข้ามาพอดี

พวกผู้คุมกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ในโถง

เสิ่นหลานซีเดินเข้าไปอย่างใจเย็น "พี่ๆ ผู้คุมทำงานกันเหนื่อยๆ กินกันแค่นี้พรุ่งนี้จะเอาแรงที่ไหนเดิน เอาเหล้าและกับข้าวที่ดีที่สุดมาลงซิ!"

ผู้คุมหน้าบากเห็นเสิ่นหลานซีรู้ธรรมเนียม แถมยังดูบุคลิกเหมือนบัณฑิตอ่อนแอ คนที่พามาก็มีแต่คนแก่กับเด็ก ไม่น่ามีพิษภัยอะไร ก็ลดความระแวงลง

"น้องชาย บังเอิญจัง เจอกันอีกแล้ว!"

พวกนางตามหลังขบวนเนรเทศมาตลอด ตาบอดถึงจะไม่เห็น ที่บอกว่าบังเอิญก็แค่พูดตามมารยาท!

เสิ่นหลานซียิ้มแล้วประสานมือ "ถือว่าเรามีวาสนาต่อกัน พูดไปแล้วข้าก็ได้อาศัยบารมีพวกพี่ๆ ด้วย"

ผู้คุมหน้าบากเลิกคิ้วหนา "ยังไงรึ?"

เสิ่นหลานซีรีบประจบเอาใจ "เรียนตามตรง ข้าขนของล็อตนี้ออกมาจากเมืองหลวง ก็กลัวว่าจะเจอโจรระหว่างทาง แต่พอมีพี่ๆ ใส่ชุดราชการนำทาง พวกโจรขี้ครอกก็ไม่กล้ามายุ่งกับสินค้าของข้า! นี่ไง ข้าถึงบอกว่าได้อาศัยบารมีพี่ๆ"

พวกผู้คุมโดนเสิ่นหลานซียกยอซะตัวลอย ทั้งสบายใจและไม่ตะขิดตะขวงใจที่จะรับของกำนัล

เสิ่นหลานซีหันไปตะโกนสั่งหลงจู๊ "จัดห้องพักที่ดีที่สุดให้พวกพี่ๆ ผู้คุมด้วย เอาห้องเดี่ยวทั้งหมดนะ ค่าใช้จ่ายลงบัญชีข้า!"

ถ้าเป็นปกติพวกผู้คุมคงระแวงว่าไก่อาจเห็นตีนงู งูอาจเห็นนมไก่ แต่พอโดนลูกยอของเสิ่นหลานซีเข้าไป ก็รู้สึกว่าการดูแลระดับวีไอพีแบบนี้ พวกเขาสมควรได้รับแล้ว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 14 - ของขวัญชิ้นใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว