เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24

ตอนที่ 24

ตอนที่ 24


ความจริงที่ว่าไมเคิลใช้ดอกไม้แผดเผานั้นไม่ได้ถูกตรวจพบในช่วงก่อนเข้าสอบ

แต่ผมกลับบอกได้

และสุดท้าย ผมก็ยังจับอาจารย์เอลริค เกลฮิลในฐานะผู้สนับสนุนได้อีก

ผมอธิบายทุกสิ่งถึงวิธีการที่ผมใช้

แน่นอนว่ายกเว้นเรื่องหน้าต่างสเตตัส

“บรรยากาศของไมเคิลค่อนข้างแปลกจากที่ผมเห็นใน 5 ปีที่ผ่านมา เขามักจะมั่นใจเกินไป แต่ผมรู้ว่าเขาเหมือนกับคนขี้ขลาดที่ปิดบังนิสัยอ่อนแอมากกว่า ต้องบอกว่าเพราะดอกไม้แผดเผามีฤทธิ์ ‘กระตุ้น’ นิสัยของเขาถึงเปลี่ยนไปเล็กน้อย”

“เขาดูแปลกไปสินะ…แต่มันก็ยังยากที่จะมั่นใจอยู่ดี”

“ใช่ มันยากครับ แต่ถ้าหากคิดถึงระดับเวทมนตร์ที่ไมเคิลจะใช้ตามปกติ มันก็ไม่ยากขนาดนั้น จู่ ๆ การไหลมานาของเขาก็เร็วอย่างผิดปกติ และผมยังเห็นว่ามันแข็งแกร่งขึ้นด้วย”

“จะบอกว่า ตอนที่เข้าสอบ นายรู้และคาดหวังว่าระดับเวทมนตร์ที่เขาจะร่ายสูงสุดคืออะไรงั้นรึ?”

“ครับ การเร็วและการเพิ่มพลังมานา แม้แต่ฤทธิ์กระตุ้นก็แสดงอาการที่ไม่มั่นคงแปลก ๆ และมีความคุ้มคลั่งออกมาด้วย หลังจากเห็นเรื่องทั้งหมดผมก็ตั้งข้อสงสัย”

ผู้อำนวยการไทเรียนหยุดพูดราวกับแปลกใจเล็ก ๆ

ด้วยอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น

ในการเข้าใจการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นกับศัตรูในพริบตาเดียว

มันเป็นเรื่องยากที่แม้แต่จอมเวทย์อาวุโสยังยากที่จะทำ

แม้ว่าศัตรูจะเป็นเพื่อนร่วมห้องที่ฝ่าฟันเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา 6 ปีก็ตาม

แต่ความสามารถนั้นคือปัจจัยสุดท้ายที่ยืนยันว่าไมเคิลใช้ยา

‘คงไม่จำเป็นที่เราจะต้องบอก’

ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด มันก็เป็นเพราะว่าความรู้ของผมช่วยให้ผมรู้ว่ายานั้นคือดอกไม้แผดเผา

“แต่นายไม่ใช่แค่ ‘สงสัย’ ว่าไมเคิลใช้ยา แต่ ‘มั่นใจ’ ว่าเขาใช้ดอกไม้แผดเผา ทำไมล่ะ?”

“เพราะว่าความพิเศษของสนามสอบที่ลดพลังเวทย์ไป 99% ไมเคิลจะไม่รู้สึกเจ็บจากเวทย์ ผมถึงต้องใช้พลังกาย”

ที่เหลือก็คือเรื่องที่เกิดขึ้นมาแล้ว

ใช้พลังกาย ใช้ความเจ็บปวดที่เขาจะทนไม่ได้ถ้าหากไม่มียา

และไมเคิลกลับทนความเจ็บปวดนั้นได้

หมายความว่าถ้าเขาไม่ใช้ดอกไม้แผดเผา มันก็ไม่มีคำอธิบายอีกแล้ว

“นอกเหนือจากนั้น…นายยังรู้ว่าใครเป็นผู้สนับสนุนและให้ยากับเขา”

ใช้ชีวิตของไมเคิลเป็นเหยื่อล่อโดยปลูกฝังความกลัวกับผู้สนับสนุน และผมก็จับอาจารย์เอลริค เกลฮิลได้อีกคน

“การสังเกต ความสุขุม ความระวังตัว ความกล้าหาญอันเป็นเอกลักษณ์ และพรสวรรค์เวทมนตร์ที่ไม่มีใคตรเทียบได้ มันอาจจะไม่สุภาพด้วยซ้ำที่ตีกรอบว่านายเป็นแค่ ‘นักเรียนที่ทำตัวเหมือนนักเรียน’ แบบที่พูดก่อนหน้านี้”

“ไม่หรอกครับ มันก็แค่การเดาเท่านั้น ที่ผมกลัวที่สุดก็คือ…มันเรียบง่ายเกินไป ใครก็อาจจะเดาได้ แต่มันกลับเกิดขึ้นได้ง่ายดายแบบนี้”

เรียบง่ายเกินไป

ผู้อำนวยการไทเรียนพยักหน้าเห็นด้วย

“ใช่ มันเรียบง่าย เพราะมันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่ลังเล พวกเขาคงคิดว่ามันจะง่าย นี่เป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก”

ผมไม่อยากจะพูดถึงความไร้ความสามารถของโรงเรียน

ความจริงคือเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายในโรงเรียนที่ควรจะยึดถือความยุติธรรมและคุณธรรมเหนือที่แห่งใด

มันเป็นข้อพิสูจน์ว่าวิถีของเวทมนตร์ในอาณาจักรเรเดียนนั้นยุ่งเหยิง

และยังเป็นหลักฐานว่าไม่มีที่ไหนที่อิทธิพลของตระกูลเกลฮิลเอื้อมไม่ถึง

“ในฐานะผู้อำนวยการที่เป็นผู้นำโรงเรียนแห่งนี้ เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างมาก ทั้งกับเหล่านักเรียนและกับนาย ชั้นไม่มีอะไรจะพูดนอกจากขอโทษ ขอโทษนะ”

ผมยิ้มเบา ๆ และโค้งศีรษะเล็กน้อยเพื่อตอบรับคำขอโทษนั้น

ผมรู้ดีกว่าใครว่าความฝันของผู้อำนวยการคือการทำให้โรงเรียนคือสถานที่ที่นักเรียนทำตัวเหมือนกับนักเรียน อาจารย์ทำตัวเหมือนกับอาจารย์ และจอมเวทย์ทำตัวเหมือนกับจอมเวทย์

คอผมกำลังแห้ง

ผมเอื้อมมือหยิบถ้วยชาอีกครั้ง และผู้อำนวยการก็ให้สัญญาว่าเขาจะป้องกันตระกูลเกลฮิลจากการเข้าหาผมเผื่อไว้

และจากนั้น เขาก็หยิบม้วนกระดาษที่อยู่ใต้ลิ้นชักของเขาออกมากางออก

“รู้เรื่องเทศกาลใหญ่ในเดือน 7 นี้ไหม?”

ใช่แล้ว

ได้เวลาแล้ว

เทศกาลใหญ่

งานใหญ่ของโลกเวทมนตร์ที่รวมระหว่างเทศกาลเวทมนตร์กับโอลิมเปียดที่จะเกิดขึ้นในทุก 8 ปี

ด้วยโรงเรียนเวทมนตร์ทุกโรงเรียนในทวีปฟรีเลียนเป็นผู้เข้าร่วม จะมี 32 โรงเรียนที่ถูกคัดเลือกและได้รับประเมินจากภายใน

32 โรงเรียนเหล่านี้จะทำการแข่งขันกันเป็นเวลาหนึ่งเดือนเพื่อใฝ่หาชัยชนะ

การแข่งขันหลักสองงานจะถูกจัดขึ้นในเทศกาลใหญ่

และ

มีเพียง 1 คนเท่านั้นที่จะได้รับเลือกในงานแข่งเดียว

มันคืองานแข่งที่มีเพียงตัวแทนของโรงเรียนจะเข้าแข่งได้

การแข่งกลุ่มนั้นแตกต่างกัน

การแข่งกลุ่มนั้นจะเลือกนักเรียน 30 คนจากแต่ละโรงเรียนเข้าแข่งขัน

และจะมีประโยชน์มากมายแก่ผู้ชนะซึ่งมากเกินกว่าจะบรรยายหมดได้ แต่ผลประโยชน์หลักก็คือเกียรติยศของการได้เป็นผู้ชนะในการแข่งขันครั้งใหญ่

นี่คือความยิ่งใหญ่ของการแข่งขันครั้งนี้

มีเพียง 1 ตัวแทนจากโรงเรียนเท่านั้นที่จะถูกรับเลือกจากการแข่ง

หมายความว่าแต่ละโรงเรียนจะต้องคัดเลือกตัวแทนจากภายในกันเอง

พื้นฐานก็คือนักเรียนจะต้องมีผลการเรียนที่ดี

และจากนั้น ก็คือการได้รับการแนะนำจากผู้สอน

สำหรับผมนั้น

“ชั้นอยากให้นายเข้า ‘เทศกาลใหญ่’ ในฐานะตัวแทนของโรงเรียนเรา”

ผมถูกแนะนำโดยตรงจากผู้อำนวยการไทเรียน

แน่นอน เพราะว่าผมคาดเดาไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่ได้ตกใจอะไรนัก

เพราะไมเคิลเองก็ขาดคุณสมบัติจากเรื่องฉาวที่เกิดขึ้นในการสอบรอบ 4

คนเดียวที่คู่ควรก็คือผมเท่านั้น

ผมตอบด้วยเสียงที่สงบที่สุดที่จะทำได้

“อย่างแรก ต้องขอบคุณที่ให้เกียรติผม”

“ไม่หรอก”

“แต่ก็อย่างที่ผู้อำนวยการู้ ผมขาดประสบการณ์ ผมไม่ได้มีประสบการณ์เหลือเฟืออย่างไมเคิล เกลฮิล มันจะไม่เป็นไรเหรอครับ?”

ช่องว่างนั้นยาวนานถึง 5 ปี

เพราะภาวะปลุกมานา มันเจ็บปวดที่จะคิดถึงการเติมเต็มช่วงเวลาเหล่านั้นที่ผมไม่ได้เข้าต่อสู้จริงเลย

และระดับของนักเรียนในตอนนี้ก็ต่ำอีกด้วย เราจะได้แสดงจิตวิญญาณของการแข่งต่อกันบ้าง

แต่เมื่อเสนอชื่อมาแล้ว เทศกาลใหญ่นั้นคือการแข่งขันที่อัจฉริยะทุกคนในรุ่นของเราจะได้มารวมตัวกันเพื่อแข่งขัน

ผะ ผมที่เคยเป็นอัจฉริยะที่สั่นคลอนอาณาจักรเรเดียนกับเรื่องราวซุบซิบต่าง ๆ

แต่ต่อหน้าพวกเขา ผมนั้นไม่มีอะไรพิเศษ

เพราะทุกคนต่างก็เป็นอัจฉริยะ

แต่ผู้อำนวยการไทเรียนส่ายหน้า

“ไม่มีปัญหาหรอก ดูจากการสอบของนายแล้ว คงไม่ยากเกินไปถ้าจะบอกว่านายคือหนึ่งในคนที่อาจจะเป็นผู้ชนะ”

“อาจจะชนะเหรอครับ?”

นั่นมันไม่มากไปหน่อยเหรอ?

แต่ผู้อำนวยการก็พยักหน้าอย่างมั่นใจ

“เชื่อชั้นเถอะ ชั้นเองก็เป็นหนึ่งในกรรมการเทศกาลใหญ่เช่นกัน ชั้นพูดได้อย่างมั่นใจเลยว่านายเป็นผู้เข้าแข่งที่แข็งแกร่งมากที่จะได้ที่ 1 เหนือสิ่งอื่นใด ที่น่ากลัวที่สุดก็คือ…”

ผู้อำนวยการพูดต่อด้วยสีหน้ามั่นใจ

“จากที่ทุกคนมอง นายคืออาวุธลับที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้”

อา ในที่สุดผมก็เข้าใจแล้ว

ตัวแทนจากโรงเรียนอื่นนั้นย่อมรู้จักกันอยู่แล้ว

ดูม ไพรม์จากโรงเรียนฝึกทหารจอมเวทย์เรย์แนค

ไอรีน พรีอุสจากวิทยาลัยหญิงล้วนเซย์กิ

แต่ละโรงเรียนนั้นมีคนที่เป็นตัวแทนกันอยู่แล้ว และหลังจากแข่งกันในเทศกาลเวทมนตร์ทุกปี พวกเขาก็พอจะเดาได้ว่าระดับของแต่ละคนนั้นอยู่ที่ระดับไหน

เช่นเดียวกันกับโรงเรียนเวทมนตร์อิกนิท

ภาพของไมเคิล เกลฮิลในฐานะตัวแทนโรงเรียนนั้นเป็นที่รู้จักกันดี และเพราะว่าประวัติของโรงเรียนที่ได้ที่โหล่มาโดยตลอด คนเหล่านั้นจึงไม่ได้จับตามองพวกเรา

แต่ถ้าหากจู่ ๆ ผมก็โผล่ขึ้นไปล่ะ?

“สำหรับพวกนั้น นายเป็นเหมือนกับการลอบโจมตี ข้อมูลที่ไม่เคยมีอยู่ และยังวิธีการต่อสู้ที่ไม่คุ้นเคยอีก ยังไม่มีใครรู้ว่าจะสวนกลับเวทมนตร์ของนายยังไง”

“ครับ เข้าใจแล้วครับ”

“ถ้าอย่างนั้น พอจะร่วมงานให้พวกเราได้ไหม?”

สถานการณ์นี้ที่ผู้อำนวยการขอร้องนักเรียนให้เป็นตัวแทนของโงเรียนนั้นคงน่าฉงนสำหรับมุมมองคนนอก

เพราะส่วนใหญ่จะเป็นกรณีแบบ ‘ได้โปรดให้ผมเป็นตัวแทน’ เสียมากกว่า

ผมพยักหน้า

“ถ้าหากผู้อำนวยการเชื่อใจผม ผมจะทำให้เต็มที่”

“ขอบใจนะ”

ผู้อำนวยการไทเรียนหัวเราะด้วยความพอใจและยื่นแผ่นกระดาษหนังให้ผม

แผ่นกระดาษหนังนั้นมีข้อมูลทั้งหมดที่ผมต้องรู้สำหรับงานเทศกาลใหญ่

“อ่านซะ มันจะเป็นประโยชน์”

“ขอบคุณครับ”

“ไม่รู้ว่านายรู้ไหม แต่จากตอนนี้ไปเมื่อ 50 สิบก่อนน่ะ โรงเรียนเราทำได้ดีเลยนะ”

ผมลืมเรื่องนั้นไปแล้ว

ในพื้นที่รับรองของอาคารหลักนั้นมีถ้วยรางวัลเทศกาลเวทมนตร์และโอลิมเปียดมากมายแสดงเอาไว้ เช่นเดียวภาพรูปภาพที่บันทึกไว้เมื่อหลายปีก่อน

ผมพูดขณะที่คิดเรื่องนั้น

“สมัยที่ผู้อำนวยการยังเป็นนักเรียน…ผู้อำนวยการได้ที่สองของเทศกาลใหญ่นี่นา”

“ใช่แล้วล่ะ…มันเป็นเรื่องเก่าหน่อยนะ”

ผู้อำนวยการหลับตาคิดถึงเรื่องเก่า

‘ไหนดูซิ ถ้าความทรงจำถูกล่ะก็…’

เมื่องานเทศกาลใหญ่เมื่อ 50 ปีก่อน ผู้อำนวยการไทเรียนนั้นได้อันดับ 2 ใในงานและยังคงเป็นสถิติที่ดีที่สุดของโรงเรียนจนถึงวันนี้

จอมเวทย์ที่เอาชนะผู้อำนวยการและชนะเทศกาลใหญ่ในครั้งนั้นคือทีรอน อาร์เทมิส

นักเรียนที่จบจากโรงเรียนฝึกทหารเวทมนตร์เรย์แนค และราชาแห่งจอมเวทย์คนปัจจุบัน

ผู้ครองบัลลังก์แห่งทีรอน

และเป็นผู้ที่ได้มองทุกคนจากจุดสูงสุดของหอคอยเวทมนตร์

ราชาเพลิงทีรอน

“แม้ว่าชั้นจะเคยเป็นจอมเวทย์ที่ทุกคนสนใจ…แต่ทีรอนนั้นอยู่ในอีกขั้น เหมือนกับเป็นกำแพงที่ไม่มีรอยข่วน”

“เขาเป็นราชาของจอมเวทย์นี่นา รุ่นของผู้อำนวยการก็เป็นยุคทองของจอมเวทย์ใน 200 ปีที่ผ่านมาด้วยใช่ไหม? การเผชิญหน้าและเอาชนะจอมเวทย์ที่เก่งกาจเหล่านั้นจนได้ที่สองเองก็เป็นเรื่องที่พิเศษมากแล้ว”

“อาจจะเป็นแบบนั้น ในปีนี้ ชั้นอยากจะได้เกียรติยศในวันนั้นกลับคืนมา”

ผู้อำนวยการไทเรียนคิดย้อนกลับไปใน 50 ปีก่อนที่ผมจะมาที่นี่

เกียรติยศของการได้อันดับสองในวันนั้น

กดดันเหรอ?

ไม่

มันคือความคาดหวังที่ระเบิดไปข้างหน้า

ใช่แล้ว

หลังจากวันนั้นมา 50 ปี โรงเรียนเวทมนตร์อิกนิทตกต่ำลงมาโดยตลอด

มันจะเปลี่ยนแปลงแค่เพราะผมเข้าแข่งได้งั้นหรือ?

ผมสาบานว่าจะไม่ถามคำถามแบบนั้น

“ครับ ผมจะเอามันมาให้ได้”

แม้ว่าความปรารถนาอย่างเดียวจะยังไม่พอ

ผู้อำนวยการไทเรียนยิ้มกว้างเห็นฟันอันเป็นระเบียบของเขาเมื่อได้รับคำตอบอย่างมั่นใจของผม

“ขอบใจนะ”

เป็นตอนนั้นเอง

ก๊อก ก๊อก

มีคนเคาะประตูห้องทำงานผู้อำนวยการ

“มาทันเวลาพอดี”

ผมมองผู้อำนวยการด้วยความกังขา ผู้อำนวยการพูดราวกับคิดไว้แล้ว

“เข้ามา”

คนที่เปิดประตูเข้ามานั้น…

อาจารย์ไฮเดล

และอีกหนึ่งคน

“...เอ๋?”

เป็นคนที่ผมไม่คิดว่าจะได้เจอ

“สบายดีไหม ‘นักเรียนที่อยากสอบได้คะแนนดี’ ?”

ชายตัวใหญ่ ที่สูงกว่าชายหนุ่มทั่วไป 1.5 เท่า

นามว่าโคลเตอร์ พิรันเต้

หัวหน้าอัศวินดินแดนโพลเดรนคนปัจจุบัน

อัศวินขั้น 6 เพียงคนเดียวในตะวันออกและอยู่เคียงข้างผมในตอนที่สู้กับโอเกอร์สำหรับการสอบครั้งที่ 3 เมื่อไม่กี่วันก่อน

เขาไม่ใช่คนที่จะมาหาผมด้วยเหตุผลส่วนตัว

และน่าจะเป็นเหตุผลทางการเสียมากกว่า

“เอ่อ ครับ…ยินดีที่ได้เจออีก”

“หืม? ทำหน้าอะไรของนาย? ดีใจที่เจอชั้นจริง ๆ เรอะ?”

ผู้อำนวยการไทเรียนหัวเราะออกมาเมื่อผมรอคำอธิบายด้วยใบหน้างุนงงราวกับเห็นว่าเรื่องตอนนี้มันน่าตลก เขาอธิบาย

“ทักเขาสิ เขาเชิญเขามาเป็นอาจารย์สอนวิชาต่อสู้กับนายจนกว่าจะไปที่เทศกาลใหญ่”

“...อะไรนะ?”

อาจารย์รับเชิญสอน ‘วิชาต่อสู้’

“ชั้นขอความช่วยเหลือเพราะดูเหมือนว่านายจะต้องการบทเรียนวิชาต่อสู้มากกว่าบทเรียนเวทมนตร์ในตอนนี้ ชั้นเข้าใจผิดรึเปล่า?”

“เอ๋? เอ่อ…ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น…”

เมื่อผมพูดตะกุกตะกักอีกครั้ง ผู้อำนวยการไทเรียนและอาจารย์ไฮเดลก็หัวเราะพร้อมกัน

“พอเป็นแบบนี้แล้วเขาก็เป็นแค่เด็กอายุ 16 ใช่ไหมล่ะ?”

“ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นนะ”

เพราะทั้งหมดมันฉุกละหุกเกินไป

จบบทที่ ตอนที่ 24

คัดลอกลิงก์แล้ว